เสริมคาง pantip มีกี่แบบ ข้อดี ข้อเสียในการทำ มีอะไรบ้าง

การเสริมคางสามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของคางเล็ก คางใหญ่ไม่ได้สัดส่วน หรือเพื่อปรับคางให้กลับมาสวยงามได้รูปทรง โดยส่วนมากคนเอเชียมักจะมีลักษณะคางที่สั้นจนผิดรูป การเสริมคาง pantip ถือเป็นตัวช่วยเพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดูดี มีสง่า และก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องทำการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด

ใครควรศัลยกรรมเสริมคาง

  • ผู้ที่มีอาการสบฟันผิดปกติ คางยื่นออกมาข้างหน้า
  • ผู้ที่มีคางเล็กมากเกินไป คางหดสั้นเข้าไปด้านใน
  • ผู้ที่มีโครงหน้าไม่ได้รูป กรามและคางไม่สมส่วน
  • ผู้ที่มีใบหน้าสั้น สัดส่วนคางไม่เข้ารูปกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่น ๆ

เสริมคาง มีกี่แบบ

ปัจจุบันนี้การเสริมคางจะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • การฉีด

การฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน วิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี  ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ  ปี

  • การผ่าตัดศัลยกรรม

เป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ที่ได้ผลลัพธ์ที่ถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้ โดยที่แพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

  • การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน)

จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

  • ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย

วิธีนี้นิยมในแพทย์และทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

  • การเสริมคางแผลนอก
  • เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกขั้นตอนการเสริมคาง โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของเคส
  • ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ

แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว

ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ

ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก

ในกรณีที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

แพทย์จะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้

เสริมคาง pantip ที่ไหนดี

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านควรงดกลุ่มยาที่จะมีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน และอาหารเสริมจำพวกวิตามินอี น้ำมันปลา โสม
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้แผลหายช้า และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • หากท่านมีโรคประจำตัวท่านต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ รวมทั้งประวัติการแพ้ยารับประทาน ยาชา หรือยาสลบ
  • ไม่ต้องอดอาหาร เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องดมยาสลบ แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป ป้องกันอาการแน่นอึดอัดท้องระหว่างการผ่าตัด
  • แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากให้พร้อมก่อนการผ่าตัด
วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง
  • ในช่วง 3 วันหลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวม
  • ในช่วงวันที่ 4 – 6 หลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบร้อนเพื่อลดอาการบวมช้ำบริเวณรอบ ๆ คาง
  • นอนศีรษะสูง และห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะเนื่องจากอาจไปกดทับบริเวณคางที่ยังอักเสบอยู่
  • ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ให้รับประทานอาหารอ่อน ๆ ประเภทข้าวต้ม หรือโจ๊ก และหากดื่มน้ำแนะนำให้ใช้หลอดดูด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเล ของหมักของดอง อาหารรสจัด และอาหารที่เคี้ยวยากในช่วง 1 เดือนแรก
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบอย่างเคร่งครัด

บทสรุป

เสริมคาง pantip การเสริมคางเป็นการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวย ได้รูป V Shape เพื่อเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับตัวเอง ดังนั้นก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมท่านควรจะศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและเพื่อความปลอดภัยในการเข้ารับบริการ

เสริมคาง ราคาโปรโมชั่น เหมาะกับใคร วิธีการดูแลหลังเสริม

สำหรับผู้ที่มีปัญหารูปหน้าใหญ่ หน้าเหลี่ยมและต้องการให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เรียวสวย สามารถทำศัลยกรรมเสริมคางช่วยได้ ซึ่งการเสริมคางในยุคนี้มีคลินิกเปิดขึ้นมากมายจึงได้มีการแข่งขันกันจัดโปรโมชั่น และหากสนใจเสริมคาง ราคาโปรโมชั่น ท่านต้องศึกษาจากหน้าเพจของแต่ละคลินิกหรือสถานพยาบาลที่จะมีให้ท่านได้เลือกดูเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจก่อนเข้ารับบริการ

การเสริมคางในปัจจุบันนี้กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะสาวๆ เพราะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวยาว ดูเด็กลง  เสริมสร้างความมั่นใจให้กับใบหน้า การทำคางสามารถปรับปรุงแก้ไขใบหน้าให้ได้สัดส่วน ช่วยให้โครงหน้าเปลี่ยนไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางถอย เป็นต้น

เสริมคาง ราคาโปรโมชั่น สำหรับทุกคน

การเสริมคางเหมาะกับใคร

การเสริมคางเหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาคางให้ดูดีขึ้น ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางตัด คางถอย คนที่มีใบหน้ากลมและอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

การเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ V Shape และยังช่วยให้บุคลิกภาพดูดีอีกทางหนึ่งอีกด้วย

ในขณะที่การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป อาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน ซึ่งต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น เพื่อให้ใบหน้าดูหวานละมุน

การเสริมคางในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก ไม่ต้องดมยาสลบ ก็สามารถเสริมคางให้กลับมาเป็นปกติได้ ซึ่งการเสริมคาง มี 2 วิธี ดังนี้

วิธีการเสริมคาง

  • วิธีฉีดไขมันที่คาง วิธีนี้จะไม่อยู่ถาวร เนื่องจากพอนานวันเข้า ไขมันและ Filler จะค่อย ๆ สลายไปภายใน 3 – 5 ปี
  • วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยแพทย์จะใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นนำมาใส่บริเวณคาง ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
  • การเสริมคางจากด้านในช่องปาก
    เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือตามขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ

หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

  • การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก
    เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้อย่างแม่นยำ และยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1 – 3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

เสริมคาง ราคาโปรโมชั่น ส่วนลดพิเศษ

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

  • ควรประคบเย็นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงประมาณ 2 สัปดาห์
  • หลังการผ่าตัดในภายในช่วง 2 สัปดาห์แรก ควรงดกิจกรรมที่ทำให้บาดแผลกระทบกระเทือน เช่น การวิ่ง กระโดด และห้ามเท้าคางเด็ดขาด
  • ควรรับประทานอาหารที่เคี้ยวง่าย เช่น อาหารอ่อนหรืออาหารเหลว และหลีกเลี่ยงการขยับปากในช่วงแรก
  • งดทานอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง และอาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยว รวมถึงงดของสุก ๆ ดิบ ๆ เพราะอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนได้
  • งดการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามาก จะทำให้หน้าบวมได้
  • ดื่มน้ำมาก ๆ โดยควรใช้หลอดดูด เพื่อลดการขยับคาง
  • ช่วงแรก ๆ ให้นอนหงาย และหนุนหมอนสูง ๆ เพื่อลดอาการบวม และเลือดคั่ง
  • ควรทานยาตามที่แพทย์สั่ง พร้อมดูแลแผลอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น หากมีอาการผิดปกติจากแผลศัลยกรรม ควรรีบพบแพทย์ทันที

บทสรุป

เสริมคาง ราคาโปรโมชั่น การเสริมคางสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพื่อเป็นการปรับรูปหน้าของตัวเองให้มีรูปที่สวยงาม และหากท่านจะเข้ารับบริการท่านจะต้องทำการศึกษาข้อมูลให้ละเอียดไม่ว่าจะเป็นเรื่องขั้นตอนการทำ วัสดุที่ใช้ แพทย์ที่ให้การรักษา และราคาโปรโมชั่น ซึ่งส่วนนี้สำคัญมาก เพื่อที่จะได้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจก่อนที่จะเข้ารับบริการ

รีวิว เสริมคาง ผู้ชาย มีกี่ทรง ขั้นตอนการทำมีอะไรบ้าง

เมื่อผู้ชายอยากเสริมคาง คงต้องศึกษารีวิว เสริมคาง ผู้ชาย เพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนที่จะตัดสินเข้ารับบริการ ซึ่งการเสริมคางในปัจจุบันนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่สามารถทำได้ ผู้ชายก็ทำได้เหมือนกัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ตัวเองมีใบหน้าที่ดูเรียวยาว ดูหน้าเด็กลง

และเพื่อเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง การทำคางสามารถปรับปรุงแก้ไขใบหน้าให้ได้สัดส่วน ช่วยให้โครงหน้าเปลี่ยนไป เมื่อผู้ชายอยากเสริมคาง คงต้องศึกษารีวิว เสริมคาง ผู้ชาย เพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนที่จะตัดสินเข้ารับบริการ

การเสริมคางในผู้ชายนั้นส่วนใหญ่ นิยมทำคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เนื่องจากจะทำให้ใบหน้าดูหวาน โดยต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุน และเรามาดูดกันดีกว่าว่าการเสริมคางนั้นเหมาะกับใคร

ใครเหมาะกับการเสริมคาง

การเสริมคางนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอน คางตัด คางบุ๋ม และผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาคางให้สวยขึ้น และคนที่มีใบหน้ากลมแล้วอยากปรับให้รูปหน้าดูยาวขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยการเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ V Shape และยังเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดีอีกด้วย

เสริมคางมีกี่ทรง

การผ่าตัดเสริมคางจะใช้ซิลิโคนซึ่งจะมีทั้งแบบขาสั้นและขายาว แต่ที่นิยมใช้ส่วนใหญ่จะเป็นแบบขาสั้น เพราะแผลจะเล็ก ผ่าตัดง่าย แต่ก็จะมีข้อเสียของซิลิโคนขาสั้น คือ แพทย์อาจจะประเมินทางคางผิดพลาด ทำให้ซิลิโคนคางที่เสริมไม่รับกับแนวกราม การเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นถ้าใช้เทคนิคที่ถูกต้อง ซิลิโคนจะต้องติดแน่นกับกระดูกไม่สามารถโยกได้

ซึ่งมีข้อจำกัดคือถ้าขาซิลิโคน ยาวออกมาด้านข้างมากเกินไป ก็จะกดทับ mental foramen ซึ่งเป็นรูทางออกของเส้นประสาท ทำให้ปากเบี้ยวได้

การฉีดสารเติมเต็ม Filler นั้นในการเสริมคางนั้น สามารถจัดรูปทรงคางได้ตามต้องการ ซึ่งแพทย์จะทำการประเมินออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับผู้เข้ารับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมามีความสวยงามและเหมาะสมกับรูปหน้ามากที่สุด

เมื่อฉีด Filler ไปแล้ว รูปทรงฟิลเลอร์คางที่ได้ หากสั้นเกินไปสามารถเติมเพิ่มได้ หากยาวเกินไปสามารถสลายบางส่วนออกได้ทันที เป็นศัลยกรรมที่สามารถทำหรือแก้ไขได้ง่าย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น

รีวิว เสริมคาง ผู้ชาย จากประสบการณ์คนทำ

ขั้นตอนการเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • แพทย์จะทำการฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง
  • หลังจากนั้นแพทย์จะทำการแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่าง แล้ววางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ
  • เมื่อแพทย์วางแท่งซิลิโคนเรียบร้อยก็จะทำการเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย โดยใช้เวลาในการทำทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง
เลื่อนกระดูกคาง

การเลื่อนกระดูกคาง เป็นศัลยกรรมที่กำลังได้รับความนิยมบนใบหน้า ช่วยเสริมให้ใบหน้าดูมีมิติ ดูมีความเรียวมนตามรูปแบบคางของตัวเอง ที่เข้ากับใบหน้า การเลื่อนกระดูกคาง จะช่วยคนที่มีรูปแบบคางบางประเภทที่ไม่เข้ารับกับใบหน้า ทำให้เป็นจุดด้อย เช่น คางสั้น คางเบี้ยวคางหลุบ คางยื่นมากเกินไป เป็นต้น เป็นการทำให้รูปหน้าดูไม่สมส่วน ให้เข้ากลับใบหน้า แก้ไขจุดด้อย บนใบหน้าให้ดูสมบูรณ์ขึ้น

ขั้นตอนการเลื่อนกระดูกคาง
  • แพทย์จะทำการฉีดยาชา และยาสลบให้แก่ผู้เข้ารับบริการก่อน
  • แพทย์จะทำการเลาะเนื้อเยื่อภายในช่องปาก และ ทำการใช้เลื่อยไฟฟ้าที่เป็นเครื่องมือแพทย์ตัดกระดูกกรามบริเวณที่กำหนดไว้
  • แพทย์จะทำการเลื่อนกรามให้เข้าที่ คนไข้ที่มีคางยาว และต้องการเอาออกแพทย์ จะทำการตัดกระดูกในส่วนที่ยาวออก
  • แพทย์จะทำการจัดกระดูกให้เข้ากับรูปแบบที่กำหนด

การเลื่อนกระดูกคาง เหมาะกับใคร

  • เหมาะสำหรับคนที่มี ปัญหาเกี่ยวกับคางมาก ๆ เช่น มี อาการคางสั้นมาก คางยาวมากเกินไป คางเบี้ยว ค้างไม่เสมอกัน
  • ผู้เข้ารับบริการต้องไม่มีปัญหาทางช่องปาก เช่น กรามอักเสบ ฟันยื่น ฟันไม่เท่ากัน

การดูแลหลัง เสริมคาง ด้วยซิลิโคน

  • ให้ประคบเย็นบริเวณคางบ่อย ๆ ในช่วง 1 – 2 วันแรก
  • ควรหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณคาง ในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก
  • ดูแลแผลในปาก และงดทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด
  • บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด
  • อย่าใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • หลังผ่าตัด 3 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ แพทย์จะนัดมาตรวจอาการ และตรวจซ้ำหลังจากนั้นอีก 1 เดือน
  • หลังการรักษาประมาณ 1-2 เดือน อาการบวมจะยุบลง และได้รูปทรงของคางใหม่ โดยแท่งซิลิโคนจะเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกและไม่ขยับเขยื้อน นอกจากจะโดนกระแทกอย่างแรง

บทสรุป

การเสริมคางนั้นสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ก่อนที่จะทำท่านควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยเฉพาะผู้ชายที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในด้านการทำศัลยกรรมนั้นการได้ดู รีวิว เสริมคาง ผู้ชาย จะช่วยให้ท่านตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น

ซิลิโคน เสริมคาง เกรดไหน ได้มาตรฐาน

ปัจจุบันนี้การเสริมคางกำลังได้รับความนิยม เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นสาว หรือหนุ่มต่างก็อยากมีใบหน้าที่ดูเรียวยาว ดูเด็กลง เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับใบหน้า การเสริมคางจะช่วยให้โครงหน้าเปลี่ยนไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางถอย เป็นต้น และการเสริมคางมักจะใช้ซิลิโคน เสริมคาง ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของซิลิโคนกัน

ซิลิโคนที่ใช้มีกี่ประเภท เกรดไหนบ้าง

  • ซิลิโคนคาง ขายาว

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

โดยที่ซิลิโคนขายาวจะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง  ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อคไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อคกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียง

  • ข้อดี

ไม่เป็นก้อน ไม่ย้อย รอยต่อน้อย

เนื่องจากขาของซิลิโคน ออกแบบมาเพื่อรับกับทุกโครงหน้า ช่วยเก็บแก้ม ทำให้หลังเสริม ซิลิโคนขายาวจะเนียนไปกับผิว ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยทำให้กรอบหน้าชัดขึ้นอีกด้วย

ล็อคฐานกระดูก ไม่เบี้ยวเอียง

หลังผ่าตัดเสร็จ แพทย์จะทำการเย็บล็อคซิลิโคนตรงเนื้อเยื่อหุ้มกระดูก แล้วเย็บปิดแผลด้านนอกอีกครั้ง เพื่อป้องกันซิลิโคนเบี้ยวเอียง

เหลาปรับตามรูปหน้า เข้าได้กับทุกคน

แพทย์ออกแบบทรงและปรับเหลาซิลิโคน ให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้เป็นหลัก โดยประเมินจากโครงหน้า เนื้อส่วนคางที่ยืดหยุ่น เลือกทรงให้เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์หลังทำออกมาสวย และเข้ากับหน้าคนไข้มากที่สุด

  • ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น

  • ข้อดี

เหมาะสำหรับคนที่มีคางอยู่แล้ว ใบหน้าเล็ก ๆ เน้นเสริมเติมปลายคางเพื่อให้ยาวขึ้น

  • ข้อเสีย

มีขนาดเล็กที่เหมาะกับปลายคาง ทำให้อนาคต คางสามารถผิดรูปได้ อาจจะทำให้คางเป็นก้อน ติ่งเล็ก ๆ

ไม่เหมาะกับคนที่มีแก้ม กรามเยอะ โครงหน้าใหญ่

มีความนิ่ม ยืดหยุ่นเกินไป เสริมนานไปอาจจะทำให้รูปทรงคลาดเคลื่อน

ซิลิโคน เสริมคาง เลือกแบบไหนดี

เกรดของซิลิโคน

  • ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูป

เนื้อซิลิโคนจะมีความนิ่มน้อย แข็งอยู่ทรง เนื้อซิลิโคนเป็นรูปร่างสำเร็จ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว

  • ซิลิโคนคางอเมริกามีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ช่วยให้กรอบหน้าชัด V Shape มากขึ้น นิยมใช้มากที่สุดเพราะมีค่าความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูง มีความปลอดภัยมากในระยะยาว
  • ซิลิโคนคางเกาหลีมีความนิ่มมากกว่า ทำให้เมื่อเสริมเข้าไปคางจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีส่วนช่วยให้คางดูงอนมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนเกรดอื่น

วิธีการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคางอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุงทุกชนิด ยาแอสไพริน วิตามินซี ใบแป๊ะก้วย น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพิมโรส เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย ผ่าตัดยากและบวมนาน
  • หากแพ้ยาใด ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
  • ผู้จะเข้ารับการผ่าตัดเสริมคางจะต้องไม่มีไข้ หรือมีการติดเชื้ออักเสบทางผิวหนัง
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบว่าเคยทำการผ่าตัดหรือฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อนหรือไม่
  • หากผู้เข้ารับบริการมีโรคอื่นหรือมียา อาหารเสริม ยาบำรุงใด ๆ ที่ได้รับอยู่ประจำรวมถึงประวัติการแพ้ยา ต้องแจ้งให้แพทย์
  • ก่อนผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการควรทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • วันผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการไม่ควรนำของมีค่าติดตัวเข้าห้องผ่าตัด
  • วันผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรจะสวมเสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด
การดูแลหลังการเสริมคาง
  • ประคบเย็น หลังผ่าตัดใน 72 ชั่วโมงแรก หรือสามวันแรก ตลอดทั้งวันห้ามเว้นช่วงเวลาโดยเด็ดขาด โดยให้ประคบเย็นอย่างเบามือ ไม่กดหรือวางทับไปบนตำแหน่งที่มีซิลิโคนอยู่
  • การล้างแผล หากแผลอยู่ใต้คาง ก็ให้ใช้น้ำเกลือเช็ดล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวล จนสะอาด ไม่มีคราบเลือด จากนั้นจึงใช้เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล
  • หากแผลผ่าตัดอยู่ในช่องปาก ก็ควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่คุณหมอได้จัดเตรียมให้
  • งดอาหารรสจัด อาหารสุกๆดิบๆ ของหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดเชื้อ
  • รับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งให้ครบ

บทสรุป

ใบหน้าของคุณเหมาะกับการเสริมคางแบบไหนและใช้ซิลิโคนเสริมคางแบบใด ท่านควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะตัดสินใจเสริมคางจึงจะดีที่สุด เพราะบางรายอาจไม่ต้องผ่าตัดเสริมคาง แต่จะมีวิธีอื่นที่เหมาะมากกว่าหรือในบางรายอาจต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมด้วย

เสริมคาง เข้าที่กี่เดือน แล้วสามารถทำได้กี่แบบ

คางเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ หากท่านที่มีรูปหน้ากลม รูปหน้าเหลี่ยม แล้วต้องการที่จะมีรูปหน้าที่มีมิติมากขึ้น ให้รูปหน้าเป็นรูป v shape จึงต้องใช้การทำศัลยกรรมเสริมคางเข้ามาช่วยเติมเต็มเพื่อให้ใบหน้าดูเรียวยาวและคางยื่นออกมาด้านหน้าเล็กน้อยให้รับกับใบหน้า แล้วเสริมคาง เข้าที่กี่เดือน คงเป็นคำถามที่สาว ๆ อยากจะรู้ใช่หรือไม่

การเสริมคางก็เพื่อทำให้หน้าดูยาวขึ้น เรียวขึ้น การเสริมคางถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้า V Shape หรือทำให้คางที่ยื่นหรือยาวเกินไปลดลงได้ ซึ่งก่อนที่คุณจะเข้ารับบริการคุณจะต้องเข้าไปขอรับคำปรึกษากับศัลยแพทย์ก่อนว่า คุณมีความผิดปกติส่วนไหน ซึ่งความผิดปกติที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีดังนี้

  • กระดูกกรามและส่วนอื่นมีความผิดปกติด้วยหรือไม่เช่น ขนาดของกระดูกกรามด้านหลังมีการยื่นหรือยาวผิดปกติหรือไม่ บางครั้งมีปัญหาเรื่องกรามเอียงเกิดขึ้น ก็ควรทำการรักษาก่อนการเสริมคาง มิฉะนั้นอาจจะทำให้กรามเอียงเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้
  • ความเล็ก-ใหญ่ของคางในการเสริมคางนั้นก็ข้อจำกัดเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจะเสริมคางขนาดเท่าใดก็ได้ การเสริมคางขนาดใหญ่เกินไปอาจจะมีปัญหาต่อผิวหนังและกระดูกคางได้ในระยะยาว อีกทั้งผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอาจจะมากขึ้นได้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าการเสริมคางหรือตัดเลื่อนกระดูกคางจะเป็นวิธีการผ่าตัดที่เหมาะกับคุณมากกว่า
  • การสบฟันมีความสำคัญมาก ดังนั้นการรักษาโดยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเลื่อนกรามจึงอาจจะเป็นการรักษาที่ถูกต้องมากกว่าการเสริมคางแค่อย่างเดียว

เสริมคาง เข้าที่กี่เดือน ถึงจะหายขาด

เสริมคาง มีกี่แบบ

วิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลักๆ คือ

  • การฉีด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วย Filler และไขมัน วิธีนี้จะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและFillerสามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  • การผ่าตัด

การผ่าตัดสามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ซึ่งได้ผลถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่แพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

  • การเสริมคางแผลนอก

เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่
1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที

  • การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ประเภทของซิลิโคนที่ใช้เสริมคาง

  • ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น ใบหน้าดูยาวขึ้น จึงควรใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนิ่ม ปานกลาง

  • ซิลิโคนขายาว

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคางสามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการแก้ไขปัญหาคาง ให้สวยขึ้น คนที่มีใบหน้ากลมอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น

การเสริมคางเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ V Shape ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น การเสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำรูปคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน

บทสรุป

เสริมคาง เข้าที่กี่เดือนการเสริมคางหากเป็นการฉีด Filler เป็นการรักษาที่ไม่ต้องพักฟื้น หลังฉีดจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที ผู้เข้ารับบริการสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และคางจะค่อย ๆ เข้าที่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในเวลาประมาณ
2 – 3 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับบริการท่านควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

เสริมคางบวมมาก อันตรายหรือไม่ รักษายังไงดี

การศัลยกรรมเสริมคางควรรู้อะไรบ้าง

การเสริมคางคือทางออกของผู้ที่มีใบหน้าไม่สมส่วน เช่น มีรูปหน้าสั้น ใบหน้าเหลี่ยม ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ก่อนที่จะตัดสินใจทำศัลยกรรมเสริมคางนั้นท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดว่ามีอะไรบ้าง และมีความเสี่ยงในการที่เมื่อเราเสริมคางบวมมากเกิดขึ้นได้ไหม

ความเสี่ยงในการทำศัลยกรรมเสริมคาง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งการเสริมคางมักจะเกิดอาการชาที่ริมฝีปาก เป็นผลที่มาจากด้านในริมฝีปากล่างมีแผลผ่าตัด ซึ่งอาการชาจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปในที่สุด และอาจจะมีอาการที่เกิดจากการเสริมคางปวดบวมมากเกิดขึ้นได้รอบ ๆ คาง บางรายอาจเกิดอาการชาถาวรซึ่งเกิดความผิดพลาดของแพทย์ที่ให้การรักษา

หลังจากการผ่าตัดท่านต้องระมัดระวังไม่ให้แผลกระทบกระเทือนแรง ๆ เพราะหากมีการกระทบกระเทือนอาจทำให้ซิลิโคนที่เสริมเข้าไปนั้นเคลื่อนจากตำแหน่งที่ทำการผ่าตัดหรืออาจเกิดแผลอักเสบทำให้เกิดอาการบวมมาก ทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายอีกด้วย

ใบหน้าของคนเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือส่วนบนหมายถึงส่วนหน้าผาก ส่วนกลางจึงจะมองตั้งแต่หน้าผากลงมาไปจนถึงจมูกและส่วนล่างคือตั้งแต่จมูกลงไปจนถึงปลายทางสำหรับผู้ที่มีรูปหน้าสัดส่วนทั้ง 3 เข้ากันก็จะทำให้ใบหน้าออกมาดูสวยงาม ส่วนใครที่มีรูปหน้าไม่สมส่วนคงต้องมองหาวิธีที่จะปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนนั่นคือวิธีการเสริมคาง

แล้วใครบ้างที่ควรเสริมคางหรือใครบ้างที่เหมาะที่จะทำศัลยกรรมเสริมคาง การเสริมคางจะเหมาะกับคนที่มีโครงสร้างของฟันกรามและฟันที่มีความแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและต้องเป็นคนที่มีสุขภาพดี เพราะหลังจากทำการเสริมคางจะมีอาการอักเสบและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

เสริมคางบวมมาก ต้องแก้ไขยังไง

ปกติแล้วการเสริมคางจะมี 2 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบการเสริมคาง

  • การเสริมคางโดยไม่ได้ใช้การผ่าตัด (Non-Surgical)
    ทำได้โดยการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปที่บริเวณคาง โดยใช้สารเติมเต็มประเภทฟิลเลอร์ (Filler) ซึ่งจะทำให้คางดูเรียวและยาวขึ้นได้ เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดและไม่อยากพักฟื้น เห็นผลทันที เป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัย
  • การเสริมคางโดยการผ่าตัด
  • การเสริมโดยการใส่ซิลิโคน
    การผ่าตัดเสริมคางแบบนี้เป็นที่นิยมเพราะทำได้ง่าย มี 2 เทคนิค คือกรีดแผลนอกช่องปาก โดยจะเป็นการกรีดตรงใต้คาง 5 – 2 ซม. ไม่บวมนานและไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่จะมีข้อเสียคือในบางคนที่เป็นแผลเป็นง่ายหรือที่เรียกว่าคีลอยด์อาจมีแผลเป็นนูน ๆ ตรงใต้คาง

อีกเทคนิคหนึ่งคือการกรีดแผลในช่องปาก จะไม่มีแผลด้านนอกเลย โดยแพทย์จะกรีดแผลบริเวณเหงือก บวมนานและต้องดูแลแผลในช่องปากมากเป็นพิเศษ อาจจะเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ง่าย

  • ย้ายกระดูกบริเวณคาง
    การเสริมคางวิธีนี้เป็นการย้ายกระดูกของตัวคนไข้เอง เพียงตัดกระดูกบริเวณคางแล้วโยกออกมาให้คางดูยื่นขึ้นหรือได้รูปตามที่ต้องการ เป็นเทคนิคที่ต้องใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูง บวมนาน พักฟื้นนาน

เสริมคางบวมกี่วัน

หลังฉีดฟิลเลอร์คางจะค่อย ๆ หายบวมประมาณ 4 – 5 วัน ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงจากการฉีดได้ เช่น ผื่นหรือจุดแดงบริเวณรอยเข็มซึ่งสามารถหายไปเอง นอกจากนี้อาจมีอาการบวมหลังฉีดเป็นเรื่องปกติ หากมีอาการปวดคนไข้สามารถทานยาแก้ปวดได้ตามอาการ แต่ถ้าหากเสริมคางมาแล้วบวมมากท่านจะต้องรีบเข้าปรึกษาแพทย์ทันที

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเสริมคางมีดังนี้
  • ปากชา เนื่องจากบริเวณคางด้านซ้ายและขวา จะมีเส้นประสาทที่มาเลี้ยงริมฝีปากล่างอยู่ด้วย  ทำให้เรามีความรู้สึกได้  แต่หากใช้แท่งซิลิโคนที่กว้างมากเกินไป  จะต้องเลาะเข้าไปใกล้เส้นประสาททั้งสองข้างที่อยู่ชิดกระดูกกราม ก็อาจจะทำให้เกิดอาการชาที่ปากตามมาได้ โดยมากแล้วจะเกิดขึ้นได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
  • การอักเสบติดเชื้อในระยะแรกที่แผลยังใหม่อยู่อาจจะมีการติดเชื้ออักเสบขึ้นได้ แต่จะไม่ค่อยได้เกิดขึ้นมากนัก เพราะแพทย์จะให้ยาป้องกันการอักเสบ ซึ่งท่านจะต้องดูแลเรื่องแผลเป็นอย่างดีด้วย
  • การเอียงบิดของแท่งคางการศัลยกรรมเสริมคางในตอนแรกคางจะวางตัวอยู่เฉย ๆ โดยไม่มีอะไรไปยึดติด ซึ่งร่างกายจะยึดแท่งคางนี้ด้วยตัวของมันเอง โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ก่อนที่จะติดแน่นหากมีอะไรไปกระทบกระเทือนมันอาจส่งผลให้มีคางเอียงได้เหมือนกัน

บทสรุป

เสริมคางบวมมาก ปกติแล้วอาการบวมมากจากการทำศัลยกรรมเสริมคางมักไม่ค่อยเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดมักจะบวมนิดหน่อยจากแผลผ่าตัดซึ่งจะหายเองได้ภายในเวลา 1 สัปดาห์ หากมีอาการที่บวมมากท่านต้องรีบปรึกษาแพทย์เนื่องจากอาจเกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้ ก่อนที่จะเข้ารับบริการเสริมคางท่านควรศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนเข้ารับบริการ

จัดฟัน เสริมคางได้ไหม วิธีการดูแลแผล หลังศัลยกรรม

สาว ๆ หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าการจัดฟันและการศัลยกรรมสามารถทำด้วยกันได้หรือไม่ เมื่อทำแล้วจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันนี้หนุ่ม ๆ สาว ๆ นิยมที่จะทำการจัดฟันกันเกือบทั้งนั้น เลยมีข้อกังขาว่าหากจัดฟัน เสริมคางได้ไหม ซึ่งเราขอนำเสนอเป็นแนวทางให้ท่านได้ศึกษาก่อนที่จะเข้ารับบริการเสริมคาง

ในการจัดฟันนั้นไม่ได้ทำให้รูปหน้าของท่านเรียวขึ้น แต่ที่เห็นว่าระหว่างจัดฟันแล้วรู้สึกว่ารูปหน้าเรียวขึ้นอาจเป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อส่วนนั้นใช้งานน้อยลง ซึ่งในระหว่างจัดฟันจะไม่สามารถเคี้ยวอาหารที่เหนียวและแข็งได้ เพราะเกรงว่าเครื่องมือจัดฟันจะหลุด จึงทำให้ผู้ที่จัดฟันใช้กล้ามเนื้อน้อยลง

ในระหว่างที่ทำการจัดฟันท่านยังไม่สมควรเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง โดยเฉพาะในกรณีที่การจัดฟันมีการดึงฟันหน้าเข้าไปข้างใน เพราะหลังจัดฟันริมฝีปากจะเปลี่ยนไป กรณีที่ปากยื่นเมื่อจัดฟันแล้วริมฝีปากจะยุบลง จมูกและคางซึ่งอยู่บริเวณติดกับริมฝีปากก็จะดูเด่นขึ้น

หลายคนอาจคิดว่าเราควรจัดฟันก่อนหรือหลังการเสริมคางดี ซึ่งต้องดูว่าปัจจุบันเราพอใจกับฟันของเราหรือไม่ หากเราคิดว่าเราจะจัดฟันอยู่แล้ว เราควรจัดฟันให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะคิดทำการเสริมคางจะดีกว่า เพราะหากกำลังจัดฟันอยู่แล้วไปเสริมคาง

หลังเสริมคางประมาณ 1 เดือนท่านจะต้องงดให้ทันตแพทย์ทำการจัดฟันต่อ เนื่องจากว่าจะต้องมีการยกริมฝีปากเพื่อตรวจฟัน ทำให้ทันตแพทย์ทำไม่ถนัดเพราะคนไข้ยังมีแผลจากการผ่าตัดเสริมคางอยู่

การเสริมคางเป็นหนึ่งในศัลยกรรมที่ช่วยให้รูปหน้าดูเรียวสวย ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มหรือสาวก็อยากให้ตัวเองมีรูปหน้าเป็นตัว V กันทั้งนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่าเสริมคางแบบไหนดี

การเสริมคางมี 2 แบบ

  • การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วย ซิลิโคนแพทย์จะทำการเปิดแผลทางภายในช่องปากและภายนอกบริเวณใต้คาง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทั้งภายในหรือภายนอกก็จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถาวร ในอนาคตคนไข้อาจเกิดปัญหาของเนื้อเยื่อภายใน หรือปัญหาซิลิโคนห้อยทำให้คางเบี้ยว หรือเนื้อคางดูกว้างหนา

  • การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

เป็นการเลื่อนตัดกระดูกคาง โดยแพทย์จะทำการตัดกระดูกคางแล้วเลื่อนกระดูกให้ขยับมาชิดกัน ทำให้ช่วงคางเรียว ลดความกว้างของคาง สามารถแก้ไขปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้

เป็นการตัดที่เลี่ยงเส้นประสาทบริเวณคาง และตัดเป็นรูปตัว T W ตามความเหมาะสมของเคส นั้น ๆ ในบางครั้งอาจใช้กระดูกที่เหลือจากการตัดกรามมาต่อบริเวณปลายคางได้ด้วย กรณีที่คนไข้ทำการตัดกรามร่วมด้วยและคางมีความสั้นเกินไป

การผ่าตัดทั้ง 2 วิธีนี้ แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจและจะทำการออกแบบการผ่านตัดให้คนไข้หลังจากการทำซีทีสแกนดูแนวกระดูกและเช็คแนวเส้นประสาทแล้ว ซึ่งการผ่าตัดที่ได้ผลลัพธ์ถาวรนั้นต้องเป็นการผ่าตัดด้วยกระดูกตัวเอง

เนื่องจากใช้กระดูกของตัวเองไม่มีสิ่งแปลกปลอม รูปหน้าช่วงคางจึงดูเรียวเป็นธรรมชาติมากที่สุด การศัลยกรรมในลักษณะนี้จะต้องใช้ทักษะชั้นสูงในการผ่าตัด ซึ่งไม่ใช่ศัลยแพทย์ทุกคนที่จะทำได้ โดยแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดได้จะต้องศึกษาต่อด้าน Maxillofacial

แนะนำการ จัดฟัน เสริมคางได้ไหม

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • ท่านจะต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกวัสดุเสริมคาง เลือกเทคนิคและตรวจสุขภาพ
  • ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 5 วัน ท่านจะต้องงดยา ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น Aspirin
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านจะต้องงดวิตามิน หรือสมุนไพร ที่ทานประจำบางชนิด เช่น วิตามิน อี จะทำให้เลือดหยุดยาก
  • ท่านจะต้องหยุดการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 7 วัน

การดูแลแผลหลังศัลยกรรมเสริมคาง / ทำคาง เลื่อนคาง

  • หลังการผ่าตัดให้ท่านนอนศีรษะสูงเพื่อช่วยลดการบวม 1-2 อาทิตย์
  • การเสริมคางแบบมีแผลในปาก เพื่อลดโอกาสจากการติดเชื้อในช่องปาก ต้องใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อย ๆ เป็นเวลา
    1 – 2 สัปดาห์
  • การเสริมคางแบบมีแผลใต้คาง ต้องไม่ให้แผลเปียกน้ำ เป็นเวลา 2 – 3 วัน
  • ต้องรับประทานอาหารอ่อน 3 – 4 อาทิตย์ เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนที่เสริมเคลื่อนผิดตำแหน่ง
  • ท่านสามารถแปรงฟันได้เบาๆ
  • แผลในปากเป็นไหมละลาย จะหลุดเองภายใน 2 – 4 สัปดาห์ ถ้าหลุดไม่หมดให้มาตัดออกได้แต่ถ้าเป็นแผลภายนอกต้องมาตัดไหม 7 วันหลังผ่าตัด

บทสรุป

จัดฟัน เสริมคางได้ไหม หากท่านต้องการจัดฟันพร้อมกับการเสริมคางนั้น แนะนำว่าควรจัดฟันให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน เนื่องจากว่าหากทำไปพร้อม ๆ กันอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้แทนที่จะได้รูปคางที่สวยจะกลายเป็นรูปคางที่บิดเบี้ยวขึ้นได้ อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเสริมคางท่านควรศึกษารายละเอียดให้เรียบร้อยเสียก่อนทั้งนี้เพื่อความสวยงามของตัวท่านเอง

ประสบการณ์เสริมคาง ก่อนทำและหลังทำ ที่คุณต้องรู้

การเสริมคาง เป็นการปรับรูปหน้าให้เข้ารูปเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้ที่เข้ารับบริการ แต่ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยอาจศึกษาจากผู้เคยผ่านประสบการณ์เสริมคาง ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด

การเสริมคางมีกี่รูปแบบ

ปัจจุบันนี้การเสริมคางตามคลินิกหรือโรงพยาบาลทั่วไป จะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

  • วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สาร Filler วิธีนี้จะถาวร เนื่องจากไขมันและ Filler จะค่อย ๆ สลายไปภายใน 3 – 5 ปี
  • วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน โดยจะเป็นการผ่าตัดเล็ก และการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
  • การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก บริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง โดยมีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ

หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย วิธีนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร

  • การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก
    การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

เป็นการลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น การเสริมคางแบบแผลนอกปากจะมีข้อดี คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน ซึ่งการเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง

ประสบการณ์เสริมคาง ทำที่ไหนดี

การเสริมคางเหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคางเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวเป็นใบหน้ารูปไข่ และผู้ที่มีใบหน้ากลม หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่ได้สัดส่วน มีโครงหน้าส่วนบน เช่นหน้าผากหรือโหนกแก้มยื่นออกมา ซึ่งการเสริมคางจะทำให้รูปหน้ามีมิติมากยิ่งขึ้น

ก่อนทำการเสริมคาง ท่านควรรู้อะไร

  • เลือกคลินิกเสริมคางไหนดี

ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเสริมคาง ท่านควรจะเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำอยู่ ซึ่งควรเลือกไว้สัก 2 – 3 ที่ แล้วเข้าไปขอคำแนะนำ ปรึกษาพร้อมกับดูผลงานของแพทย์ประกอบการตัดสินใจ

  • อายุที่สามารถเสริมคางได้

ช่วงอายุที่เหมาะกับการเสริมคาง คืออายุ 18 ปีขึ้นไป เพราะช่วงวัยนี้ถือเป็นวัยที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

  • เลือกเสริมคางให้พอดีกับหน้า

การเสริมคางที่ใหญ่เกินไปหรือมีขนาดที่ไม่เหมาะกับใบหน้าจะส่งผลกระทบต่อผิวหนังและกระดูกคางในอนาคตได้ ซึ่งการเสริมคางที่ให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ ท่านจะต้องทำให้เหมาะกับขนาดของใบหน้า

  • วัสดุที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง

วัสดุที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบซิลิโคนแท่ง และแบบฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง  วิธีการเสริมด้วยซิลิโคนแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากด้านในช่องปากและการศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก ส่วนวิธีฉีด เป็นการนำสาร Filler ที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าที่คาง แต่ปัจจุบันนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์มากกว่า

  • การเตรียมความพร้อมก่อนเสริมคาง

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง 2 สัปดาห์ให้ท่านหยุดยาประเภทสเตียรอยด์ และอาหารเสริม เช่น วิตามิน น้ำมันตับปลา และท่านจะต้องแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  • แผลผ่าตัดนานเท่าไหร่ถึงจะหาย

หลังจากผ่าตัดแผลจะมีอาการบวมอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ และจะเริ่มเข้าที่และหายเป็นปกติประมาณ 1 – 2 เดือน

  • การดูแลตัวเองหลังการเสริมคาง
  • หลังจากผ่าตัดมาตอนแรกแผลอาจบวมได้ ก็ให้ท่านทำการประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน เวลานอนก็ให้นอนหงายและหนุนหมอนสูงๆ รวมถึงงดรับประทานอาหารรสจัด อาหารแสลง หลังจากทานอาหารเสร็จก็ให้บ้วนปากทุกครั้งทุกครั้ง เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ที่สำคัญต้องทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ก็จะทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ทำใจรับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น

ผู้เข้ารับการเสริมคางบางเคสอาจเกิดการผิดพลาดขึ้นได้ หรือมีผลข้างเคียง ก็ควรจะทำความเข้าใจและยอมรับผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นอาการอักเสบจากแผลผ่าตัดหรือติดเชื้อ ควรจะรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

บทสรุป

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการผ่าตัดเสริมคางท่านควรที่จะต้องศึกษาหารีวิวจากผู้มีประสบการณ์เสริมคาง มาก่อน ทั้งนี้เพื่อลดความกังวลและเพื่อความปลอดภัย ซึ่งท่านสามารถหาดูได้จากเพจของสถาบันเสริมความงามที่จะทำออกมาให้ท่านได้อ่าน เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่เคยเข้าใช้บริการ

เสริมคางหน้าเหลี่ยม มีกี่แบบที่เหมาะกับคนหน้าเหลี่ยม ไม่เข้าทรง

หากคุณมีรูปหน้าเหลี่ยมและอยากให้มีรูปหน้า V Shape สามารถนำศัลยกรรมเสริมคางเข้ามาช่วยได้ โดยก่อนเสริมคางท่านต้องเข้าขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตามสถานบริการก่อน โดยแพทย์จะคำแนะนำว่าท่านควรจะเสริมคางแบบไหนดี เสริมคางหน้าเหลี่ยม ออกมาแล้วจะมีรูปหน้าเป็นอย่างไร ซึ่งแพทย์จะให้คำอธิบายเพื่อเป็นตัวช่วยให้ท่านได้ตัดสินใจก่อนเข้ารับบริการเสริมคาง

กรณีที่ท่านอยากทำศัลยกรรมหน้าเรียว การเสริมคางถือเป็นศัลยกรรมอันดับต้น ๆ ที่จะทำให้คางยาวขึ้นทำให้รูปหน้าดูดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้มีคลินิกบริการเสริมคางเกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเสริมคางสิ่งที่ท่านควรจะรู้คือ สัดส่วนที่พอดีระหว่างคางและใบหน้าส่วนอื่น ๆ

ใบหน้าที่สมส่วน จะมีส่วนที่พิจารณาอยู่ด้วยกัน 3 องค์ประกอบ ดังนี้ คือ โหนก กราม และส่วนคาง ซึ่งแพทย์จะพิจารณาร่วมกับโหนกและกราม เพื่อให้ใบหน้าออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ดังนั้นหากคุณต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยแล้ว จึงจำเป็นต้องปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการวิเคราะห์ปัญหาโครงสร้างใบหน้าเสียก่อน

แพทย์จะดูว่าใบหน้าของคุณมีปัญหาในเรื่องใดบ้าง เพื่อหาวิธีรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม เช่น คนไข้บางรายที่มีปัญหาเรื่องไขมันที่แก้ม กรามใหญ่ และคางสั้น ทำให้ใบหน้าไม่เรียวสวย แพทย์อาจพิจารณาการแก้ไขด้วยวิธีดูดไขมันบริเวณแก้ม การตัดกรามหรือการฉีดโบท็อกซ์ และเสริมคางควบคู่กันไปด้วย

เสริมคางหน้าเหลี่ยม ให้หน้ากลับมาเรียว

การเสริมคางมี 2 แบบ

  • การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วยซิลิโคนแพทย์จะทำการเปิดแผลทางภายในช่องปากและภายนอกบริเวณใต้คาง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทั้งภายในหรือภายนอกก็จะไม่ถาวรสมบูรณ์ ในอนาคตคนไข้อาจเกิดปัญหาของเนื้อเยื่อภายใน หรือปัญหาซิลิโคนห้อยทำให้คางเบี้ยว หรือเนื้อคางดูกว้างหนา

ข้อดี-ข้อเสีย เสริมซิลิโคน มักพบปัญหาหลังการเสริมคางซิลิโคนไปแล้วช่วง 1 ปีหลังการผ่าตัด ซึ่งมักมีปัญหาภายหลัง เช่นคางห้อย คางตัด คางแหลมเกินไป คนไข้จะเริ่มไม่พอใจกับคางตัวเอง เนื่องจากมีปัญหาคางใหญ่ยาวเกินไปหรือเบี้ยว และจะกลับมาหาทางแก้ไขอยู่เรื่อย ๆ

  • การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

เป็นการตัดกระดูกคางแล้วเลื่อนกระดูกให้ขยับมาชิดกัน ทำให้ช่วงคางเรียว ลดความกว้างของคาง และสามารถแก้ไขปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ เป็นการตัดที่เลี่ยงเส้นประสาทบริเวณคาง และตัดเป็นรูปตัว T W ตามความเหมาะสมของเคส นั้น ๆ ในบางครั้งอาจใช้กระดูกที่เหลือจากการตัดกรามมาต่อบริเวณปลายคางได้ด้วย กรณีที่คนไข้ทำการตัดกรามร่วมด้วยและคางมีความสั้นเกินไป

ซึ่งทั้งสองวิธีการผ่าตัด แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจและดีไซน์การผ่าตัดให้คนไข้หลังจากการทำซีทีสแกนดูแนวกระดูกและเช็คแนวเส้นประสาทแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะถาวรเพราะใช้กระดูกของตัวเองไม่มีสิ่งแปลกปลอม ใบหน้าช่วงคางจะดูเรียวมนธรรมชาติมากที่สุด การผ่าตัดเสริมคางด้วยวิธีนี้แพทย์ต้องใช้ทักษะชั้นสูงในการผ่าตัด ซึ่งไม่ใช่ศัลยแพทย์ทุกคนจะทำได้

ข้อดี-ข้อเสีย  การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง เลื่อนตัดคางทำให้รูปคางเรียวเป็นธรรมชาติ เป็นการผ่าตัดใหญ่ซึ่งต้องวางยาสลบ ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการเสริมคางซิลิโคน โดยศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดจะต้องมีความรู้ด้าน Maxillofacial และศัลยกรรมพลาสติก เพื่อดีไซน์และผ่าตัดใบหน้าให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด หลังการผ่าตัดคนไข้จะมีอาการชาบริเวณปลายคาง ซึ่งอาการชาเป็นอาการชั่วคราว จะกลับมาเป็นปกติใช้เวลา 6 – 12 เดือน

ข้อแตกต่างระหว่างการเสริมคาง ด้วยซิลิโคน กับ การเสริมคาง ด้วยกระดูกตัวเอง

  • การเสริมคางด้วยซิลิโคน

มีราคาถูก ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ถาวร

  • เสริมคางด้วยกระดูกตัวเองแทนการเสริมซิลิโคน

ผลลัพธ์ที่ได้จากการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเองจะให้ผลลัพธ์ที่ถาวร ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ที่สำคัญปลอดภัยที่สุด ไม่มีโอกาสติดเชื้อหรืออักเสบหลังการผ่าตัด เนื่องจากเป็นกระดูกของเราเอง

แต่การเลื่อนกระดูกคาง หรือ การเสริมคางด้วยกระดูกเพียงอย่างเดียว ไม่ทำให้ใบหน้าของคนไข้สมบูรณ์แบบ เทคนิคเกาหลีที่นิยมมากที่สุด คือการทำวีไลน์ หรือ ยูไลน์ นั่นคือ การตัดกรามร่วมกับการเลื่อนตัดกระดูกคางนั่นเอง

  • วีไลน์ คือ การผ่าตัดกรามร่วมกับการเลื่อนตัดกระดูกคางร่วมกัน เพื่อให้ใบหน้าช่วงหน้าได้สัดส่วนและรับกันในส่วนกรามและคาง  กระดูกกรามที่ตัดทิ้ง ในบางกรณีคุณหมอจะนำมาต่อกับกระดูกคางเพื่อเพิ่มความยาวของคาง กรณีเสริมคางด้วยกระดูกตัวเองโดยการเลื่อนกระดูกคาง เราเรียกวิธีนี้ว่า Mini V- Line มินิวีไลน์

บทสรุป

เสริมคางหน้าเหลี่ยม ปัจจุบันนี้สามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งการเสริมคางนี้จะทำให้ผู้เข้ารับบริการมีรูปหน้าที่เรียวสวย เป็นการสร้างความมั่นใจให้กันตนเอง แต่ก่อนที่จะเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดด้วยการเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางสถาบันเสริมความงาม ซึ่งปัจจุบันนี้เกิดขึ้นมากมาย ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยเองว่าจะใช้วิธีไหนเสริมคางให้กับท่าน

เสริมคางราคาเท่าไหร่ มีขั้นตอนการผ่าตัดอย่างไร

การเสริมคางเป็นการปรับรูปหน้าของเราให้มีความสวยงามขึ้น มองดูเป็นกรอบ รูปทรงหน้า V Shape ซึ่งการเสริมคางนี้เป็นการแก้ปัญหาให้กับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของคางสั้น คางถอยไม่เข้ารูป คางหุบเข้าไปข้างหลัง แต่การเสริมคางแบบไหนถึงจะเหมาะ และการเสริมคางราคาเท่าไหร่ เรามาดูกันค่ะ

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องรู้ก่อนว่าตัวเองมีรูปหน้าแบบใด และเหมาะกับการเสริมคางแบบไหน โดยท่านสามารถเข้าขอคำปรึกษาจากแพทย์ตามสถานบริการ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำเองว่าเราควรจะเสริมคางแบบใด ใช้วิธีแบบไหนจึงจะเหมาะกับเรา

การเสริมคางมีกี่รูปแบบ

การเสริมคางหลัก ๆ จะมี 2 แบบ ดังนี้

  • การเสริมคางโดยการผ่าตัด

ย้ายกระดูกบริเวณคาง
การเสริมคางวิธีนี้เป็นการย้ายกระดูกของตัวคนไข้เอง เพียงตัดกระดูกบริเวณคางแล้วโยกออกมาให้คางดูยื่นขึ้นหรือได้รูปตามที่ต้องการ เป็นเทคนิคที่ต้องใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูง จะมีอาการบวมนาน พักฟื้นนาน

การเสริมโดยการใส่ซิลิโคน
การผ่าตัดเสริมคางแบบนี้เป็นที่นิยมเพราะทำได้ง่าย มี 2 เทคนิคคือกรีดแผลนอกช่องปาก โดยจะเป็นการกรีดตรงใต้คาง 1.5 – 2 ซม. ไม่บวมนานและไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่จะมีข้อเสียคือในบางคนที่เป็นแผลเป็นง่ายหรือที่เรียกว่าคีลอยด์อาจมีแผลเป็นนูนๆตรงใต้คาง

อีกเทคนิคหนึ่งคือการกรีดแผลในช่องปาก จะไม่มีแผลด้านนอกเลย แพทย์จะกรีดแผลบริเวณเหงือก จะมีอาการบวมนานและต้องดูแลแผลในช่องปากมากเป็นพิเศษ อาจจะเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ง่าย

  • การเสริมคางโดยไม่ได้ใช้การผ่าตัด (Non-Surgical)
    ทำได้โดยการฉีด Filler เข้าไปที่บริเวณคาง แล้วปั้นให้ได้รูปทรงตามต้องการ ซึ่งจะทำให้คางดูเรียวและยาวขึ้นได้ เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดและไม่อยากพักฟื้น เห็นผลทันที เป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัย

เสริมคางราคาเท่าไหร่ แพงไหม ทำที่ไหนดี

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

การเสริมคาง ทั้งแบบผ่าตัดเปิดแผลภายนอกและเปิดแผลภายใน มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • แพทย์จะให้ท่านบ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะให้ท่านนอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะให้ยานอนหลับเพื่อลดความกังวล แล้วจึงค่อยฉีดยาชา เพื่อไม่ให้ไม่มีอาการเจ็บปวดในระหว่างการผ่าตัด
  • แพทย์จะเริ่มการผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคน และเย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม)
  • แพทย์จะให้นอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณที่ทำการผ่าตัด และให้นอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด และสามารถกลับบ้านได้ ไม่ต้องนอนค้าง

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง

หลังจากปรึกษาแพทย์และตัดสินใจผ่าตัดเสริมคางแล้ว ควรเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้การผ่าตัดเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดมีรายละเอียด ดังนี้

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดยาแก้ปวด เช่น ยาแอสไพริน และงดอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินซี น้ำมันปลา
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 6 – 8 ชั่วโมง ท่านต้องงดน้ำและอาหารทุกชนิด
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านต้องแปรงฟันและทานอาหารให้พร้อม เนื่องจากหลังผ่าตัดท่านจะรับประทานอาหารได้น้อย
  • หากท่านมีโรคประจำตัวหรือมีประวัติแพ้ยา ท่านจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน
หลังผ่าตัดเสริมคางมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไร
  • ควรประคบเย็นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เนื่องจากหลังผ่าตัดจะมีอาการบวม แต่อาการจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 2 สัปดาห์
  • หลังการผ่าตัด 2 สัปดาห์แรก ควรงดกิจกรรมที่จะทำให้บาดแผลกระทบกระเทือน เช่น ห้ามนั่งเท้าคาง ห้ามวิ่ง ห้ามกระโดด
  • งดการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามาก จะทำให้หน้าบวมได้
  • หลักทำการผ่าตัดให้ท่านนอนหงายและให้หนุนหมอนสูง เพื่อเป็นการลดอาการบวมและอาการเลือดคั่ง
  • หลังทำการผ่าตัดท่านจะต้องงดการรับประทานอาหารรสจัด ของหมักดอง และอาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยว
  • เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการขยับปากในช่วงแรก ท่านควรรับประทานอาหารที่เคี้ยวง่าย เช่น อาหารอ่อนหรืออาหารเหลว
  • ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง พร้อมดูแลแผลอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น

บทสรุป

เสริมคางราคาเท่าไหร่ จะขึ้นอยู่กับคุณภาพและมาตรฐานของซิลิโคนที่เลือกใช้ ซึ่งก่อนเข้ารับบริการท่านจะศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ แพทย์ผู้ให้บริการต้องมีความชำนาญ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีส่วนในการคำนวณเรื่องราคาของการเสริมคางด้วย