เสริมคางกี่วันหายบวม หลังผ่าตัดศัลยกรรม บทความนี้มีคำตอบ

การเสริมคาง หรือการทำคาง เป็นการทำศัลยกรรมอย่างหนึ่ง ด้วยวิธีผ่าตัดเล็กแล้วเสริมซิลิโคนซึ่งเหลาปรับทรงได้ตามความต้องการ ซิลิโคนที่ใช้นี้จะต้องได้มาตรฐานทางการแพทย์ ทำด้วยผู้เชี่ยวชาญ จึงจะมีความปลอดภัย หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรมย่อมเกิดอาการบวมช้ำบริเวณที่ผ่าตัดเป็นเรื่องปกติ ยิ่งอาการบวมช้ำมากกว่าปกติหลายคนคงวิตกกังวลว่า อาการบวมช้ำนี้เกิดจากคุณหมอมือหนักเกินไปหรือเปล่า รวมถึงคุณหมอไม่เก่ง ซึ่งจริงๆแล้วอาการบวมช้ำหลังเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นหลังผ่าตัดกันทุกคน อาการบวมช้ำที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการที่เนื้อเยื่อเราได้รับการบาดเจ็บชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายของแต่ละคนจะมีอาการตอบสนองที่แตกต่างกันออกไป นั่นเป็นสาเหตุที่บางคนมีอาการบวมช้ำน้อย ส่วนบางคนมีอาการบวมช้ำมาก

เสริมคางกี่วันหายบวม

หลังจากการเสริมคางจะมีอาการบวมเต็มที่ในช่วง 3-7 วัน และคางเริ่มเข้าที่ในเดือนที่ 3-5 ขึ้นไป บริเวณคางอาจจะยุบช้ากว่าส่วนอื่น ๆ หลังผ่าตัดจะมีอาการบวม จึงควรประคบเย็นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงประมาณ 2 สัปดาห์

เสริมคางกี่วันหายบวม เรามีคำตอบ

ผ่าตัดเสริมคาง ใช้เวลานานเท่าไร

การเสริมคางใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก ทำแล้วกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักพื้น

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง ?

การเสริมคางนั้นจะเหมาะทั้งผู้หญิงและผู้ชาย  คนไข้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการแก้ไขปัญหาคาง ให้สวยขึ้น คนที่มีใบหน้ากลมอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น

การเสริมคางผู้หญิงจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้วีเชฟ นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนการเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป อาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน

การเสริมคางแผลนอก

หลังเสริมควรดูแลอย่างไรเพื่อลดอาการบวม

ประคบเย็น

การประคบเย็นทันทีหลังผ่าตัดเสร็จและประคบต่อเนื่องไป 48 ชั่วโมง โดยใช้เจลแพ็กหรือผ้าขนหนูที่เปียกแช่ช่องแข็ง หรือผ้าห่อน้ำแข็งสลับกันประคบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการประคบเย็นจะช่วยควบคุมการเสียเลือด ลดความเจ็บปวด และการบวมของแผล และความเย็นที่ถูกประคบลงบนผิวจะทำให้แผลมีการหดตัวของหลอดเลือด นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความหนืดของเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวและหยุดไหล ช่วยลดอาการบวมได้อีกด้วย

ประคบอุ่น

หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ให้เปลี่ยนมาประคบอุ่นแทน เพราะความร้อนจากการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวรับการดูดซึมกลับของสารน้ำต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ในเนื้อเยื่อที่บวมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ความร้อนยังช่วยให้ลิ่มเลือดเก่าละลายเร็วขึ้น แถมยังส่งผลให้พังผืดภายในที่แข็งเป็นไตนุ่มตัวเร็วขึ้นด้วย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องระวังไม่ให้ร้อนเกินไปเพราะอาจลวกให้หยุดทันที

ยกหัวให้สูง

ในช่วง 3-5 วันแรก หากทำศัลยกรรมจมูก ควรยกหัวให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อยับยั้งการรั่วไหลของสารน้ำออกจากเส้นเลือดให้เร็วที่สุด ซึ่งจะลดอาการบวมได้ โดยในช่วงการนอนหลับให้นอนหมอนสูงนอนให้หัวอยู่สูงกว่าปกติหรือนอน คล้าย ๆ กับการนั่งหลับ

ไม่กินอาหารแสลง

เรื่องอาหารการกินก็สำคัญ  หลังการศัลยกรรมลองหันมากินอาหารจำพวก ฟักทอง สาหร่าย ใบบัวบก หรือถั่วดำดูสิ เพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทั้งวิตามินเอ ช่วยลดการติดเชื้อหลังผ่าตัด ช่วยขจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ช่วยลดอาการบวม แร่ธาตุ ใยอาหาร และธาตุเหล็ก ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น ลดอาการบวมช้ำ ขจัดสารพิษในร่างกาย และลดการติดเชื้อได้อีกด้วย ส่วนอาหารที่ห้ามกินคือ อาหารพวกของหมักของดอง อาหารเค็ม อาหารทะเล อาหารที่มีรถจัด พวกส้มตำ ต้มแซบ ยำ ควรพวกอาหารอ่อนข้าวต้ม โจ๊ก ก่อนจะดีกว่า

การเสริมคางให้เข้ากับหน้าเป็นอะไรที่ดูดีและดูสมบูรณ์แบบ ใคร ๆ ก็อยากเสริมคางออกมาแล้วสวย ดังนั้นก่อนทำควรให้คุณหมอประเมินพื้นฐานรูปทรงหน้าของเราเป็นหลัก ว่าเหมาะกับซิลิโคนแบบไหน ขาสั้นหรือขายาว  เพราะไม่ว่าคุณจะมีใบหน้าแบบไหน คางบวมหรือคางสั้น ก็สามารถทำได้หมด

เสริมคาง แล้วเป็นก้อน ต้องทำยังไง เรามีคำแนะนำ

ปกติแล้วการเสริมคาง เหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้ากลม หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่ได้สัดส่วน มีโครงหน้าส่วนบน เช่น หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แต่รูปคางที่ดูสั้น การเสริมคาง จะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และการเสริมคางยังเหมาะกับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวเป็นใบหน้ารูปไข่ ที่เป็นรูปหน้าที่สาว ๆ ต่างพากันต้องการมากที่สุด

เราสามารถเสริมคางได้ 2 แบบ

ฉีดคาง คือ การฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในใบหน้า เป็นวิธีที่สามารถทำให้มี คาง สวยได้รูปในระยะเวลาอันรวดเร็ว และไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลลัพธ์จะไม่คงอยู่ถาวร หรือหากสารที่ฉีดเข้าไปนั้นไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เสริมคางแล้วเป็นก้อนได้

เสริมคางสำหรับการเสริมคางซิลิโคน นั้น ถือเป็นการผ่าตัดแบบขนาดเล็ก ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ถาวร ไม่ต้องกลับไปเติมซ้ำ สามารถเลือกรูปทรงก่อนตัดสินใจเสริมได้ตามความต้องการ ทั้งนี้ทั้งนั้นการเสริมคางอาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้นสักนิดหน่อยหลังการผ่าตัด

ใครบ้างที่เหมาะกับการเสริมคาง

ใครบ้างที่เหมาะกับการเสริมคาง

เหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้ากลม คนอ้วน หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่สมดุล โดยมีโครงหน้าส่วนบน เช่น หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แต่กลับมาคางที่สั้น การศัลยกรรม จะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความรี ดูเป็นรูปไข่ ให้สอดรับกับความนิยมคนในปัจจุบัน นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเสริมคางไม่ควรทำกับคนที่อายุน้อยกว่า 17 ปี ที่การพัฒนาการของกระดูกยังคงมีต่อเนื่องได้บ้างในบางคน ทั้งที่กระดูกควรจะปิดได้แล้วเมื่อวัย 15 ปี  ในทางกลับกันคนที่อายุมากกว่า 55 ปีก็ควรพิจารณาถึงปัจจัยเรื่องความแข็งแรงของกระดูกที่รองรับซิลิโคน ที่อาจจะทำให้มีผลต่อการคงอยู่และรูปร่างของการเสริมคางในอนาคต

การเสริมคางใช่ว่าจะสามารถเลือกทำขนาดเท่าไรก็ได้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและขนาดใบหน้าของแต่ละคนด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อความสวยงาม และหลีกเลี่ยงผลเสียในระยะยาว ซึ่งถ้าหากใครที่เสริมคางขนาดที่ไม่เหมาะสมหรือใหญ่เกินไปก็อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังและกระดูกคางในอนาคตได้
ก่อนเสริมคางต้องเตรียมตัวอย่างไร
ก่อนทำศัลยกรรมเสริมคาง ควรงดรับประทานยาประเภทสเตียรอยด์ ทั้งนี้ถ้าใครที่รับประทานยาตัวใดหรืออาหารเสริมตัวใดอยู่ ควรแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด รวมถึงควรจะแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนการผ่าตัดด้วย

ใช้เวลาในการทำนานแค่ไหนในการเข้าที่

โดยปกติแล้วหลังการผ่าตัด แผลจะมีอาการบวมอย่างน้อยประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะเริ่มเข้าที่และหายเป็นปกติโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน

ปัญหาหลังเสริมคาง

มีระยะบวมเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วการผ่าตัดย่อมมีอาการช้ำบวมเกิดขึ้น อาการดังกล่าวเป็นอาการชั่วคราว คนไข้ปล่อยใจให้สบาย ๆ ทานยาตรงเวลา หมั่นประคบเย็นในช่วงแรกหลังการผ่าตัด หมั่นเดินออกกำลังกายเบา ๆและเตรียมร่างกายให้พร้อมก็พอ

เสริมคาง แล้วเป็นก้อน ต้องแก้ไขยังไง

ศัลยกรรมตกแต่งคางกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในการเสริมคาง ประสบการณ์ของศัลยแพทย์และคลินิก หากทำกับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน มาสะอาดไม่ได้รับรองจากกระทรวงสาธารณสุข อาจทำให้เกิดการติดเชื้อเนื่องจากเครื่องไม้เครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือทำกับแพทย์ที่ไม่ได้จบด้านศัลยกรรมมา การเสริมคางถึงแม้จะเป็นการผ่าตัดเล็ก แต่ก็มีความเสี่ยงได้เหมือนกันดังนั้นต้องตรวจสอบให้ดี

ดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมเสริมคาง

การดูแลรักษาแผลผ่าตัดจากศัลยกรรมเสริมคาง ไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยากเกินไปนัก

  • รับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่ง รักษาความสะอาดโดยการบ้วนปากบ่อยๆ เท่านี้ก็ช่วยให้แผลสมานไว และไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ใครต้องการที่จะแต่งหน้าก็ย่อมได้ แค่ต้องระวังไม่ให้โดนของแข็งกระแทกที่บริเวณคาง
  • 1 สัปดาห์แรก ดูแลบริเวณคางก่อนตัดไหม หลังตัดไหมสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • 3 สัปดาห์แรกหลังการเสริมคาง พยายามเลี่ยงการเท้าคางที่กดแรงเกินไป เพื่อป้องกันการบิดเบี้ยว และอักเสบของคางที่พึ่งเสริมไป แต่ถ้าไม่กดแรงไปก็พอได้

หลังศัลยกรรม หลีกเลี่ยงกีฬาบางประเภท เช่น ต่อยมวย หรือเล่นกีฬาที่ต้องมีการปะทะ เพราะถึงอย่างไร คางที่เสริมไปก็เป็นวัสดุแปลกปลอมของร่างกาย การโดนกระแทกแรงมาก ๆ สามารถทะลุออกมาได้เช่นกัน แม้แผลจะหายดีแล้วก็ตาม

เสริมคางด้วยซิลิโคน ปรับเปลี่ยนรูปหน้า หน้าดูเรียว ปลอดภัย 100%

การเสริมคางเป็นการผ่าตัดเสริมคาง โดยการใช้ซิลิโคน เพื่อปรับเปลี่ยนรูปหน้า ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้ากลม คางสั้น เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อความมั่นใจ บุคลิกภาพของหลาย ๆ ท่าน ปัจจุบันการเสริมคางที่ได้รับความนิยมมีทั้งการผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนและการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) ด้วยเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัยทำให้การผ่าตัดเสริมคางในปัจจุบันนั้นแผลเล็ก หายเร็ว ไม่ได้อักเสบหรือช้ำอย่างที่หลาย ๆ ท่านกังวล

เสริมคาง มีกี่แบบ

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการเสริมคางมีกี่วิธี กี่แบบ ทุกวันนี้การวิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  • การฉีด
  • การผ่าตัด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งวิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2-3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี ส่วนอีกวิธีคือการผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางด้วยซิลิโคน ได้ผลถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่คุณหมอสามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางคุณหมอจะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของเคส

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • คุณหมอจะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

เสริมคางแบบเปิดแผลด้านใน

การเสริมคางแบบเปิดแผลด้านใน ทำโดยการเปิดแผลด้านในช่องปากยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน บริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง จากนั้นก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา และวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้ตรงบริเวณตำแหน่งที่ต้องการ และเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ข้อดีเสริมคางแผลภายใน

การเสริมคางแผลในคือไม่มีแผลเป็นภายนอก ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีแผลเป็นชนิดนูนง่าย หรือผู้ที่ไม่สามารถมีแผลภายนอกได้ เช่น แอร์โฮสเตจ เป็นต้น แต่ทั้งนี้การผ่าตัดจะทำในปากซึ่งเราต้องรับประทานอาหารตลอดเวลาจึงทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย และการดูและหลังผ่าตัดจะค่อนข้างยุ่งยากกว่า

การดูแลตัวเองหลังเสริมคางแผลใน

  • ในช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางบ่อย ๆ
  • วันที่ 4 หลังการผ่าตัดสามารถเริ่มประคบอุ่นได้
  • ไหมที่เย็บเป็นไหมละลาย ซึ่งจะเริ่มละลายช่วง 5-10 วัน หากละลายเร็วกว่ากำหนด ควรเข้ามาตรวจแผล
  • ดูแลแผลในปาก และงดทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการเสริมคางแผลใน
  • บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำยาบ้วนปากชนิดอ่อน น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด ไม่ควรใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนรับประทานผัก ผลไม้ควรล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อสุกๆ ดิบๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์
  • ในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงนอนตะแคง
  • ไม่ท้าวคางหรือกดสิวบริเวณคางตลอด
  • รูปทรงของคางจะเข้าที่ช่วง 3-6 เดือนโดยช่วงแรกอาจยังบวมเล็กน้อย

เสริมคาง แล้วเป็นก้อน

เสริมคางแบบเปิดแผลด้านนอก

การเสริมคางแบบเปิดแผลด้านนอก ทำโดยการเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร จากนั้นใส่ซิลิโคนในตำแหน่งที่ต้องการ และเย็บปิดแผล

ข้อดีเสริมคางแบบเปิดแผลด้านนอก

  • แพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ
  • แพทย์สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  • สามารถปรับแก้ได้ง่าย เมื่อมีปัญหาในการทำ เช่น ซิลิโคนเบี้ยว เอียง
  • ไม่ค่อยมีอาการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทมากนัก
  • มีโอกาสติดเชื้อน้อย ดูแลง่าย เนื่องจากแผลมีขนาดเล็กและไม่ได้สัมผัสน้ำลายโดยตรง
  • ควรหมั่นประคบเย็น โดยการทาบเบา ๆ บริเวณคาง เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นอีก 3 วัน ซึ่งจุดที่ต้องประคบมีทั้งหมด 4 จุดดังนี้ บริเวณข้างคางทั้งด้านซ้ายและขวา บริเวณด้านบนคาง ใต้ริมฝีปากล่าง บริเวณใต้คาง
  • ควรนอนโดยใช้หมอนรองคอช่วย และงดการนอนตะแคง 1 เดือน
  • งดการเท้าคางหรือให้คางได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของซิลิโคน
  • ควรทำความสะอาดแผลเพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ โดยใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดล้างแผลให้สะอาดอยู่เสมอ ส่วนการผ่าตัดเสริมคางแผลในให้งดแปรงฟัน 1-2 สัปดาห์หลังทำ และทำความสะอาดด้วยน้ำยาบ้วนปากแทน
  • งดรับประทานอาหารหมักดอง อาหารที่ร้อนจัด เย็นจัด และอาหารรสเผ็ด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 1 เดือน
  • รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ยาลดบวม ยาแก้ปวด
  • การเสริมคางแผลนอกจะมีกำหนดตัดไหมอยู่ที่ 14 วัน ส่วนการเสริมคางแผลในแพทย์จะใช้ไหมละลาย โดยไหมจะละลายไปเองในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด