คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ให้เข้ากับใบหน้า

คางถือว่าเป็นส่วนสำคัญของใบหน้า โดยเฉพาะกับคนที่อยากมีใบหน้าที่เรียวสวย  หากตัวเองเป็นคนที่มีรูปหน้ากลมมีคางที่ทู่มน คางกว้าง คางสั้น ใบหน้า จะดูมีเสน่ห์และสมส่วนไปได้อย่างไร ดังนั้นจึงทำให้คนนิยมไปทำศัลยกรรมคางกันเป็นจำนวนมาก แล้วคนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี เพื่อที่จะได้มีใบหน้าที่สมส่วนมากขึ้น

คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี

คนที่รูปหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ถ้ามีคางตัดหรือคางสั้นมาก ๆ แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดเสริมคาง เพราะการฉีดฟิลเลอร์คางด้วยเทคนิคฉีดลงในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก ฟิลเลอร์จะเป็นเนื้อเจลที่ไม่สามารถทำให้คางยาวขึ้นได้มากเกิน 1 เซนติเมตร ถ้าฉีดแล้วได้ยาวเกิน 1 เซนติเมตร แสดงว่าฉีดฟิลเลอร์คางบางส่วนซ้อนทับในเนื้อคางชั้นตื้นอาจมีปัญหาฟิลเลอร์ย้อย เป็นก้อนในภายหลังได้

ดังนั้นก่อนตัดสินใจเสริมคางแบบไหนดี หรือ ทำคางที่ไหนดี ท่านควรขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อให้แพทย์ได้วิเคราะห์รูปหน้า โดยแพทย์จะช่วยประเมินและแนะนำวิธีตามความเหมาะสมของตัวผู้เข้ารับบริการ

ใครควรรับศัลยกรรมคางบ้าง

  • บุคคลที่มีมีลักษณะใบหน้ากลมจนเกินไป ต้องการสร้างมิติให้กับใบหน้า
  • บุคคลที่คางถอย สามารถปรับคางให้ยื่นไปข้างหน้าเพื่อรับกับปลายจมูกและหน้าผาก
  • บุคคลที่คางยื่นเกินไป สามารถถอยคางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • บุคคลที่มีลักษณะใบหน้าไม่ได้สัดส่วน
  • บุคคลที่คางสั้น ต้องการเพิ่มความยาวของคาง
  • บุคคลที่คางกว้าง ต้องการให้คางเล็กหรือแคบลง
  • บุคคลที่เสริมคางมาแล้ว และต้องการแก้คางเพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงาม

คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ถึงจะเข้ากัน

คนหน้ากลมควรเสริมคางด้วยวิธีผ่าตัดเสริมซิลิโคน ซึ่งมีอยู่ 2 วิธี ดังนี้

  • การเสริมคางด้วยซิลิโคน(Silicone Implant)

ซิลิโคนเป็นวัสดุสังเคราะห์ซึ่งจะวางทับกระดูกคางเดิม การผ่าตัดใช้เวลาสั้น และไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ สามารถผ่าตัดโดยใช้ยาชาได้เลย ซึ่งการผ่าตัดเสริมคางซิลิโคนมี 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  • การเปิดแผลภายนอก บริเวณใต้คาง แล้วใส่ซิลิโคนเข้าไป แบบนี้คนไข้จะมีรอยแผลเป็นใต้คาง ปัจจุบันวิธีนี้ไม่นิยมใช้แล้ว
  • เปิดแผลในช่องปาก บริเวณคอฟันล่าง แล้วใส่ซิลิโคนเข้าไป การผ่าตัดวิธีนี้จะทำขณะที่คนไข้นอนหลับ อาการบวมหลังการผ่าตัดจะมากกว่าการผ่าตัดใต้คาง ซึ่งวิธีนี้คนไข้ไม่ต้องกังวลในเรื่องของแผลเป็น เพราะจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
  • การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง(Genioplasty)

เป็นการนำเอากระดูกคางของคนไข้เองเพื่อใช้ในการผ่าตัด โดยทำคางให้เกิดความยาวทั้งในแนวหน้าตรงและหน้าด้านข้าง ซึ่งตรงนี้สามารถแก้ไขปัญหาคางหุบ คางยื่นได้อย่างครบทุกมิติ และสามารถอยู่ได้อย่างถาวรเพราะเป็นกระดูกของคนไข้เอง

หากจะถามว่าควรเสริมคางแบบไหนดี ถึงจะเหมาะสมกับตนเอง การเสริมคางไม่ว่าจะเป็นซิลิโคนหรือกระดูกตัวเอง จะมีความเหมาะสมกับคนไข้แต่ละบุคคลแตกต่างกันออกไป ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านควรปรึกษาศัลยแพทย์ด้านโครงหน้าก่อนการตัดสินใจจะดีที่สุด

การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง (Genioplasty) ช่วยทำให้ช่วงคางเรียว ลดความกว้างของคาง และสามารถแก้ไขปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้

การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเองเป็นการตัดที่เลี่ยงเส้นประสาทบริเวณคาง และตัดเป็นรูปตัว T W ตามความเหมาะสมของคนไข้รายนั้น ๆ ในบางครั้งอาจใช้กระดูกที่เหลือจากการตัดกรามมาต่อบริเวณปลายคางได้ด้วย

วิธีการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดยาแอสไพริน ไอบิโพรเฟน และวิตามิน ต่าง ๆ
  • หากเป็นการเสริมคางแบบใช้กระดูกตัวเอง ท่านต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 8 – 10 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยการวางยาสลบ
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ท่านต้องแปรงฟัน บ้วนปากให้สะอาด
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด หากท่านมีโรคประจำตัว ท่านต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
วิธีการดูแลตัวเองหลังรับการผ่าตัด
  • หลังทำการผ่าตัด 1 เดือนแรก ให้ท่านรับประทานอาหารอ่อน หรืออาหารเหลว
  • ให้ท่านประคบเย้นตรงบริเวณคาง
  • งดการจับคาง เท้าคางเล่นเป็นระยะเวลา 1 เดือน
  • เวลานอนให้ท่านในลักษณะที่ศีรษะอยู่ตำแหน่งที่สูง
  • บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด
  • ให้ท่านเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบกระเทือนต่อแผล
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง อย่างเคร่งครัด

บทสรุป

คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคางกับคลินิกเสริมความงาม ท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยท่านสามารถขอรับคำปรึกษาตามคลินิกได้ เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ดังนั้นควรเลือกสถานบริการที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย เนื่องจากจะมีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญไว้คอยดูแลท่าน

เสริมคางผู้ชาย ทำแบบไหนดี ให้ได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยม

คางนับเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญบนใบหน้า เพราะคางจะเป็นตัวกำหนดความสั้น ยาว ของรูปหน้าได้ เป็นตัวเพิ่มความเป๊ะปังให้กับใบหน้าให้มีความสมบูรณ์ หากคนที่มีใบหน้ากลม เหลี่ยมไม่ได้สัดส่วน การเสริมคางช่วยคุณได้ ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเสริมคางไม่เพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ทำได้ เสริมคางผู้ชาย ก็มี และปัจจุบันนี้ผู้ชายนิยมทำกันมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นสิ่งที่ทำให้มีบุคลิกภาพที่ดี

การเสริมคางเหมาะกับคนที่มีใบหน้ากลม หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่ได้สัดส่วน มีโครงหน้าส่วนบน เช่น หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา สำหรับผู้ที่มีรูปคางที่ดูสั้น การเสริมคาง จะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และการเสริมคางยังเหมาะกับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวเป็นใบหน้ารูปไข่ ที่เป็นรูปหน้าที่สาว ๆ ต่างพากันต้องการมากที่สุด

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคางเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ซึ่งต้องการแก้ปัญหาคางให้ดูสวยขึ้น คนที่มีรูปหน้าที่กลมโอยอยากจะปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น สามารถเสริมคางได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

การเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ V Shape นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน ซึ่งต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุนขึ้น

ฉีดคาง หรือ เสริมคาง ดี

  • การฉีดคาง เป็นการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในใบหน้า ซึ่งสามารถทำให้มี คางสวยได้รูปในระยะเวลาอันรวดเร็ว และไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่คงอยู่ถาวร ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ฉีดคาง ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวิธี สถานที่ และแพทย์ผู้ให้การรักษาซึ่งจะต้องมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก
  • การเสริมคางซิลิโคนเป็นการผ่าตัดแบบขนาดเล็กที่ให้ผลลัพธ์คงอยู่ถาวร ไม่ต้องกลับไปเติมซ้ำ สามารถเลือกรูปทรงก่อนตัดสินใจเสริมได้ตามความต้องการ ทั้งนี้การเสริมคางอาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้นสักนิดหน่อยหลังการผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมคางนั้น มีทั้งหมด 2 วิธี แต่ละวิธีเป็นแบบไหนและต่างกันยังไง มาดูกันค่ะ

  • การเสริมคางแผลในคือการผ่าตัดแบบเปิดแผลในปาก วิธีนี้แพทย์ทำการเปิดแผลด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลประมาณ 2 ซม.

ข้อดีของการเปิดแผลในปากคือ ไม่เห็นรอยแผลเป็นด้านนอก แต่ก็ต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดช่องปาก เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ ในตอนแรกหลังผ่าตัดจะต้องทานอาหารอ่อน ๆ และงดอาหารรสจัด

  • เสริมคางแผลนอกคือการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดประมาณ 2 – 3 ซม. สำหรับการเสริมคางแผลนอก วิธีนี้เป็นที่นิยมน้อยกว่าการเสริมคางแผลใน เพราะวิธีจะไม่เหมาะกับผู้ที่มีแผลเป็นนูน หรือ คีย์ลอยด์หลังผ่าตัด แต่การดูแลหลังผ่าตัดจะสะดวกมากกว่าแผลภายใน

เสริมคางผู้ชาย เลือกแบบไหนดี

ซิลิโคนคาง มีกี่แบบ สำหรับเสริมคางแผลนอก

โดยปกติทั่วไปซิลิโคนที่นิยมนำมาทำศัลยกรรมมีอยู่ 2 แบบหลักๆ คือ

ซิลิโคนคาง ขายาว

  • ซิลิโคนคางขายาวช่วยให้กรอบหน้าชัดยิ่งขึ้น ดู V Shape ให้ใบหน้าได้สัดส่วน
  • ซิลิโคนคางยาวสามารถเหลา ให้เข้ากับใบหน้าคุณมากที่สุด
  • รอยต่อน้อย ทำให้คางดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • ได้รับความนิยมในปัจจุบัน
  • ไม่ห้อยย้อย ไม่เป็นก้อน
  • ถูกออกแบบมาให้รับกับทุกโครงหน้า
  • ช่วยล็อคฐานกระดูก ลดโอกาสการเบี้ยว เอียง

สำหรับการเสริมคางแผลนอกนั้น การใช้ซิลิโคนคางขายาวจะช่วยให้ ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติมากกว่า หน้าไม่ดูแข็งจนเกินไป เหมาะกับทุกคน ทุกโครงหน้า แพทย์จะทำการเหลาเพื่อ ปรับทรงได้ง่ายก่อนเสริม ขึ้นอยู่กับโครงหน้าตามธรรมชาติของคุณเป็นหลัก ซึ่งก่อนเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องพบแพทย์ โดยที่แพทย์จะมีการ พูดคุย ให้คำแนะนำก่อนผ่าตัดเสริมคางแผลนอกทุกครั้ง

ซิลิโคนคาง ขาสั้น

  • เหมาะกับบางคนที่มีรูปคางอยู่แล้ว / มีใบหน้าเล็ก
  • ซิลิโคนคาง ขาสั้นถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเสริม / เน้นช่วงปลายคางโดยเฉพาะ
  • มีข้อจำกัดในการเสริมคาง
  • ช่วยเสริมเติมปลายคางให้ดูเรียวขึ้น
  • ตัวซิลิโคนมีขนาดเล็ก จึงมีข้อจำกัดในการใช้
เสริมคางซิลิโคนแบบไหนดี ระหว่างขาสั้น กับ ขายาว

จากข้อมูลเบื้องต้น จะเห็นได้ว่าการเสริมคางด้วยซิลิโคนขาสั้นมีข้อจำกัด ซ่อนอยู่ เหมาะกับคนใบหน้าเล็ก ไม่เหมาะกับคนกรามใหญ่ รูปทรงขาสั้นของซิลิโคนเหมาะกับคนที่มีคางอยู่แล้ว

สำหรับซิลิโคนคางขายาว เหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นใจเพื่อให้ได้ใบหน้าเรียวสวยแน่ ๆ กรอบหน้าชัดขึ้น ซิลิโคนคาง ขายาว คือทางเลือกที่แพทย์แนะนำ เพราะสามารถปรับเหลาให้เข้ากับโครงหน้าตามแบบ  โดยไม่ต้องปรับแต่งเยอะ ซิลิโคนคางยาวก็ล็อคอยู่ตัว เรียบเนียนไปกับเนื้อผิว ไม่เป็นก้อน ไม่ห้อยย้อย และรอยต่อน้อยมาก

หลัง เสริมคาง ควรดูแลตัวเองอย่างไร

ในช่วงแรกให้ท่านรับประทานอาหารอ่อน รสชาติไม่จัดมากนัก โดยหลังเสริมคาง สามารถใช้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้น เพื่อลดการคลั่งตัวของเลือดที่จะทำให้เกิดอาการบวม ทานยาตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด และถ้าหากเกิดอาการผิดปกติใด ๆ แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์โดยตรงจะดีที่สุด

บทสรุป

เสริมคางผู้ชาย ปัจจุบันนี้ใคร ๆ ก็นิยมทำกัน หากมองดูแล้วรูปหน้าตัวเองมีทรงกลม เหลี่ยม ใหญ่ สามารถเข้าปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กด้วยการเสริมคาง ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวิธี วัสดุที่จะใช้ สถานบริการ หรือแม้กระทั่งแพทย์ผู้ให้บริการซึ่งจะต้องมีความเชี่ยวชาญและชำนาญการ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการเสริมคาง

เสริมคางอันตรายไหม แบบไหนที่ควรทำ ทรงไหนเหมาะกับคุณ

สาว ๆ ที่มีรูปหน้ากลม รูปหน้าเหลี่ยม ต่างก็อยากที่จะมีใบหน้าที่เรียวยาว เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับตนเอง จึงต้องมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เรียวยาว ด้วยการเสริมคางที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งการเสริมคางนั้นสามารถปรับโครงหน้าให้เปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีความกังวลว่าหากเสริมคางอันตรายไหม ซึ่งก่อนเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด

ใครควรเสริมคาง

การเสริมคางนั้นสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม การเสริมคางสามารถเข้าแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ การเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ v shape นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

โดยที่หากผู้ชายต้องการที่จะเสริมคางนั้นส่วนใหญ่แล้วนิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน ซึ่งต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุน

ทรงคางที่นิยมทำ มีแบบไหนบ้าง

คางทรงปลาย v shape คางทรงนี้จะช่วยยืดกรอบหน้าให้ดูสมส่วน เพิ่มความยาวของใบหน้าให้ดูเล็กเรียว ทำให้ใบหน้าดูมีสไตล์เปรี้ยว เฉี่ยว มั่นใจในตัวเอง เหมาะกับคนที่กรามไม่ชัด และมีใบหน้าเล็ก

คางทรงวีมน  เหมาะกับผู้หญิง คนที่มีแก้ม หรือโหนกแก้ม เพราะทรงนี้จะช่วยให้ปลายคางเฉียงลงมา 45 องศา ไม่แหลมมากจนเกินไป ช่วยให้หน้าหวาน ดูละมุนยิ่งขึ้น ลดความแข็งของใบหน้าลง

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคาง ท่านควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนว่าโครงหน้าของคุณเหมาะกับทรงคางแบบไหน เหมาะกับซิลิโคนแบบใด และเกรดใด ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจที่จะเสริมคาง

เกรดของซิลิโคนคาง มีทั้งหมด 3 เกรด ดังนี้

  • ซิลิโคนคางเกาหลี ซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มมากกว่า เมื่อเสริมเข้าไปคางจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีส่วนช่วยให้คางดูงอนมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนเกรดอื่น ในการเลือกใช้ซิลิโคนคางเกาหลีนี้ต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น โครงคางตามธรรมชาติ หรือเนื้อคางที่มีอยู่เดิม
  • ซิลิโคนคางอเมริกาซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ช่วยให้กรอบหน้าชัด V – Shape ยิ่งขึ้น นิยมใช้มากที่สุดเพราะค่า ความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูง มีความปลอดภัยมากกว่าในระยะยาว
  • ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูปเหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว ซึ่งมีข้อจำกัดในการใช้มากกว่า เนื้อซิลิโคนมีความนิ่มน้อย แข็งอยู่ทรง เนื้อซิลิโคนเป็นรูปร่าง สำเร็จ เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว มีข้อจำกัดในการใช้มากกว่าซิลิโคน

เสริมคางอันตรายไหม สิ่งที่คุณต้องรู้

เสริมคางมีกี่แบบ

เสริมคางมี 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • การฉีด

การฉีดคางนั้นจะฉีดด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งเมื่อฉีดเสร็จแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  • การผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน ให้ผลลัพธ์ที่ถาวร สามารถจัดรูปทรงได้ โดยแพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการ และความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง ประมาณ 1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของบุคคล

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • แพทย์จะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า

การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หรือแล้วแต่ขนาดของซิลิโคน จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

  • เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด
  • นิยมในแพทย์ – ทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

ข้อควรระวัง ในการเสริมคาง

  • ระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง
  • การดูแลทำความสะอาดเพื่อลดภาวะติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • ระมัดระวังเรื่องของเศษอาหารตกค้างในช่องปาก

บทสรุป

เสริมคางอันตรายไหม การเสริมคางจะไม่เกิดอันตรายหากท่านเลือกคลินิกเสริมคางที่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดี รวมถึงแพทย์ ที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน  เครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย ผ่านการฆ่าเชื้อทุกกระบวนการ จึงหมดกังวลเรื่องผลข้างเคียง และอันตรายไปได้เลย

เสริมคาง ทะลุ ต้องแก้ไขยังไง เลือกโรงพยาบาลหรือคลินิคแบบไหนดี

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรูปหน้ากลมหรือเหลี่ยม สามารถทำให้มีรูปหน้าเรียวคมแบบ v shape ได้ ปัจจุบันนี้ได้มีการทำศัลยกรรมเสริมคางเพื่อให้รูปหน้าดูมีมิติมากขึ้น ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการจะต้องหาข้อมูลเบื้องต้นให้ละเอียด หากท่านไม่ศึกษาให้ละเอียดอาจเกิดปัญหาในการเสริมคาง ทะลุ ขึ้นได้

ควรเสริมคางเมื่อไหร่ดี

ควรทำเมื่อมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาอายุที่เหมาะสม เนื่องจากร่างกายมีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

วิธีเลือกคลินิกและโรงพยาบาลเพื่อศัลยกรรม

ควรเลือกสถานบริการที่เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้มาตรฐานรับรองจากแพทยสภา มีใบรับรองจากกระทรวงสาธารณะสุข ต้องมีศัลยแพทย์ที่ได้รับการอบรมเป็นอย่างดี มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ สามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้นในการทำศัลยกรรมนั้น ๆ

ทำไมต้องเลือกขนาดของคางให้เหมาะสมกับใบหน้า

เหตุผลคือ ถ้าคุณเสริมคางแล้วมีลักษณะแหลมยาวผิดปกติ ดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติ คุณก็คงรู้สึกไม่ชอบ นั้นคือเหตุผลที่ควรเลือกขนาดให้เหมาะกับใบหน้าเดิม เพื่อความสวยงาม การเสริมคางด้วยขนาดที่ไม่เหมาะสม นอกจากจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ยังส่งผลต่อกระดูกคางและผิวหนังด้วย

การเสริมคางมีความเสี่ยงต่อการทะลุ ซึ่งเกิดจากการที่เลือกซิลิโคนที่มีขนาดไม่พอดีกับโครงหน้า แต่ความเสี่ยงที่คางจะทะลุมีน้อยมาก เนื่องจากว่าเนื้อคางจะมีความหนา ซึ่งถ้าเทียบกับการทำจมูก โอกาสที่จมูกจะทะลุจะมีมากกว่าคาง แต่ท่านก็ควรที่จะทราบอาการเฝ้าระวังความเสี่ยงตรงนี้ไว้ เนื่องจากว่าการที่ซิลิโคนจะทะลุนั้นจะไม่ได้เกิดขึ้นแบบในทันทีทันใด

การที่คางจะทะลุนั้นจะมีอาการเตือนก่อน ซึ่งหากแก้ไขได้ทันเวลาก็จะไม่เกิดอันตรายใด ๆ ทำให้เกิดการผิดรูปและหากไม่รีบมาแก้ไขจนเกิดการทะลุไปแล้ว โอกาสแก้ไขให้กลับสู่สภาพเดิม ๆ ทำได้ยากมาก ๆ

เสริมคาง ทะลุ ต้องรักษา แก้ไขยังไง

อาการที่บ่งบอกว่าคางอาจจะทะลุ
  • ในช่วงเดือนแรกหากซิลิโคนใหญ่เกินไป มักจะมีอาการแดงที่ปลายคางและมักมีอาการปวดร่วมด้วย ซึ่งตรงนี้อาจจะแยกได้ยากสักหน่อย เนื่องจากอาการติดเชื้อก็จะมีอาการปวดเหมือนกัน ดังนั้นควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจจะดีที่สุด

การแก้ไขถ้าเสี่ยงต่อการทะลุภายในเดือนแรก แพทย์จะทำการถอดซิลิโคนพัก เพราะโอกาสเย็บแผลให้ติดแข็งแรง ทำได้ยาก หรือถ้าสามารถถอดซิลิโคนมาลดขนาดและเย็บแผลปิดได้ ก็ไม่ต้องถอดพัก แต่ท่านต้องเฝ้าระวังดูแลแผลเป็นอย่างดีอย่าให้มีแผลแยก

  • อาจมีอาการเสียว หรือรู้สึกตึง ๆ ที่ปลายคาง โดยที่อาการนี้มักจะพบได้ในช่วงหลังผ่าตัดไปแล้ว 1 เดือนขึ้นไป ซึ่งเป็นอาการที่บ่งบอกซิลิโคนใหญ่เกินไป เนื่องจากว่าหากพ้นในช่วง 1 เดือนแรกไปแล้วอาการบวมลดลงมากแล้ว

การแก้ไข แพทย์จะทำการประเมินว่ามีความเสี่ยงมากหรือไม่ที่คางจะทะลุ อาจจะต้องรอดูอาการ 1 – 2 สัปดาห์ แล้วจึงนัดมาแก้ไขลดขนาดซิลิโคน หากมีความเสี่ยงมากอาจจะต้องรีบทำการผ่าตัดลดขนาดซิลิโคนได้เลยทันที

  • หากมีผิวหนังตึงบริเวณคาง ลอกเป็นขุย หรือบางลงเรื่อย ๆ จนเริ่มในเกือบเห็นซิลิโคน อาจเป็นอาการเตือนว่ามีความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะทะลุมากขึ้น ท่านจะต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนเพื่อผ่ตัดลดขนาดซิลิโคน รอช้าไม่ได้เพราะโอกาสซิลิโคนจะทะลุมีมากในไม่ช้า
  • หากเริ่มมองเห็นเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ บริเวณที่เสี่ยงต่อการทะลุ และขนาดของสิวนั้นเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ อาการเช่นนี้มักพบได้กับซิลิโคนที่แหลมมาก ๆหรือมีผิวขรุขระเป็นเหลี่ยม ๆ หรือตึงมาก ๆ ต่อเนื่องจากอาการผิวหนังบางใสจะทะลุ ถ้ามีอาการคล้าย ๆ สิวเช่นนี้ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าเป็นอาการเตือนครั้งสุดท้ายก่อนที่จะทะลุ

แนะนำให้ท่านเข้าพบแพทย์ทันทีเพื่อผ่าตัดแก้ไขโดยด่วน ถ้าโชคดี ก็อาจลดขนาดลงได้ แต่โอกาสที่ต้องถอดซิลิโคนพักมีสูง เพราะ เนื้อเยื่อบางส่วนเหมือนจะทะลุแล้ว โอกาสติดเชื้อก็จะมีมากขึ้นไปด้วย

  • ปกติแล้วแผลจะแข็งแรงเต็มที่ประมาณ 1 เดือน หลังจากการผ่าตัดและจะแข็งแรงมากที่สุดประมาณ 3 เดือน หากพบแผลผ่าตัดแยกซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อย ๆ เกิดจากการที่ตัดไหมเร็วเกินไปแผลยังไม่แข็งแรงหรือใช้ไหมละลายแล้วไหมหลุดก่อนหรือทำแผลรุนแรงเกินไป ดังนั้นท่านควรจะเฝ้าระวังเรื่องแผล และคอยสังเกตว่าไม่มีแผลแยกออกจากกัน หรือมีเห็นซิลิโคน

หากแผลเกิดแยกออกให้ท่านรีบพบแพทย์ทันที ซึ่งถ้าไปพบแพทย์เร็ว อาจเย็บซ่อมแผลได้ แต่ถ้าแผลเริ่มแยกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถเย็บปิดได้ ก็จำเป็นต้องถอดซิลิโคนพักเนื้อให้หายดีก่อน 2 – 3 เดือน

บทสรุป

การผ่าตัดเสริมคางนั้นใคร ๆ ก็อยากมีคางที่สวยงาม ดังนั้นเมื่อทำการผ่าตัดเสร็จแล้วท่านต้องเฝ้าระวังในเรื่องของแผลและซิลิโคนให้ดี หากเกิดอาการที่มีความเสี่ยงต่อการเสริมคางทะลุ ท่านต้องรีบเข้าพบแพทย์โดยเร็วทั้งนี้เพื่อแพทย์จะได้พิจารณาในด้านการรักษา ดังนั้นก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเข้าใช้บริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

เสริมคาง 5000 แพงหรือไม่ ทำแล้วจะคุ้มค่าหรือเปล่า

หากท่านกำลังมีปัญหาในเรื่องของใบหน้ากลม คางสั้น ซึ่งจะทำให้ท่านขาดความมั่นใจในบุคลิกภาพของตัวเอง การเสริมคางจึงเป็นหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาซึ่งกำลังได้รับความนิยม มีทั้งการใช้ซิลิโคน และการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) ซึ่งแต่ละวิธีจะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป คงมีหลายคนสงสัยว่า การเสริมคาง 5000 นั้นมีไหม ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิกและแพทย์ที่ให้บริการ

การเสริมคางนั้นเป็นการวิธีที่ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วนให้มีความสวยงาม ทำให้ใบหน้าดูยาวเรียว และได้รูปมากขึ้น ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางเหลี่ยม คางบุ๋ม หรือคางเบี้ยว ซึ่งการทำศัลยกรรมเสริมคางปัจจุบันนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้ วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ วิธีนี้จะมีข้อเสียคือจะไม่คงอยู่ถาวร เพราะไขมันและสารฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปเองภายใน 3 – 5 ปี

ส่วนวิธีที่สองคือ วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นนำมาใส่บริเวณคาง ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

  • การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง ซึ่งสามารถทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

  • ข้อดี โอกาสติดเชื้อน้อยกว่าแผลในปาก
  • ข้อเสีย มีแผลเป็นภายนอกยาวประมาณ 3 ซม.
  • หากคนไข้มีปัญหาแผลเป็นนูน(keloid) ก็มีโอกาสเกิดหลังจากผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนผ่าตัด
  • การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การผ่าตัดเสริมคางจากด้านในช่องปาก เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ

หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

การเสริมคางวิธีนี้ เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

  • ข้อดี : ไม่มีแผลเป็นภายนอก
  • ข้อเสีย : มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าแผลภายนอก แต่ถ้าดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากได้ดีก็ไม่มีปัญหาในจุดนี้

ปัญหาการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากท่านเข้ารับการผ่าตัดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ ซึ่งปกติแล้วเทคนิคการ FIX ซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมีดังนี้

  • วางซิลิโคนเอาไว้เฉย ๆรอให้มีพังผืดมารัดซิลิโคน ซึ่งเทคนิคนี้มีโอกาสทำให้ซิลิโคนผิดตำแหน่งมากที่สุด
  • เย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียงวิธีนี้ทำให้ซิลิโคนอยู่กับที่แต่ก็ยังมีโอกาสที่ทำให้ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งอยู่
  • ใช้สกรูยึดซิลิโคนกับกระดูกวิธีนี้ป้องกันปัญหาซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้ดีที่สุดเกือบ 100%

เสริมคาง 5000 ทำที่ไหนดี

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

  • แพทย์จะให้ท่านบ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะให้ท่านนอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะทำการฉีดยาชาบริเวณที่จะทำการผ่าตัด
  • แพทย์จะทำการผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนและเย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  • แพทย์จะให้ท่านนอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณที่ทำการผ่าตัด และนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด

 ความเสี่ยงของการผ่าตัดเสริมคาง

  • ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงนี้จะลดลงเหลือน้อยมาก หากรับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังรับการผ่าตัดเป็นอย่างดี

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านควรงดยาแก้ปวดแอสไพริน อาหารเสริมจำพวกวิตามิน สมุนไพร
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่และเครืองดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • หากมีประวัติแพ้ยา ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
  • หากเคยผ่านการผ่าตัด หรือ ฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อน ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการผ่าตัด
  • ก่อนผ่าตัด ควรทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด
การดูแลตัวเองหลังการเสริมคาง
  • การล้างแผล หากแผลอยู่ใต้คาง ใช้น้ำเกลือเช็ดล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวล จนสะอาด ไม่มีคราบเลือด จากนั้นใช้
    เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล หากมีการผ่าตัดในช่องปาก ก็ควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่คุณหมอได้จัดเตรียมให้
  • ประคบเย็น หลังผ่าตัดใน72 ชั่วโมงแรก หรือสามวันแรกตลอดทั้งวัน ห้ามเว้นช่วงเวลาโดยเด็ดขาด ใช้เจลเย็น หรือน้ำแข็งก็ได้ (หากเป็นน้ำแข็งควรห่อด้วยพลาสติกอีกชั้นเพื่อป้องกันน้ำโดนแผล) ให้ประคบเย็นอย่างเบามือ ไม่กดหรือวางทับไปบนตำแหน่งที่มีซิลิโคนอยู่ ประคบไว้จนเย็นรู้สึกชาแล้วพัก ประคบไปเรื่อย ๆ บ่อยมากเท่าไหร่ได้ยิ่งดี
  • หากมีการผ่าตัดแผลอยู่ในช่องปาก ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก
  • งดอาหารรสจัด อาหารสุกๆดิบๆ ของหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดเชื้อ
  • นอนให้ตำแหน่งศีรษะอยู่สูงกว่าสูงกว่าลำตัว ให้ร่างกายได้ขับเลือดที่เสียจากสูงลงสู่ที่ต่ำ เพื่อช่วยให้ไม่บวม
  • ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคงโดยเด็ดขาด

บทสรุป

เสริมคาง 5000 ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดไม่ว่าจะเป็นวิธีการ แพทย์ผู้ทำการรักษา หรือสถานบริการ ซึ่งยิ่งเป็นราคา 5000 ท่านยิ่งต้องดูคลินิกให้ดีว่ามีความปลอดภัยในด้านอุปกรณ์ที่ต้องสะอาด สถานที่ต้องมีความปลอดภัย แพทย์จะต้องมีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อตัวท่านเอง

คลินิกเสริมคางสวย มีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างไร ก่อนการทำ

ปัญหารูปคางไม่สวย คางย้อย ทำให้ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วน แถมไม่ค่อยเรียวสวยดั่งใจอีกด้วย ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ เพียงแค่ทำศัลยกรรมเสริมคางเท่านั้นกับคลินิกเสริมคางสวย ซึ่งในปัจจุบัน ก็มีหลายคลินิกที่เปิดให้บริการศัลยกรรมในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเสริมคางเพื่อปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น มีความมั่นใจในการพบปะผู้คนได้เป็นอย่างดี

การเตรียมตัวก่อน ศัลยกรรมคาง

  1. แจ้งอาการแพ้ยา หรือ อาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. หากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า
  3. งดรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ยาจำพวกเสตียรอย ยาแก้ปวด ยาลดกล้ามเนื้อ แก้อักเสบ วิตามิน อาหารเสริมต่าง ๆ ประมาณ 2 สัปดาห์
  4. งดสูบบุหรี่และดื่มสุราก่อนผ่าตัด
  5. หากเป็นไข้หวัด ไอ หรือป่วย ให้งดผ่าตัดไปก่อน
  6. แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากก่อนผ่าตัด

การดูแลหลัง ศัลยกรรมคาง

  1. ในช่วง 1-3 วันแรกให้ประคบความเย็น เพื่อลดอาการบวม หลังจากนั้นอาการบวมจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยทั่วไป อาการบวมมักจะยุบลงและได้รูปร่างของคางใหม่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-3 เดือน
  2. ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรนอนยกศีรษะสูงอย่างน้อย 30 องศา
  3. บางรายอาจมีรอยเขียวช้ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่าตัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ แนะนำให้ประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณรอยเขียวช้ำ เพื่อให้รอยเขียวช้ำหายเร็วขึ้น
  4. งดทานยาแอสไพรินหลังผ่าตัดต่ออีก 2 สัปดาห์หรือตามแพทย์สั่ง
  5. ระมัดระวังการกระทบกระเทือนบริเวณคาง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 3-4 สัปดาห์แรก ไม่ควรท้าวคาง ไม่ควรหัวเราะมากจนเกินไป และระมัดระวังไม่ให้เกิดแรงกระแทกมากระทบซิลิโคนมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ขยับเขยื้อน จากการที่ซิลิโคนยังเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกไม่ดีพอ

คลินิกเสริมคางสวย ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

แนะนำคลินิกที่เสริมคางสวย

  1. โรงพยาบาลเลอลักษณ์

คลินิกเสริมคางสวย  สำหรับที่นี่นอกจากศัลยกรรมหน้าอกแล้ว การทำศัลยกรรมคางก็ได้รับการพูดถึงเช่นเดียวกัน เพราะด้วยคุณภาพของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะ คุณหมอปิติ ถือว่าเป็นคุณหมอศัลยแพทย์ ที่สาว ๆ ไว้วางใจ อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่ได้มาตรฐาน เปิดให้บริการมานาน หลายคนจึงรู้จักกันดี

  1. Elegance Clinic

ที่นี่ดูแลเสริมคางโดย นพ.ภูเบศ จันทร์ดี ซึ่งคุณหมอจะมีเทคนิคเฉพาะในการทำศัลยกรรม และด้วยประสบการณ์ทำศัลยกรรมที่มากมาย ทำออกมาแล้วจึงดูสวยเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเทคนิคผ่าตัดซ่อนแผลไว้ด้านใน ทำให้บวมน้อย ช้ำน้อย และไม่มีรอยแผลเป็นด้านนอกให้เห็น

  1. สรัญญา คลินิก

สำหรับที่นี่ใช้เทคนิคเสริมคางด้วยการล็อกสกรูส์ไทเทเนียม ทำให้คางแนบชิดติดกระดูก ไม่มีรอยต่อ งานจึงออกมาสวยเนียน แถมนาน ๆ ไปก็ไม่ต้องกังวลว่าคางจะยื่นหรือเบี้ยวอีกด้วย

  1. BCS Clinic

ที่นี่มีบริการศัลยกรรมคางหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เสริมคาง ดูดหรือฉีดไขมันที่คาง เสริมกราม ลดคาง เหลาคาง หรือแม้แต่แก้ไขคางที่เคยเสริมมาแล้ว ทั้งนี้สำหรับเสริมคางใหม่ก็มีทั้งซิลิโคนจากญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงอเมริกาให้เลือก เรียกได้ว่าไปที่นี่ที่เดียวสามารถทำคางได้แบบครบวงจรกันเลย

  1. Doctor Kusol Avenue Clinic

คลินิกแห่งนี้ดูแลโดย พ.ท. นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมใบหน้าโดยเฉพาะ ก่อนทำคุณหมอจะให้คำปรึกษา ซึ่งจะมีการประเมินและวิเคราะห์โครงหน้าอย่างละเอียดก่อนที่จะวางแผนการทำศัลยกรรมทุกครั้ง โดยคำนึงถึงพื้นฐานโครงสร้างของคนไข้เป็นหลัก ดังนั้นทำออกมาแล้วจึงดูสวยเป็นธรรมชาตินั่นเอง

  1. WE Clinic

คลินิกนี้มีเทคนิคเสริมคางแบบพิเศษ โดยใช้ซิลิโคนขายาวแบบล็อกแกนที่เหลาเป็นทรงวีเชปตามรูปหน้าที่เหมาะสมกับใบหน้าของคนไข้ ทำออกมาแล้วจะดูเป็นธรรมชาติ และไม่มีรอยต่อ ที่สำคัญที่นี่เขาผ่าตัดด้วยเลเซอร์ทุกเคส ดังนั้นแผลจึงเล็กมาก ๆ พักฟื้นไม่นานก็เข้าที่แล้ว

  1. Cosmacare Clinic

ที่นี่จะให้บริการเสริมคางแบบซิลิโคน โดยซิลิโคนที่ว่านี้คุณหมอจะเป็นคนเลือกให้กับคนไข้ โดยคำนึงว่าจะต้องเข้ากับรูปหน้าของคนไข้มากที่สุด รวมไปถึงคุณหมอยังจะใส่ใจในการเหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้ด้วยทุกเคส ทำให้คางที่ทำออกมาดูสวยเป็นธรรมชาติและดูมีมิติ ที่สำคัญยังมีการรับประกันให้ถึง 1 ปีเต็มอีกด้วย

  1. Elite Clinic

อีกหนึ่งคลินิกที่ทำคางสวยเป็นธรรมชาติ คุณหมอใส่ใจ ให้คำแนะนำ และดูแลดี ซึ่งใครที่ได้มาทำที่นี่ต่างก็บอกต่อว่าคุณหมอมือเบา ทำแล้วบวมช้ำน้อย พักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถไปทำงานได้ อีกทั้งยังสะอาด ได้มาตรฐาน และปลอดภัย ใครที่เคยมาทำที่นี่ต่างก็ประทับใจกันแทบทุกราย

  1. Deluxe Clinic

ที่แห่งนี้เป็นคลินิกศัลยกรรมที่ได้มาตรฐานและทันสมัยไม่ต่างจากโรงพยาบาลเลย แถมคุณหมอก็ยังมีประสบการณ์ ทำแล้วแผลเล็ก ดูสวยเป็นธรรมชาติ โดยคุณหมอจะเสริมคางด้วยการใช้ซิลิโคนแท่งชนิดนิ่มเกรดเอ โดยมีเทคนิคผ่าตัดโดยใช้วิธีเจาะแผลเล็ก ๆ ที่บริเวณรอยพับใต้คาง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้มีอาการบวมน้อย ช้ำน้อย ดูแลง่าย ที่สำคัญช่วยให้ใบหน้าดูเรียวกว่าวิธีการผ่าตัดในช่องปากด้วยค่ะ

  1. Aime Clinic

ที่นี่หากใครได้มาทำต่างก็ประทับใจ โดยคุณหมอจะคอยให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังเสริมคาง ทั้งนี้สำหรับเทคนิคการเสริมคางนอกจากการใช้ซิลิโคนแล้วยังมีวิธีการเสริมคางด้วยการนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีดเข้าที่คางอีกด้วย

เสริมคางเบี้ยว มีวิธีการแก้ไขอย่างไรบ้าง

สาว ๆ ที่ตัดสินใจเสริมคาง ย่อมต้องการผลลัพธ์ที่ดีอย่างมากที่สุด เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงตามความต้องการมากที่สุด หากสาว ๆ เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้น เช่น เสริมคางเบี้ยว ย่อมต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเสริมคางของคุณมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว เกิดจากอะไร

การเสริมคางด้วยซิลิโคนแล้วมีปัญหาคางยื่นหรือเบี้ยวเอียงผิดรูป อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากขั้นตอนการผ่าตัดโดยแพทย์และจากตัวคนไข้เอง ซึ่งสาเหตุที่เราพบบ่อย ๆ ได้แก่

  1. แพทย์เหลาซิลิโคนที่ใช้เสริมคางไม่เท่ากัน ทำให้เมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้วคางดูเบี้ยวเอียง
  2. แพทย์ผ่าตัดเลาะช่องว่างเหนือกระดูกคางเดิมไม่เท่ากันหรือไม่พอดี ทำให้จัดวางซิลิโคนได้ไม่ตรงตำแหน่ง จนคางดูยื่นหรือเบี้ยวผิดสัดส่วน
  3. คนไข้ดูแลตัวเองหลังเสริมคางไม่ดี จนทำให้คางอักเสบติดเชื้อ
  4. คางถูกกระแทกอย่างแรง หรือคนไข้ชอบนั่งเท้าคาง ทำให้ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมได้
  5. คนไข้เคยฉีดคางด้วยฟิลเลอร์คุณภาพต่ำ หรือฟิลเลอร์ปลอม หากฟิลเลอร์สลายตัวได้ไม่หมดก็จะทำให้คางบิดเบี้ยวผิดรูปได้

เมื่อเสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว จะแก้ไขได้อย่างไร

หากข้องใจว่าคางของเราที่เสริมมานั้นเบี้ยวเอียงหรือเปล่า ให้รอดูหลังศัลยกรรมประมาณ 1 – 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่แผลผ่าตัดยุบและหายดีแล้ว จึงจะเห็นได้ชัดเจนว่าคางมีปัญหายื่น เบี้ยว จริงหรือไม่ และถ้ารูปทรงคางที่ได้มาไม่สวย ไม่ปัง จนบั่นทอนความมั่นใจ ก็สามารถกลับไปหาคุณหมอที่คลินิกเพื่อแก้ไขใหม่ได้ ในการแก้ไข คุณหมอจะผ่าตัดเพื่อเลื่อนตำแหน่งซิลิโคนที่เบี้ยวเอียงให้เข้าที่ หรือเอาซิลิโคนของเดิมออก แล้วใส่อันใหม่ที่พอดีกว่าเข้าไป โดยขั้นตอนการผ่าตัดแก้คาง รวมถึงการเตรียมตัวก่อนผ่า ก็เหมือนกับการเสริมคางครั้งแรกทุกอย่าง ซึ่งจะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง และคุณหมอจะนัดมาตัดไหมในอีก 5 – 7 วันหลังจากวันผ่าตัด โดยในระหว่างพักฟื้นคนไข้ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการศัลยกรรม รวมถึงระมัดระวังไม่ให้ใบหน้าถูกกระทบกระเทือนจนคางเบี้ยว แล้วต้องกลับมาแก้ซ้ำอีกรอบด้วย

เสริมคางเบี้ยว ต้องแก้ไขยังไง

ทำอย่างไรไม่ให้เสริมคางแล้วเบี้ยว เอียง

  1. ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางต้องเหลาให้เท่ากัน และมีขนาดพอดีกับรูปคางของคนไข้ ในปัจจุบันหลายคลินิกจึงเลือกใช้ซิลิโคนแบบสำเร็จรูปที่เราสามารถเลือกขนาดและรูปทรงที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องเอามาเหลาเองก่อนเสริม ซึ่งช่วยลดปัญหาคางเบี้ยวเอียงไปได้มากทีเดียว
  2. ในการผ่าตัดแพทย์อาจใช้เทคนิค Fix ซิลิโคน เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมหลังเสริมเข้าไปแล้ว โดยแพทย์อาจใช้วิธีเย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือยึดซิลิโคนด้วยสกรูไทเทเนียม ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดแต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ ด้วย
  3. หลังการผ่าตัด คนไข้ควรดูแลแผลให้ดีเพื่อไม่ให้คางอักเสบติดเชื้อ อีกทั้งต้องระวังไม่ให้คางถูกกระแทก และหลีกเลี่ยงการนั่งเท้าคาง เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเลื่อน
  4. ไม่ควรฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ปลอมหรือสารเหลวที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะมีโอกาสที่จะทำให้คางเบี้ยวผิดรูป แถมยังอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ด้วย

มีผลข้างเคียง อันตรายหรือไม่

การเลือกสถานที่ คลินิกเสริมคาง เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ไม่ใช่เสริมคางที่ไหนก็ได้ ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี รวมถึงคุณหมอ ที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน  เครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย ผ่านการฆ่าเชื้อทุกกระบวนการ จึงหมดกังวลเรื่องผลข้างเคียง และอันตรายไปได้เลย

เสริมคางเจ็บไหม

การเสริมคาง เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก ที่ทำการผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชา ดังนั้น ความรู้สึกเจ็บ จะมีแค่ตอนฉีดยาชาเท่านั้น หลังยาชาออกฤทธิ์ ระหว่างที่ผ่าตัด จนเสร็จ คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ แต่หลังยาชาหมดฤทธิ์ อาจจะมีอาการตึง หรือรู้เจ็บบ้างเล็กน้อย ซึ่งสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ รวมถึงมีการประคบเย็น เพื่อลดปวดและลดบวม หลังผ่าตัดเสร็จ สามารถเดินทางกลับบ้านพักฟื้นได้ โดยไม่ต้องพักฟื้นที่คลินิก

มีแผลเป็นหรือไม่

แผลเป็นขึ้นกับบุคคล บางรายอาจจะมีสภาพผิวที่ส่งผลต่อการเกิดแผลคีรอยด์ได้ง่าย ๆ แต่น้อยมาก ๆ ที่จะเกิดแผลเป็น เพราะขนาดของแผลมีขนาดเล็กมาก ๆ รอยแผลจะค่อย ๆ จากไป ประมาณ 1-3 เดือน กรณีคนที่เป็นแผลเป็นง่าย การดูแลหลังทำ เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ต้องหมั่นทายา ทารอยอย่างสม่ำเสมอทุกเช้า – เย็น

เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดี ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป อาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน ซึ่งต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุน เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดี เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีปัญหาใบหน้าเป็นอย่างมาก ก่อนการตัดสินใจเสริมคาง ควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อให้การเสริมคางของคุณผู้ชาย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเสริมคาง มีกี่แบบ

  1. การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

  1. การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง

ปกติแล้วการเสริมคางนั้น เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย  คนไข้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการแก้ไขปัญหาคาง ให้สวยขึ้น คนที่มีใบหน้ากลมอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น การเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้วีเชฟ เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดีนอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

แนะนำ เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดี

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมคาง

แน่นอนว่าก่อนเข้ารับการทำคางจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเมื่อตัดสินใจได้ ว่าจะเลือกทำคางที่ไหนดี สิ่งที่ต้องเตรียมตัว คือ

  1. แนะนำว่าควรแจ้งข้อมูลทางด้านสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง มีประวัติแพ้ยาหรือไม่
  2. งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  3. งด ยาตระกูล แอสไพริน วิตามิน อาหารเสริม เช่นน้ำมันตับปลา ก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  4. เตรียมรูปทรงคาง ตัวอย่างที่อยากได้ มาปรึกษาคุณหมอก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อประเมินรูปทรง
  5. ควรทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัด เช่น ล้างหน้า แปรงฟัน และบ้วนปากให้เรียบร้อย
  6. ทานอาหารให้พออิ่มก่อนเข้าห้องผ่าตัด ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร
  7. ไม่ควรเสริมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรสวมเสื้อผ้าที่เป็นกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด

การปฏิบัติตัวหลังการเสริมคาง

หลังจากผ่าตัดทำคางแน่นอนว่าจะมีเรื่องอาการบวม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะที่ อาการบวมช้ำน้อยมาก ๆ

การดูแลหลังทำ สามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้

  1. 1-3 วันแรก หลังจากการผ่าตัดเสริมคาง สามารถประคบเย็น เพื่อลดอาการบวมช้ำ แล้ววันที่ 4 เปลี่ยนมา ประคบอุ่น
  2. นอนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง เพราะอาจจะทำให้เสียรูปทรงได้
  3. งดอาหารแสลง อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ บุหรี่ เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ 1 เดือน
  4. งดออกกำลังกาย อย่างน้อย 1 เดือน
  5. รับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งให้ครบ
  6. หากรู้สึกปวดมากกว่าปกติ หรือมีข้อสงสัยต่าง ๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้หรือจัดการปัญหาด้วยตนเอง ควรไปปรึกษาแพทย์ทันที

ระยะการพักฟื้น

  1. การผ่าตัดเสริมคาง สามารถกลับบ้านได้เลย
  2. ควรประคบความเย็นบ่อย ๆ 2 วันแรกหลังผ่าตัด
  3. หลังจาก 2 วันแรกประคบอุ่นสลับกับเย็น เพื่อช่วยให้บริเวณคางยุบบวมเร็วขึ้น
  4. จะรู้สึกตึงที่บริเวณแผลผ่าตัด ซึ่งอาการจะค่อย ๆ หายไปเอง หลังผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์
  5. โดยทั่วไปหลังผ่าตัด คางจะยุบบวมและได้รูปทรงใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

เสริมคางรีวิว ใช้วัสดุอะไร ในการทำศัลยกรรม ปลอดภัยไหม

เสริมคางรีวิว เป็นข้อมูลที่สามารถนำมาประกอบการตัดสินใจในการเสริมคางได้เป็นอย่างดี เพื่อสามารถเห็นผลลัพธ์หลังการทำการเสริมคางได้ดีเลยทีเดียว เพื่อให้สาว ๆ ได้นำข้อมูลต่าง ๆ นำมาเปรียบเทียบเพื่อเลือกคลินิกที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย

ศัลยกรรมเสริมคาง เหมาะกับใคร

  1. คนที่มีอาการสบฟันผิดปกติ คางยื่นออกมาข้างหน้า
  2. คนที่คางเล็กมากเกินไป คางหดสั้นเข้าไปด้านใน
  3. คนที่โครงหน้าไม่ได้รูป กรามและคางไม่สมส่วน
  4. คนที่ใบหน้าสั้น สัดส่วนคางไม่เข้ารูปกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่น

วัสดุที่ใช้ในการเสริมคาง

ศัลยกรรมเสริมคางด้วยซิลิโคน  ซิลิโคนสำหรับการนำมาเสริมนั้น เลือกใช้ซิลิโคนนิ่มพิเศษ มีความยืดหยุ่นสูง และผิวสัมผัสดูเป็นธรรมชาติเหมือนกับคางของมนุษย์จริง ๆ ซิลิโคนได้ถูกมีการนำมาใช้ในวงการศัลยกรรมตกแต่งมาช้านาน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความทนทาน ปลอดภัยสูง และไม่มีผลข้างเคียงอาการแพ้ใด ๆ

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง

เสริมคางรีวิว เพื่อให้การผ่าตัดศัลยกรรมได้ผลดี ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดควรเตรียมตัว ดังนี้

  1. ไม่ต้องอดอาหาร เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องดมยาสลบ แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป ป้องกันอาการแน่นอึดอัดท้องระหว่างการผ่าตัด
  2. งดกลุ่มยาที่จะมีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนการผ่าตัด หยุดรับประทานสมุนไพรวิตามินอาหารเสริมต่าง ๆ เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 3-5 วัน เพราะอาจเป็นเหตุให้เลือดออกง่าย และออกมากกว่าปกติ
  3. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณใบหน้า ซึ่งถ้าหากการล้างหน้าไม่สะอาด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
  4. แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากให้พร้อมก่อนการผ่าตัด
  5. งดหรือเลิกสูบบุหรี่ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด เพราะมีผลต่อการหายของแผล ทำให้แผลหายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  6. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในคืนก่อนผ่าตัด และ 1สัปดาห์หลังผ่าตัด
  7. แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยารับประทาน ยาชา หรือยาสลบ ให้แพทย์ทราบ
  8. เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ตื่นเต้นมากกว่าความเป็นจริง และควรรับทราบว่าหลังการผ่าตัดมีโอกาสเกิดรอยช้ำและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเข้าที่หรือความเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่

เสริมคางรีวิว เลือกทำแบบไหนดี

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

  1. ในช่วง 3 วันหลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวมโดยวางถุงประคบรอบ ๆ คาง
  2. แนะนำในช่วง 1 อาทิตย์แรกให้เข้ามาที่คลินิกเพื่อทำการล้างทำความสะอาดแผลทุกวันเพื่อป้องกันการสะสมของเศษอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ และอักเสบ
  3. ในช่วงวันที่ 4 – 6 หลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบร้อนด้วยไข่ต้มเพื่อลดอาการบวมช้ำบริเวณรอบ ๆ คาง
  4. นอนศีรษะสูง และห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะเนื่องจากอาจไปกดทับบริเวณคางที่ยังอักเสบอยู่
  5. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบอย่างเคร่งครัด
  6. ขณะรับประทานอาหารในช่วง 1 อาทิตย์แรกแนะนำให้ทานโดยหลอดดูดอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารตกลงไปในบริเวณแผล
  7. มาตามนัดที่ได้รับจากทางคลินิก ห้ามแกะพลาสเตอร์ หรือตัดไหมออกเองก่อนกำหนด
  8. ทำความสะอาดใบหน้าด้วยผ้าเปียกเช็ด หรือทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนการล้างหน้า
  9. อาการบวมเขียวช้ำอาจมีขึ้นได้หลังผ่าตัด โดยเฉพาะในช่วง 1-2 อาทิตย์แรก และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ใน 3-4 เดือนกว่าเนื้อเยื่อจะกลับมาใกล้เคียงปกติ บางรายอาจต้องใช้เวลานาน 6 เดือน ถึง 1 ปี
  10. หลีกเลี่ยงการก้มหน้ามาก ๆ เช่น นั่งอ่านหนังสือ เล่นคอมฯ ยกของหนัก ส่ายหน้าหรือเอียงหน้าแรงๆ โดยเฉพาะ 2 อาทิตย์แรก
  11. หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา และสูบบุหรี่ประมาณ 3 เดือน
  12. หลีกเลี่ยงการทานอาหารทะเล ของหมักของดอง อาหารรสจัด และอาหารที่ขบเคี้ยวยากในช่วง 1 เดือนแรก
  13. สามารถออกกำลังกายหนัก ๆ เช่น วิ่ง หรือว่ายน้ำ ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป
  14. หากมีความผิดปกติอื่น ๆ สามารถมาปรึกษาที่คลินิกได้ทันที

หลังเสริมคางในช่วง 1 อาทิตย์ คุณหมอจะนัดให้คนไข้มาล้างแผลทำความสะอาด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งทางคลินิกแนะนำให้คนไข้มาทำความสะอาดแผลที่คลินิกจะดีกว่า เพราะพยาบาลผู้ดูแลมีความเชี่ยวชาญในการดูแลแผล สามารถทำความสะอาดเศษอาหารที่ตกค้างได้ละเอียด และป้องกันการล้างแผลที่ไม่ถูกวิธี ที่จะทำให้ไหมที่เย็บไว้หลุดออก หรือเกิดแผลฉีกได้

เสริมคางพักฟื้นกี่วัน มีเคล็ดลับการดูแลยังไง ให้หายเร็วขึ้น

การศัลยกรรมได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูก การเสริมคาง ทำตาสองชั้น หรือการตัดกระพุ้งแก้ม ฯลฯ ทุกการศัลกรรมย่อมใช้เวลาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ สุขภาพ ความแข็งแรง อาหารการกิน รวมไปถึงวิธีการดูแลหลังเสริมคางพักฟื้นกี่วัน ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก หากต้องการผลลัพธ์เป็นที่พึงพอใจ ควรศึกษาหาวิธีดูแลตนเองหลังจากการศัลยกรรม เพื่อนำมาเป็นวิธีในการดูแลตนเองให้ดีที่สุด เชื่อว่าผลลัพธ์ที่ออกมาต้องมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เสริมคาง ต้องใช้เวลาพักฟื้นกี่วัน

สาว ๆ หลายคน เกิดคำถามว่าเสริมคางพักฟื้นกี่วัน การ เสริมคางจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 7-10 วัน โดยจะบวมเต็มที่ในวันที่ 3-5 วัน และประมาณ 1 เดือน คางจะดูเรียวงามเพราะเนื่องจากเนื้อที่คางจะรัดซิลิโคนสวยได้รูปชัดเจนมากขึ้น แต่เราจะต้องดูแลหลังทำคางด้วยการประคบเย็นหลังผ่าตัดใน 48 ชั่วโมงแรกโดยทำอย่างเบามือให้คางรู้สึกชาแล้วพัก โดยสามารถประคบได้เรื่อย ๆ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณซิลิโคนอย่างรุนแรงโดยตรง และใช้น้ำเกลือล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวลจากนั้นจึงใช้เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล หากมีการผ่าตัดในช่องปาก ควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ งดอาหารรสจัด สุก ๆดิบ ๆ และอาหารหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ และควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ในสัปดาห์แรกให้นอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัวเพื่อลดอาการคั่งของเลือดที่เป็นสาเหตุของอาการบวม และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง หากเป็นไหมตัดแพทย์จะนัดตัดไหมแผลใต้คางในวันที่ 7 ส่วนผ่าตัดแผลในช่องปากหมอจะใช้ไหมละลายซึ่งจะละลายไปเองใน 3 สัปดาห์ โดยในระหว่างนั้นไม่ควรใช้ลิ้นดุนแผล อาจเกิดปัญหาตามมาได้

เคล็ดลับวิธีการดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

เคล็ดลับวิธีการดูแลตัวเองหลังเสริมคาง เพื่อให้แผลหายเร็ว ๆ โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

  1. ในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ควรกินอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการกระทบกระเทือนของบาดแผล และบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหลังกินอาหารทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดที่ปากแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  2. หลังการผ่าตัด 3-4 วัน อาจมีอาการปวดบวมที่บริเวณแผลได้ แต่หากปวดมากผิดปกติควรกลับไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาทันที
  3. หลังการผ่าตัด 2-3 วัน ควรนอนเอนหลังยกศีรษะสูง เพื่อช่วยลดอาการเลือดคั่งที่แผล และแผลจะได้ไม่บวมมาก นอกจากนี้ ควรประคบเย็นบริเวณแผล วิธีนี้จะช่วยให้แผลหายจากอาการบวมได้เร็วขึ้น
  4. อย่ารับประทานอาหารรสเผ็ดจัด เป็นการป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการบวม

เสริมคางพักฟื้นกี่วัน ถึงหายเป็นปกติ

หลังเสริมคางกินอะไรได้บ้าง

  1. หลังผ่าตัดเสริมคางควรรับประทานให้ครบ 5 หมู่ตามปกติ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้ครบทุกด้าน โดยเน้นเป็นอาหารอ่อน ๆนิ่ม รสจืดเพื่อลดการอักเสบของแผล ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สะอาด เช่น ของหมัก ของดอง ปลาร้า อาหารรสจัด อาหารร้อน หรืออาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก เพราะอาหารจำพวกนี้อาจทำให้ติดเชื้อได้
  2. ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะเป็นสาเหตุทำให้แผลหายช้า อีกทั้งการดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดอาการมึนเมา ขาดสติ จนเกิดอุบัติเหตุที่ไปกระทบกระเทือนต่อบาดแผลได้ โดยหลังผ่าตัดเสริมคางนอกจากโปรตีนและธาตุเหล็กและสังกะสีแล้ว ยังมีอาหารที่แนะนำดังนี้
  3. ไขมันดี พบได้ในน้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันงา น้ำนมจากอัลมอนด์ เป็นต้น เนื่องจากมีคุณสมบัติให้พลังงานสูง ช่วยสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานในการสร้างและซ่อมแซมเยื้อหุ้มเซลล์ได้อีก แถมยังมีส่วนช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้น
  4. วิตามินซี สามารถพบได้จากผัก ผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ กีวี บร็อกโคลี เป็นต้น เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก และสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยเรื่องความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ทำให้บาดแผลสมานตัวได้เร็วขึ้น ลดอาการบวมช้ำ อักเสบได้ดี ซึ่งในการพักฟื้นรักษาตัวนั้น ร่างกายควรได้รับวิตามินซีไม่น้อยไปกว่าวันละ 100-200 มิลลิกรัม
  5. น้ำ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เพราะเมื่อร่างกายมีความชุ่มชื้นเซลล์ผิวหนังก็จะสามารถเคลื่อนที่จากขอบแผลมาปิดคลุมบาดแผลได้ดีนั่นเอง

ผ่าตัดเสริมคางนั้น เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และดูแลตัวเองดี ๆ เพื่อช่วยให้แผลหายไวขึ้น ลดอาการติดเชื้อหลังทำ ถือว่าต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก