จัดฟัน เสริมคางได้ไหม วิธีการดูแลแผล หลังศัลยกรรม

สาว ๆ หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าการจัดฟันและการศัลยกรรมสามารถทำด้วยกันได้หรือไม่ เมื่อทำแล้วจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันนี้หนุ่ม ๆ สาว ๆ นิยมที่จะทำการจัดฟันกันเกือบทั้งนั้น เลยมีข้อกังขาว่าหากจัดฟัน เสริมคางได้ไหม ซึ่งเราขอนำเสนอเป็นแนวทางให้ท่านได้ศึกษาก่อนที่จะเข้ารับบริการเสริมคาง

ในการจัดฟันนั้นไม่ได้ทำให้รูปหน้าของท่านเรียวขึ้น แต่ที่เห็นว่าระหว่างจัดฟันแล้วรู้สึกว่ารูปหน้าเรียวขึ้นอาจเป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อส่วนนั้นใช้งานน้อยลง ซึ่งในระหว่างจัดฟันจะไม่สามารถเคี้ยวอาหารที่เหนียวและแข็งได้ เพราะเกรงว่าเครื่องมือจัดฟันจะหลุด จึงทำให้ผู้ที่จัดฟันใช้กล้ามเนื้อน้อยลง

ในระหว่างที่ทำการจัดฟันท่านยังไม่สมควรเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง โดยเฉพาะในกรณีที่การจัดฟันมีการดึงฟันหน้าเข้าไปข้างใน เพราะหลังจัดฟันริมฝีปากจะเปลี่ยนไป กรณีที่ปากยื่นเมื่อจัดฟันแล้วริมฝีปากจะยุบลง จมูกและคางซึ่งอยู่บริเวณติดกับริมฝีปากก็จะดูเด่นขึ้น

หลายคนอาจคิดว่าเราควรจัดฟันก่อนหรือหลังการเสริมคางดี ซึ่งต้องดูว่าปัจจุบันเราพอใจกับฟันของเราหรือไม่ หากเราคิดว่าเราจะจัดฟันอยู่แล้ว เราควรจัดฟันให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะคิดทำการเสริมคางจะดีกว่า เพราะหากกำลังจัดฟันอยู่แล้วไปเสริมคาง

หลังเสริมคางประมาณ 1 เดือนท่านจะต้องงดให้ทันตแพทย์ทำการจัดฟันต่อ เนื่องจากว่าจะต้องมีการยกริมฝีปากเพื่อตรวจฟัน ทำให้ทันตแพทย์ทำไม่ถนัดเพราะคนไข้ยังมีแผลจากการผ่าตัดเสริมคางอยู่

การเสริมคางเป็นหนึ่งในศัลยกรรมที่ช่วยให้รูปหน้าดูเรียวสวย ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มหรือสาวก็อยากให้ตัวเองมีรูปหน้าเป็นตัว V กันทั้งนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่าเสริมคางแบบไหนดี

การเสริมคางมี 2 แบบ

  • การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วย ซิลิโคนแพทย์จะทำการเปิดแผลทางภายในช่องปากและภายนอกบริเวณใต้คาง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทั้งภายในหรือภายนอกก็จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถาวร ในอนาคตคนไข้อาจเกิดปัญหาของเนื้อเยื่อภายใน หรือปัญหาซิลิโคนห้อยทำให้คางเบี้ยว หรือเนื้อคางดูกว้างหนา

  • การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

เป็นการเลื่อนตัดกระดูกคาง โดยแพทย์จะทำการตัดกระดูกคางแล้วเลื่อนกระดูกให้ขยับมาชิดกัน ทำให้ช่วงคางเรียว ลดความกว้างของคาง สามารถแก้ไขปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้

เป็นการตัดที่เลี่ยงเส้นประสาทบริเวณคาง และตัดเป็นรูปตัว T W ตามความเหมาะสมของเคส นั้น ๆ ในบางครั้งอาจใช้กระดูกที่เหลือจากการตัดกรามมาต่อบริเวณปลายคางได้ด้วย กรณีที่คนไข้ทำการตัดกรามร่วมด้วยและคางมีความสั้นเกินไป

การผ่าตัดทั้ง 2 วิธีนี้ แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจและจะทำการออกแบบการผ่านตัดให้คนไข้หลังจากการทำซีทีสแกนดูแนวกระดูกและเช็คแนวเส้นประสาทแล้ว ซึ่งการผ่าตัดที่ได้ผลลัพธ์ถาวรนั้นต้องเป็นการผ่าตัดด้วยกระดูกตัวเอง

เนื่องจากใช้กระดูกของตัวเองไม่มีสิ่งแปลกปลอม รูปหน้าช่วงคางจึงดูเรียวเป็นธรรมชาติมากที่สุด การศัลยกรรมในลักษณะนี้จะต้องใช้ทักษะชั้นสูงในการผ่าตัด ซึ่งไม่ใช่ศัลยแพทย์ทุกคนที่จะทำได้ โดยแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดได้จะต้องศึกษาต่อด้าน Maxillofacial

แนะนำการ จัดฟัน เสริมคางได้ไหม

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • ท่านจะต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกวัสดุเสริมคาง เลือกเทคนิคและตรวจสุขภาพ
  • ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 5 วัน ท่านจะต้องงดยา ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น Aspirin
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านจะต้องงดวิตามิน หรือสมุนไพร ที่ทานประจำบางชนิด เช่น วิตามิน อี จะทำให้เลือดหยุดยาก
  • ท่านจะต้องหยุดการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 7 วัน

การดูแลแผลหลังศัลยกรรมเสริมคาง / ทำคาง เลื่อนคาง

  • หลังการผ่าตัดให้ท่านนอนศีรษะสูงเพื่อช่วยลดการบวม 1-2 อาทิตย์
  • การเสริมคางแบบมีแผลในปาก เพื่อลดโอกาสจากการติดเชื้อในช่องปาก ต้องใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อย ๆ เป็นเวลา
    1 – 2 สัปดาห์
  • การเสริมคางแบบมีแผลใต้คาง ต้องไม่ให้แผลเปียกน้ำ เป็นเวลา 2 – 3 วัน
  • ต้องรับประทานอาหารอ่อน 3 – 4 อาทิตย์ เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนที่เสริมเคลื่อนผิดตำแหน่ง
  • ท่านสามารถแปรงฟันได้เบาๆ
  • แผลในปากเป็นไหมละลาย จะหลุดเองภายใน 2 – 4 สัปดาห์ ถ้าหลุดไม่หมดให้มาตัดออกได้แต่ถ้าเป็นแผลภายนอกต้องมาตัดไหม 7 วันหลังผ่าตัด

บทสรุป

จัดฟัน เสริมคางได้ไหม หากท่านต้องการจัดฟันพร้อมกับการเสริมคางนั้น แนะนำว่าควรจัดฟันให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน เนื่องจากว่าหากทำไปพร้อม ๆ กันอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้แทนที่จะได้รูปคางที่สวยจะกลายเป็นรูปคางที่บิดเบี้ยวขึ้นได้ อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเสริมคางท่านควรศึกษารายละเอียดให้เรียบร้อยเสียก่อนทั้งนี้เพื่อความสวยงามของตัวท่านเอง

คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ให้เข้ากับใบหน้า

คางถือว่าเป็นส่วนสำคัญของใบหน้า โดยเฉพาะกับคนที่อยากมีใบหน้าที่เรียวสวย  หากตัวเองเป็นคนที่มีรูปหน้ากลมมีคางที่ทู่มน คางกว้าง คางสั้น ใบหน้า จะดูมีเสน่ห์และสมส่วนไปได้อย่างไร ดังนั้นจึงทำให้คนนิยมไปทำศัลยกรรมคางกันเป็นจำนวนมาก แล้วคนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี เพื่อที่จะได้มีใบหน้าที่สมส่วนมากขึ้น

คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี

คนที่รูปหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ถ้ามีคางตัดหรือคางสั้นมาก ๆ แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดเสริมคาง เพราะการฉีดฟิลเลอร์คางด้วยเทคนิคฉีดลงในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก ฟิลเลอร์จะเป็นเนื้อเจลที่ไม่สามารถทำให้คางยาวขึ้นได้มากเกิน 1 เซนติเมตร ถ้าฉีดแล้วได้ยาวเกิน 1 เซนติเมตร แสดงว่าฉีดฟิลเลอร์คางบางส่วนซ้อนทับในเนื้อคางชั้นตื้นอาจมีปัญหาฟิลเลอร์ย้อย เป็นก้อนในภายหลังได้

ดังนั้นก่อนตัดสินใจเสริมคางแบบไหนดี หรือ ทำคางที่ไหนดี ท่านควรขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อให้แพทย์ได้วิเคราะห์รูปหน้า โดยแพทย์จะช่วยประเมินและแนะนำวิธีตามความเหมาะสมของตัวผู้เข้ารับบริการ

ใครควรรับศัลยกรรมคางบ้าง

  • บุคคลที่มีมีลักษณะใบหน้ากลมจนเกินไป ต้องการสร้างมิติให้กับใบหน้า
  • บุคคลที่คางถอย สามารถปรับคางให้ยื่นไปข้างหน้าเพื่อรับกับปลายจมูกและหน้าผาก
  • บุคคลที่คางยื่นเกินไป สามารถถอยคางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • บุคคลที่มีลักษณะใบหน้าไม่ได้สัดส่วน
  • บุคคลที่คางสั้น ต้องการเพิ่มความยาวของคาง
  • บุคคลที่คางกว้าง ต้องการให้คางเล็กหรือแคบลง
  • บุคคลที่เสริมคางมาแล้ว และต้องการแก้คางเพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงาม

คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ถึงจะเข้ากัน

บทความแนะนำ ผ่าตัดกระเพาะอาหาร จากเว็บไซต์ Rattinan.com

คนหน้ากลมควรเสริมคางด้วยวิธีผ่าตัดเสริมซิลิโคน ซึ่งมีอยู่ 2 วิธี ดังนี้

  • การเสริมคางด้วยซิลิโคน(Silicone Implant)

ซิลิโคนเป็นวัสดุสังเคราะห์ซึ่งจะวางทับกระดูกคางเดิม การผ่าตัดใช้เวลาสั้น และไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ สามารถผ่าตัดโดยใช้ยาชาได้เลย ซึ่งการผ่าตัดเสริมคางซิลิโคนมี 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  • การเปิดแผลภายนอก บริเวณใต้คาง แล้วใส่ซิลิโคนเข้าไป แบบนี้คนไข้จะมีรอยแผลเป็นใต้คาง ปัจจุบันวิธีนี้ไม่นิยมใช้แล้ว
  • เปิดแผลในช่องปาก บริเวณคอฟันล่าง แล้วใส่ซิลิโคนเข้าไป การผ่าตัดวิธีนี้จะทำขณะที่คนไข้นอนหลับ อาการบวมหลังการผ่าตัดจะมากกว่าการผ่าตัดใต้คาง ซึ่งวิธีนี้คนไข้ไม่ต้องกังวลในเรื่องของแผลเป็น เพราะจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
  • การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง(Genioplasty)

เป็นการนำเอากระดูกคางของคนไข้เองเพื่อใช้ในการผ่าตัด โดยทำคางให้เกิดความยาวทั้งในแนวหน้าตรงและหน้าด้านข้าง ซึ่งตรงนี้สามารถแก้ไขปัญหาคางหุบ คางยื่นได้อย่างครบทุกมิติ และสามารถอยู่ได้อย่างถาวรเพราะเป็นกระดูกของคนไข้เอง

หากจะถามว่าควรเสริมคางแบบไหนดี ถึงจะเหมาะสมกับตนเอง การเสริมคางไม่ว่าจะเป็นซิลิโคนหรือกระดูกตัวเอง จะมีความเหมาะสมกับคนไข้แต่ละบุคคลแตกต่างกันออกไป ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านควรปรึกษาศัลยแพทย์ด้านโครงหน้าก่อนการตัดสินใจจะดีที่สุด

การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง (Genioplasty) ช่วยทำให้ช่วงคางเรียว ลดความกว้างของคาง และสามารถแก้ไขปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้

การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเองเป็นการตัดที่เลี่ยงเส้นประสาทบริเวณคาง และตัดเป็นรูปตัว T W ตามความเหมาะสมของคนไข้รายนั้น ๆ ในบางครั้งอาจใช้กระดูกที่เหลือจากการตัดกรามมาต่อบริเวณปลายคางได้ด้วย

วิธีการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดยาแอสไพริน ไอบิโพรเฟน และวิตามิน ต่าง ๆ
  • หากเป็นการเสริมคางแบบใช้กระดูกตัวเอง ท่านต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 8 – 10 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยการวางยาสลบ
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ท่านต้องแปรงฟัน บ้วนปากให้สะอาด
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด หากท่านมีโรคประจำตัว ท่านต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
วิธีการดูแลตัวเองหลังรับการผ่าตัด
  • หลังทำการผ่าตัด 1 เดือนแรก ให้ท่านรับประทานอาหารอ่อน หรืออาหารเหลว
  • ให้ท่านประคบเย้นตรงบริเวณคาง
  • งดการจับคาง เท้าคางเล่นเป็นระยะเวลา 1 เดือน
  • เวลานอนให้ท่านในลักษณะที่ศีรษะอยู่ตำแหน่งที่สูง
  • บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด
  • ให้ท่านเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบกระเทือนต่อแผล
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง อย่างเคร่งครัด

บทสรุป

คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคางกับคลินิกเสริมความงาม ท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยท่านสามารถขอรับคำปรึกษาตามคลินิกได้ เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ดังนั้นควรเลือกสถานบริการที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย เนื่องจากจะมีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญไว้คอยดูแลท่าน

คลินิกเสริมคางสวย มีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างไร ก่อนการทำ

ปัญหารูปคางไม่สวย คางย้อย ทำให้ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วน แถมไม่ค่อยเรียวสวยดั่งใจอีกด้วย ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ เพียงแค่ทำศัลยกรรมเสริมคางเท่านั้นกับคลินิกเสริมคางสวย ซึ่งในปัจจุบัน ก็มีหลายคลินิกที่เปิดให้บริการศัลยกรรมในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเสริมคางเพื่อปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น มีความมั่นใจในการพบปะผู้คนได้เป็นอย่างดี

การเตรียมตัวก่อน ศัลยกรรมคาง

  1. แจ้งอาการแพ้ยา หรือ อาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. หากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า
  3. งดรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ยาจำพวกเสตียรอย ยาแก้ปวด ยาลดกล้ามเนื้อ แก้อักเสบ วิตามิน อาหารเสริมต่าง ๆ ประมาณ 2 สัปดาห์
  4. งดสูบบุหรี่และดื่มสุราก่อนผ่าตัด
  5. หากเป็นไข้หวัด ไอ หรือป่วย ให้งดผ่าตัดไปก่อน
  6. แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากก่อนผ่าตัด

การดูแลหลัง ศัลยกรรมคาง

  1. ในช่วง 1-3 วันแรกให้ประคบความเย็น เพื่อลดอาการบวม หลังจากนั้นอาการบวมจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยทั่วไป อาการบวมมักจะยุบลงและได้รูปร่างของคางใหม่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-3 เดือน
  2. ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรนอนยกศีรษะสูงอย่างน้อย 30 องศา
  3. บางรายอาจมีรอยเขียวช้ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่าตัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ แนะนำให้ประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณรอยเขียวช้ำ เพื่อให้รอยเขียวช้ำหายเร็วขึ้น
  4. งดทานยาแอสไพรินหลังผ่าตัดต่ออีก 2 สัปดาห์หรือตามแพทย์สั่ง
  5. ระมัดระวังการกระทบกระเทือนบริเวณคาง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 3-4 สัปดาห์แรก ไม่ควรท้าวคาง ไม่ควรหัวเราะมากจนเกินไป และระมัดระวังไม่ให้เกิดแรงกระแทกมากระทบซิลิโคนมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ขยับเขยื้อน จากการที่ซิลิโคนยังเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกไม่ดีพอ

คลินิกเสริมคางสวย ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

แนะนำคลินิกที่เสริมคางสวย

  1. โรงพยาบาลเลอลักษณ์

คลินิกเสริมคางสวย  สำหรับที่นี่นอกจากศัลยกรรมหน้าอกแล้ว การทำศัลยกรรมคางก็ได้รับการพูดถึงเช่นเดียวกัน เพราะด้วยคุณภาพของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะ คุณหมอปิติ ถือว่าเป็นคุณหมอศัลยแพทย์ ที่สาว ๆ ไว้วางใจ อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่ได้มาตรฐาน เปิดให้บริการมานาน หลายคนจึงรู้จักกันดี

  1. Elegance Clinic

ที่นี่ดูแลเสริมคางโดย นพ.ภูเบศ จันทร์ดี ซึ่งคุณหมอจะมีเทคนิคเฉพาะในการทำศัลยกรรม และด้วยประสบการณ์ทำศัลยกรรมที่มากมาย ทำออกมาแล้วจึงดูสวยเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเทคนิคผ่าตัดซ่อนแผลไว้ด้านใน ทำให้บวมน้อย ช้ำน้อย และไม่มีรอยแผลเป็นด้านนอกให้เห็น

  1. สรัญญา คลินิก

สำหรับที่นี่ใช้เทคนิคเสริมคางด้วยการล็อกสกรูส์ไทเทเนียม ทำให้คางแนบชิดติดกระดูก ไม่มีรอยต่อ งานจึงออกมาสวยเนียน แถมนาน ๆ ไปก็ไม่ต้องกังวลว่าคางจะยื่นหรือเบี้ยวอีกด้วย

  1. BCS Clinic

ที่นี่มีบริการศัลยกรรมคางหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เสริมคาง ดูดหรือฉีดไขมันที่คาง เสริมกราม ลดคาง เหลาคาง หรือแม้แต่แก้ไขคางที่เคยเสริมมาแล้ว ทั้งนี้สำหรับเสริมคางใหม่ก็มีทั้งซิลิโคนจากญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงอเมริกาให้เลือก เรียกได้ว่าไปที่นี่ที่เดียวสามารถทำคางได้แบบครบวงจรกันเลย

  1. Doctor Kusol Avenue Clinic

คลินิกแห่งนี้ดูแลโดย พ.ท. นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมใบหน้าโดยเฉพาะ ก่อนทำคุณหมอจะให้คำปรึกษา ซึ่งจะมีการประเมินและวิเคราะห์โครงหน้าอย่างละเอียดก่อนที่จะวางแผนการทำศัลยกรรมทุกครั้ง โดยคำนึงถึงพื้นฐานโครงสร้างของคนไข้เป็นหลัก ดังนั้นทำออกมาแล้วจึงดูสวยเป็นธรรมชาตินั่นเอง

  1. WE Clinic

คลินิกนี้มีเทคนิคเสริมคางแบบพิเศษ โดยใช้ซิลิโคนขายาวแบบล็อกแกนที่เหลาเป็นทรงวีเชปตามรูปหน้าที่เหมาะสมกับใบหน้าของคนไข้ ทำออกมาแล้วจะดูเป็นธรรมชาติ และไม่มีรอยต่อ ที่สำคัญที่นี่เขาผ่าตัดด้วยเลเซอร์ทุกเคส ดังนั้นแผลจึงเล็กมาก ๆ พักฟื้นไม่นานก็เข้าที่แล้ว

  1. Cosmacare Clinic

ที่นี่จะให้บริการเสริมคางแบบซิลิโคน โดยซิลิโคนที่ว่านี้คุณหมอจะเป็นคนเลือกให้กับคนไข้ โดยคำนึงว่าจะต้องเข้ากับรูปหน้าของคนไข้มากที่สุด รวมไปถึงคุณหมอยังจะใส่ใจในการเหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้ด้วยทุกเคส ทำให้คางที่ทำออกมาดูสวยเป็นธรรมชาติและดูมีมิติ ที่สำคัญยังมีการรับประกันให้ถึง 1 ปีเต็มอีกด้วย

  1. Elite Clinic

อีกหนึ่งคลินิกที่ทำคางสวยเป็นธรรมชาติ คุณหมอใส่ใจ ให้คำแนะนำ และดูแลดี ซึ่งใครที่ได้มาทำที่นี่ต่างก็บอกต่อว่าคุณหมอมือเบา ทำแล้วบวมช้ำน้อย พักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถไปทำงานได้ อีกทั้งยังสะอาด ได้มาตรฐาน และปลอดภัย ใครที่เคยมาทำที่นี่ต่างก็ประทับใจกันแทบทุกราย

  1. Deluxe Clinic

ที่แห่งนี้เป็นคลินิกศัลยกรรมที่ได้มาตรฐานและทันสมัยไม่ต่างจากโรงพยาบาลเลย แถมคุณหมอก็ยังมีประสบการณ์ ทำแล้วแผลเล็ก ดูสวยเป็นธรรมชาติ โดยคุณหมอจะเสริมคางด้วยการใช้ซิลิโคนแท่งชนิดนิ่มเกรดเอ โดยมีเทคนิคผ่าตัดโดยใช้วิธีเจาะแผลเล็ก ๆ ที่บริเวณรอยพับใต้คาง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้มีอาการบวมน้อย ช้ำน้อย ดูแลง่าย ที่สำคัญช่วยให้ใบหน้าดูเรียวกว่าวิธีการผ่าตัดในช่องปากด้วยค่ะ

  1. Aime Clinic

ที่นี่หากใครได้มาทำต่างก็ประทับใจ โดยคุณหมอจะคอยให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังเสริมคาง ทั้งนี้สำหรับเทคนิคการเสริมคางนอกจากการใช้ซิลิโคนแล้วยังมีวิธีการเสริมคางด้วยการนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีดเข้าที่คางอีกด้วย

ซิลิโคนเสริมคาง ไซส์s พอดีกับใบหน้าแบบไหน ไปดูกัน

การเสริมคาง ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกหนึ่งจุดบนใบหน้าปรับให้หน้าวี เรียว แล้วก็เสริมโหงวเฮ้งให้สวยงามรับทรัพย์ หลายคนก็เลยหันมาให้ความสนใจในเรื่องของ “การเสริมคาง” เพิ่มมากขึ้น เพราะว่าเป็นแนวทางที่ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วน ให้เกิดความสวยงามและก็ได้สัดส่วนทำให้บริเวณใบหน้าดูเรียวยาวและได้รูปมากเพิ่มขึ้นการเสริมคางเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางเหลี่ยม คางยุบ หรือคางเบี้ยว และการเสริมคางก็มีซิลิโคนหลายขนาดให้เลือกทั้งซิลิโคนเสริมคาง ไซส์s ไซส์M ไซส์L และคุณหมอจะเลือกให้เข้ากับใบหน้าของคุณมากที่สุด และการเสริมคางด้วยซิลิโคนได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีบาดแผลให้เห็นและบวมช้ำน้อย ไม่ต้องพักฟื้นจึงทำให้หลาย  ๆ  คนนิยมเสริมคางด้วยวิธีนี้ค่ะ

ใครที่เหมาะสมต่อการทำเสริมคาง

ใช่ว่าคนที่มีปัญหาคางสั้น คางหลบ ทุกคนจะสามารถทำเสริมคา แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป คนที่เหมาะสมต่อการเสริมคางยังจะต้องมีโครงสร้างส่วนของฟันแล้วก็กรามที่มีความแข็งแรง และทำงานร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งมีภูมิคุ้มกันร่างกายที่ดีพอเพื่อป้องกันอาการอักเสบหรือติดเชื้อภายหลังการทำศัลยกรรมด้วย นอกเหนือจากการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว บางครั้งศัลยแพทย์อาจพิจารณาว่าผู้ป่วยควรจะปรับแก้ไขรูปหน้าส่วนล่างโดยการฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย เพื่อให้เห็นรูปคางที่ชัดเจนและก็สวยงามมากขึ้นการเลือกขนาดซิลิโคนที่จะใช้ หมอจะให้คำแนะนำในการเลือกขนาดของซิลิโคนเสริมคางก่อนผ่าตัด เพื่อให้เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคน ซึ่งขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยว่าต้องการยาวมากน้อยแค่ไหน การเลือกขนาดจะต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบรูปหน้าอีกด้วย เพื่อไม่ให้คางที่เสริมออกมาดูยาวจนเกินไป

ข้อจำกัดในการเสริมคาง

  • สำหรับคนไข้ที่มีคางลักษณะสั้นมากหรือถอยไปด้านหลังไม่สมควรที่จะเสริมด้วยซิลิโคน เพราะจำเป็นต้องใช้ซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่มาก ควรจะใช้วิธีการศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคางแทน โดยเฉพาะคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องการสบฟัน
  • สำหรับคนไข้ ที่มีคางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากันจากกระดูกคาง เมื่อทำการเสริมด้วยซิลิโคนอาจจะทำให้มีการบิดเบี้ยวได้ง่าย ในกรณีนี้หมอจะต้องวินิจฉัยโรคที่เป็นแล้วก็ปรับแก้หาสาเหตุก่อน
  • สำหรับคนไข้ที่คางเคยฉีดซิลิโคนเหลวหรือสารอื่น ๆ มาก่อน ลักษณะรูปทรงของคางนั้นจะควบคุมได้ค่อนข้างยากอันเนื่องมากจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่ตกค้างอยู่ภายในเนื้อ
  • สำหรับใครที่สนใจเสริมคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ก็อย่าลืมที่ค้นหาข้อมูลที่ได้รับมาจากหลาย ๆ แหล่ง เพื่อศึกษาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการผ่าตัดเสริมคาง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกและก็ขอรับการปรึกษาจากศัลยแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญจะดีที่สุด

ซิลิโคนเสริมคาง ไซส์s พอดีกับหน้าหรือไม่

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

หมอ จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับซิลิโคนที่ใช้ และทำการวัดเค้าโครงหน้า ดูขนาดเดิมของคาง เพื่อเลือกตำแหน่งแล้วก็ขนาดของซิลิโคนที่เหมาะสมกับบริเวณใบหน้าของแต่ละบุคคลหลังจากตรวจเค้าโครงหน้าแล้ว หมอจะทำการเหลาซิลิโคนตามขนาดที่เหมาะสมเพื่อให้เข้ากับรูปหน้า ก่อนทำการผ่าตัดหมอจะทำความสะอาดใบหน้า และภายในช่องปาก หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว หมอจะทำการวาดเส้นเพื่อระบุตำแหน่งที่ชัดเจนก่อนทำการผ่าตัด ระบุตำแหน่งแล้วหมอจะใช้ยาชาฉีดบริเวณที่ทำการผ่าตัดเสริมคาง และให้ยาสลบแก้ผู้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อลดอาการเกร็ง สำหรับในการผ่าตัดหมอจะทำการเปิดแผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะเสริมคางจากด้านในช่องปากหรือภายนอกช่องปาก เมื่อเปิดแผลแล้วหมอจะใส่ซิลิโคนขนาดที่เตรียมไว้ในตำแหน่งที่ระบุ ขั้นตอนสุดท้ายหมอจะทำการเย็บปิดบาดแผล โดยหมอจะใช้ไหมละลายโดยไม่ต้องไปตัดไหมออกไหมจะละลายไปเองภายใน 10 วัน

ทำอย่างไรไม่ให้ซิลิโคนเบี้ยว

ปัญหาที่อาจพบได้จากการเสริมคางด้วยซิลิโคน คือ ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง ทำให้คางเบี้ยว ซึ่งปัญหานี้จะเกิดน้อยเมื่อผ่าตัดกับหมอผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ โดยทั่วไปแล้วเทคนิคการแก้ไข ซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมีดังนี้

  1. วางซิลิโคนเอาไว้เฉย ๆ รอให้มีพังผืดมารัดซิลิโคน ซึ่งเทคนิคนี้มีโอกาสทำให้ซิลิโคนผิดตำแหน่งมากที่สุด
  2. เย็บซิลิโคนให้ใกล้กับเนื้อเยื่อข้างเคียง วิธีนี้ทำให้ซิลิโคนคงที่แต่ก็ยังมีโอกาสที่ทำให้ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งอยู่
  3. ใช้สกรูยึดซิลิโคนกับกระดูก วิธีนี้ป้องกันปัญหาซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้ดีที่สุดเกือบจะ 100%

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการเสริมคางด้วยซิลิโคน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเสริมคางวิธีเสริมคางด้วยซิลิโคนก็เป็นอีกหนึ่งวีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด เพราะไม่มีแผลผ่าตัดให้เห็น และไม่ต้องพักฟื้นจึงทำให้สาว  ๆ  หนุ่ม หันมาเสริมคางด้วยวิธีนี้กันมากขึ้นค่ะ

เสริมคาง ซิลิโคน สามารถทำได้กี่แบบ วิธีไหนดีที่สุด

สาว  ๆ  หนุ่ม  ๆ  ที่มีปัญหาใบหน้ากลม คางสั้น คางเล็กจนดูไม่ออกจึงทำให้หนุ่ม  ๆ  สาว  ๆ  หันมาเสริมคางกันมากขึ้น เพราะการเสริมคางสามารถทำให้หน้าเรียว เล็กลงได้และในปัจจุบันมีวิธีการเสริมคางที่หลากหลายที่คุณสามารถเลือกทำได้ และวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเสริมคาง ซิลิโคนว่ามีแบบไหนบ้าง เพื่อเป็นตัวช่วยให้สาว  ๆ หนุ่ม  ๆ  ได้ตัดสินใจเลือกเสริมคางได้ง่ายขึ้น

การเสริมคางด้วยซิลิโคนสามารถทำได้ 2 แบบดังนี้

1.การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 ซม. โดยหมอสามารถปรับรูปคางได้หลายองศา แล้วก็สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมทั้งยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสสำหรับการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งจุดเด่นของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งจำต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าหากทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็สามารถที่จะช่วยให้รอยแผลหายเร็วขึ้นค่ะ

2.การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้ค่ะ

เสริมคาง ซิลิโคน ชนิดไหนดี

ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมคางมีกี่แบบ

ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางมีอยู่ 2 ประเภทดังนี้

1.ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะกับคนที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม แล้วก็ต้องการปรับรูปทรงบนบริเวณใบหน้าให้สมบูรณ์มากเพิ่มขึ้น บริเวณใบหน้าดูยาวขึ้น จำเป็นต้องใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนุ่ม ปานกลาง

2.ซิลิโคนขายาว

จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อกไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อกกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียงซิลิโคนขายาว เหมาะกับคนที่มีปัญหาคางตัด คางยุบ คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงจะต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • ฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากด้านล่าง
  • หลังจากนั้นก็แยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบด้านล่าง แล้ววางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ
  • เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง

การดูแลหลัง เสริมคาง ด้วยซิลิโคน

  • ในช่วง 1-2 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางเป็นประจำ
  • ดูแลแผลในปาก และก็งดรับประทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • กินน้ำโดยใช้หลอด ควรจะเลี่ยงการกินน้ำหรือรับประทานอาหารที่ร้อนมากหรือเย็นมาก
  • บ้วนปากเป็นประจำด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำเกลือหรือน้ำที่สะอาด
  • อย่าใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และก็ระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนกินผัก ผลไม้ควรจะล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อดิบ ๆ สุก ๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ แล้วก็เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 3 อาทิตย์
  • 1 อาทิตย์หลังผ่าตัดหมอจะนัดมาตรวจอาการ และก็ตรวจซ้ำหลังจากนั้นอีก 1 เดือน
  • ในช่วง 3-4 อาทิตย์แรก ควรจะหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณคาง
  • หลังการดูแลรักษาประมาณ 1-2 เดือน อาการบวมจะยุบลง และก็ได้รูปทรงของคางใหม่ โดยแท่งซิลิโคนจะเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกและไม่ขยับเขยื้อน นอกจากจะโดนชนอย่างแรง

อาหารที่ควรทานหลังเสริมคางด้วยซิลิโคน

การรับประทานอาหารหลังการทำศัลยกรรมเสริมคางแนะนำให้เน้นอาหารอ่อน ไม่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมากรสอ่อน งดเผ็ดหรือเค็ม ช่วง 1 เดือนแรกหลังการผ่าตัด งดอาหารเป็นพิษเช่นอาหารทะเล ของดิบ ๆ สุก ๆ ที่เสี่ยงให้แผลบวมยาวนานกว่าปกติ

การเสริมคาง ซิลิโคนเป็นการศัลยกรรมที่ไม่ทำให้เจ็บตัวมากไม่ต้องพักฟื้นทำเสร็จสามารถทำกิจกรรมภายในบ้านแบบเบา  ๆ  ได้แต่อย่าโดนกระแทรกแรง  ๆ  ที่คางเท่านั้นหลังจากนั้นอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับค่ะ

รีวิว เสริมคาง pantip กระทู้ยอดฮิต ของคนที่ชอบทำศัลยกรรม

เสริมคาง เป็นศัลยกรรมอันดับต้น  ๆ  ที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ เพราะการเสริมคางสามารถปรับรูปหน้าให้กับสาว  ๆ  ได้เป็นอย่างดี และการเสริมคางไม่ใช่ทำได้แค่ผู้หญิง ผู้ชายก็ทำได้ หากผู้ชายมีใบหน้าที่กลมไม่เป็นสัดส่วนก็สามารถเสริมคางให้ดูดีได้ และในปัจจุบันมีคลินิกศัลยกรรมเปิดให้บริการเสริมคางมากมาย ละยังมีรีวิว เสริมคาง pantip ให้คนไข้ที่ต้องการเสริมคางได้ดูเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกเสริมคางกับคลินิกนั้น  ๆ

การเสริมคางมีกี่ประเภท

การเสริมคางมีอยู่ 2 ประเภทดังนี้

1.การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วย ซิลิโคนจะมีการเปิดแผลทางด้านในช่องปากและก็ภายนอกบริเวณใต้คาง แต่ว่าผลลัพธ์ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทั้งภายในหรือภายนอกก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ไม่ถาวรสมบูรณ์ ในอนาคตคนไข้อาจเกิดปัญหาของเนื้อเยื่อภายใน หรือปัญหาซิลิโคนห้อยทำให้คางเบี้ยว หรือเนื้อคางดูกว้างหนา

2.การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเองการเลื่อนตัดกระดูกคาง เป็นการตัดกระดูกคางแล้วเลื่อนกระดูกให้ขยับมาชิดกัน ทำให้ช่วงคางเรียว ลดความกว้างของคาง และสามารถขจัดปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่พอดีได้ เป็นการตัดที่หลีกเลี่ยงเส้นประสาทบริเวณคาง และก็ตัดเป็นรูปตัว T W ตามความเหมาะสมของเคสนั้น ๆ

ทั้งสองวิธีนี้คุณหมดจะเป็นคนตัดสินใจให้ว่าคนไข้จะต้องเสริมคางแบบไหน และการเสริมคางจะต้องเสริมกับหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ไม่ใช่ว่าไม่ใช่ศัลยแพทย์ทุกคนจะทำได้ ต้องผ่านการศึกษาต่อด้าน Maxillofacial ซึ่งมีน้อยมากในไทย ในแต่ละปีจึงมีคนไข้ชาวไทยไม่น้อยเลยต้องบินไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี

รีวิว เสริมคาง pantip กระทู้เด็ด

เสริมคางเหมาะกับใคร

การเสริมคางนั้น เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและก็ผู้ชาย คนไข้ที่มีปัญหาบริเวณใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการขจัดปัญหาคาง ให้มีความสวยงามขึ้น ผู้ที่มีบริเวณใบหน้ากลมต้องการปรับรูปหน้าให้ยาวมากขึ้น การเสริมคางจะช่วยทำให้ปรับบริเวณใบหน้าแลดูมีมิติมากยิ่งขึ้น และก็เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้วีเชฟ นอกจากนั้นเสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป อาจจะส่งผลให้บริเวณใบหน้าดูหวาน ซึ่งแตกต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้บริเวณใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุนเป็นที่ต้องตาของผู้พบเห็น

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • งดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุงทุกประเภท ยาแอสไพริน (วิตามินซี ใบแป๊ะก้วย น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพิมโรส อย่างน้อย 1-2อาทิตย์ วิตามินอีและก็น้ำมันอื่น ๆ อย่างน้อย 3 เดือน) เพราะว่าจะทำให้เลือดไหลง่าย ผ่าตัดยากและบวมนาน
  • ถ้าแพ้ยาใด ตั้งครรภ์ หรือให้นมลูก ให้รีบแจ้งหมอในทันที
  • ผู้ป่วยจำเป็นต้องไม่มีไข้ ไม่สบาย หรือมีการติดเชื้ออักเสบทางผิวหนัง
  • ถ้าเกิดผู้ป่วยมีโรคอื่นหรือมียา อาหารเสริม ยาบำรุงใด ๆ ที่ได้รับอยู่ประจำรวมถึงประวัติการแพ้ยา จะต้องแจ้งให้หมอทราบก่อนทุกครั้ง
  • ถ้าหากคนไข้เคยทำการผ่าตัด หรือ ฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อนจะต้องแจ้งให้หมอทราบก่อนทำการผ่าตัด
  • ก่อนผ่าตัด ผู้ป่วยควรจะทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • วันผ่าตัด ผู้ป่วยไม่ควรนำของมีค่าติดตัวเข้าห้องผ่าตัด
  • วันผ่าตัด คนไข้ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรจะใส่เสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

  • ควรจะหมั่นประคบเย็น โดยการทาบเบา ๆ บริเวณคาง เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นอีก 3 วัน ซึ่งจุดที่จะต้องประคบมีทั้งหมด 4 จุดดังต่อไปนี้
  • บริเวณข้างคางทั้งด้านซ้ายแล้วก็ขวา
  • บริเวณด้านบนคาง ใต้ริมฝีปากล่าง
  • บริเวณใต้คาง
  • ควรจะนอนโดยใช้หมอนรองคอช่วย และงดการนอนตะแคง 1 เดือน
  • งดการเท้าคางหรือให้คางได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของซิลิโคน
  • ควรจะทำความสะอาดแผลเพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ โดยใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดล้างแผลให้สะอาดอยู่ตลอด ส่วนการผ่าตัดเสริมคางแผลในให้งดแปรงฟัน 1-2 อาทิตย์หลังทำ และทำความสะอาดด้วยน้ำยาบ้วนปากแทน
  • งดทานอาหารหมักดอง อาหารที่ร้อนจัด เย็นจัด และอาหารรสเผ็ด
  • งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ 1 เดือน
  • กินยาตามคำแนะนำของหมอ เช่น ยาลดบวม ยาแก้ปวด
  • การเสริมคางแผลนอกจะมีกำหนดตัดไหมอยู่ที่ 14 วัน ส่วนการเสริมคางแผลในหมอจะใช้ไหมละลาย โดยไหมจะละลายไปเองในช่วง 2-4 อาทิตย์หลังผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมคางสามารถทำได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายหากมีปัญหาเกี่ยวกับคาวสามารถผ่าตัดได้หมดแต่จะผ่าตัดด้วยวิธีไหนนั้นคุณหมอจะเป็นคนวินิจฉัยเองว่าควรผ่าตัดด้วยวิธีไหน และการผ่าตัดคุณควรเลือกหมอผ่าตัดเฉพาะทาง และเลือกคลิกที่ได้มาตรฐานหากยังเลือกคลินิกไม่ได้ลองเลือกดูรีวิว เสริมคาง pantip ดู เพราะในปัจจุบันมีการรีวิวเสริมคางของแต่ละคลินิกให้ดูมากมายเพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกคลินิกเสริมคางให้คุณได้ง่ายขึ้นค่ะ

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ มีการใช้แบบไหนบ้าง ที่คนนิยมทำ

การเสริมคางพบว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ แต่วิธีนี้จะไม่คงอยู่ถาวร เพราะไขมันและสารฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปเองภายใน 3-5 ปี ส่วนวิธีที่สองคือ วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นนำมาใส่บริเวณคาง ซึ่งการเสริมคางด้วย ซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ

การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก
การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอก

  • เป็นการเปิดแผลที่ภายนอกช่องปาก ช่วยเพิ่มความสะดวกในการวางตำแหน่งซิลิโคนให้ทำได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น
  • แผลที่กรีดอยู่ใต้คางมีขนาดเล็ก สามารถดูแลรักษาแผลได้ง่าย และแผลค่อนข้างหายเร็ว
  • แผลอยู่ด้านนอก จึงช่วยลดความกังวล และลดความเสี่ยงในเรื่องการติดเชื้อจากน้ำลายและเศษอาหารที่อาจตกค้างอยู่ในช่องปาก
  • ได้รูปคางที่สวยงามไม่บิดเบี้ยว เพราะคุณหมอจะมีการเย็บเพื่อล็อคซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • มีการใช้การยิงเลเซอร์ประกอบร่วมกับการผ่าตัดเสริมคางในคนไข้ทุกราย เพื่อประโยชน์ในการห้ามเลือด และช่วยลดอาการช้ำบวม
  • กรรมวิธีแก้คางแบบแผลนอก เหมาะกับการแก้ไขคางที่ต้องมีการขูดฟิลเลอร์เก่าออก จะช่วยขูดสารเหลวออกได้เกลี้ยงมากกว่า
  • ในกรณีที่คนไข้มีเนื้อบริเวณคาง/ใต้คางที่ห้อยย้อย การผ่าตัดแบบแผลนอกจะช่วยตกแต่งจัดการกับผิวหนังส่วนเกินบริเวณใต้คางได้ดีกว่า

การเสริมคางจากด้านในช่องปาก
การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย  แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ ทำแบบไหนดี

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ

1.การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดมีขาหรือซิลิโคนขายาว 

การเสริมคางด้วยซิลิโคนชนิดมีขา เป็นซิลิโคนที่มีระยะด้านของด้านข้างยาวออกเหมาะสำหรับผู้ที่มีคางถอย ดูไม่สมส่วนมองด้านข้างใบหน้าดูสั้น โดยเฉพาะคางเล็กแนวนอนหรือ คางถอย  (Vertical microgenia)  ลักษณะของซิลิโคนขายาว จะมีขายาวที่วางโค้ง ครอบไปบนบริเวณกระดูกปลายคาง ทั้งนี้เพื่อให้ซิลิโคนถูกจัดวางในองศาเดียวกับกรอบหน้าอย่างพอเหมาะ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นรอยต่อขึ้นในบริเวณระหว่างแก้มกับคาง โดยในส่วนขาของซิลิโคนจะเป็นตัวที่ช่วยล็อคตำแหน่งไว้ไม่ให้ห้อยย้อยหรือหล่นลงมาอยู่บริเวณใต้คาง และช่วยครอบล็อคส่วนกระดูกคาง ป้องกันไม่ให้คางเบี้ยวหรือเอียง

2.การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดไม่มีขาหรือขาสั้น

การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดไม่มีขา เป็นซิลิโคนที่ใช้เติมเต็มส่วนปลายคางที่ทรงคางไม่ชัดเจนให้ดูมีมิติของคางมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีคางเล็กแนวตั้ง (Horizontal microgenia) สามารถ เสริมคางได้ทุกรูปแบบ ซึ่งเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการเสริมคางโดยเน้นเฉพาะส่วนปลายคางให้ดูยาวขึ้นกว่าเดิม และมีโครงสร้างพื้นฐานคางเดิมที่ค่อนข้างดูดีอยู่แล้ว  (คือมีคางอยู่บ้างแล้ว) แต่ต้องการมาทำคางเพื่อปรับใบหน้าให้ได้สัดส่วน มีความสมดุล ดูสวยสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ต้องการให้ใบหน้าดูยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา ซึ่งซิลิโคนที่เลือกใช้จะมีลักษณะนิ่มปานกลาง

ซึ่งซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมคาง มี 2 ประเภท ได้แก่

  1. ซิลิโคนเกาหลี(Korean Silicone)

ซิลิโคนเกรดเกาหลีมีข้อดีคือ มีความนุ่มเมื่อเสริมออกมาแล้วจะแลดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา การทำคางด้วยซิลิโคนเกาหลีจะได้คางที่ได้รูปสวย ดูพุ่ง งอนมาทางด้านหน้า ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณเนื้อคางเดิมของคนไข้แต่ละท่านด้วย

  1. ซิลิโคน USA

ซิลิโคนอเมริกามีข้อดีต่อการทำคางคือ นอกจากจะไม่นิ่มมากแล้ว ยังมีความน่าเชื่อถือสูงเนื่องจากเป็นซิลิโคนที่ได้มาตรฐานเป็นพิเศษ และเป็นเกรดทางการแพทย์ (medical grade silicone) มีค่าความบริสุทธิ์ของเนื้อซิลิโคนสูงมาก เสริมออกมาแล้วจะได้ทรงที่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากง่ายในการเหลาขึ้นรูป ปลอดภัยต่อร่างกาย มีความยืดหยุ่น และเข้ากับโครงหน้าของคนไข้แต่ละท่าน

เสริมคางซิลิโคนแบบไหนดี และแต่ละซิลิโคน แตกต่างกันยังไง

การเสริมคาง เป็นการปรับแต่งรูปหน้าให้ได้สัดส่วนยิ่งขึ้น  ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เสริมคางมักจะมีปัญหาเรื่องคางสั้น หน้ากลม ทำให้ใบหน้าไม่ได้รูป คางตัด คางถอย คางป้าน คางบุ๋ม การทำคาง จะช่วยเติมเต็มรูปหน้าส่วนล่างให้ดูสวยขึ้น ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้พัฒนาไปมาก การเสริมคาง จึงเป็นการผ่าตัดที่เล็กมาก ไม่ต้องใช้ยาสลบ ทำการผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชา พักฟื้นน้อย ทำให้สาว ๆ มีคางสวยอย่างต้องการ และโครงหน้าของแต่ละคน จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป  คางสวย คือคางที่เข้ากับรูปหน้าตัวเอง ดังนั้น จึงมีซิลิโคนขาสั้น ซิลิโคนขายาว มาให้เลือกกันว่า เสริมแบบไหนถึงจะดี ถึงจะเหมาะกับตัวเอง

เสริมคางซิลิโคนแบบไหนดี ซิลิโคนคางขาสั้น ขายาว แตกต่างกันยังไงนะ

  • ซิลิโคนแบบขายาวจะเหมาะสำหรับเสริมคางผู้ที่มีแนวกรามใหญ่ แก้มเยอะ เพื่อจะเก็บกรอบหน้า เก็บแก้มให้เรียวมากขึ้น ซิลิโคนขาวยาวทรงวีเซฟ เน้นกรอบหน้าด้านข้างคางดูยาวขึ้น ปลายคางเรียวเล็ก
    ซิลิโคนขาวยาวโค้งมน เน้นด้านข้างคางให้ยาวขึ้น ตรงปลายคางโค้งมนดูเป็นธรรมชาติ
  • ซิลิโคนแบบขาสั้นสำหรับเสริมคางได้ทุกรูปแบบ เหมาะกับคนที่ต้องการเติมแค่ยอดคาง มีปัญหาคางบุ๋ม และคางตัด แค่ตรงปลายยอดคาง แค่เติมนิดหน่อย ก็จะได้ใบหน้าที่สมบูรณ์ แต่จะไม่เหมาะสำหรับเคสขูดสารเหลวคาง และเคสที่แนวกระดูกยื่นไปข้างหน้า เพราะอาจทำให้การเกาะไม่ดีเท่าที่ควร ซิลิโคนขาสั้นทรงวีเซฟ เน้นปลายคางให้ดูเรียวเล็ก ซิลิโคนขาสั้นทรงโค้งมน เน้นปลายคางให้มีความโค้งไม่ต้องการคางแหลมมาก

หากใครที่กำลังคิดจะเสริมคางและมีคำถามมากมายอยากจะถาม วันนี้เรามีคำตอบให้ค่ะ

เสริมคางอันตรายไหม

การเสริมคางวิธีผ่าตัดใส่ซิลิโคน อันตรายจากการผ่าตัดเรียกว่าแทบจะไม่มี หากเข้ารับการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญ และมีประสบการณ์สูง ซิลิโคนที่ใช้ได้รับมาตรฐานสากล ทำให้การทำคางเป็นที่ยอมรับมากขึ้น

การผ่าตัดเสริมคางเป็นการผ่าตัดเล็ก ที่ผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชา ทำให้คนไข้รู้สึกตัวขณะผ่าแต่ไม่รู้สึกเจ็บ จนกว่าจะเสร็จ และการเสริมคาง เป็นการเสริมแบบถาวร ถ้าในอนาคตไม่ต้องการเปลี่ยนรูปทรง ก็สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต อีกทั้ง การดูแลตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ หากดูแลตัวเองดี ก็ไม่มีปัญหาอะไร

เสริมคางซิลิโคนแบบไหนดี ปลอดภัยไหม

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกันยังไง

เรื่องรูปทรง แตกต่างกันอย่างชัดเจน ขาสั้น ก็จะเป็นก้อนโค้ง มีขนาดเล็ก เหมาะกับคนที่ใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีคางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วอยากเติมปลายให้คางดูยาวขึ้น ส่วน ซิลิโคนทรงขายาวนั้น ก็จะเป็นรูปโค้ง ๆ มีขายาว แน่นอนว่า คนที่มีปัญหาคาง แล้วอยากมีคางสวย สามารถทำได้ เหมาะกับทุกคน ซิลิโคนขายาว มีหลายขนาด Size S,M,L ขาของซิลิโคนจะช่วยเก็บกรอบหน้า รับกับแก้ม ดูเป็นธรรมชาติ

ซิลิโคนคางขายาว ดียังไง

เนื่องจากสามารถเข้าได้กับทุกโครงหน้า ซิลิโคนทรงขายาวจะรับกรอบหน้าช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น ซิลิโคนเรียบเนียนไปกับผิว ไม่เป็นก้อน ไม่ห้อยย้อย สามารถเหลาปรับตามรูปหน้าของแต่ละคนได้

จัดฟันอยู่ก็สามารถเสริมคางได้ 

แต่ต้องทำหลังเสริมช่วง 1 เดือนแรก หลีกเลี่ยงการดึงฟันก่อน เนื่องจากหากหลังเสริมไปแล้ว หากคนไข้ไปทำฟันเลย อาจจะทรงผลทำให้ทรงคางผิดรูปได้

คนที่มีใบหน้ากลม มีแก้ม ควรเสริมคางแบบไหน

สำหรับคนที่มีแก้ม แนะนำทรงวีมน และซิลิโคนขายาวเหมาะมาก  เสริมออกมาแล้วจะดูเนียน ช่วยเก็บกรอบหน้าให้รับกับแก้ม ทรงที่ได้จะไม่แหลมมากจนเกินไป หลังทำหน้าจะดูเรียวยาวขึ้น ละมุน ได้สัดส่วนของใบหน้าที่ดีขึ้น

หลังทำการเสริมคางต้องดูแลตัวเองอย่างไร

หลังการผ่าตัดทำคาง สามารถกลับบ้านพักฟื้นได้ การดูแลหลังการผ่าตัด ช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็น ช่วยเรื่องอาการบวมช้ำ แล้วหลังจากนั้น เปลี่ยนมาประคบอุ่น นอนหมอนสูง ทานยาให้หมด งดอาหารแสลงพวกของหมักดอง ส้มตำ อาหารทะเล วิตามิน แอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิด อาการบวม

เสริมคางแผลใน นิยมมาก เพราะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ข้างนอก

เสริมคางแผลใน เป็นการเสริมคางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะไม่ทำให้เกิดแผลภายนอก โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลในช่องปาก บริเวณระหว่างซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ขนาดแผลประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตร จากนั้นก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา และวางแท่งซิลิโคนที่เหลาและปรับแต่งเฉพาะเพื่อให้เข้ากับรูปหน้า ไปให้ตรงบริเวณตำแหน่งที่ต้องการ และเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย การเสริมคางแผลใน จะไม่เห็นรอยแผลเป็น ทำให้ได้รับความนิยมสูงแผลสามารถโดนน้ำได้ แต่ความเสียงที่จะมีโอกาสติดเชื้อสูง เนื่องจากสัมผัสกับน้ำลาย หรือเศษอาหารที่รับประทานเข้าไปและรับประทานอาหารค่อนข้างลำบากในช่วง 5 วันแรกของการผ่าตัด ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ไม่ร้อน หรือ เย็นจัด เป็นต้น

ขั้นตอนการผ่าตัด

แพทย์จะฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ประมาณ 2-3 ซม. จากนั้นค่อย ๆ เลาะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างปลายคาง เหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปทรงกระดูก ตามสัดส่วนที่สวยงาม วางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการใต้เยื่อหุ้มกระดูก จากนั้นจะเช็คและทำการหยุดเลือด เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ส่วนใหญ่จะใช้ใช้เวลารวม 45-60 นาที และแพทย์จะให้พักดูอาการประมาณ 30 นาที หากไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงแพทย์ก็จะให้กลับบ้านเลย

การดูแลตัวเองหลังเสริมคางแผลใน

  • ในช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางบ่อย ๆ
  • วันที่ 4 หลังการผ่าตัดสามารถเริ่มประคบอุ่นได้
  • ไหมที่เย็บเป็นไหมละลาย ซึ่งจะเริ่มละลายช่วง 5-10 วัน หากละลายเร็วกว่ากำหนด ควรเข้ามาตรวจแผล
  • ดูแลแผลในปาก และงดทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการเสริมคางแผลใน
  • บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำยาบ้วนปากชนิดอ่อน น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด ไม่ควรใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนรับประทานผัก ผลไม้ควรล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อสุกๆ ดิบๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์
  • ในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงนอนตะแคง
  • ไม่ท้าวคางหรือกดสิวบริเวณคางตลอด
  • รูปทรงของคางจะเข้าที่ช่วง 3-6 เดือนโดยช่วงแรกอาจยังบวมเล็กน้อย

เสริมคางแผลใน ที่ไหนดี

หลังผ่าตัดสามารถลดอาการบวมช้ำด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ให้ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเนื่องจากความเย็นช่วยให้หลอดเลือดหดตัว เลือดออกน้อยลง เลือดที่ยังออกซึม ๆ หลังผ่าตัดจึงหยุดได้เร็วขึ้น ทั้งยังช่วยลดปวดได้อีกด้วย
  • หากมีอาการปวดให้ลดปวด ไม่ควรปล่อยให้มีอาการปวดแผลเนื่องจาก อาการปวด ทำให้เลือดที่หยุดแล้วออกได้ใหม่เล็กน้อย จึงควรประคบเย็นหลังผ่าตัดทันที จนครบ 3 วัน และทานยาแก้ปวด เมื่อประคบเย็นแล้วยังรู้สึกปวดแผลอยู่
  • ประคบอุ่นโดยเริ่มในวันที่ 4 หลังการผ่าตัด เป็นช่วงที่อาการบวมจะเริ่มลดลง แผลเริ่มแห้ง เนื้อเยื่อภายในจะเริ่มสมานตัว จึงควรเปลี่ยนมาประคบอุ่นแทน เพราะการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว เลือดไหลเวียนนำสารอาหารมาเลี้ยงแผล และสลายเลือดหรือน้ำเหลืองที่คั่งค้างบริเวณแผล ทำให้อาการบวมลดลงได้เร็ว
  • นอนศีรษะสูงในช่วง 3-5 วันแรกหนังผ่าตัด หรือนอนแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน เนื่องจากหลังผ่าตัด การทำงานไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองบริเวณแผลยังทำงานได้ไม่ดี หากนอนราบศีรษะไม่สูง แผลอาจจะบวม เนื่องจากเลือดและน้ำเหลืออาจคั่งอยู่บริเวณแผลและใบหน้ารอบ ๆ ได้
  • เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ ในตอนแรกหลังผ่าตัดจะต้องทานอาหารอ่อน ๆ และงดอาหารรสจัดอาหารสุกดิบและอาหารทะเลอาหารรสจัด เช่น อาหารรสเค็มจัด หรือมีผงชูรสมาก ทำให้แผลบวมได้ง่าย อาหารสุกดิบนั้น ไม่ค่อยสะอาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ส่วนอาหารทะเลนั้น เสี่ยงต่อการแพ้ อาจทำให้มีตุ่มคันขึ้นทั่วร่างกายรวมทั้งบริเวณแผลด้วย
  • ควรทำความสะอาดแผลตามที่แพทย์แนะนำ และไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้มีการอักเสบและติดเชื้อได้ หากดูแลแผลเป็นอย่างดี รับรองว่าพักฟื้นไม่นาน ยุบบวมเร็ว และใบหน้าคางก็จะเข้ารูป

เสริมคางอยู่ได้กี่ปี แบบไม่ต้องผ่าตัด อยู่ได้นานไหม

หากใครที่มีใบหน้าที่มีสัดส่วนเท่ากันตั้งหน้าผาก ส่วนกลางของใบหน้าและลากยาวไปยันปลายจมูกถึงคางถือว่าเป็นใบหน้าที่สมบูรณ์แบบและสวยงาม ซึ่งเป็นใบหน้าที่ไม่ต้องเสริมต้องแต่งอะไร แต่หากใครที่มี คางสั้นเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู หรือคางบุ๋ม คางทูม มองยังไงก็ไม่สมส่วนพอดีกับใบหน้า ส่วนใหญ่แก้ปัญหาด้วยการเสริมคางกัน

เสริมคางมีกี่แบบ

โดยทั่วไปแล้วการเสริมคางหลัก ๆ จะมีด้วยกันอยู่สองแบบคือการเสริมคางแบบผ่าตัด และแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งการเสริมคงด้วยการผ่าตัดก็จะเสริมด้วยซิลิโคนและการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง ส่วนการเสริมคางโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ และ Meso Lipolysis ซึ่งแต่ละอย่างก็มีอายุการใช้งานของมันเอง

การเสริมคางแบบไม่ต้องผ่าตัด เสริมคางอยู่ได้กี่ปี

ฉีดฟิลเลอร์ ที่เป็นการเติมสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด เข้าไปที่บริเวณคางเพื่อปรับใบหน้าให้ดูหน้าเรียววีเชฟแบบทันตาเห็น ไม่ต้องเสียเวลาพักฟืน สะดวกรวดเร็วทันใจ การฉีดฟิลเลอร์คาง มีอายุจำกัด คือ ประมาณ 18-24 เดือน เมื่อฟิลเลอร์หมดอายุ รูปคางก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิม เราก็ต้องไปพบแพทย์เพื่อฉีดรักษาเพิ่มใหม่เรื่อย ๆ

การฉีดสลายไขมัน Meso Lipolysis หรือที่เราเรียกกันว่าเมโสแฟต ที่เป็นการฉีดวิตามินเข้าสู่ชั้นไขมันบริเวณใต้คางหรือบริเวณที่ต้องการให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้เกิดความกระชับ สัดส่วนได้รูปตามต้องการ ใครรู้สึกว่าเริ่มมีเหนียง คางเริ่มห้อยก็สามารถฉีดได้ โดยเมื่อฉีดแล้วจะอยู่ได้ 1-2 ปี

เสริมคางอยู่ได้กี่ปี เรามีคำตอบ

การเสริมคางแบบผ่าตัดอยู่ได้กี่ปี

เสริมคางด้วย ซิลิโคน

การเสริมคางด้วยแท่งซิลิโคน การศัลยกรรมเสริมคางด้วยวิธีนั้นเป็นวิธีที่มีมาตรฐานอย่างหนึ่ง เพราะไม่ได้มีขั้นตอนในการทำที่ซับซ้อน เพียงแค่การเสริมแท่งซิลิโคนขนาดที่เหมาะสม เข้าไปบริเวณของกระดูกกรามด้านหน้า ไม่ใช่ตำแหน่งกระดูกใต้คาง แท่งซิลิโคนที่ใช้เสริมคางนี้ เป็นชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มีอยู่สองแบบ คือแบบที่มีรูปร่างมาตรฐานผลิตจากโรงงานมาแล้ว กับแบบที่แพทย์นำมาเหลาขึ้นรูปเอง เพื่อให้เหมาะกับรูปหน้าของคนไข้แต่ละคน การศัลยกรรมด้วยวิธีนี้จะช่วยทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไปได้อย่างชัดเจน ดูเป็นธรรมชาติ แต่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนาน กว่าที่คางจะกลับเข้าที่ หลังจากทำเสร็จแล้วสามารถกลับได้เลย ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล

การเสริมคางด้วยซิลิโคนจะเป็นการเสริมคางแบบแผลภายใน และแผลภายนอกหากเป็นการเสริมคาง แบบซ่อนแผลจะทำการผ่าจากด้านในช่องปาก (intraoral incision) ซึ่งปัจจุบันคนนิยมเสริมคางวิธีนี้กันมาก เนื่องจากจะไม่เห็นรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดเสริมคางได้ และการผ่าจากด้านนอกบริเวณใต้คาง (submental incision) มักจะเกิดรอยแผลเป็นบริเวณใต้คาง ทำให้เสริมคางแล้วไม่สวยงามเท่าที่ควร การเสริมคางด้วยซิลิโคนที่ใช้ศัลยกรรมไม่มีวันหมดอายุและมีอายุการใช้งานตลอดชีพ

เสริมคางด้วยการผ่าตัดเลื่อนคาง  ( Sliding Genioplasty ) หรือ การเลื่อนกระดูกขากรรไกร

การผ่าตัดเลื่อนคาง ( Sliding Genioplasty ) เป็นวิธีการขยับเลื่อนตำแหน่งของคางไปด้านหน้า ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีคางยื่นและโครงหน้าไม่สมส่วนกัน การศัลยกรรมเลื่อนคางจะปรับเปลี่ยนใบหน้าให้มีความสอดคล้องกลมกลืนกัน อีกทั้งยังแก้ไขความไม่สมมาตรกันของใบหน้าโดยรวม ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของผู้ทำศัลยกรรมไปได้อย่างสิ้นเชิงวิธีนี้จะเหมาะกับ ผู้ที่มีคางยื่นและฟันไม่เสมอกัน ผู้ที่มีคางบอบบางและปากยื่น ผู้ที่มีความผิดปกติของคางเข้าขั้นร้ายแรงเสริมคางด้วยการผ่าตัดเลื่อนคาง อายุการใช้งานจะอยู่ได้ตลอดชีพ

การศัลยกรรมเสริมคาง นอกจากผลดีแล้ว การเสริมคางยังอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้อีกมากมายหลายอย่าง ดังนั้นก่อนตัดสินใจเสริมคาง ต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดเสียก่อน การทำศัลยกรรมเสริมคางนั้น จะช่วยปรับแต่งใบหน้าให้ดูสวยงามได้รูป แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นก่อนการตัดสินใจทำศัลยกรรมทุกครั้ง ต้องมั่นใจว่ากระทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ได้การรับรองจากแพทยสภาเท่านั้น เพื่อช่วยป้องกันปัญหาความเสี่ยงที่จะตามมา