ซิลิโคน เสริมคาง เกรดไหน ได้มาตรฐาน

ปัจจุบันนี้การเสริมคางกำลังได้รับความนิยม เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นสาว หรือหนุ่มต่างก็อยากมีใบหน้าที่ดูเรียวยาว ดูเด็กลง เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับใบหน้า การเสริมคางจะช่วยให้โครงหน้าเปลี่ยนไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางถอย เป็นต้น และการเสริมคางมักจะใช้ซิลิโคน เสริมคาง ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของซิลิโคนกัน

ซิลิโคนที่ใช้มีกี่ประเภท เกรดไหนบ้าง

  • ซิลิโคนคาง ขายาว

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

โดยที่ซิลิโคนขายาวจะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง  ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อคไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อคกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียง

  • ข้อดี

ไม่เป็นก้อน ไม่ย้อย รอยต่อน้อย

เนื่องจากขาของซิลิโคน ออกแบบมาเพื่อรับกับทุกโครงหน้า ช่วยเก็บแก้ม ทำให้หลังเสริม ซิลิโคนขายาวจะเนียนไปกับผิว ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยทำให้กรอบหน้าชัดขึ้นอีกด้วย

ล็อคฐานกระดูก ไม่เบี้ยวเอียง

หลังผ่าตัดเสร็จ แพทย์จะทำการเย็บล็อคซิลิโคนตรงเนื้อเยื่อหุ้มกระดูก แล้วเย็บปิดแผลด้านนอกอีกครั้ง เพื่อป้องกันซิลิโคนเบี้ยวเอียง

เหลาปรับตามรูปหน้า เข้าได้กับทุกคน

แพทย์ออกแบบทรงและปรับเหลาซิลิโคน ให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้เป็นหลัก โดยประเมินจากโครงหน้า เนื้อส่วนคางที่ยืดหยุ่น เลือกทรงให้เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์หลังทำออกมาสวย และเข้ากับหน้าคนไข้มากที่สุด

  • ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น

  • ข้อดี

เหมาะสำหรับคนที่มีคางอยู่แล้ว ใบหน้าเล็ก ๆ เน้นเสริมเติมปลายคางเพื่อให้ยาวขึ้น

  • ข้อเสีย

มีขนาดเล็กที่เหมาะกับปลายคาง ทำให้อนาคต คางสามารถผิดรูปได้ อาจจะทำให้คางเป็นก้อน ติ่งเล็ก ๆ

ไม่เหมาะกับคนที่มีแก้ม กรามเยอะ โครงหน้าใหญ่

มีความนิ่ม ยืดหยุ่นเกินไป เสริมนานไปอาจจะทำให้รูปทรงคลาดเคลื่อน

ซิลิโคน เสริมคาง เลือกแบบไหนดี

เกรดของซิลิโคน

  • ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูป

เนื้อซิลิโคนจะมีความนิ่มน้อย แข็งอยู่ทรง เนื้อซิลิโคนเป็นรูปร่างสำเร็จ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว

  • ซิลิโคนคางอเมริกามีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ช่วยให้กรอบหน้าชัด V Shape มากขึ้น นิยมใช้มากที่สุดเพราะมีค่าความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูง มีความปลอดภัยมากในระยะยาว
  • ซิลิโคนคางเกาหลีมีความนิ่มมากกว่า ทำให้เมื่อเสริมเข้าไปคางจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีส่วนช่วยให้คางดูงอนมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนเกรดอื่น

วิธีการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคางอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุงทุกชนิด ยาแอสไพริน วิตามินซี ใบแป๊ะก้วย น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพิมโรส เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย ผ่าตัดยากและบวมนาน
  • หากแพ้ยาใด ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
  • ผู้จะเข้ารับการผ่าตัดเสริมคางจะต้องไม่มีไข้ หรือมีการติดเชื้ออักเสบทางผิวหนัง
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบว่าเคยทำการผ่าตัดหรือฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อนหรือไม่
  • หากผู้เข้ารับบริการมีโรคอื่นหรือมียา อาหารเสริม ยาบำรุงใด ๆ ที่ได้รับอยู่ประจำรวมถึงประวัติการแพ้ยา ต้องแจ้งให้แพทย์
  • ก่อนผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการควรทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • วันผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการไม่ควรนำของมีค่าติดตัวเข้าห้องผ่าตัด
  • วันผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรจะสวมเสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด
การดูแลหลังการเสริมคาง
  • ประคบเย็น หลังผ่าตัดใน 72 ชั่วโมงแรก หรือสามวันแรก ตลอดทั้งวันห้ามเว้นช่วงเวลาโดยเด็ดขาด โดยให้ประคบเย็นอย่างเบามือ ไม่กดหรือวางทับไปบนตำแหน่งที่มีซิลิโคนอยู่
  • การล้างแผล หากแผลอยู่ใต้คาง ก็ให้ใช้น้ำเกลือเช็ดล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวล จนสะอาด ไม่มีคราบเลือด จากนั้นจึงใช้เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล
  • หากแผลผ่าตัดอยู่ในช่องปาก ก็ควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่คุณหมอได้จัดเตรียมให้
  • งดอาหารรสจัด อาหารสุกๆดิบๆ ของหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดเชื้อ
  • รับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งให้ครบ

บทสรุป

ใบหน้าของคุณเหมาะกับการเสริมคางแบบไหนและใช้ซิลิโคนเสริมคางแบบใด ท่านควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะตัดสินใจเสริมคางจึงจะดีที่สุด เพราะบางรายอาจไม่ต้องผ่าตัดเสริมคาง แต่จะมีวิธีอื่นที่เหมาะมากกว่าหรือในบางรายอาจต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมด้วย

เสริมคางแบบไหนดี มีกี่แบบ แผลในหรือแผลนอกดีกว่ากัน

เสริมคางได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน มีคลินิกเปิดให้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อสามารถรองรับผู้ที่ต้องการแก้ไขใบหน้าให้สวยงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลายคนกำลังลังเลและยังไม่ได้ตัดสินใจว่าเสริมคางแบบไหนดี ดังนั้นก่อนการตัดสินใจเสริมคาง ต้องได้รับคำแนะนำหรือปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์และความเหมาะสมมากที่สุด

เสริมคางมีกี่แบบ

ในปัจจุบันการทำศัลยกรรมคางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีอยู่ด้วยกัด 2 แบบ คือ วิธีการฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ และวิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน เป็นการผ่าตัดเล็กโดยใช้ซิลิโคนที่นิยมทางการแพทย์ แบบเดียวกันกับซิลิโคนที่ใช้เสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้น จะแบ่งเป็น 2 แบบดังนี้

  1. การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมคางจากภายนอกช่องปาก โดยเปิดแผลบริเวณใต้คางยาวประมาณ 2 ซม. โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และมีวางตำแหน่งซิลิโคนได้อย่างแม่นยำ รวมไปถึงสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ เพื่อลดโอกาสคางเบี้ยวหรือเอียงได้ ถือเป็นการเสริมคางที่สามารถดูแลได้ง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางภายนอกนั้น จะมีรอยแผลเป็นซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือน กว่ารอยแผลเป็นจะหาย ควรทายาลดรอยแผลเป็นเพื่อช่วยให้แผลได้เร็วยิ่งขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • คุณหมอจะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  1. การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

เป็นการเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง มีความยาวประมาณ 2 ซม. จากนั้นศัลยแพทย์จะทำการผ่าแยกเยื่อหุ้มขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ และปิดเย็บแผลด้วยไหมละลาย เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย แต่ต้องดูแลหลังการผ่าตัดมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร และระมัดระวังไม่ให้ได้รับการกระแทก เพราะซิลิโคนอาจเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

เสริมคางแบบไหนดี ทำแล้วสวย

ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

  • ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย
  • นิยมในแพทย์-ทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมคาง

แน่นอนว่าก่อนเข้ารับการทำคางจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเมื่อตัดสินใจได้ ว่าจะเลือกทำคางที่ไหนดี สิ่งที่ต้องเตรียมตัว คือ

  1. แนะนำว่าควรแจ้งข้อมูลทางด้านสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง มีประวัติแพ้ยาหรือไม่
  2. งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  3. งด ยาตระกูล แอสไพริน วิตามิน อาหารเสริม เช่นน้ำมันตับปลา ก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  4. เตรียมรูปทรงคาง ตัวอย่างที่อยากได้ มาปรึกษาคุณหมอก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อประเมินรูปทรง
  5. ควรทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัด เช่น ล้างหน้า แปรงฟัน และบ้วนปากให้เรียบร้อย
  6. ทานอาหารให้พออิ่มก่อนเข้าห้องผ่าตัด ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร
  7. ไม่ควรเสริมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรสวมเสื้อผ้าที่เป็นกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด

การปฏิบัติตัวหลังการเสริมคาง

หลังจากผ่าตัดทำคางแน่นอนว่าจะมีเรื่องอาการบวม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะ อาการบวมช้ำน้อยมาก ๆ การดูแลหลังทำ สามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้

  1. 1-3 วันแรก หลังจากการผ่าตัดเสริมคาง สามารถประคบเย็น เพื่อลดอาการบวมช้ำ แล้ววันที่ 4 เปลี่ยนมา ประคบอุ่น
  2. นอนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง เพราะอาจจะทำให้เสียรูปทรงได้
  3. งดอาหารแสลง อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ บุหรี่ เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ 1 เดือน
  4. งดออกกำลังกาย อย่างน้อย 1 เดือน
  5. รับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งให้ครบ
  6. หากรู้สึกปวดมากกว่าปกติ หรือมีข้อสงสัยต่าง ๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้หรือจัดการปัญหาด้วยตนเอง ควรไปปรึกษาแพทย์ทันที

เสริมคางมีกี่ทรง หรือมีกี่แบบ ทำแบบไหนดีที่สุด

สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมคางนั้น ก่อนการรักษาควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้คุณหมอได้พิจารณาก่อนการผ่าตัด ซึ่งคุณหมอต้องดูจากปัจจัยหลาย ๆ ส่วนของโครงหน้าเป็นหลัก มีมากมายหลายทรงให้ได้เลือกเสริมคางมีกี่ทรง ทั้งทรงวีมน ทรงวี ทรงมน เพื่อให้เหมาะสมหรือให้เข้ากับใบหน้าของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

เสริมคาง มีกี่แบบ

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการเสริมคางมีกี่วิธี กี่แบบ ทุกวันนี้การวิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  1. การฉีด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งวิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2-3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  1. การผ่าตัดศัลยกรรม

ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ได้ผลถาวร เสริมคางมีกี่ทรง ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่คุณหมอสามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

แนะนำการ เสริมคางมีกี่ทรง

  • การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางคุณหมอจะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของแต่ละเคส

  • การเสริมคางแผลใน

วิธีการเป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ซิลิโคนที่ใช้มีกี่ประเภท

การเสริมคางด้วยซิลิโคนถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและปลอดภัยมากที่สุด เพราะซิลิโคนที่คลินิกส่วนใหญ่เลือกใช้ เป็นซิลิโคนที่ใช้ในการแพทย์ ปลอดภัย ได้มาตรฐานโดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น ใบหน้าดูยาวขึ้น จึงควรใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนิ่ม ปานกลาง

  1. ซิลิโคนขายาว

จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง  ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อคไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อคกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียง ซิลิโคนขายาว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

เสริมคางมีกี่ทรง ไปดูกันเลย

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกันอย่างไร

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกัน เรื่องรูปทรง ขาสั้น ก็จะเป็นก้อนโค้ง มีขนาดเล็ก เหมาะกับคนที่ใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีคางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วอยากเติมปลายให้คางดูยาวขึ้น ส่วน ซิลิโคนทรงขายาวนั้น ก็จะเป็นรูปโค้ง ๆ มีขายาว แน่นอนว่า คนที่มีปัญหาคาง แล้วอยากมีคางสวย สามารถทำได้ เหมาะกับทุกคน ซิลิโคนขายาว มีหลายขนาด Size S,M,L ขึ้นอยู่กับคุณหมอประเมินให้  ขาของซิลิโคนจะช่วยเก็บกรอบหน้า รับกับแก้ม ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

คำแนะนำสำหรับการเสริมคาง ทรงไหนดี

3 สิ่งหลัก องค์ประกอบหน้า ที่มีผลต่อการเลือกทรงคาง จะเด่นหรือจะดับ ได้แก่ จมูก โหนกแก้ม และมุมกราม

  1. เดิมจมูกสั้นแหงน โหนกแก้มสูง คางทรงมน จะช่วยให้รูปหน้าดูซอฟลงหวาน ๆ ปลายคางเฉียงออก 45 องศารับกับองศาจมูกและโหนกแก้ม
  2. กรามเหลี่ยมเป็นข้อจำกัดทำให้การเสริมคางให้เนียนทำได้ยาก การปรับรูปหน้าเช่นฉีดโบทอกซ์ลดขนาดกราม จะยิ่งทำให้เสริมคางได้องศาที่สวยขึ้นค่ะ
  3. จมูกยาวหยดน้ำ กรามไม่ค่อยมี เหมาะกับคางทรงปลายวี จะส่งเสริมรูปหน้าดูเฉี่ยวคมมากขึ้น

ซิลิโคนเสริมคาง ไซส์s พอดีกับใบหน้าแบบไหน ไปดูกัน

การเสริมคาง ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกหนึ่งจุดบนใบหน้าปรับให้หน้าวี เรียว แล้วก็เสริมโหงวเฮ้งให้สวยงามรับทรัพย์ หลายคนก็เลยหันมาให้ความสนใจในเรื่องของ “การเสริมคาง” เพิ่มมากขึ้น เพราะว่าเป็นแนวทางที่ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วน ให้เกิดความสวยงามและก็ได้สัดส่วนทำให้บริเวณใบหน้าดูเรียวยาวและได้รูปมากเพิ่มขึ้นการเสริมคางเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางเหลี่ยม คางยุบ หรือคางเบี้ยว และการเสริมคางก็มีซิลิโคนหลายขนาดให้เลือกทั้งซิลิโคนเสริมคาง ไซส์s ไซส์M ไซส์L และคุณหมอจะเลือกให้เข้ากับใบหน้าของคุณมากที่สุด และการเสริมคางด้วยซิลิโคนได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีบาดแผลให้เห็นและบวมช้ำน้อย ไม่ต้องพักฟื้นจึงทำให้หลาย  ๆ  คนนิยมเสริมคางด้วยวิธีนี้ค่ะ

ใครที่เหมาะสมต่อการทำเสริมคาง

ใช่ว่าคนที่มีปัญหาคางสั้น คางหลบ ทุกคนจะสามารถทำเสริมคา แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป คนที่เหมาะสมต่อการเสริมคางยังจะต้องมีโครงสร้างส่วนของฟันแล้วก็กรามที่มีความแข็งแรง และทำงานร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งมีภูมิคุ้มกันร่างกายที่ดีพอเพื่อป้องกันอาการอักเสบหรือติดเชื้อภายหลังการทำศัลยกรรมด้วย นอกเหนือจากการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว บางครั้งศัลยแพทย์อาจพิจารณาว่าผู้ป่วยควรจะปรับแก้ไขรูปหน้าส่วนล่างโดยการฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย เพื่อให้เห็นรูปคางที่ชัดเจนและก็สวยงามมากขึ้นการเลือกขนาดซิลิโคนที่จะใช้ หมอจะให้คำแนะนำในการเลือกขนาดของซิลิโคนเสริมคางก่อนผ่าตัด เพื่อให้เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคน ซึ่งขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยว่าต้องการยาวมากน้อยแค่ไหน การเลือกขนาดจะต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบรูปหน้าอีกด้วย เพื่อไม่ให้คางที่เสริมออกมาดูยาวจนเกินไป

ข้อจำกัดในการเสริมคาง

  • สำหรับคนไข้ที่มีคางลักษณะสั้นมากหรือถอยไปด้านหลังไม่สมควรที่จะเสริมด้วยซิลิโคน เพราะจำเป็นต้องใช้ซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่มาก ควรจะใช้วิธีการศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคางแทน โดยเฉพาะคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องการสบฟัน
  • สำหรับคนไข้ ที่มีคางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากันจากกระดูกคาง เมื่อทำการเสริมด้วยซิลิโคนอาจจะทำให้มีการบิดเบี้ยวได้ง่าย ในกรณีนี้หมอจะต้องวินิจฉัยโรคที่เป็นแล้วก็ปรับแก้หาสาเหตุก่อน
  • สำหรับคนไข้ที่คางเคยฉีดซิลิโคนเหลวหรือสารอื่น ๆ มาก่อน ลักษณะรูปทรงของคางนั้นจะควบคุมได้ค่อนข้างยากอันเนื่องมากจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่ตกค้างอยู่ภายในเนื้อ
  • สำหรับใครที่สนใจเสริมคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ก็อย่าลืมที่ค้นหาข้อมูลที่ได้รับมาจากหลาย ๆ แหล่ง เพื่อศึกษาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการผ่าตัดเสริมคาง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกและก็ขอรับการปรึกษาจากศัลยแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญจะดีที่สุด

ซิลิโคนเสริมคาง ไซส์s พอดีกับหน้าหรือไม่

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

หมอ จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับซิลิโคนที่ใช้ และทำการวัดเค้าโครงหน้า ดูขนาดเดิมของคาง เพื่อเลือกตำแหน่งแล้วก็ขนาดของซิลิโคนที่เหมาะสมกับบริเวณใบหน้าของแต่ละบุคคลหลังจากตรวจเค้าโครงหน้าแล้ว หมอจะทำการเหลาซิลิโคนตามขนาดที่เหมาะสมเพื่อให้เข้ากับรูปหน้า ก่อนทำการผ่าตัดหมอจะทำความสะอาดใบหน้า และภายในช่องปาก หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว หมอจะทำการวาดเส้นเพื่อระบุตำแหน่งที่ชัดเจนก่อนทำการผ่าตัด ระบุตำแหน่งแล้วหมอจะใช้ยาชาฉีดบริเวณที่ทำการผ่าตัดเสริมคาง และให้ยาสลบแก้ผู้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อลดอาการเกร็ง สำหรับในการผ่าตัดหมอจะทำการเปิดแผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะเสริมคางจากด้านในช่องปากหรือภายนอกช่องปาก เมื่อเปิดแผลแล้วหมอจะใส่ซิลิโคนขนาดที่เตรียมไว้ในตำแหน่งที่ระบุ ขั้นตอนสุดท้ายหมอจะทำการเย็บปิดบาดแผล โดยหมอจะใช้ไหมละลายโดยไม่ต้องไปตัดไหมออกไหมจะละลายไปเองภายใน 10 วัน

ทำอย่างไรไม่ให้ซิลิโคนเบี้ยว

ปัญหาที่อาจพบได้จากการเสริมคางด้วยซิลิโคน คือ ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง ทำให้คางเบี้ยว ซึ่งปัญหานี้จะเกิดน้อยเมื่อผ่าตัดกับหมอผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ โดยทั่วไปแล้วเทคนิคการแก้ไข ซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมีดังนี้

  1. วางซิลิโคนเอาไว้เฉย ๆ รอให้มีพังผืดมารัดซิลิโคน ซึ่งเทคนิคนี้มีโอกาสทำให้ซิลิโคนผิดตำแหน่งมากที่สุด
  2. เย็บซิลิโคนให้ใกล้กับเนื้อเยื่อข้างเคียง วิธีนี้ทำให้ซิลิโคนคงที่แต่ก็ยังมีโอกาสที่ทำให้ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งอยู่
  3. ใช้สกรูยึดซิลิโคนกับกระดูก วิธีนี้ป้องกันปัญหาซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้ดีที่สุดเกือบจะ 100%

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการเสริมคางด้วยซิลิโคน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเสริมคางวิธีเสริมคางด้วยซิลิโคนก็เป็นอีกหนึ่งวีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด เพราะไม่มีแผลผ่าตัดให้เห็น และไม่ต้องพักฟื้นจึงทำให้สาว  ๆ  หนุ่ม หันมาเสริมคางด้วยวิธีนี้กันมากขึ้นค่ะ

เสริมคาง ซิลิโคน สามารถทำได้กี่แบบ วิธีไหนดีที่สุด

สาว  ๆ  หนุ่ม  ๆ  ที่มีปัญหาใบหน้ากลม คางสั้น คางเล็กจนดูไม่ออกจึงทำให้หนุ่ม  ๆ  สาว  ๆ  หันมาเสริมคางกันมากขึ้น เพราะการเสริมคางสามารถทำให้หน้าเรียว เล็กลงได้และในปัจจุบันมีวิธีการเสริมคางที่หลากหลายที่คุณสามารถเลือกทำได้ และวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเสริมคาง ซิลิโคนว่ามีแบบไหนบ้าง เพื่อเป็นตัวช่วยให้สาว  ๆ หนุ่ม  ๆ  ได้ตัดสินใจเลือกเสริมคางได้ง่ายขึ้น

การเสริมคางด้วยซิลิโคนสามารถทำได้ 2 แบบดังนี้

1.การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 ซม. โดยหมอสามารถปรับรูปคางได้หลายองศา แล้วก็สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมทั้งยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสสำหรับการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งจุดเด่นของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งจำต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าหากทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็สามารถที่จะช่วยให้รอยแผลหายเร็วขึ้นค่ะ

2.การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้ค่ะ

เสริมคาง ซิลิโคน ชนิดไหนดี

ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมคางมีกี่แบบ

ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางมีอยู่ 2 ประเภทดังนี้

1.ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะกับคนที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม แล้วก็ต้องการปรับรูปทรงบนบริเวณใบหน้าให้สมบูรณ์มากเพิ่มขึ้น บริเวณใบหน้าดูยาวขึ้น จำเป็นต้องใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนุ่ม ปานกลาง

2.ซิลิโคนขายาว

จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อกไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อกกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียงซิลิโคนขายาว เหมาะกับคนที่มีปัญหาคางตัด คางยุบ คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงจะต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • ฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากด้านล่าง
  • หลังจากนั้นก็แยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบด้านล่าง แล้ววางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ
  • เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง

การดูแลหลัง เสริมคาง ด้วยซิลิโคน

  • ในช่วง 1-2 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางเป็นประจำ
  • ดูแลแผลในปาก และก็งดรับประทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • กินน้ำโดยใช้หลอด ควรจะเลี่ยงการกินน้ำหรือรับประทานอาหารที่ร้อนมากหรือเย็นมาก
  • บ้วนปากเป็นประจำด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำเกลือหรือน้ำที่สะอาด
  • อย่าใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และก็ระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนกินผัก ผลไม้ควรจะล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อดิบ ๆ สุก ๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ แล้วก็เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 3 อาทิตย์
  • 1 อาทิตย์หลังผ่าตัดหมอจะนัดมาตรวจอาการ และก็ตรวจซ้ำหลังจากนั้นอีก 1 เดือน
  • ในช่วง 3-4 อาทิตย์แรก ควรจะหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณคาง
  • หลังการดูแลรักษาประมาณ 1-2 เดือน อาการบวมจะยุบลง และก็ได้รูปทรงของคางใหม่ โดยแท่งซิลิโคนจะเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกและไม่ขยับเขยื้อน นอกจากจะโดนชนอย่างแรง

อาหารที่ควรทานหลังเสริมคางด้วยซิลิโคน

การรับประทานอาหารหลังการทำศัลยกรรมเสริมคางแนะนำให้เน้นอาหารอ่อน ไม่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมากรสอ่อน งดเผ็ดหรือเค็ม ช่วง 1 เดือนแรกหลังการผ่าตัด งดอาหารเป็นพิษเช่นอาหารทะเล ของดิบ ๆ สุก ๆ ที่เสี่ยงให้แผลบวมยาวนานกว่าปกติ

การเสริมคาง ซิลิโคนเป็นการศัลยกรรมที่ไม่ทำให้เจ็บตัวมากไม่ต้องพักฟื้นทำเสร็จสามารถทำกิจกรรมภายในบ้านแบบเบา  ๆ  ได้แต่อย่าโดนกระแทรกแรง  ๆ  ที่คางเท่านั้นหลังจากนั้นอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับค่ะ

เสริมคางซิลิโคนขายาว คืออะไร เรามีคำตอบมาบอก!!

การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นการเสริมคางที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเพราะการเสริมคางด้วยซิลิโคนหมอจะทำการเหลาซิลิโคนให้เข้ากับคางของเรามากที่สุด และซิลิโคนก็มี 2 แบบ คือแบบธรรมดาที่หมอต้องมาเหลาเอง กับแบบสำเร็จที่เราสามารถเลือกให้เข้ากับใบหน้าของเรามากที่สุด และการเสริมคางยังมีทั้งการเสริมคางซิลิโคนขายาว และการเสริมคางซิลิโคนขาสั้น วันนี้เราจะพาคุณไปดูการเสริมคางด้วยซิลิโคนว่าเป็นอย่างไร ทำมาแล้วผลลัพธ์ที่ได้ดีไหม พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

เสริมคางด้วยซิลิโคนดีไหม ?

เสริมคางด้วยซิลิโคนเหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาคางเล็ก หรือคางหลุบเข้าไปภายในทำให้โครงหน้าผิดรูปผิดรอยไม่สวยงาม ศัลยแพทย์จะใส่ซิลิโคนด้านการแพทย์ที่เตรียมรูปทรงให้รับกับบริเวณใบหน้าไว้แล้วที่บริเวณลูกคางของคนไข้ ในกรณีที่คนไข้มีปัญหากระดูกขากรรไกรบนหรือล่างเล็กแตกต่างจากปกติ หรือ ฟันกรามบนและล่างขบกันไม่สนิท ศัลยแพทย์จะแนะนำให้ทำศัลยกรรมลดมุมขากรรไกรแทน อย่างไรก็ดีต้องปรึกษาศัลยแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไข้

เสริมคางซิลิโคนขายาว คืออะไร

การเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

  1. การเสริมคางจากภายนอกช่องปาก

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากภายนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลรอบ ๆ ใต้คาง ยาวประมาณ 2 ซม. โดยหมอสามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และก็สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสสำหรับการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น

  1. การเสริมคางจากภายในช่องปาก

วิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลภายในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกภายในกับริมฝีปากด้านล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 ซม. (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) หลังจากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบด้านล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีการเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากว่าไม่ทำให้เห็นแผลภายนอกที่เกิดขึ้นมาจากการผ่าตัด

ขั้นตอนการเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • ฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ภายในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากด้านล่าง
  • จากนั้นก็แยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบด้านล่าง แล้ววางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ
  • เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเสริมคาง

  • เสริมคางด้วยซิลิโคน ทำครั้งเดียว ต่างจากเติมด้วยฟิลเลอร์ ที่ต้องเพิ่มเติมเมื่อเนื้อฟิลเลอร์เริ่มย่อยสลายไปตามธรรมชาติ
  • ซิลิโคนคางมีหลายขนาดมีทั้งซิลิโคนขายาวแล้วก็ซิลิโคนขาสั้น ควรจะปรึกษาหมอที่มีประสบการณ์
  • แผลนอกแผลใน มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป ควรศึกษาข้อมูลก่อนทำศัลยกรรม
  • การเสริมด้วยซิลิโคนจะคงรูป ไม่มีการเปลี่ยนขนาดหรือรูปทรงไปตามกาลเวลา
  • รูปคางของคนไข้มีลักษณะแตกต่างกันไป ซิลิโคนที่เอามาเสริม ควรจะมีการเหลา หรือปรับขนาด องศา ตามปัญหาของคางแต่ละคน เช่นเดียวกับการเสริมจมูก
  • การสัมผัสเนื้อซิลิโคนหลังเสริมคาง จะรู้สึกความเป็นธรรมชาติ กลมกลืนกับเนื้อคางน้อยกว่าการเสริมด้วย HA ฟิลเลอร์

ข้อแตกต่างระหว่างซิลิโคนขาสั้นและซิลิโคนขายาว

การเสริมคาง เป็นการปรับปรุงรูปหน้าให้ได้สัดส่วนเพิ่มขึ้น และโดยทั่วไป คนไทยมีปัญหาเรื่องคางสั้น หน้ากลม ทำให้บริเวณใบหน้าไม่ได้รูป การเสริมคาง จะช่วยเติมเต็มรูปหน้าด้านล่างให้ดูสวยขึ้น และโครงหน้าของแต่ละคน จะมีลักษณะที่แตกต่างออกไป คางสวย คือคางที่เข้ากับรูปหน้าตนเอง เพราะฉะนั้น จึงมีการเสริมคางซิลิโคนขาสั้น แล้วก็เสริมคางซิลิโคนขายาว มาให้เลือกกันว่า เสริมแบบไหนถึงจะดี ถึงจะเหมาะสมกับตนเอง แล้วเราจะเลือกยังไงวันนี้ทางเรามีคำตอบ

ซิลิโคนขาสั้น

ข้อดี

  • เหมาะกับผู้ที่มีคางอยู่แล้ว บริเวณใบหน้าเล็ก ๆ เน้นเสริมเติมปลายคางเพื่อให้ยาวขึ้น ซิลิโคนมีความอ่อนนุ่มพอดี มีขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อเน้นปลายคางโดยเฉพาะ

ข้อเสีย

  • ไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีแก้ม กรามเยอะ โครงหน้าใหญ่
  • มีความนุ่ม ยืดหยุ่นเกินไป เสริมนานไปอาจจะส่งผลให้รูปทรงคลาดเคลื่อน
  • มีขนาดเล็กที่เหมาะสมกับปลายคาง ทำให้อนาคต คางสามารถผิดรูปผิดร่างได้ อาจจะส่งผลให้คางเป็นก้อน ติ่งเล็ก ๆ

เสริมคางซิลิโคนขายาว เลือกแบบไหนดี

ซิลิโคนขายาว

ข้อดี

  1. ไม่เป็นก้อน ไม่ย้อย รอยต่อน้อย

เพราะขาของซิลิโคน ออกแบบมาเพื่อรับกับทุกโครงหน้า ช่วยเก็บแก้ม ทำให้หลังเสริม ซิลิโคนขายาวจะเนียนไปกับผิว ดูแล้วเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน ไม่ห้อยย้อย รอยต่อน้อย ทั้งยังช่วยปรับให้กรอบหน้าชัดขึ้นอีกด้วย

  1. ล็อคฐานกระดูก ไม่เบี้ยวเอียง

หลังผ่าตัดเสร็จ แพทย์ทำการเย็บล็อคซิลิโคนตรงเนื้อเยื่อหุ้มกระดูก แล้วเย็บปิดแผลภายนอกอีกรอบ เพื่อปกป้องซิลิโคนเบี้ยวเอียง

  1. เหลาปรับตามรูปหน้า เข้าได้กับทุกคน

แพทย์ออกแบบทรงและปรับเหลาซิลิโคน ให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้เป็นหลัก โดยประเมินจากโครงหน้า เนื้อส่วนคางที่ยืดหยุ่น เลือกทรงให้เหมาะสม ไม่ฝืนเนื้อ ได้องศาคางที่ถูกต้อง เพื่อให้ผลลัพธ์หลังทำออกมาสวย และเข้ากับหน้าคนไข้มากที่สุด

การเลือกซิลิโคนสำหรับในการเสริมคางคนไข้จะต้องเลือกซิลิโคนที่ดีที่สุดให้กับตัวเองอยู่แล้ว แต่จะให้ดีนั้นการเสริมคางซิลิโคนยาวจะเหมาะสมกับทุกคน ทุกโครงหน้ามีหลายขนาดให้เลือกตามความต้องการอีกด้วย

เสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม ใครที่เหมาะสมสำหรับการทำศัลยกรรม

การเสริมคางเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยก็ว่าได้ เพราะการเสริมเป็นการปรับแต่งรูปหน้าให้ดูเรียวได้รูปมากขึ้น และมีคำถามจากสาว  ๆ  ที่คิดอยากจะเสริมคางมาว่า เสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม การเสริมคางจะทำให้หน้าของเราเปลี่ยน เพราะปกติแล้วเราเป็นคนหน้ากลมพอเสริมคางหน้าของเราก็จะได้ทรงที่ดีขึ้นจึงทำให้หน้าของเราเปลี่ยนในทันที บางคนสวยอยู่แล้วพอไปเสริมคางมากลับกลายว่าไม่สวยไปซะงั้น บางคนหน้าตาธรรมดาแต่พอเสริมคางออกมากลับดูแลและกลายเป็นคนสวยไปเลยก็มี มันอยู่ที่โครงหน้าของแต่ละคนด้วยค่ะ

ใครบ้างที่เหมาะสมกับการเสริมคาง

ใช่ว่าคนที่มีปัญหา คางสั้น – คางหลบ ทุกคนจะสามารถทำเสริมคาง แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ คนที่เหมาะสมต่อการเสริมคาง ยังต้องมีโครงสร้างส่วนของฟัน และกรามที่มีความแข็งแรง และทำงานร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งมีภูมิต้านทานร่างกายที่ดีพอ เพื่อปกป้องอาการอักเสบหรือติดเชื้อภายหลังการทำศัลยกรรมด้วย นอกเหนือจากการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว ในบางกรณีศัลยแพทย์อาจพิจารณาว่า คนไข้ควรจะปรับปรุงแก้ไขไขรูปหน้าส่วนล่างโดย การฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย เพื่อให้เห็นรูปคางที่ชัดเจนและสวยงามมากยิ่งขึ้นการเลือกขนาดซิลิโคนที่จะใช้ หมอจะให้คำปรึกษาสำหรับการเลือกขนาดของซิลิโคนเสริมคางก่อนผ่าตัด เพื่อให้เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคน ซึ่งขึ้นอยู่กับคนไข้เพราะต้องการยาวมากน้อยแค่ไหน การเลือกขนาดต้องนึกถึงองค์ประกอบรูปหน้าอีกด้วย เพื่อไม่ให้คางที่เสริมออกมาดูยาวจนเกินไป

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

  • หมอ จะให้แนะนำเกี่ยวกับซิลิโคนที่ใช้ และทำการตรวจวัดเค้าโครงหน้า ดูขนาดเดิมของคาง เพื่อเลือกตำแหน่งและก็ขนาดของซิลิโคนที่เหมาะสมกับบริเวณใบหน้าของแต่ละบุคคล
  • หลังจากตรวจเค้าโครงหน้าแล้ว หมอจะทำการเหลาซิลิโคนตามขนาดที่เหมาะสมเพื่อให้เข้ากับรูปหน้า
  • ก่อนทำการผ่าตัดหมอจะทำความสะอาดใบหน้า และภายในช่องปาก
  • หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว หมอจะทำการวาดเส้นเพื่อระบุตำแหน่งที่ชัดเจนก่อนทำการผ่าตัด
  • ระบุตำแหน่งแล้วหมอจะใช้ยาชาฉีดบริเวณที่ทำการผ่าตัดเสริมคาง และให้ยาสลบแก้ผู้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อลดอาการเกร็ง
  • ในการผ่าตัดหมอจะทำการเปิดแผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะเสริมคางจากด้านในช่องปากหรือภายนอกช่องปาก
  • เมื่อเปิดแผลแล้วหมอจะใส่ซิลิโคนขนาดที่เตรียมเอาไว้ในตำแหน่งที่ระบุ
  • ขั้นตอนสุดท้ายหมอจะทำการเย็บปิดบาดแผล (โดยใช้ไหมละลาย ไหมจะละลายไปเองภายใน 10 วัน)

การผ่าตัดเสริมคางใช้เวลาเท่าไหร่

การผ่าตัดเสริมคางหมอจะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30 นาที และดูอาการประมาณ 30 นาที หากไม่อาการใด  ๆ  หมอจะให้คนไข้กลับบ้านได้ และค่อยมาพบหมออีกครั้งในวันนัดดูแผล

ข้อจำกัดสำหรับการเสริมคาง

  • สำหรับคนไข้ ที่มีคางลักษณะสั้นมาก หรือถอยไปด้านหลัง ไม่ควรที่จะเสริมด้วยซิลิโคน เพราะจำเป็นต้องใช้ซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่มาก ควรจะใช้วิธีการศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคางแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องการสบฟัน
  • สำหรับคนไข้ ที่มีคางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากันจากกระดูกคาง เมื่อทำการเสริมด้วยซิลิโคนอาจทำให้มีการบิดเบี้ยวได้ง่าย ในกรณีนี้หมอจำเป็นต้องวินิจฉัยโรคที่เป็นและปรับแก้หามูลเหตุก่อน
  • สำหรับคนไข้ ที่คาง เคยฉีดซิลิโคนเหลวหรือสารอื่น ๆ มาก่อน ลักษณะรูปทรงของคางนั้นจะควบคุมได้ค่อนข้างยาก อันเนื่องมาจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่หลงเหลืออยู่ภายในเนื้อ
  • สำหรับใครที่สนใจเสริมคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็อย่าลืมที่ค้นหาข้อมูลที่ได้รับมาจากหลาย ๆ แหล่ง เพื่อศึกษาเปรียบเทียบ ข้อดีข้อเสียของการผ่าตัดเสริมคาง และสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการเลือกและขอรับการปรึกษาจากศัลยแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีความชำนาญ

เสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม มาดูริวิว

ข้อดี-ข้อเสียของการผ่าตัดในช่องปาก

ข้อดี

  • ไม่มีรอยแผล เนื่องจากว่าไม่เห็นแผลจากภายนอก
  • เหมาะสมกับคนที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid) เนื่องจากแผลจะหลบซ่อนอยู่ภายใน

ข้อเสีย

  • แม้ไม่เห็นแผลด้านนอก แต่ว่าแผลในปากที่อยู่ชิดกับร่องเหงือกจะไม่ค่อยสวยแล้วก็เห็นได้ชัด
  • มีโอกาสติดเชื้อสูงจากน้ำลายหรือเศษอาหาร ก็เลยจำต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ
  • การวางซิลิโคนไว้ให้ใกล้กับกระดูกฟันกรามด้านล่าง มีโอกาสเคลื่อนที่และไม่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้
  • บางทีอาจเกิดปัญหากับกล้ามเนื้อคางและก็เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ ทำให้มีการหดตัวของกล้ามเนื้อคาง เมื่อมองจากด้านนอก ผิวหนังบางทีอาจดูไม่เรียบเนียนได้
  • มีพื้นที่สำหรับการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด จะต้องกรีดเปิดแผลในปากค่อนข้างยาวเพื่อวางซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำและก็มีเลือดไหลมาก การเย็บปิดแผลก็ค่อนข้างยุ่งยาก
  • เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ยาก เพราะว่าแผลเย็บในปากมีมากแล้ว การผ่าตัดซ้ำอีกก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแผลมากเพิ่มขึ้น

ข้อดี-ข้อเสียของการผ่าตัดใต้คาง

ข้อดี

  • มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าการเปิดแผลในช่องปาก
  • กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เนื่องจากว่าหมอสามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกฟันกรามได้โดยตรง
  • เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายดายกว่า เนื่องจากว่าสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลด้านนอกได้เลย
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

ข้อเสีย

  • หลังเสริมคางด้วยวิธีแบบนี้จะมีรอยแผลเล็กน้อยรอบ ๆ ใต้คางเหมือนคางแตก ความยาวประมาณ 2-3 ซม.
  • ไม่เหมาะสมกับคนที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid)

การเสริมคางเป็นการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้มีทรงมากขึ้น และเสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม การเสริมคางหน้าเปลี่ยนอย่างแน่นอน บางคนหน้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น บางคนก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่แย่ลงอยู่ที่ว่าโครงหน้าของคุณเข้ากับการเสริมคางหรือไม่นั่นเอง

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ มีการใช้แบบไหนบ้าง ที่คนนิยมทำ

การเสริมคางพบว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ แต่วิธีนี้จะไม่คงอยู่ถาวร เพราะไขมันและสารฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปเองภายใน 3-5 ปี ส่วนวิธีที่สองคือ วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นนำมาใส่บริเวณคาง ซึ่งการเสริมคางด้วย ซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ

การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก
การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอก

  • เป็นการเปิดแผลที่ภายนอกช่องปาก ช่วยเพิ่มความสะดวกในการวางตำแหน่งซิลิโคนให้ทำได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น
  • แผลที่กรีดอยู่ใต้คางมีขนาดเล็ก สามารถดูแลรักษาแผลได้ง่าย และแผลค่อนข้างหายเร็ว
  • แผลอยู่ด้านนอก จึงช่วยลดความกังวล และลดความเสี่ยงในเรื่องการติดเชื้อจากน้ำลายและเศษอาหารที่อาจตกค้างอยู่ในช่องปาก
  • ได้รูปคางที่สวยงามไม่บิดเบี้ยว เพราะคุณหมอจะมีการเย็บเพื่อล็อคซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • มีการใช้การยิงเลเซอร์ประกอบร่วมกับการผ่าตัดเสริมคางในคนไข้ทุกราย เพื่อประโยชน์ในการห้ามเลือด และช่วยลดอาการช้ำบวม
  • กรรมวิธีแก้คางแบบแผลนอก เหมาะกับการแก้ไขคางที่ต้องมีการขูดฟิลเลอร์เก่าออก จะช่วยขูดสารเหลวออกได้เกลี้ยงมากกว่า
  • ในกรณีที่คนไข้มีเนื้อบริเวณคาง/ใต้คางที่ห้อยย้อย การผ่าตัดแบบแผลนอกจะช่วยตกแต่งจัดการกับผิวหนังส่วนเกินบริเวณใต้คางได้ดีกว่า

การเสริมคางจากด้านในช่องปาก
การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย  แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ ทำแบบไหนดี

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ

1.การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดมีขาหรือซิลิโคนขายาว 

การเสริมคางด้วยซิลิโคนชนิดมีขา เป็นซิลิโคนที่มีระยะด้านของด้านข้างยาวออกเหมาะสำหรับผู้ที่มีคางถอย ดูไม่สมส่วนมองด้านข้างใบหน้าดูสั้น โดยเฉพาะคางเล็กแนวนอนหรือ คางถอย  (Vertical microgenia)  ลักษณะของซิลิโคนขายาว จะมีขายาวที่วางโค้ง ครอบไปบนบริเวณกระดูกปลายคาง ทั้งนี้เพื่อให้ซิลิโคนถูกจัดวางในองศาเดียวกับกรอบหน้าอย่างพอเหมาะ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นรอยต่อขึ้นในบริเวณระหว่างแก้มกับคาง โดยในส่วนขาของซิลิโคนจะเป็นตัวที่ช่วยล็อคตำแหน่งไว้ไม่ให้ห้อยย้อยหรือหล่นลงมาอยู่บริเวณใต้คาง และช่วยครอบล็อคส่วนกระดูกคาง ป้องกันไม่ให้คางเบี้ยวหรือเอียง

2.การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดไม่มีขาหรือขาสั้น

การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดไม่มีขา เป็นซิลิโคนที่ใช้เติมเต็มส่วนปลายคางที่ทรงคางไม่ชัดเจนให้ดูมีมิติของคางมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีคางเล็กแนวตั้ง (Horizontal microgenia) สามารถ เสริมคางได้ทุกรูปแบบ ซึ่งเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการเสริมคางโดยเน้นเฉพาะส่วนปลายคางให้ดูยาวขึ้นกว่าเดิม และมีโครงสร้างพื้นฐานคางเดิมที่ค่อนข้างดูดีอยู่แล้ว  (คือมีคางอยู่บ้างแล้ว) แต่ต้องการมาทำคางเพื่อปรับใบหน้าให้ได้สัดส่วน มีความสมดุล ดูสวยสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ต้องการให้ใบหน้าดูยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา ซึ่งซิลิโคนที่เลือกใช้จะมีลักษณะนิ่มปานกลาง

ซึ่งซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมคาง มี 2 ประเภท ได้แก่

  1. ซิลิโคนเกาหลี(Korean Silicone)

ซิลิโคนเกรดเกาหลีมีข้อดีคือ มีความนุ่มเมื่อเสริมออกมาแล้วจะแลดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา การทำคางด้วยซิลิโคนเกาหลีจะได้คางที่ได้รูปสวย ดูพุ่ง งอนมาทางด้านหน้า ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณเนื้อคางเดิมของคนไข้แต่ละท่านด้วย

  1. ซิลิโคน USA

ซิลิโคนอเมริกามีข้อดีต่อการทำคางคือ นอกจากจะไม่นิ่มมากแล้ว ยังมีความน่าเชื่อถือสูงเนื่องจากเป็นซิลิโคนที่ได้มาตรฐานเป็นพิเศษ และเป็นเกรดทางการแพทย์ (medical grade silicone) มีค่าความบริสุทธิ์ของเนื้อซิลิโคนสูงมาก เสริมออกมาแล้วจะได้ทรงที่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากง่ายในการเหลาขึ้นรูป ปลอดภัยต่อร่างกาย มีความยืดหยุ่น และเข้ากับโครงหน้าของคนไข้แต่ละท่าน

เสริมคางขายาว คืออะไร แล้วมีการทำกี่แบบ ปลอดภัยไหม

ปัจจุบันการเสริมคางเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและทันสมัย ทำให้การทำศัลยกรรมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเพราะ แต่ละคลินิกที่เปิดให้บริการ โดยเฉพาะคลินิกที่มีชื่อเสียงมักจะมีแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมที่เก่ง ๆ ประจำ ดังนั้นหากท่านเลือกรักษากับคลินิกที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเสริมคางในเรื่องการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี เพราะการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำให้การเสริมคางของคุณไม่มีปัญหาและ ไม่ต้องดมยาสลบ ก็สามารถเสริมคาง และกลับมาเป็นปกติได้

การเสริมคางด้วยซิลิโคนจะมีด้วยกัน 2 แบบ ขาสั้นและขายาว  แบบขายาว

  • ซิลิโคนแบบขายาว: เหมาะสำหรับคนไข้ที่มี แนวกรามใหญ่ แก้มเยอะเพื่อจะเก็บกรอบหน้า เก็บแก้มให้เรียวมากขึ้น
  • ซิลิโคนแบบขาสั้น: สำหรับเสริมคางได้ทุกรูปแบบ หรือคนที่ต้องการให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ

การเสริมคาง จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นก็นำมาใส่บริเวณคาง

เสริมคางขายาว คืออะไร

การเสริมคางด้วยซิลิโคน จะแบ่งออกเป็น  2 ตำแหน่ง คือ

การเสริมคางแผลใน

คือการผ่าตัดแบบเปิดแผลในปาก วิธีนี้หมอทำการเปิดแผลด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่างความยาวของแผลประมาณ 2 ซม. การเปิดแผลในปากจะมีบวมช้ำเล็กน้อย รอยต่อน้อย ไม่เห็นรอยแผลเป็นด้านนอก แต่ก็ต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดช่องปาก เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ ในตอนแรกหลังผ่าตัดจะต้องทานอาหารอ่อน ๆ และงดอาหารรสจัด

การเสริมคางแผลนอก

การผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง โดยจะทำการเปิดแผลขนาดประมาณ 2 – 3 ซม. สำหรับการเสริมคางแผลนอก จะเป็นที่นิยมน้อยกว่าการ เสริมคางแผลใน เพราะวิธีนี้คนไข้บางคนอาจเกิดแผลเป็นนูน หรือ คีย์ลอยด์หลังผ่าตัด แต่หมดกังวลเรื่องรอยแผลเป็นไปได้เลย เพราะการผ่าตัดแผลเล็กมาก อยู่ใต้คาง ประมาณ 1 ซม. แทบมองไม่ค่อยเห็น การดูแลรอยแผล หลังการผ่าตัด สามารถทายาทารอยเพื่อลบรอยได้ และรอยแผลจะค่อย ๆ จางหายไป ใช้เวลา ประมาณ 1-3 เดือน

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

1. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการผ่าตัด 14วัน
2. งดรับประทานอาหารเสริมวิตามินทุกชนิด ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 14วัน
3. งดแต่งหน้าจัด อนุโลมให้แต่งอ่อนๆมาได้ และงดใส่คอนแทคเลนส์
4. ถ้ามีโรคประจำตัวหรือยาที่รับประทานเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาโรคก่อนรับการผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

ช่วงแรกเน้นทานอาหารอ่อน รสชาติไม่เผ็ด พวกโจ๊ก ข้าวต้ม หลังเสริมคาง ให้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้น เพื่อลดการคลั่งตัวของเลือด ที่จะทำให้เกิดอาการบวม และอย่าแกะเฝือกดามคางเอง ออกก่อนกำหนด และอย่าเพิ่งท้าวคาง เพราะจะทำให้ซิลิโคนเบี้ยวได้ ทานยาตามที่แพทย์กำหนด และถ้าหากเกิดอาการผิดปกติใด  ๆ แนะนำว่าควรรีบมาปรึกษาแพทย์ทันที

เสริมคางขายาว เจ็บไหม ปลอดภัยไหม

  • ให้ประคบเย็น 3 วันแรกให้มากที่สุด ประคบอุ่นในวันที่ 4 ไปจนกว่าจะถึงกำหนดตัดไหม
  • งดทานอาหารต้องห้าม ที่กำหนด และอาหารที่เคี้ยวยาก เวลา 1 เดือน
  • งดล้างหน้าให้ใช้สำลีเปียกเช็ดทำความสะอาด จนกว่าจะตัดไหม
  • หลังเสริมคางควรนอนให้ศีรษะสูง 2-3 วัน สามารถนอนตะแคงศีรษะได้ ช่วยให้อาการบวมยุบได้ไว
  • ทำความสะอาดใบหน้าด้วยผ้าเปียกเช็ด หรือทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนการล้างหน้า
  • หลีกเลี่ยงการก้มหน้ามากๆ เช่น นั่งอ่านหนังสือ เล่นคอมฯ ยกของหนักส่ายหน้าหรือเอียงหน้าแรงๆโดยเฉพาะ 2 อาทิตย์แรก

วิธีการล้างแผล
ล้างแผลด้วยน้ำเกลือให้สะอาด ตามด้วยเบทาดีนทิ้งไว้ 1 นาที และเช็ดด้วยน้ำเกลืออีกครั้ง โดยเช็ดแผลให้แห้งอยู่เสมอ ทำทุกวัน 3 เวลาเช้า กลางวัน เย็น
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดเสริมคาง

  • อาการชาบริเวณคาง ริมฝีปาก ฟันล่างด้านหน้า เนื่องจากเส้นประสาทถูกรบกวนจากการผ่าตัด แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดเพียงชั่วคราว อาการชาจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับและมักจะฟื้นได้ในเวลาอันสั้น ประมาณ 1-3 เดือน
  • การเอียงบิดของแท่งคาง คล้ายกับกรณีของการเสริมจมูก คางก็สามารถเอียงได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมักพบได้ช่วงหลังทำใหม่ ๆ จนถึงประมาณ 1 เดือน เนื่องจากในตอนแรก คางจะวางตัวเฉย ๆ ไม่มีตัวอะไรไปยึดติดกระดูก ซึ่งร่างกายจะยึดแท่งซิลิโคนได้ด้วยตัวมันเอง ในเวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป หากไปกระแทกหรือกระทบอะไรแรง ๆ ก็อาจส่งผลให้คางเอียงได้เหมือนกัน การแก้ไขขั้นต้นแพทย์สามารถใช้มือดัดให้เข้าที่ได้ แต่ถ้าเอียงมากเกินไปจะต้องผ่าเข้าไปจัดให้ใหม่ ซึ่งคนที่เสริมคางไปแล้วถ้าไม่อยากต้องมาตามแก้ไขให้ยุ่งยาก ก็ควรระมัดระวังตนเองไม่ให้มีอะไรไปกระแทกที่คางแรง ๆ ปัญหานี้ก็จะไม่มีอะไรที่น่ากังวล

เสริมคางซิลิโคนแบบไหนดี และแต่ละซิลิโคน แตกต่างกันยังไง

การเสริมคาง เป็นการปรับแต่งรูปหน้าให้ได้สัดส่วนยิ่งขึ้น  ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เสริมคางมักจะมีปัญหาเรื่องคางสั้น หน้ากลม ทำให้ใบหน้าไม่ได้รูป คางตัด คางถอย คางป้าน คางบุ๋ม การทำคาง จะช่วยเติมเต็มรูปหน้าส่วนล่างให้ดูสวยขึ้น ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้พัฒนาไปมาก การเสริมคาง จึงเป็นการผ่าตัดที่เล็กมาก ไม่ต้องใช้ยาสลบ ทำการผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชา พักฟื้นน้อย ทำให้สาว ๆ มีคางสวยอย่างต้องการ และโครงหน้าของแต่ละคน จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป  คางสวย คือคางที่เข้ากับรูปหน้าตัวเอง ดังนั้น จึงมีซิลิโคนขาสั้น ซิลิโคนขายาว มาให้เลือกกันว่า เสริมแบบไหนถึงจะดี ถึงจะเหมาะกับตัวเอง

เสริมคางซิลิโคนแบบไหนดี ซิลิโคนคางขาสั้น ขายาว แตกต่างกันยังไงนะ

  • ซิลิโคนแบบขายาวจะเหมาะสำหรับเสริมคางผู้ที่มีแนวกรามใหญ่ แก้มเยอะ เพื่อจะเก็บกรอบหน้า เก็บแก้มให้เรียวมากขึ้น ซิลิโคนขาวยาวทรงวีเซฟ เน้นกรอบหน้าด้านข้างคางดูยาวขึ้น ปลายคางเรียวเล็ก
    ซิลิโคนขาวยาวโค้งมน เน้นด้านข้างคางให้ยาวขึ้น ตรงปลายคางโค้งมนดูเป็นธรรมชาติ
  • ซิลิโคนแบบขาสั้นสำหรับเสริมคางได้ทุกรูปแบบ เหมาะกับคนที่ต้องการเติมแค่ยอดคาง มีปัญหาคางบุ๋ม และคางตัด แค่ตรงปลายยอดคาง แค่เติมนิดหน่อย ก็จะได้ใบหน้าที่สมบูรณ์ แต่จะไม่เหมาะสำหรับเคสขูดสารเหลวคาง และเคสที่แนวกระดูกยื่นไปข้างหน้า เพราะอาจทำให้การเกาะไม่ดีเท่าที่ควร ซิลิโคนขาสั้นทรงวีเซฟ เน้นปลายคางให้ดูเรียวเล็ก ซิลิโคนขาสั้นทรงโค้งมน เน้นปลายคางให้มีความโค้งไม่ต้องการคางแหลมมาก

หากใครที่กำลังคิดจะเสริมคางและมีคำถามมากมายอยากจะถาม วันนี้เรามีคำตอบให้ค่ะ

เสริมคางอันตรายไหม

การเสริมคางวิธีผ่าตัดใส่ซิลิโคน อันตรายจากการผ่าตัดเรียกว่าแทบจะไม่มี หากเข้ารับการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญ และมีประสบการณ์สูง ซิลิโคนที่ใช้ได้รับมาตรฐานสากล ทำให้การทำคางเป็นที่ยอมรับมากขึ้น

การผ่าตัดเสริมคางเป็นการผ่าตัดเล็ก ที่ผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชา ทำให้คนไข้รู้สึกตัวขณะผ่าแต่ไม่รู้สึกเจ็บ จนกว่าจะเสร็จ และการเสริมคาง เป็นการเสริมแบบถาวร ถ้าในอนาคตไม่ต้องการเปลี่ยนรูปทรง ก็สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต อีกทั้ง การดูแลตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ หากดูแลตัวเองดี ก็ไม่มีปัญหาอะไร

เสริมคางซิลิโคนแบบไหนดี ปลอดภัยไหม

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกันยังไง

เรื่องรูปทรง แตกต่างกันอย่างชัดเจน ขาสั้น ก็จะเป็นก้อนโค้ง มีขนาดเล็ก เหมาะกับคนที่ใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีคางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วอยากเติมปลายให้คางดูยาวขึ้น ส่วน ซิลิโคนทรงขายาวนั้น ก็จะเป็นรูปโค้ง ๆ มีขายาว แน่นอนว่า คนที่มีปัญหาคาง แล้วอยากมีคางสวย สามารถทำได้ เหมาะกับทุกคน ซิลิโคนขายาว มีหลายขนาด Size S,M,L ขาของซิลิโคนจะช่วยเก็บกรอบหน้า รับกับแก้ม ดูเป็นธรรมชาติ

ซิลิโคนคางขายาว ดียังไง

เนื่องจากสามารถเข้าได้กับทุกโครงหน้า ซิลิโคนทรงขายาวจะรับกรอบหน้าช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น ซิลิโคนเรียบเนียนไปกับผิว ไม่เป็นก้อน ไม่ห้อยย้อย สามารถเหลาปรับตามรูปหน้าของแต่ละคนได้

จัดฟันอยู่ก็สามารถเสริมคางได้ 

แต่ต้องทำหลังเสริมช่วง 1 เดือนแรก หลีกเลี่ยงการดึงฟันก่อน เนื่องจากหากหลังเสริมไปแล้ว หากคนไข้ไปทำฟันเลย อาจจะทรงผลทำให้ทรงคางผิดรูปได้

คนที่มีใบหน้ากลม มีแก้ม ควรเสริมคางแบบไหน

สำหรับคนที่มีแก้ม แนะนำทรงวีมน และซิลิโคนขายาวเหมาะมาก  เสริมออกมาแล้วจะดูเนียน ช่วยเก็บกรอบหน้าให้รับกับแก้ม ทรงที่ได้จะไม่แหลมมากจนเกินไป หลังทำหน้าจะดูเรียวยาวขึ้น ละมุน ได้สัดส่วนของใบหน้าที่ดีขึ้น

หลังทำการเสริมคางต้องดูแลตัวเองอย่างไร

หลังการผ่าตัดทำคาง สามารถกลับบ้านพักฟื้นได้ การดูแลหลังการผ่าตัด ช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็น ช่วยเรื่องอาการบวมช้ำ แล้วหลังจากนั้น เปลี่ยนมาประคบอุ่น นอนหมอนสูง ทานยาให้หมด งดอาหารแสลงพวกของหมักดอง ส้มตำ อาหารทะเล วิตามิน แอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิด อาการบวม