เสริมคาง คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง มีกี่ขั้นตอน

ใบหน้าที่ดูสวยงาม ต้องมีความสมดุลใน 4 ตำแหน่งบนใบหน้า คือ ส่วนของหน้าผาก, โหนกแก้ม, จมูก และก็คาง ถ้าเกิดเปรียบเทียบอวัยวะบนใบหน้าแล้ว คางอาจมีความโดดเด่นน้อยกว่าจมูกหรือตำแหน่งอื่น แต่ว่าถ้าหากพิจารณาจากส่วนประกอบบริเวณใบหน้าที่ได้รูปและสมบูรณ์ คาง เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในความสมบูรณ์นั้นด้วย แต่ว่าส่วนใหญ่คนมักละเลยเรื่องของคางไป อาจพูดได้ว่าการมีจมูกโด่งได้รูปทำให้บริเวณใบหน้าดูเด่น แต่การมีคางที่รับกับจมูก ทำให้บริเวณใบหน้าดูเพอร์เฟ็คขึ้น การผ่าตัดเสริมคางเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น หรือหลบเข้าไปข้างใน ไม่มีปลายคาง ทำให้บริเวณใบหน้าดูสั้นกลม ขาดความอ่อนโยน

เสริมคางเหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่มีบริเวณใบหน้ากลม คนอ้วน หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่สมดุล โดยมีโครงหน้าส่วนบน อาทิเช่น หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แต่กลับมีคางที่สั้น การศัลยกรรม จะช่วยปรับบริเวณใบหน้าแลดูมีมิติเพิ่มมากขึ้น และเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความรี ดูเป็นรูปไข่ ให้สอดรับกับความนิยมคนในปัจจุบัน นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเสริมคางไม่ควรทำกับผู้ที่อายุน้อยกว่า 17 ปี ที่การพัฒนาการของกระดูกยังคงมีต่อเนื่องได้บ้างในบางคน ในขณะที่กระดูกควรจะปิดได้แล้วเมื่อวัย 15 ปี ในทางตรงกันข้ามผู้ที่แก่กว่า 55 ปีก็ควรจะพิจารณาถึงปัจจุบันเรื่องความแข็งแรงของกระดูกที่รองรับซิลิโคน ที่อาจจะทำให้มีผลต่อการคงอยู่และก็รูปร่างของการเสริมคาง ในอนาคต

ขั้นตอนในการเสริมคาง

สำหรับการทำศัลยกรรมเสริมคางหมอจะให้ยาสลบแก่ผู้ป่วย หลังจากนั้นกระบวนการผ่าตัดจึงเริ่มขึ้น อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับในการเสริมคางเป็นซิลิโคนแท่ง ลักษณะคล้ายยางที่มีความยืดหยุ่น นำมาเหลาให้ได้รูปทรงที่รับพอดีกับคางของคุณศัลยแพทย์จะทำการเปิดผิวบริเวณด้านในปาก บริเวณด้านในของริมฝีปากล่าง ตั้งแต่ส่วนของเหงือกลงไปจนถึงส่วนของกระดูกคางด้านหน้า และทำการฝังและก็ยึดซิลิโคนลงในตำแหน่งที่ได้วัดระยะอันเหมาะสมเอาไว้แล้ว หลังจากนั้นจึงเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ที่จะสลายไปเองได้ภายใน 10 วันแต่หากเป็นในกรณีที่ทำการเสริมคางไปพร้อม ๆ กับศัลยกรรมยกกระชับบริเวณใบหน้า หมอจะสร้างรอยผ่าตัดที่บริเวณใต้คางเพื่อความสะดวกต่อการศัลยกรรมทั้งสองประเภท ซึ่งรอยแผลที่อยู่บริเวณนี้ก็สามารถหลบซ่อนจากสายตาได้เป็นอย่างดี นอกจากการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว ยังมีการศัลยกรรมเกี่ยวกับคางอีกอย่างหนึ่ง คือ “การศัลยกรรมเลื่อนคาง” (sliding genioplasty หรือ chin advancement) มักทำในกรณีผู้ที่มีคางสั้นมาก ๆ และร่นไปอยู่ด้านหลังเยอะ ซึ่งถ้าใช้ซิลิโคนเสริมก็จะต้องเป็นซิลิโคนชิ้นใหญ่ และดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติ ศัลยแพทย์จะทำการเลื่อยกระดูกส่วนคางในแนวนอน และกระทำการเลื่อนตำแหน่งออกมาด้านหน้าแล้วจึงใช้น็อตพิเศษยึดเอาไว้ ก็จะมีผลให้บริเวณใบหน้าที่เคยดูอูมกลม กลับมาได้สัดส่วนและดูเรียวมีมิติมากยิ่งขึ้น

อาการหลังผ่าตัด

คนไข้โดยมากจะรู้สึกตึงที่บริเวณแผลผ่าตัด ซึ่งอาการนี้จะค่อย ๆ หายไปเองหลังผ่าตัด 1 อาทิตย์ หมอจะพันผ้าพันแผลไว้ให้โดยประมาณ 2 ถึง 3 วัน ระหว่างนี้คนไข้ควรจะกินอาหารอ่อนหรืออาหารที่เป็นน้ำ เช่นโจ๊กหรือข้าวต้มอ่อน  ๆ  เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนของบาดแผล และทานยาแก้ปวดลดบวมได้

เสริมคาง แบบไหนดี

ความเสี่ยงสำหรับการศัลยกรรมเสริมคาง

  • ริมฝีปากรู้สึกชา เพราะมีแผลผ่าตัดอยู่ภายในริมฝีปากด้านล่าง ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงเองเมื่อเวลาผ่านไป
  • คางและบริเวณรอบ ๆ มีอาการบวม เจ็บ
  • การรับความรู้สึกที่บริเวณคางเปลี่ยนไป บางทีอาจเป็นไปได้ทั้งเพียงชั่วคราว หรือเกิดขึ้นถาวร
  • ซิลิโคนเลื่อนออกจากตำแหน่ง อันเกิดจากการกระทบกระเทือนที่ใบหน้า
  • มีการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด

ข้อควรรู้ก่อนคิดจะเสริมคาง

  1. อายุที่สามารถเสริมคางได้ ช่วงอายุที่เหมาะสมกับการเสริมคาง คืออายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากว่าช่วงวัยนี้นับว่าเป็นวัยที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
  2. อุปกรณ์ที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง อุปกรณ์ที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบซิลิโคนแท่ง และก็แบบฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง แบบซิลิโคนก็จะใช้แบบเดียวกับที่เสริมจมูก วิธีการเสริมด้วยซิลิโคนแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากภายในช่องปากแล้วก็การศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก สำหรับวิธีฉีด เป็นการนำสารที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าที่คาง แต่ว่าปัจจุบันนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์มากยิ่งขึ้น
  3. เลือกเสริมคางให้พอดีกับหน้า การเสริมคางถ้าจะมีผลให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ จะต้องทำให้เหมาะสมกับขนาดบริเวณใบหน้าของแต่ละคนด้วย การเสริมคางที่ใหญ่เกินความจำเป็นหรือขนาดไม่เหมาะสมกับบริเวณใบหน้าจะส่งผลเสียต่อผิวหนังแล้วก็กระดูกคางในอนาคตได้
  4. การเตรียมความพร้อมก่อนเสริมคาง ให้งดทานยาชนิดสเตียรอยด์ ถ้าทานยาหรืออาหารเสริมตัวไหนอยู่ ก็แจ้งหมอให้รู้ก่อนทำการผ่าตัดเสริมคางด้วย รวมถึงแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนที่จะมีการผ่าตัดด้วยค่ะ
  5. การดูแลตนเองหลังการเสริมคาง หลังจากผ่าตัดมาช่วงแรกแผลอาจบวมได้ ก็ให้ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน เวลานอนก็ให้นอนหงายและหนุนหมอนสูง ๆ รวมทั้งงดกินอาหารรสจัด อาหารเป็นพิษ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ให้บ้วนปากทุกครั้งทุกคราว เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ที่สำคัญจะต้องทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด ก็จะมีผลให้แผลหายเร็วขึ้น
  6. แผลผ่าตัดนานเท่าไรถึงจะหาย หลังจากผ่าตัดแผลจะมีอาการบวมอย่างน้อย 1 – 2 อาทิตย์ และก็จะเริ่มเข้าที่เข้าทางและหายเป็นปกติประมาณ 1 – 2 เดือน
  7. ทำใจรับผลกระทบที่เกิดขึ้น สำหรับบางเคสบางทีอาจมีการผิดพลาดขึ้นได้ หรือส่งผลข้างเคียง ก็ควรจะทำความเข้าใจและก็ยอมรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นอาการอักเสบหรือติดเชื้อ ในระยะเริ่มต้นที่แผลยังไม่หาย ควรจะรีบไปพบหมอโดยด่วน ถ้าหากปล่อยทิ้งเอาไว้ทำให้ต้องเจ็บตัวอีกรอบเพื่อผ่าตัดซิลิโคนออก นอกจากนี้บางเคสก็อาจจะคางเบี้ยว ก็ให้หมอช่วยปรับปรุงแก้ไข หรือบางเคสอาจมีอาการชาที่ปาก เนื่องมาจากแท่งซิลิโคนไปกดทับเส้นประสาท ซึ่งกรณีนี้อาการจะเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วคราว และก็จะกลับมาปกติเองค่ะ
  8. เลือกคลินิกเสริมคางไหนดี การเสริมคางหรือศัลยกรรมอื่น ๆ ก็ตาม ควรจะเลือกโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูงและก็มีทีมศัลยแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญประจำอยู่ ทั้งนี้ควรที่จะเลือกสถานที่เสริมคางไว้สัก 2 – 3 ที่ จากนั้นก็เข้าไปพูดคุย ปรึกษากับหมอดู พร้อมกับดูผลงานของหมอประกอบการตัดสินใจ วิธีนี้แหละที่จะทำให้คุณผู้หญิงตัดสินใจได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นค่ะ

การเสริมคางเป็นการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้ดีขึ้นจากที่เคยหน้ากลมก็จะมีใบหน้าที่เรียวงามขึ้น หากคุณกำลังคิดจะเสริมคางอยู่คุณควรเลือกคลินิกเสริมคางที่ได้มาตรฐานและมีหมอเฉพาะทางดูแลอยู่จะดีที่สุดค่ะ เพราะหมอเฉพาะทางสามารถจะวิเคราะห์ว่าคุณจะต้องผ่าตัดคางรูปแบบไหนถึงจะได้ใบหน้าที่ออกมาดูดีที่สุด และคุณจะไม่ผิดหวังเมื่อคุณเลือกหมอผ่าตัดเสริม

Transitions-for-Women.com

เสริมคาง ด้วยซิลิโคน ทำหน้าเรียว ศัลยกรรม คางสวย ศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคน ช่วยให้ใบหน้าดูยืดยาวขึ้นเล็กน้อย ทำให้ดูดี