เสริมคางห้ามกินอะไรบ้าง วิธีดูแลตัวเอง หลังศัลยกรรม

เชื่อว่าทุกคนก่อนจะทำศัลยกรรมไม่ว่าจะเป็น เสริมคาง เสริมจมูก ฉีดโบท็อกซ์ ร้อยไหม ทำเมโสแฟต ทุกคงจะศึกษามาแล้วว่า ก่อนทำควรปฏิบัติตัว เตรียมตัวอย่างไร และหลังทำควรดูแลตัวเองอย่างไร เรียกได้ว่า หลังการผ่าตัดทำศัลยกรรมนั้น อาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ที่ควรห้ามหลังการผ่าตัด เพราะมีอาหารบางประเภท ที่ทานแล้วสามารถส่งผลทำให้ มีอาการบวมช้ำ หรือเกิดอาการแพ้ หรือกินข้าวไปแล้วไปทำลายสารที่เราฉีดเข้าไป เรียกว่าการกินอาหารแสลง ดังนั้นช่วงระยะเวลาในการพักฟื้นหลังการผ่าตัดนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหาร เหล่านี้ไปก่อน เพราะจะทำให้การทำศัลยกรรมแล้วไม่ได้ผล อาหารที่ศัลยกรรมเสริมคางห้ามกินอะไรบ้าง

ส้มตำ

ส้มตำ เป็นอาหารประเภทที่หาทานง่าย อร่อยถูกปาก ไม่ว่าจะเป็นตำปูปลาร้า ตำไทย ตำลาว ล้วนแล้วแคลอรีต่ำมาก ๆ อีกด้วย แต่ช่วงระยะเวลาพักฟื้นหลังการผ่าตัด ควรเงินไปก่อนสัก 1 เดือน ถือได้ว่าเป็นอาหารแสลงก็ว่าได้ ทานแล้วอาจทำให้บวมได้ และคันที่แผลเพราะใส่ทั้งปลาร้า ปูดองปูเค็ม

อาหารทะเล

อาทิ กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก ช่วงนี้ก็หลีกเลี่ยงไปก่อนได้เลย เนื่องจากหลังทำศัลยกรรมทำดั้งหรือเสริมคางไปแล้ว หลายคนแอบไปทานอาหารประเภทนี้ ทำให้เกิดอาการบวม หรือแพ้ได้ ฉะนั้น หลีกเลี่ยงไปก่อนจะดีที่สุด หายเมื่อไหร่ ค่อยรับประทาน

ของหมักดอง

ของหมักดองไม่ว่าจะเป็นผลไม้ดองต่าง ๆ  กะปิ น้ำปลา หลีกเลี่ยงไปได้เลย เพราะเป็นของหมักของดอง อาจทำให้แผลบวมอักเสบได้

เหล้า บุหรี่  แอลกอฮอล์

ช่วงนี้ต้องงดไปก่อน เพราะเครื่องดื่มประเภทนี้ ทำให้มึนเมา และขาดสติ อาจจะส่งผลต่อการกระทบกระเทือนหลังการผ่าตัด เนื่องจากกว่าการทำศัลยกรรมจะเข้าที่ต้องใช้เวลาเป็นเดือนกันเลยทีเดียว

อาหารดิบ หรือ สุก ๆ ดิบ ๆ

อาหารประเภทนี้ต้องหลีกเลี่ยงไปก่อนจนกว่าแผลจะหายดี เพราะหากรับประทานเข้าไปอาจจะทำให้แผลเกิดการอักเสบและทำให้แผลหายช้าได้นั่นเอง ช่วงนี้ก็ทานแต่อาหารสุกไปก่อน

อาหารรสจัด

ใครที่ชอบกินอาหารรสจัด ๆ คงต้องงดไปก่อนในช่วงนี้ และรอให้แผลหายดีก่อน เพราะการกินอาหารรสจัดที่มีความเผ็ดร้อน เช่น ส้มตำ ต้มแซ่บ หรือ ต้มยำ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองแผลอักเสบได้

เสริมคางห้ามกินอะไรบ้าง เช่น ส้มตำ

นอกจากอาหารการกินแล้ว ยังมีวิธีดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดทำศัลยกรรมมาฝากอีกด้วยค่ะ

  • หลังเข้ารับการผ่าตัดเสร็จ ให้เริ่มประคบเย็นทันที เป็นระยะเวลา ประมาณ 48 ชั่วโมง โดยอาจจะใช้ผ้าขนหนูที่เปียก หมาด ๆ สัก 3 ผืนไปแช่ช่องแข็ง จากนั้น ก็ให้นำมาประคบสลับกันอย่างต่อเนื่อง พยายามหลีกเลี่ยง การกดแรง ๆ ตรงจุด ที่มีซิลิโคนอยู่ หากพ้น ระยะ 48 ชั่วโมง แล้ว ให้ปล่อยไว้เฉย ๆ ไม่ควรที่ประคบร้อนหรือเย็น นอกจากนี้ แล้ว ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากการผ่าตัด ให้นอนยกหัวสูงหรือ นั่งหลับเพื่อลด อาการ บวม เพราะ สิ่งที่สำคัญ ควรรู้เอาไว้ว่า อาการบวม จะมีมาก ในช่วง ของ 3-4 วันแรก เป็นอาการปกติ
  • การเข้ารับการผ่าตัดเสริมคางหากใครที่ทำด้วยวิธีทำจากด้านใน จะมีแผลในปาก เพราะฉะนั้น จึงเป็นเหตุผล คนที่ทำจะต้อง พยายามหลีก เลี่ยง การทานอาหารรสจัดอาหารร้อน ของหมักดองอาหา ที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก
  • ทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำยา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบหรือ น้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง แล้วบ้วนน้ำเกลือ เปล่าๆ อีก 1 ครั้ง
  • ให้ทานยาตามที่แพทย์สั่งให้หมด อย่าซื้อยามาทานเพิ่มเองเป็นอันขาด ยาที่สามารถกินได้คือยาแก้ปวดลดบวมยาฆ่าเชื้อในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการทานยาแก้อักเสบ ก็ให้ทำการหยุดยาหรือใช้ Amoxicilline500mg ทาน1เม็ดหลังอาหาร 4 เวลาทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วัน
  • ในวัน 4 หลังเข้ารับการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออกได้ ด้วยการนำน้ำอุ่นมาช่วยในการลูบเบา ๆ ให้พลาสเตอร์ค่อย ๆ ลอกออก
  • ที่สำคัญที่สุดและอย่าลืมสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ ที่เราเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคาง ให้คำตอบได้ถูกต้องและเหมาะสมกับ ผู้ศัลยกรรมมากที่สุด และ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ของแพทย์ อย่างเคร่งครัด เพื่อใป้องกันอาการแทรกซ้อน