เสริมคางนอนตะแคงได้ไหม หลังจากผ่าตัด ต้องพักฟื้นยังไง

วิธีดูแลตนเองหรือวิธีปฏิบัติตัวหลังจากเสริมคางมานั้นถือว่าต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ผลลัพธ์ในการเสริมคางนั้นประสบผลสำเร็จมากที่สุดหากเกิดปัญหาหลังจากเสริมคางขึ้นอาจทำให้คุณได้รับผลกระทบได้อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการแก้ปัญหาต่าง ๆอีกหากคุณไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ถือว่าเป็นสิ่งที่สาว ๆสามารถปฏิบัติได้เพื่อความสวยที่รอเราอยู่ข้างหน้าเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

เสริมคางนอนตะแคงได้หรือไม่

หลายคนเกิดคำถามหลังการเสริมคางว่าเสริมคางนอนตะแคงได้ไหมซึ่งจริง ๆแล้วท่านอนไม่ได้กำหนดตายตัวแต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและควรระวังคือไม่ควรนอนให้กดทับคางเพราะอาจทำให้เกิดอาการเจ็บมากยิ่งขึ้นไม่ควรนั่งเท้าคางหรือนอนคว่ำหน้าฟิลเลอร์คางเป็นตำแหน่งที่ต้องการให้มีความพุ่งสวยจึงควรหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณดังกล่าวการนอนตะแคงถ้าไม่ได้ไปกดทับในตำแหน่งที่ฉีดก็ไม่เป็นอะไรเมื่อฟิลเลอร์กลมกลืนไปกับเนื้อเยื่อปกติของผิวเรามีความคงตัวมากขึ้นไม่เปลี่ยนรูปไม่เสียทรงก็จะสามารถนั่งนอนได้ทุกท่าได้เลย

วิธีปฏิบัติตัวหลังเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคาง

  1. ให้เริ่มประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดประมาณ48ชั่วโมงโดยสามารถใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาด ๆไปแช่ช่องแข็งจากนั้นนำมาประคบอย่างต่อเนื่องหากครบตามเวลาที่กำหนดให้ปล่องไว้เฉย ๆไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้น
  2. พยายามหลีกเลี่ยงการกดแรง ๆ ตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่ ที่อาจเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นได้
  3. ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากการผ่าตัด ให้นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับเพื่อลดอาการบวม เพราะสิ่งที่สำคัญควรรู้เอาไว้ว่า อาการบวมจะมีมากในช่วงของ 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ
  4. พยายามหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง อาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก
  5. ทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำยา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบ หรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง จากนั้นก็ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่า ๆอีก 1 ครั้ง
  6. ภายในช่วง3-4วันแรกที่สำคัญห้ามใช้ลิ้นดุนไหมในปากเล่นเด็ดขาด
  7. ให้ทานยาตามที่แพทย์สั่งให้หมด อย่าซื้อยามาทานเพิ่มเองเป็นอันขาด ยาที่สามารถได้คือยาแก้ปวด ลดบวม ยาฆ่าเชื้อ ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการทานยาแก้อักเสบ Cloxacilline ก็ให้ทำการหยุดยาหรือใช้ Amoxicilline500mg ทาน1เม็ดหลังอาหาร4เวลา(เช้ากลางวันเย็นก่อนนอน) ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วัน และจะสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติจากการทานยาและอย่าลืมแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีอาการแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัว
  8. ในวัน 4 หลังเข้ารับการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออก ได้ด้วยการนำน้ำอุ่น มาช่วยในการลูบเบา ๆ ให้พลาสเตอร์ค่อย ๆ ลอกออก

อย่าลืมสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ ที่เราเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคางจะให้คำตอบได้ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้ศัลยกรรมมากที่สุด และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้คางของเราสวยไม่มีปัญหาใด ๆ มารบกวน

เสริมคางนอนตะแคงได้ไหม แนะนำคนทำศัลยกรรม

ปัญหาที่พบหลังจากเสริมคาง

สาเหตุเกิดจากศัลยแพทย์ สาเหตุจากศัลยแพทย์ ถ้าหากศัลยแพทย์คลินิกที่เราเลือกยังมีความชำนาญไม่มากพอก็อาจจะผ่าตัดเลาะช่องว่างที่จะใส่ซิลิโคนไม่เท่ากัน พอนำซิลิโคนใส่เข้าไปแล้วเกิดความไม่พอดี นำไปสู่อาการคางเบี้ยวคางเอียง ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุที่มีปัจจัยมาจากศัลยแพทย์คือ เหลาซิลิโคนไม่เท่ากัน เมื่อใส่เข้าไปที่คางของเราแล้วย่อมทำให้มีโอกาสที่เกิดการเบี้ยวเอียงนั่นเอง ทางที่ดีควรเลือกคลินิกที่เลือกใช้ซิลิโคนเสริมคางแบบสำเร็จรูป ที่มีการเหลาให้เป็นรูปทรงที่ได้รูปมาให้แล้ว และมีให้เลือกหลายทรง หลายขนาด เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้แต่ละคนได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ก็จะช่วยลดปัญหาการเหลาซิลิโคนไม่เท่ากันได้

สาเหตุจากตัวคนที่เสริมคาง อีกสาเหตุที่อาจส่งผลให้คางเบี้ยวผิดรูปได้ก็คือ เคยฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานและยังสลายตัวไม่หมด รวมถึงเกิดจากการดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมเสริมคางไม่ดีพอหรือไม่เหมาะสม เช่น เอามือเท้าคางบ่อย ๆ คางถูกกระแทกอย่างแรง หรือไม่ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำหลังศัลยกรรมของแพทย์ก็อาจทำให้คางเกิดอาการติดเชื้อได้

เสริมคางแผลนอก มีข้อดีอะไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไร

เสริมคางแผลนอก ถือว่าเป็นการศัลยกรรมที่สามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าไม่ได้สัดส่วน มีรูปคางที่ดูสั้น ซึ่งทำให้ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะพบปะผู้คนหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับผู้อื่น ดังนั้น จึงต้องมีตัวช่วยในการเปลี่ยนแปลงรูปหน้านั่นก็คือการศัลยกรรมคาง จะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมิติมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจ ควรศึกษาหาข้อมูล เพื่อให้การเสริมคางของคุณได้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

การเสริมคางคือ

เป็นวิธีที่ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วนให้มีความสวยงามได้ดั่งต้องการ ทำให้ใบหน้าดูยาวเรียว และได้รูปมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาคางสั้น คางเหลี่ยม คางบุ๋ม หรือคางเบี้ยว ซึ่งเทคโนโลยีการเสริมคางในทุกวันนี้ก้าวหน้าไปมาก ไม่ต้องดมยาสลบ ก็สามารถเสริมคางให้กลับมาเป็นปกติได้ ซึ่งสาว ๆ คนไหนที่อยากเสริมคาง ก็ควรหาข้อมูลและรายละเอียดของการทำศัลยกรรมคางให้ดี เสริมคางแผลนอก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง โดยจะทำการเปิดแผลขนาดประมาณ 2 – 3 ซม. สำหรับการเสริมคางแผลนอก จะเป็นที่นิยมน้อยกว่าการ เสริมคางแผลใน เพราะวิธีนี้สำหรับบางคน อาจเกิดแผลเป็นนูน หรือ คีย์ลอยด์หลังผ่าตัด แต่การดูแลหลังผ่าตัดจะสะดวกมากกว่าแผลภายใน

ข้อดี เสริมคาง

  1. แพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ
  2. แพทย์สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ เช่น รอยแผลเป็นเก่า
  3. สามารถปรับแก้ได้ง่าย เมื่อมีปัญหาหลังผ่าตัด เช่น ซิลิโคนเบี้ยว เอียง
  4. ไม่ค่อยมีอาการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทมากนัก

ข้อเสีย เสริมคาง

  1. เปิดแผลกว้าง และอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณร่องเหงือกช้ำ มีเลือดออกมาก
  2. มีโอกาสซิลิโคนเคลื่อนที่สูง เนื่องจากการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น
  3. มีโอกาสติดเชื้อสูง เนื่องจากสัมผัสกับน้ำลาย หรือเศษอาหารที่รับประทาน
  4. รับประทานอาหารค่อนข้างลำบากในช่วง 5 วันแรกของการผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

  1. หากท่านมีโรคประจำตัว แพ้ยา หรือตั้งครรภ์โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือสามารถแจ้งได้ตั้งแต่ก่อนจองผ่าตัด
  2. หากต้องการใบรับรองแพทย์โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ต้อนรับ
  3. ไม่ต้องงดอาหาร ยาคุมกำเนิด หรือ ยาสำหรับโรคประจำตัว เช่น ยาลดความดันโลหิต หรือยารักษาโรคเบาหวาน
  4. งดชา กาแฟ ก่อนผ่าตัด 2 วันและเช้าวันผ่าตัด
  5. งดวิตามินอาหารเสริม ยาแก้ปวด ยาลดความอ้วน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  6. งดสูบบุหรี่ 1 เดือนก่อนผ่าตัด
  7. ควรสระผมให้สะอาดเรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด งดแต่งหน้าและใส่คอนแทกเลนส์มาในวันผ่าตัด และควรใส่เสื้อแขนสั้น หรือเสื้อมีกระดุมหน้ามาในวันผ่าตัด
  8. ควรถอดเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ หรือต่างหู ออกก่อนเข้าผ่าตัด
  9. ควรตัดเล็บให้สะอาด เพื่อสะดวกและสะอาดในการทำแผลที่บ้าน
  10. ควรมาก่อนเวลานัด 30-45 นาที เพื่อเตรียมตัวและทายาชารอผ่าตัด

เสริมคางแผลนอก รักษาหายไหม

แนะนำบทความยอดนิยม ศัลยกรรม ปลูกผม จากเว็บไซต์ Rattinan.com

ขั้นตอนการผ่าตัด

  1. คุณหมอจะฉีดยาชาบริเวณคางด้วยเข็มที่เล็กมากร่วมกับมีการทายาชาก่อนผ่าตัดจึงไม่รู้สึกเจ็บ จะรู้สึกเพียงตึง ๆ เท่านั้น
  2. เปิดแผลใต้คางประมาณ 5-7 มม.
  3. เลาะเนื้อเยื่อ และเยื่อหุ้มกระดูกเพื่อวางซิลิโคน
  4. ใส่ซิลิโคนและเย็บล็อก
  5. เย็บปิดแผล
  6. ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีค่ะ

การพักฟื้นและดูแลตัวเองหลังทำที่บ้าน

  1. หลังผ่าตัด 3 วัน แนะนำให้ประคบเย็น เพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวม โดยวางเจลรอบคาง
  2. หากมีเลือดออกซึมจากแผลออกมาที่พลาสเตอร์ให้แกะพลาสเตอร์ตามข้อถัดไปและทำแผลได้เลย
  3. ครบ 3 วันสามารถแกะพลาสเตอร์ได้ หากพลาสเตอร์เหนียวใช้น้ำเกลือทาบนพลาสเตอร์เพื่อให้ลอกได้ง่ายขึ้น
  4. วันที่ 4 เป็นต้นไป แนะนำให้ประคบอุ่น
  5. หลังแกะพลาสเตอร์ให้ทำแผลด้วยเบตาดีน เช้า -เย็น ทุกวัน จนไหมหลุดหมด
  6. นอนศีรษะสูง ใช้หมอนล็อกคอ ห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ
  7. รับประทานยาตามที่แพทย์ให้อย่างเคร่งครัด
  8. งดล้างหน้า 7 วันหลังผ่าตัด ทำความสะอาดใบหน้าด้วยผ้าเปียกหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนการล้างหน้า
  9. อาการบวม เขียวช้ำ เกิดได้ปกติหลังการผ่าตัด โดยเฉพาะใน 1-2 สัปดาห์แรก และจะค่อย ๆดีขึ้น
  10. หากครบ 3 สัปดาห์ไหมไม่หลุด ให้เข้ามาตัดไหม
  11. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ 2-3 เดือน
  12. งดออกกำลังกายหนัก 1 เดือน
  13. หากมีอาการอื่น หรือมีข้อสงสัยสามารถสอบถามปรึกษาเบื้องต้นได้ทางไลน์ หรือโทรศัพท์ได้

เสริมคางแผลใน นิยมมาก เพราะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ข้างนอก

เสริมคางแผลใน เป็นการเสริมคางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะไม่ทำให้เกิดแผลภายนอก โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลในช่องปาก บริเวณระหว่างซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ขนาดแผลประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตร จากนั้นก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา และวางแท่งซิลิโคนที่เหลาและปรับแต่งเฉพาะเพื่อให้เข้ากับรูปหน้า ไปให้ตรงบริเวณตำแหน่งที่ต้องการ และเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย การเสริมคางแผลใน จะไม่เห็นรอยแผลเป็น ทำให้ได้รับความนิยมสูงแผลสามารถโดนน้ำได้ แต่ความเสียงที่จะมีโอกาสติดเชื้อสูง เนื่องจากสัมผัสกับน้ำลาย หรือเศษอาหารที่รับประทานเข้าไปและรับประทานอาหารค่อนข้างลำบากในช่วง 5 วันแรกของการผ่าตัด ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ไม่ร้อน หรือ เย็นจัด เป็นต้น

ขั้นตอนการผ่าตัด

แพทย์จะฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ประมาณ 2-3 ซม. จากนั้นค่อย ๆ เลาะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างปลายคาง เหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปทรงกระดูก ตามสัดส่วนที่สวยงาม วางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการใต้เยื่อหุ้มกระดูก จากนั้นจะเช็คและทำการหยุดเลือด เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ส่วนใหญ่จะใช้ใช้เวลารวม 45-60 นาที และแพทย์จะให้พักดูอาการประมาณ 30 นาที หากไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงแพทย์ก็จะให้กลับบ้านเลย

การดูแลตัวเองหลังเสริมคางแผลใน

  • ในช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางบ่อย ๆ
  • วันที่ 4 หลังการผ่าตัดสามารถเริ่มประคบอุ่นได้
  • ไหมที่เย็บเป็นไหมละลาย ซึ่งจะเริ่มละลายช่วง 5-10 วัน หากละลายเร็วกว่ากำหนด ควรเข้ามาตรวจแผล
  • ดูแลแผลในปาก และงดทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการเสริมคางแผลใน
  • บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำยาบ้วนปากชนิดอ่อน น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด ไม่ควรใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนรับประทานผัก ผลไม้ควรล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อสุกๆ ดิบๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์
  • ในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงนอนตะแคง
  • ไม่ท้าวคางหรือกดสิวบริเวณคางตลอด
  • รูปทรงของคางจะเข้าที่ช่วง 3-6 เดือนโดยช่วงแรกอาจยังบวมเล็กน้อย

เสริมคางแผลใน ที่ไหนดี

หลังผ่าตัดสามารถลดอาการบวมช้ำด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ให้ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเนื่องจากความเย็นช่วยให้หลอดเลือดหดตัว เลือดออกน้อยลง เลือดที่ยังออกซึม ๆ หลังผ่าตัดจึงหยุดได้เร็วขึ้น ทั้งยังช่วยลดปวดได้อีกด้วย
  • หากมีอาการปวดให้ลดปวด ไม่ควรปล่อยให้มีอาการปวดแผลเนื่องจาก อาการปวด ทำให้เลือดที่หยุดแล้วออกได้ใหม่เล็กน้อย จึงควรประคบเย็นหลังผ่าตัดทันที จนครบ 3 วัน และทานยาแก้ปวด เมื่อประคบเย็นแล้วยังรู้สึกปวดแผลอยู่
  • ประคบอุ่นโดยเริ่มในวันที่ 4 หลังการผ่าตัด เป็นช่วงที่อาการบวมจะเริ่มลดลง แผลเริ่มแห้ง เนื้อเยื่อภายในจะเริ่มสมานตัว จึงควรเปลี่ยนมาประคบอุ่นแทน เพราะการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว เลือดไหลเวียนนำสารอาหารมาเลี้ยงแผล และสลายเลือดหรือน้ำเหลืองที่คั่งค้างบริเวณแผล ทำให้อาการบวมลดลงได้เร็ว
  • นอนศีรษะสูงในช่วง 3-5 วันแรกหนังผ่าตัด หรือนอนแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน เนื่องจากหลังผ่าตัด การทำงานไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองบริเวณแผลยังทำงานได้ไม่ดี หากนอนราบศีรษะไม่สูง แผลอาจจะบวม เนื่องจากเลือดและน้ำเหลืออาจคั่งอยู่บริเวณแผลและใบหน้ารอบ ๆ ได้
  • เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ ในตอนแรกหลังผ่าตัดจะต้องทานอาหารอ่อน ๆ และงดอาหารรสจัดอาหารสุกดิบและอาหารทะเลอาหารรสจัด เช่น อาหารรสเค็มจัด หรือมีผงชูรสมาก ทำให้แผลบวมได้ง่าย อาหารสุกดิบนั้น ไม่ค่อยสะอาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ส่วนอาหารทะเลนั้น เสี่ยงต่อการแพ้ อาจทำให้มีตุ่มคันขึ้นทั่วร่างกายรวมทั้งบริเวณแผลด้วย
  • ควรทำความสะอาดแผลตามที่แพทย์แนะนำ และไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้มีการอักเสบและติดเชื้อได้ หากดูแลแผลเป็นอย่างดี รับรองว่าพักฟื้นไม่นาน ยุบบวมเร็ว และใบหน้าคางก็จะเข้ารูป

เสริมคางห้ามกินอะไรบ้าง วิธีดูแลตัวเอง หลังศัลยกรรม

เชื่อว่าทุกคนก่อนจะทำศัลยกรรมไม่ว่าจะเป็น เสริมคาง เสริมจมูก ฉีดโบท็อกซ์ ร้อยไหม ทำเมโสแฟต ทุกคงจะศึกษามาแล้วว่า ก่อนทำควรปฏิบัติตัว เตรียมตัวอย่างไร และหลังทำควรดูแลตัวเองอย่างไร เรียกได้ว่า หลังการผ่าตัดทำศัลยกรรมนั้น อาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ที่ควรห้ามหลังการผ่าตัด เพราะมีอาหารบางประเภท ที่ทานแล้วสามารถส่งผลทำให้ มีอาการบวมช้ำ หรือเกิดอาการแพ้ หรือกินข้าวไปแล้วไปทำลายสารที่เราฉีดเข้าไป เรียกว่าการกินอาหารแสลง ดังนั้นช่วงระยะเวลาในการพักฟื้นหลังการผ่าตัดนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหาร เหล่านี้ไปก่อน เพราะจะทำให้การทำศัลยกรรมแล้วไม่ได้ผล อาหารที่ศัลยกรรมเสริมคางห้ามกินอะไรบ้าง

ส้มตำ

ส้มตำ เป็นอาหารประเภทที่หาทานง่าย อร่อยถูกปาก ไม่ว่าจะเป็นตำปูปลาร้า ตำไทย ตำลาว ล้วนแล้วแคลอรีต่ำมาก ๆ อีกด้วย แต่ช่วงระยะเวลาพักฟื้นหลังการผ่าตัด ควรเงินไปก่อนสัก 1 เดือน ถือได้ว่าเป็นอาหารแสลงก็ว่าได้ ทานแล้วอาจทำให้บวมได้ และคันที่แผลเพราะใส่ทั้งปลาร้า ปูดองปูเค็ม

อาหารทะเล

อาทิ กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก ช่วงนี้ก็หลีกเลี่ยงไปก่อนได้เลย เนื่องจากหลังทำศัลยกรรมทำดั้งหรือเสริมคางไปแล้ว หลายคนแอบไปทานอาหารประเภทนี้ ทำให้เกิดอาการบวม หรือแพ้ได้ ฉะนั้น หลีกเลี่ยงไปก่อนจะดีที่สุด หายเมื่อไหร่ ค่อยรับประทาน

ของหมักดอง

ของหมักดองไม่ว่าจะเป็นผลไม้ดองต่าง ๆ  กะปิ น้ำปลา หลีกเลี่ยงไปได้เลย เพราะเป็นของหมักของดอง อาจทำให้แผลบวมอักเสบได้

เหล้า บุหรี่  แอลกอฮอล์

ช่วงนี้ต้องงดไปก่อน เพราะเครื่องดื่มประเภทนี้ ทำให้มึนเมา และขาดสติ อาจจะส่งผลต่อการกระทบกระเทือนหลังการผ่าตัด เนื่องจากกว่าการทำศัลยกรรมจะเข้าที่ต้องใช้เวลาเป็นเดือนกันเลยทีเดียว

อาหารดิบ หรือ สุก ๆ ดิบ ๆ

อาหารประเภทนี้ต้องหลีกเลี่ยงไปก่อนจนกว่าแผลจะหายดี เพราะหากรับประทานเข้าไปอาจจะทำให้แผลเกิดการอักเสบและทำให้แผลหายช้าได้นั่นเอง ช่วงนี้ก็ทานแต่อาหารสุกไปก่อน

อาหารรสจัด

ใครที่ชอบกินอาหารรสจัด ๆ คงต้องงดไปก่อนในช่วงนี้ และรอให้แผลหายดีก่อน เพราะการกินอาหารรสจัดที่มีความเผ็ดร้อน เช่น ส้มตำ ต้มแซ่บ หรือ ต้มยำ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองแผลอักเสบได้

เสริมคางห้ามกินอะไรบ้าง เช่น ส้มตำ

นอกจากอาหารการกินแล้ว ยังมีวิธีดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดทำศัลยกรรมมาฝากอีกด้วยค่ะ

  • หลังเข้ารับการผ่าตัดเสร็จ ให้เริ่มประคบเย็นทันที เป็นระยะเวลา ประมาณ 48 ชั่วโมง โดยอาจจะใช้ผ้าขนหนูที่เปียก หมาด ๆ สัก 3 ผืนไปแช่ช่องแข็ง จากนั้น ก็ให้นำมาประคบสลับกันอย่างต่อเนื่อง พยายามหลีกเลี่ยง การกดแรง ๆ ตรงจุด ที่มีซิลิโคนอยู่ หากพ้น ระยะ 48 ชั่วโมง แล้ว ให้ปล่อยไว้เฉย ๆ ไม่ควรที่ประคบร้อนหรือเย็น นอกจากนี้ แล้ว ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากการผ่าตัด ให้นอนยกหัวสูงหรือ นั่งหลับเพื่อลด อาการ บวม เพราะ สิ่งที่สำคัญ ควรรู้เอาไว้ว่า อาการบวม จะมีมาก ในช่วง ของ 3-4 วันแรก เป็นอาการปกติ
  • การเข้ารับการผ่าตัดเสริมคางหากใครที่ทำด้วยวิธีทำจากด้านใน จะมีแผลในปาก เพราะฉะนั้น จึงเป็นเหตุผล คนที่ทำจะต้อง พยายามหลีก เลี่ยง การทานอาหารรสจัดอาหารร้อน ของหมักดองอาหา ที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก
  • ทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำยา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบหรือ น้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง แล้วบ้วนน้ำเกลือ เปล่าๆ อีก 1 ครั้ง
  • ให้ทานยาตามที่แพทย์สั่งให้หมด อย่าซื้อยามาทานเพิ่มเองเป็นอันขาด ยาที่สามารถกินได้คือยาแก้ปวดลดบวมยาฆ่าเชื้อในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการทานยาแก้อักเสบ ก็ให้ทำการหยุดยาหรือใช้ Amoxicilline500mg ทาน1เม็ดหลังอาหาร 4 เวลาทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วัน
  • ในวัน 4 หลังเข้ารับการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออกได้ ด้วยการนำน้ำอุ่นมาช่วยในการลูบเบา ๆ ให้พลาสเตอร์ค่อย ๆ ลอกออก
  • ที่สำคัญที่สุดและอย่าลืมสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ ที่เราเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคาง ให้คำตอบได้ถูกต้องและเหมาะสมกับ ผู้ศัลยกรรมมากที่สุด และ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ของแพทย์ อย่างเคร่งครัด เพื่อใป้องกันอาการแทรกซ้อน

อ่านต่อที่ Rattinan.com