ซิลิโคน เสริมคาง เกรดไหน ได้มาตรฐาน

ปัจจุบันนี้การเสริมคางกำลังได้รับความนิยม เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นสาว หรือหนุ่มต่างก็อยากมีใบหน้าที่ดูเรียวยาว ดูเด็กลง เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับใบหน้า การเสริมคางจะช่วยให้โครงหน้าเปลี่ยนไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางถอย เป็นต้น และการเสริมคางมักจะใช้ซิลิโคน เสริมคาง ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของซิลิโคนกัน

ซิลิโคนที่ใช้มีกี่ประเภท เกรดไหนบ้าง

  • ซิลิโคนคาง ขายาว

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

โดยที่ซิลิโคนขายาวจะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง  ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อคไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อคกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียง

  • ข้อดี

ไม่เป็นก้อน ไม่ย้อย รอยต่อน้อย

เนื่องจากขาของซิลิโคน ออกแบบมาเพื่อรับกับทุกโครงหน้า ช่วยเก็บแก้ม ทำให้หลังเสริม ซิลิโคนขายาวจะเนียนไปกับผิว ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยทำให้กรอบหน้าชัดขึ้นอีกด้วย

ล็อคฐานกระดูก ไม่เบี้ยวเอียง

หลังผ่าตัดเสร็จ แพทย์จะทำการเย็บล็อคซิลิโคนตรงเนื้อเยื่อหุ้มกระดูก แล้วเย็บปิดแผลด้านนอกอีกครั้ง เพื่อป้องกันซิลิโคนเบี้ยวเอียง

เหลาปรับตามรูปหน้า เข้าได้กับทุกคน

แพทย์ออกแบบทรงและปรับเหลาซิลิโคน ให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้เป็นหลัก โดยประเมินจากโครงหน้า เนื้อส่วนคางที่ยืดหยุ่น เลือกทรงให้เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์หลังทำออกมาสวย และเข้ากับหน้าคนไข้มากที่สุด

  • ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น

  • ข้อดี

เหมาะสำหรับคนที่มีคางอยู่แล้ว ใบหน้าเล็ก ๆ เน้นเสริมเติมปลายคางเพื่อให้ยาวขึ้น

  • ข้อเสีย

มีขนาดเล็กที่เหมาะกับปลายคาง ทำให้อนาคต คางสามารถผิดรูปได้ อาจจะทำให้คางเป็นก้อน ติ่งเล็ก ๆ

ไม่เหมาะกับคนที่มีแก้ม กรามเยอะ โครงหน้าใหญ่

มีความนิ่ม ยืดหยุ่นเกินไป เสริมนานไปอาจจะทำให้รูปทรงคลาดเคลื่อน

ซิลิโคน เสริมคาง เลือกแบบไหนดี

เกรดของซิลิโคน

  • ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูป

เนื้อซิลิโคนจะมีความนิ่มน้อย แข็งอยู่ทรง เนื้อซิลิโคนเป็นรูปร่างสำเร็จ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว

  • ซิลิโคนคางอเมริกามีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ช่วยให้กรอบหน้าชัด V Shape มากขึ้น นิยมใช้มากที่สุดเพราะมีค่าความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูง มีความปลอดภัยมากในระยะยาว
  • ซิลิโคนคางเกาหลีมีความนิ่มมากกว่า ทำให้เมื่อเสริมเข้าไปคางจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีส่วนช่วยให้คางดูงอนมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนเกรดอื่น

วิธีการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคางอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุงทุกชนิด ยาแอสไพริน วิตามินซี ใบแป๊ะก้วย น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพิมโรส เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย ผ่าตัดยากและบวมนาน
  • หากแพ้ยาใด ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
  • ผู้จะเข้ารับการผ่าตัดเสริมคางจะต้องไม่มีไข้ หรือมีการติดเชื้ออักเสบทางผิวหนัง
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบว่าเคยทำการผ่าตัดหรือฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อนหรือไม่
  • หากผู้เข้ารับบริการมีโรคอื่นหรือมียา อาหารเสริม ยาบำรุงใด ๆ ที่ได้รับอยู่ประจำรวมถึงประวัติการแพ้ยา ต้องแจ้งให้แพทย์
  • ก่อนผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการควรทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • วันผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการไม่ควรนำของมีค่าติดตัวเข้าห้องผ่าตัด
  • วันผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรจะสวมเสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด
การดูแลหลังการเสริมคาง
  • ประคบเย็น หลังผ่าตัดใน 72 ชั่วโมงแรก หรือสามวันแรก ตลอดทั้งวันห้ามเว้นช่วงเวลาโดยเด็ดขาด โดยให้ประคบเย็นอย่างเบามือ ไม่กดหรือวางทับไปบนตำแหน่งที่มีซิลิโคนอยู่
  • การล้างแผล หากแผลอยู่ใต้คาง ก็ให้ใช้น้ำเกลือเช็ดล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวล จนสะอาด ไม่มีคราบเลือด จากนั้นจึงใช้เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล
  • หากแผลผ่าตัดอยู่ในช่องปาก ก็ควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่คุณหมอได้จัดเตรียมให้
  • งดอาหารรสจัด อาหารสุกๆดิบๆ ของหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดเชื้อ
  • รับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งให้ครบ

บทสรุป

ใบหน้าของคุณเหมาะกับการเสริมคางแบบไหนและใช้ซิลิโคนเสริมคางแบบใด ท่านควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะตัดสินใจเสริมคางจึงจะดีที่สุด เพราะบางรายอาจไม่ต้องผ่าตัดเสริมคาง แต่จะมีวิธีอื่นที่เหมาะมากกว่าหรือในบางรายอาจต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมด้วย

เสริมคาง ซิลิโคน สามารถทำได้กี่แบบ วิธีไหนดีที่สุด

สาว  ๆ  หนุ่ม  ๆ  ที่มีปัญหาใบหน้ากลม คางสั้น คางเล็กจนดูไม่ออกจึงทำให้หนุ่ม  ๆ  สาว  ๆ  หันมาเสริมคางกันมากขึ้น เพราะการเสริมคางสามารถทำให้หน้าเรียว เล็กลงได้และในปัจจุบันมีวิธีการเสริมคางที่หลากหลายที่คุณสามารถเลือกทำได้ และวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเสริมคาง ซิลิโคนว่ามีแบบไหนบ้าง เพื่อเป็นตัวช่วยให้สาว  ๆ หนุ่ม  ๆ  ได้ตัดสินใจเลือกเสริมคางได้ง่ายขึ้น

การเสริมคางด้วยซิลิโคนสามารถทำได้ 2 แบบดังนี้

1.การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 ซม. โดยหมอสามารถปรับรูปคางได้หลายองศา แล้วก็สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมทั้งยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสสำหรับการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งจุดเด่นของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งจำต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าหากทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็สามารถที่จะช่วยให้รอยแผลหายเร็วขึ้นค่ะ

2.การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้ค่ะ

เสริมคาง ซิลิโคน ชนิดไหนดี

ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมคางมีกี่แบบ

ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางมีอยู่ 2 ประเภทดังนี้

1.ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะกับคนที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม แล้วก็ต้องการปรับรูปทรงบนบริเวณใบหน้าให้สมบูรณ์มากเพิ่มขึ้น บริเวณใบหน้าดูยาวขึ้น จำเป็นต้องใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนุ่ม ปานกลาง

2.ซิลิโคนขายาว

จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อกไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อกกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียงซิลิโคนขายาว เหมาะกับคนที่มีปัญหาคางตัด คางยุบ คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงจะต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • ฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากด้านล่าง
  • หลังจากนั้นก็แยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบด้านล่าง แล้ววางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ
  • เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง

การดูแลหลัง เสริมคาง ด้วยซิลิโคน

  • ในช่วง 1-2 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางเป็นประจำ
  • ดูแลแผลในปาก และก็งดรับประทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • กินน้ำโดยใช้หลอด ควรจะเลี่ยงการกินน้ำหรือรับประทานอาหารที่ร้อนมากหรือเย็นมาก
  • บ้วนปากเป็นประจำด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำเกลือหรือน้ำที่สะอาด
  • อย่าใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และก็ระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนกินผัก ผลไม้ควรจะล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อดิบ ๆ สุก ๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ แล้วก็เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 3 อาทิตย์
  • 1 อาทิตย์หลังผ่าตัดหมอจะนัดมาตรวจอาการ และก็ตรวจซ้ำหลังจากนั้นอีก 1 เดือน
  • ในช่วง 3-4 อาทิตย์แรก ควรจะหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณคาง
  • หลังการดูแลรักษาประมาณ 1-2 เดือน อาการบวมจะยุบลง และก็ได้รูปทรงของคางใหม่ โดยแท่งซิลิโคนจะเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกและไม่ขยับเขยื้อน นอกจากจะโดนชนอย่างแรง

อาหารที่ควรทานหลังเสริมคางด้วยซิลิโคน

การรับประทานอาหารหลังการทำศัลยกรรมเสริมคางแนะนำให้เน้นอาหารอ่อน ไม่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมากรสอ่อน งดเผ็ดหรือเค็ม ช่วง 1 เดือนแรกหลังการผ่าตัด งดอาหารเป็นพิษเช่นอาหารทะเล ของดิบ ๆ สุก ๆ ที่เสี่ยงให้แผลบวมยาวนานกว่าปกติ

การเสริมคาง ซิลิโคนเป็นการศัลยกรรมที่ไม่ทำให้เจ็บตัวมากไม่ต้องพักฟื้นทำเสร็จสามารถทำกิจกรรมภายในบ้านแบบเบา  ๆ  ได้แต่อย่าโดนกระแทรกแรง  ๆ  ที่คางเท่านั้นหลังจากนั้นอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับค่ะ

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ มีการใช้แบบไหนบ้าง ที่คนนิยมทำ

การเสริมคางพบว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ แต่วิธีนี้จะไม่คงอยู่ถาวร เพราะไขมันและสารฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปเองภายใน 3-5 ปี ส่วนวิธีที่สองคือ วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นนำมาใส่บริเวณคาง ซึ่งการเสริมคางด้วย ซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ

การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก
การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอก

  • เป็นการเปิดแผลที่ภายนอกช่องปาก ช่วยเพิ่มความสะดวกในการวางตำแหน่งซิลิโคนให้ทำได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น
  • แผลที่กรีดอยู่ใต้คางมีขนาดเล็ก สามารถดูแลรักษาแผลได้ง่าย และแผลค่อนข้างหายเร็ว
  • แผลอยู่ด้านนอก จึงช่วยลดความกังวล และลดความเสี่ยงในเรื่องการติดเชื้อจากน้ำลายและเศษอาหารที่อาจตกค้างอยู่ในช่องปาก
  • ได้รูปคางที่สวยงามไม่บิดเบี้ยว เพราะคุณหมอจะมีการเย็บเพื่อล็อคซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • มีการใช้การยิงเลเซอร์ประกอบร่วมกับการผ่าตัดเสริมคางในคนไข้ทุกราย เพื่อประโยชน์ในการห้ามเลือด และช่วยลดอาการช้ำบวม
  • กรรมวิธีแก้คางแบบแผลนอก เหมาะกับการแก้ไขคางที่ต้องมีการขูดฟิลเลอร์เก่าออก จะช่วยขูดสารเหลวออกได้เกลี้ยงมากกว่า
  • ในกรณีที่คนไข้มีเนื้อบริเวณคาง/ใต้คางที่ห้อยย้อย การผ่าตัดแบบแผลนอกจะช่วยตกแต่งจัดการกับผิวหนังส่วนเกินบริเวณใต้คางได้ดีกว่า

การเสริมคางจากด้านในช่องปาก
การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย  แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ ทำแบบไหนดี

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ

1.การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดมีขาหรือซิลิโคนขายาว 

การเสริมคางด้วยซิลิโคนชนิดมีขา เป็นซิลิโคนที่มีระยะด้านของด้านข้างยาวออกเหมาะสำหรับผู้ที่มีคางถอย ดูไม่สมส่วนมองด้านข้างใบหน้าดูสั้น โดยเฉพาะคางเล็กแนวนอนหรือ คางถอย  (Vertical microgenia)  ลักษณะของซิลิโคนขายาว จะมีขายาวที่วางโค้ง ครอบไปบนบริเวณกระดูกปลายคาง ทั้งนี้เพื่อให้ซิลิโคนถูกจัดวางในองศาเดียวกับกรอบหน้าอย่างพอเหมาะ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นรอยต่อขึ้นในบริเวณระหว่างแก้มกับคาง โดยในส่วนขาของซิลิโคนจะเป็นตัวที่ช่วยล็อคตำแหน่งไว้ไม่ให้ห้อยย้อยหรือหล่นลงมาอยู่บริเวณใต้คาง และช่วยครอบล็อคส่วนกระดูกคาง ป้องกันไม่ให้คางเบี้ยวหรือเอียง

2.การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดไม่มีขาหรือขาสั้น

การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดไม่มีขา เป็นซิลิโคนที่ใช้เติมเต็มส่วนปลายคางที่ทรงคางไม่ชัดเจนให้ดูมีมิติของคางมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีคางเล็กแนวตั้ง (Horizontal microgenia) สามารถ เสริมคางได้ทุกรูปแบบ ซึ่งเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการเสริมคางโดยเน้นเฉพาะส่วนปลายคางให้ดูยาวขึ้นกว่าเดิม และมีโครงสร้างพื้นฐานคางเดิมที่ค่อนข้างดูดีอยู่แล้ว  (คือมีคางอยู่บ้างแล้ว) แต่ต้องการมาทำคางเพื่อปรับใบหน้าให้ได้สัดส่วน มีความสมดุล ดูสวยสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ต้องการให้ใบหน้าดูยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา ซึ่งซิลิโคนที่เลือกใช้จะมีลักษณะนิ่มปานกลาง

ซึ่งซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมคาง มี 2 ประเภท ได้แก่

  1. ซิลิโคนเกาหลี(Korean Silicone)

ซิลิโคนเกรดเกาหลีมีข้อดีคือ มีความนุ่มเมื่อเสริมออกมาแล้วจะแลดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา การทำคางด้วยซิลิโคนเกาหลีจะได้คางที่ได้รูปสวย ดูพุ่ง งอนมาทางด้านหน้า ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณเนื้อคางเดิมของคนไข้แต่ละท่านด้วย

  1. ซิลิโคน USA

ซิลิโคนอเมริกามีข้อดีต่อการทำคางคือ นอกจากจะไม่นิ่มมากแล้ว ยังมีความน่าเชื่อถือสูงเนื่องจากเป็นซิลิโคนที่ได้มาตรฐานเป็นพิเศษ และเป็นเกรดทางการแพทย์ (medical grade silicone) มีค่าความบริสุทธิ์ของเนื้อซิลิโคนสูงมาก เสริมออกมาแล้วจะได้ทรงที่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากง่ายในการเหลาขึ้นรูป ปลอดภัยต่อร่างกาย มีความยืดหยุ่น และเข้ากับโครงหน้าของคนไข้แต่ละท่าน