เสริมคาง ติดเชื้อ

เสริมคาง ติดเชื้อ อันตรายมากน้อยแค่ไหน รักษาได้หรือไม่?

การเสริมคางถือว่าเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาคางเล็กหรือคางหลุบเข้าไปข้างในทำให้โครงหน้าผิดรูปไม่สวยงาม ศัลยแพทย์จะใส่ซิลิโคนทางการแพทย์ที่เตรียมรูปทรงให้รับกับใบหน้าไว้แล้วที่บริเวณลูกคางของคนไข้ ในกรณีที่คนไข้มีปัญหากระดูกขากรรไกรบนหรือล่างเล็กผิดปกติ หรือฟันกรามบนและล่างขบกันไม่สนิท ศัลยแพทย์จะแนะนำให้ทำศัลยกรรมลดมุมขากรรไกรแทน การเสริมคางความเสี่ยงที่จะเสริมคาง ติดเชื้อ โอกาสเสี่ยงแทบจะไม่มี หากคุณเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของศัลยกรรม ดีทำให้ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่าง

วัสดุที่ใช้ในการเสริมคาง

ศัลยกรรมเสริมคางด้วยซิลิโคน มีความยืดหยุ่นสูง และผิวสัมผัสดูเป็นธรรมชาติเหมือนกับคางของมนุษย์จริง ๆ

วิธีการผ่าตัดเสริมคาง

วิธีที่ 1. การผ่าตัดลงด้านนอก

เป็นการผ่าตัดบริเวณใต้คาง แต่ไม่ค่อยนิยม เนื่องจากเห็นแผลด้านอก แต่ก็มีข้อดี คือ โอกาสติดเชื้อจะน้อยกว่าการผ่าตัดด้านใน กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เพราะแพทย์สามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาทเพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกกรามได้โดยตรง เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายกว่า เพราะสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลภายนอกได้เลย สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย แต่การผ่าตัดด้วยแผลด้านนอก อาจมีแผลเป็นเล็กน้อย ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร การเปิดแผลภายนอกไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid)

วิธีที่ 2. การผ่าตัดลงในปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในปาก บริเวณซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลประมาณ 2 ซม. หลังจากนั้น ก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา แล้วจึงจะวางแท่งซิลิโคน เข้าไปให้พอดีตรงตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมด ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้เลย และไม่มีแผลเป็น เพราะมองไม่เห็นแผลจากภายนอก แต่การผ่าตัดแบบแผลในปาก มีโอกาสติดเชื้อสูง เพราะในช่องปากมีน้ำลายตลอดเวลา และตอนทานอาหาร เศษอาหารอาจตกลงไปตามขอบแผลได้

สำหรับคนที่เคยผ่านการคางมาแล้วหรือฉีดซิลิโคนเหลวมาก่อน ลักษณะทรงคางนั้นจะควบคุมได้ยากผลมาจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารเคมีตกค้างอยู่ภายใน จะทำให้แก้ไขเอาของเก่าออกได้ยาก และจะมีอาการเจ็บมากกว่าปกติ

การดูแลตนเองหลังจากการผ่าตัด คือสิ่งที่สำคัญอย่างหากดูแลไม่ดีก็จะส่งผลต่อแผลที่ตนเองทำมาหรือคางที่เสริมมาก็อาจจะเบี้ยว ย้อย ได้ หรือการฟื้นตัวของร่างกายได้ช้ามาก

เสริมคาง ติดเชื้อ คืออะไร ไปดูกัน

ความเสี่ยงในการเสริมคาง

  • ความเสี่ยงในการทำศัลยกรรมเสริมคาง การเสริมคางมักจะเกิดอาการชาที่ริมฝีปาก ผลมาจากด้านในริมฝีปากล่างมีแผลผ่าตัดแต่อาการชาก็จะค่อย ๆ หายไป มีอาการปวดบวมรอบ ๆ คาง บางรายอาจเกิดอาการชาถาวรก็มีซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ หลังผ่าตัดต้องระวังระวังไม่ให้แผลกระทบกระเทือนแรง ๆ เพราะหากมีการกระทบกระเทือนอาจทำให้ซิลิโคนที่เสริมเข้าไปนั้นเคลื่อนจากตำแหน่ง
  • การอักเสบติดเชื้ออย่างที่บอกว่าแผลผ่าตัดในปากมีโอกาสสัมผัสกับอาหาร น้ำ และน้ำลายอยู่บ่อย ในระยะแรกที่แผลยังใหม่อยู่อาจจะมีการติดเชื้ออักเสบได้ ถึงแม้จะไม่มากนัก เพราะแพทย์จะให้ยาแก้อักเสบ รวมทั้งกำชับเรื่องการดูแลแผลเป็นอย่างดีแล้ว แต่หากเกิดขึ้นในระยะแรก ๆ ที่ยังอักเสบไม่รุนแรง แพทย์อาจจะใช้ยาที่แรงขึ้นช่วยจัดการปัญหานี้ได้ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ แล้ว การแก้ไขก็มัก จะลงเอยด้วยการเปิดแผล แล้ว เอา แท่งคางที่เสริมไว้ออกเสียก่อนแล้วค่อยมาตั้งต้นกันใหม่ในภายหลัง
  • ปากชาทั้งนี้เนื่องจากบริเวณคางด้านข้างซ้ายและขวา จะมีเส้นประสาทที่มาเลี้ยงริมฝีปากล่างอยู่ด้วย ทำให้เรามีความรู้สึกได้แต่หากใช้แท่งซิลิโคนที่กว้างมากเกินไป จนต้องเลาะเข้าไปใกล้เส้นประสาททั้งสองข้างที่อยู่ชิดกระดูกกราม ก็อาจจะทำให้เกิดอาการชาที่ปากตามมาได้ แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดเพียงชั่วคราว ซึ่งมักจะฟื้นได้ในเวลาอันสั้น นั่นเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้

การศัลยกรรมเสริมความงามทุกอย่างมีความเสี่ยง ดังนั้นก่อนทำเสียเวลาศึกษาหาข้อมูลของแต่ละคลินิกสักนิดเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น