เสริมคางอันตรายไหม แบบไหนที่ควรทำ ทรงไหนเหมาะกับคุณ

สาว ๆ ที่มีรูปหน้ากลม รูปหน้าเหลี่ยม ต่างก็อยากที่จะมีใบหน้าที่เรียวยาว เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับตนเอง จึงต้องมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เรียวยาว ด้วยการเสริมคางที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งการเสริมคางนั้นสามารถปรับโครงหน้าให้เปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีความกังวลว่าหากเสริมคางอันตรายไหม ซึ่งก่อนเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด

ใครควรเสริมคาง

การเสริมคางนั้นสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม การเสริมคางสามารถเข้าแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ การเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ v shape นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

โดยที่หากผู้ชายต้องการที่จะเสริมคางนั้นส่วนใหญ่แล้วนิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน ซึ่งต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุน

ทรงคางที่นิยมทำ มีแบบไหนบ้าง

คางทรงปลาย v shape คางทรงนี้จะช่วยยืดกรอบหน้าให้ดูสมส่วน เพิ่มความยาวของใบหน้าให้ดูเล็กเรียว ทำให้ใบหน้าดูมีสไตล์เปรี้ยว เฉี่ยว มั่นใจในตัวเอง เหมาะกับคนที่กรามไม่ชัด และมีใบหน้าเล็ก

คางทรงวีมน  เหมาะกับผู้หญิง คนที่มีแก้ม หรือโหนกแก้ม เพราะทรงนี้จะช่วยให้ปลายคางเฉียงลงมา 45 องศา ไม่แหลมมากจนเกินไป ช่วยให้หน้าหวาน ดูละมุนยิ่งขึ้น ลดความแข็งของใบหน้าลง

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคาง ท่านควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนว่าโครงหน้าของคุณเหมาะกับทรงคางแบบไหน เหมาะกับซิลิโคนแบบใด และเกรดใด ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจที่จะเสริมคาง

เกรดของซิลิโคนคาง มีทั้งหมด 3 เกรด ดังนี้

  • ซิลิโคนคางเกาหลี ซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มมากกว่า เมื่อเสริมเข้าไปคางจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีส่วนช่วยให้คางดูงอนมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนเกรดอื่น ในการเลือกใช้ซิลิโคนคางเกาหลีนี้ต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น โครงคางตามธรรมชาติ หรือเนื้อคางที่มีอยู่เดิม
  • ซิลิโคนคางอเมริกาซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ช่วยให้กรอบหน้าชัด V – Shape ยิ่งขึ้น นิยมใช้มากที่สุดเพราะค่า ความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูง มีความปลอดภัยมากกว่าในระยะยาว
  • ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูปเหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว ซึ่งมีข้อจำกัดในการใช้มากกว่า เนื้อซิลิโคนมีความนิ่มน้อย แข็งอยู่ทรง เนื้อซิลิโคนเป็นรูปร่าง สำเร็จ เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว มีข้อจำกัดในการใช้มากกว่าซิลิโคน

เสริมคางอันตรายไหม สิ่งที่คุณต้องรู้

เสริมคางมีกี่แบบ

เสริมคางมี 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • การฉีด

การฉีดคางนั้นจะฉีดด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งเมื่อฉีดเสร็จแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  • การผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน ให้ผลลัพธ์ที่ถาวร สามารถจัดรูปทรงได้ โดยแพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการ และความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง ประมาณ 1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของบุคคล

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • แพทย์จะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า

การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หรือแล้วแต่ขนาดของซิลิโคน จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

  • เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด
  • นิยมในแพทย์ – ทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

ข้อควรระวัง ในการเสริมคาง

  • ระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง
  • การดูแลทำความสะอาดเพื่อลดภาวะติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • ระมัดระวังเรื่องของเศษอาหารตกค้างในช่องปาก

บทสรุป

เสริมคางอันตรายไหม การเสริมคางจะไม่เกิดอันตรายหากท่านเลือกคลินิกเสริมคางที่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดี รวมถึงแพทย์ ที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน  เครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย ผ่านการฆ่าเชื้อทุกกระบวนการ จึงหมดกังวลเรื่องผลข้างเคียง และอันตรายไปได้เลย

เสริมคาง 5000 แพงหรือไม่ ทำแล้วจะคุ้มค่าหรือเปล่า

หากท่านกำลังมีปัญหาในเรื่องของใบหน้ากลม คางสั้น ซึ่งจะทำให้ท่านขาดความมั่นใจในบุคลิกภาพของตัวเอง การเสริมคางจึงเป็นหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาซึ่งกำลังได้รับความนิยม มีทั้งการใช้ซิลิโคน และการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) ซึ่งแต่ละวิธีจะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป คงมีหลายคนสงสัยว่า การเสริมคาง 5000 นั้นมีไหม ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิกและแพทย์ที่ให้บริการ

การเสริมคางนั้นเป็นการวิธีที่ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วนให้มีความสวยงาม ทำให้ใบหน้าดูยาวเรียว และได้รูปมากขึ้น ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางเหลี่ยม คางบุ๋ม หรือคางเบี้ยว ซึ่งการทำศัลยกรรมเสริมคางปัจจุบันนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้ วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ วิธีนี้จะมีข้อเสียคือจะไม่คงอยู่ถาวร เพราะไขมันและสารฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปเองภายใน 3 – 5 ปี

ส่วนวิธีที่สองคือ วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นนำมาใส่บริเวณคาง ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

  • การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง ซึ่งสามารถทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

  • ข้อดี โอกาสติดเชื้อน้อยกว่าแผลในปาก
  • ข้อเสีย มีแผลเป็นภายนอกยาวประมาณ 3 ซม.
  • หากคนไข้มีปัญหาแผลเป็นนูน(keloid) ก็มีโอกาสเกิดหลังจากผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนผ่าตัด
  • การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การผ่าตัดเสริมคางจากด้านในช่องปาก เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ

หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

การเสริมคางวิธีนี้ เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

  • ข้อดี : ไม่มีแผลเป็นภายนอก
  • ข้อเสีย : มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าแผลภายนอก แต่ถ้าดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากได้ดีก็ไม่มีปัญหาในจุดนี้

ปัญหาการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากท่านเข้ารับการผ่าตัดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ ซึ่งปกติแล้วเทคนิคการ FIX ซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมีดังนี้

  • วางซิลิโคนเอาไว้เฉย ๆรอให้มีพังผืดมารัดซิลิโคน ซึ่งเทคนิคนี้มีโอกาสทำให้ซิลิโคนผิดตำแหน่งมากที่สุด
  • เย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียงวิธีนี้ทำให้ซิลิโคนอยู่กับที่แต่ก็ยังมีโอกาสที่ทำให้ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งอยู่
  • ใช้สกรูยึดซิลิโคนกับกระดูกวิธีนี้ป้องกันปัญหาซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้ดีที่สุดเกือบ 100%

เสริมคาง 5000 ทำที่ไหนดี

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

  • แพทย์จะให้ท่านบ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะให้ท่านนอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะทำการฉีดยาชาบริเวณที่จะทำการผ่าตัด
  • แพทย์จะทำการผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนและเย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  • แพทย์จะให้ท่านนอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณที่ทำการผ่าตัด และนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด

 ความเสี่ยงของการผ่าตัดเสริมคาง

  • ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงนี้จะลดลงเหลือน้อยมาก หากรับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังรับการผ่าตัดเป็นอย่างดี

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านควรงดยาแก้ปวดแอสไพริน อาหารเสริมจำพวกวิตามิน สมุนไพร
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่และเครืองดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • หากมีประวัติแพ้ยา ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
  • หากเคยผ่านการผ่าตัด หรือ ฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อน ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการผ่าตัด
  • ก่อนผ่าตัด ควรทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด
การดูแลตัวเองหลังการเสริมคาง
  • การล้างแผล หากแผลอยู่ใต้คาง ใช้น้ำเกลือเช็ดล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวล จนสะอาด ไม่มีคราบเลือด จากนั้นใช้
    เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล หากมีการผ่าตัดในช่องปาก ก็ควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่คุณหมอได้จัดเตรียมให้
  • ประคบเย็น หลังผ่าตัดใน72 ชั่วโมงแรก หรือสามวันแรกตลอดทั้งวัน ห้ามเว้นช่วงเวลาโดยเด็ดขาด ใช้เจลเย็น หรือน้ำแข็งก็ได้ (หากเป็นน้ำแข็งควรห่อด้วยพลาสติกอีกชั้นเพื่อป้องกันน้ำโดนแผล) ให้ประคบเย็นอย่างเบามือ ไม่กดหรือวางทับไปบนตำแหน่งที่มีซิลิโคนอยู่ ประคบไว้จนเย็นรู้สึกชาแล้วพัก ประคบไปเรื่อย ๆ บ่อยมากเท่าไหร่ได้ยิ่งดี
  • หากมีการผ่าตัดแผลอยู่ในช่องปาก ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก
  • งดอาหารรสจัด อาหารสุกๆดิบๆ ของหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดเชื้อ
  • นอนให้ตำแหน่งศีรษะอยู่สูงกว่าสูงกว่าลำตัว ให้ร่างกายได้ขับเลือดที่เสียจากสูงลงสู่ที่ต่ำ เพื่อช่วยให้ไม่บวม
  • ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคงโดยเด็ดขาด

บทสรุป

เสริมคาง 5000 ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดไม่ว่าจะเป็นวิธีการ แพทย์ผู้ทำการรักษา หรือสถานบริการ ซึ่งยิ่งเป็นราคา 5000 ท่านยิ่งต้องดูคลินิกให้ดีว่ามีความปลอดภัยในด้านอุปกรณ์ที่ต้องสะอาด สถานที่ต้องมีความปลอดภัย แพทย์จะต้องมีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อตัวท่านเอง

คลินิกเสริมคางสวย มีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างไร ก่อนการทำ

ปัญหารูปคางไม่สวย คางย้อย ทำให้ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วน แถมไม่ค่อยเรียวสวยดั่งใจอีกด้วย ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ เพียงแค่ทำศัลยกรรมเสริมคางเท่านั้นกับคลินิกเสริมคางสวย ซึ่งในปัจจุบัน ก็มีหลายคลินิกที่เปิดให้บริการศัลยกรรมในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเสริมคางเพื่อปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น มีความมั่นใจในการพบปะผู้คนได้เป็นอย่างดี

การเตรียมตัวก่อน ศัลยกรรมคาง

  1. แจ้งอาการแพ้ยา หรือ อาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. หากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า
  3. งดรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ยาจำพวกเสตียรอย ยาแก้ปวด ยาลดกล้ามเนื้อ แก้อักเสบ วิตามิน อาหารเสริมต่าง ๆ ประมาณ 2 สัปดาห์
  4. งดสูบบุหรี่และดื่มสุราก่อนผ่าตัด
  5. หากเป็นไข้หวัด ไอ หรือป่วย ให้งดผ่าตัดไปก่อน
  6. แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากก่อนผ่าตัด

การดูแลหลัง ศัลยกรรมคาง

  1. ในช่วง 1-3 วันแรกให้ประคบความเย็น เพื่อลดอาการบวม หลังจากนั้นอาการบวมจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยทั่วไป อาการบวมมักจะยุบลงและได้รูปร่างของคางใหม่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-3 เดือน
  2. ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรนอนยกศีรษะสูงอย่างน้อย 30 องศา
  3. บางรายอาจมีรอยเขียวช้ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่าตัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ แนะนำให้ประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณรอยเขียวช้ำ เพื่อให้รอยเขียวช้ำหายเร็วขึ้น
  4. งดทานยาแอสไพรินหลังผ่าตัดต่ออีก 2 สัปดาห์หรือตามแพทย์สั่ง
  5. ระมัดระวังการกระทบกระเทือนบริเวณคาง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 3-4 สัปดาห์แรก ไม่ควรท้าวคาง ไม่ควรหัวเราะมากจนเกินไป และระมัดระวังไม่ให้เกิดแรงกระแทกมากระทบซิลิโคนมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ขยับเขยื้อน จากการที่ซิลิโคนยังเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกไม่ดีพอ

คลินิกเสริมคางสวย ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

แนะนำคลินิกที่เสริมคางสวย

  1. โรงพยาบาลเลอลักษณ์

คลินิกเสริมคางสวย  สำหรับที่นี่นอกจากศัลยกรรมหน้าอกแล้ว การทำศัลยกรรมคางก็ได้รับการพูดถึงเช่นเดียวกัน เพราะด้วยคุณภาพของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะ คุณหมอปิติ ถือว่าเป็นคุณหมอศัลยแพทย์ ที่สาว ๆ ไว้วางใจ อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่ได้มาตรฐาน เปิดให้บริการมานาน หลายคนจึงรู้จักกันดี

  1. Elegance Clinic

ที่นี่ดูแลเสริมคางโดย นพ.ภูเบศ จันทร์ดี ซึ่งคุณหมอจะมีเทคนิคเฉพาะในการทำศัลยกรรม และด้วยประสบการณ์ทำศัลยกรรมที่มากมาย ทำออกมาแล้วจึงดูสวยเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเทคนิคผ่าตัดซ่อนแผลไว้ด้านใน ทำให้บวมน้อย ช้ำน้อย และไม่มีรอยแผลเป็นด้านนอกให้เห็น

  1. สรัญญา คลินิก

สำหรับที่นี่ใช้เทคนิคเสริมคางด้วยการล็อกสกรูส์ไทเทเนียม ทำให้คางแนบชิดติดกระดูก ไม่มีรอยต่อ งานจึงออกมาสวยเนียน แถมนาน ๆ ไปก็ไม่ต้องกังวลว่าคางจะยื่นหรือเบี้ยวอีกด้วย

  1. BCS Clinic

ที่นี่มีบริการศัลยกรรมคางหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เสริมคาง ดูดหรือฉีดไขมันที่คาง เสริมกราม ลดคาง เหลาคาง หรือแม้แต่แก้ไขคางที่เคยเสริมมาแล้ว ทั้งนี้สำหรับเสริมคางใหม่ก็มีทั้งซิลิโคนจากญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงอเมริกาให้เลือก เรียกได้ว่าไปที่นี่ที่เดียวสามารถทำคางได้แบบครบวงจรกันเลย

  1. Doctor Kusol Avenue Clinic

คลินิกแห่งนี้ดูแลโดย พ.ท. นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมใบหน้าโดยเฉพาะ ก่อนทำคุณหมอจะให้คำปรึกษา ซึ่งจะมีการประเมินและวิเคราะห์โครงหน้าอย่างละเอียดก่อนที่จะวางแผนการทำศัลยกรรมทุกครั้ง โดยคำนึงถึงพื้นฐานโครงสร้างของคนไข้เป็นหลัก ดังนั้นทำออกมาแล้วจึงดูสวยเป็นธรรมชาตินั่นเอง

  1. WE Clinic

คลินิกนี้มีเทคนิคเสริมคางแบบพิเศษ โดยใช้ซิลิโคนขายาวแบบล็อกแกนที่เหลาเป็นทรงวีเชปตามรูปหน้าที่เหมาะสมกับใบหน้าของคนไข้ ทำออกมาแล้วจะดูเป็นธรรมชาติ และไม่มีรอยต่อ ที่สำคัญที่นี่เขาผ่าตัดด้วยเลเซอร์ทุกเคส ดังนั้นแผลจึงเล็กมาก ๆ พักฟื้นไม่นานก็เข้าที่แล้ว

  1. Cosmacare Clinic

ที่นี่จะให้บริการเสริมคางแบบซิลิโคน โดยซิลิโคนที่ว่านี้คุณหมอจะเป็นคนเลือกให้กับคนไข้ โดยคำนึงว่าจะต้องเข้ากับรูปหน้าของคนไข้มากที่สุด รวมไปถึงคุณหมอยังจะใส่ใจในการเหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้ด้วยทุกเคส ทำให้คางที่ทำออกมาดูสวยเป็นธรรมชาติและดูมีมิติ ที่สำคัญยังมีการรับประกันให้ถึง 1 ปีเต็มอีกด้วย

  1. Elite Clinic

อีกหนึ่งคลินิกที่ทำคางสวยเป็นธรรมชาติ คุณหมอใส่ใจ ให้คำแนะนำ และดูแลดี ซึ่งใครที่ได้มาทำที่นี่ต่างก็บอกต่อว่าคุณหมอมือเบา ทำแล้วบวมช้ำน้อย พักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถไปทำงานได้ อีกทั้งยังสะอาด ได้มาตรฐาน และปลอดภัย ใครที่เคยมาทำที่นี่ต่างก็ประทับใจกันแทบทุกราย

  1. Deluxe Clinic

ที่แห่งนี้เป็นคลินิกศัลยกรรมที่ได้มาตรฐานและทันสมัยไม่ต่างจากโรงพยาบาลเลย แถมคุณหมอก็ยังมีประสบการณ์ ทำแล้วแผลเล็ก ดูสวยเป็นธรรมชาติ โดยคุณหมอจะเสริมคางด้วยการใช้ซิลิโคนแท่งชนิดนิ่มเกรดเอ โดยมีเทคนิคผ่าตัดโดยใช้วิธีเจาะแผลเล็ก ๆ ที่บริเวณรอยพับใต้คาง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้มีอาการบวมน้อย ช้ำน้อย ดูแลง่าย ที่สำคัญช่วยให้ใบหน้าดูเรียวกว่าวิธีการผ่าตัดในช่องปากด้วยค่ะ

  1. Aime Clinic

ที่นี่หากใครได้มาทำต่างก็ประทับใจ โดยคุณหมอจะคอยให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังเสริมคาง ทั้งนี้สำหรับเทคนิคการเสริมคางนอกจากการใช้ซิลิโคนแล้วยังมีวิธีการเสริมคางด้วยการนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีดเข้าที่คางอีกด้วย

เสริมคางที่ไหนดี 2020 คลีนิคที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน คนนิยมทำ

ปัจจุบันคลินิกเสริมคางมีอยู่มากมายสำหรับสาว  ๆ  ที่มีปัญหาเรื่องคางไม่เท่ากัน คางเบี้ยว หน้าไม่เรียว ไม่ต้องห่วงเพราะคลินิกเสริมคางมีมากมาย แต่เราจะ เสริมคางที่ไหนดี 2020 วันนี้เรามีคลินิกมาแนะนำเพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณเลือกคลินิกที่ดีที่สุดในการเสริมคาง ก่อนจะไปดูคลินิกเราต้องรู้ก่อนว่าการเสริมคางมีวิธีการเสริมอย่างไร เสริมแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน พร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

สำหรับการทำศัลยกรรมเสริมคางหมอจะให้ยาสลบแก่คนไข้ แล้วหลังจากนั้นขั้นตอนผ่าตัดจึงเริ่มขึ้น วัสดุที่ใช้สำหรับการเสริมคางเป็นซิลิโคนแท่ง ลักษณะคล้ายยางที่มีความยืดหยุ่น นำมาเหลาให้ได้รูปทรงที่รับพอดีกับคางของคุณ

ศัลยแพทย์จะทำการเปิดผิวบริเวณด้านในปาก บริเวณด้านในของริมฝีปากด้านล่าง ตั้งแต่ส่วนของเหงือกลงไปจนถึงส่วนของกระดูกคางด้านหน้า แล้วก็ทำการฝังและก็ยึดซิลิโคนลงในตำแหน่งที่ได้วัดระยะอันเหมาะสมเอาไว้แล้ว จากนั้นจึงเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ที่จะสลายไปเองได้ภายใน 10 วัน

แต่ถ้าเกิดเป็นในกรณีที่ทำการเสริมคางไปพร้อม ๆ กับศัลยกรรมยกกระชับบริเวณใบหน้า หมอจะสร้างรอยผ่าตัดที่บริเวณใต้คางเพื่อความสะดวกต่อการศัลยกรรมทั้งสองประเภท ซึ่งรอยแผลที่อยู่บริเวณนี้ก็สามารถหลบซ่อนจากสายตาได้เป็นอย่างดี

ความเสี่ยงสำหรับการเสริมคาง

  • ริมฝีปากรู้สึกชา เนื่องจากว่ามีแผลผ่าตัดอยู่ด้านในริมฝีปากด้านล่าง ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงเองเมื่อเวลาผ่านไป
  • คางและบริเวณรอบ ๆ มีอาการบวม เจ็บ
  • การรับความรู้สึกที่บริเวณคางเปลี่ยนไป บางทีอาจเป็นไปได้ทั้งเพียงชั่วคราว หรือเกิดขึ้นถาวร -ซิลิโคนเลื่อนออกจากตำแหน่ง อันเกิดจากการกระทบกระเทือนที่ใบหน้า มีการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด
  • การพักฟื้นหลังการทำศัลยกรรมเสริมคาง
  • ในกรณีที่แผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก หลังการผ่าตัดคนไข้ควรจะรับประทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการกระทบกระเทือนของรอยแผล และก็บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำเกลือทุกครั้งหลังทานอาหาร เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดที่ปากแผล หรือมีการติดเชื้ออักเสบในกรณีช่องปากไม่สะอาด
  • อาการปวดบวมที่บริเวณแผลสามารถเกิดขึ้นได้ใน 3-4 วันหลังการผ่าตัด แต่ว่าถ้าปวดมากผิดปกติควรจะกลับไปพบหมอ ซึ่งหมอบางทีอาจจ่ายยาแก้ปวดลดอักเสบ รวมถึงจ่ายยาที่ใช้เพื่อการฆ่าเชื้อเพื่อปกป้องอาการติดเชื้อด้วย แต่ถ้าเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการผ่าตัด หมออาจพิจารณานำซิลิโคนออกได้
  • นอนในท่ายกหัวสูง ให้โลหิตไหลเวียนได้สะดวก ไม่คั่งอยู่ที่รอยแผล – งดการบริหารร่างกายหรือกิจกรรมหนักเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนที่ใบหน้า – สามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ตามปกติได้ภายใน 5-7 วัน

เสริมคางที่ไหนดี 2020 แนะนำคลินิค

นี่ก็เป็นขั้นตอนการเสริมคางที่เรามาฝากคุณแบบคร่าว  ๆ  ต่อไปเรามาดูคลินิกเสริมคางที่ได้รับการยอมรับและมีหมอเฉพาะทางในการเสริมคางโดยเฉพาะพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

คลินิกเสริมคางที่ได้รับการยอมรับ

  1. โรงพยาบาลเลอลักษณ์

สำหรับที่นี่นอกจากศัลยกรรมหน้าอกแล้ว วิธีการทำศัลยกรรมคางก็ได้รับการพูดถึงเหมือนกัน เพราะว่าด้วยคุณภาพของทีมหมอผู้ที่มีความชำนาญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แพทย์ปิติ นับได้ว่าเป็นแพทย์ศัลย์ที่ผู้หญิงไว้วางใจ อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่ได้มาตรฐาน เปิดให้บริการมานาน ผู้คนจำนวนมากจึงรู้จักกันดี

  1. Elegance Clinic

ที่นี่ดูแลเสริมคางโดย นพ.ภูเบศ จันทร์ดี ซึ่งแพทย์จะมีเทคนิคเฉพาะสำหรับการทำศัลยกรรม แล้วก็ด้วยประสบการณ์ทำศัลยกรรมที่มากมาย ทำออกมาแล้วจึงดูสวยเป็นธรรมชาติ ทั้งยังมีเทคนิคผ่าตัดหลบซ่อนแผลไว้ด้านใน ทำให้บวมน้อย ช้ำน้อย และไม่มีรอยแผลเป็นภายนอกให้เห็น

  1. สรัญญา คลินิก

สำหรับที่นี่ใช้เทคนิคเสริมคางด้วยการล็อกสกรูส์ไทเทเนียม ทำให้คางแนบชิดติดกระดูก ไม่มีรอยต่อ งานก็เลยออกมาสวยเนียน แถมนาน ๆ ไปก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลว่าคางจะยื่นหรือเบี้ยวอีกด้วย

  1. BCS Clinic

ที่นี่มีบริการศัลยกรรมคางหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เสริมคาง ดูดหรือฉีดไขมันที่คาง เสริมกราม ลดคาง เหลาคาง หรือแม้กระทั่งปรับปรุงคางที่เคยเสริมมาแล้ว ทั้งนี้สำหรับเสริมคางใหม่ก็มีทั้งซิลิโคนจากประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี รวมทั้งอเมริกาให้เลือก พูดได้ว่าไปที่นี่ที่เดียวสามารถทำคางได้แบบครบวงจรกันเลย

  1. Cosmacare Clinic

ที่นี่จะให้บริการเสริมคางแบบซิลิโคน โดยซิลิโคนที่ว่านี้แพทย์จะเป็นคนเลือกให้กับคนไข้ โดยพิจารณาว่าจะต้องเข้ากับรูปหน้าของคนไข้มากที่สุด รวมถึงแพทย์ยังจะใส่ใจสำหรับในการเหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้ด้วยทุกเคส ทำให้คางที่ทำออกมาดูสวยเป็นธรรมชาติและก็ดูมีมิติ ที่สำคัญยังมีการรับประกันให้ถึง 1 ปีเต็มอีกด้วยนะคะถือว่าคุ้มมากเมื่อมาใช้บริการที่คลินิกแห่งนี้

ทั้งหมดนี้ก็เป็นคลินิกที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงในเรื่องของการเสริมคาง คุณต้องการเสริมคางที่ไหนดี 2020 ก็เลือกดูนะคะว่าที่ไหนเหมาะกับคุณมากที่สุดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่คุณต้องการค่ะ

เสริมคางแล้วไม่สวย ไปแก้ที่ไหนดี ได้มาตรฐาน ปลอดภัย

การเสริมคางเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมทั้งหญิงและชาย เพราะการเสริมคางสามารถทำให้คนหน้ากลมกลายเป็นคนหน้าเรียวได้ และการศัลยกรรมเสริมคางมีหลากหลายรูปแบบทั้งการเสริมคางโดยซิลิโคน และเสริมคางโดยใช้กระดูกตัวเอง แต่หากเราเสริมคางแล้วไม่สวยอย่างที่เราต้องการเราจะมีวิธีแก้อย่างไร เป็นคำถามที่สาว  ๆ  ถามมามากมาย และวันนี้เราจะพาคุณไปดูเกี่ยวกับปัญหาที่เสริมคางแล้วออกมาผิดรูปว่าหมอจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรให้ดีขึ้นพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ

เสริมคางยื่นและเบี้ยวควรทำอย่างไร

การเสริมคาง เป็นทางลัดที่ช่วยสำหรับในการเปลี่ยนหนุ่มสาวคางเล็ก คางสั้น หน้ากลม ให้มีบริเวณใบหน้าเรียวงามได้สัดส่วนอย่างถาวร ซึ่งแนวทางการเสริมคางที่นิยมกันมากที่สุด ก็คือการผ่าตัดเสริมซิลิโคนเข้าไปเพื่อให้ปลายคางยาวขึ้นรับกับรูปหน้า แต่ว่าหนุ่มสาวหลายคนก็อาจเผชิญกับปัญหาที่ว่า เสริมคางไปแล้วคางกลับดูยื่น ดูเบี้ยว หรือดูแปลก ๆ ไม่สวยเป๊ะเป็นธรรมชาติ ซึ่งยิ่งทำให้เราเสียความเชื่อมั่นมากยิ่งกว่าเดิมซะอีก มาดูกันว่าปัญหาเสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว เกิดจากอะไร แล้วเราจะปรับแต่งได้หรือไม่

การเสริมคางยื่นและเบี้ยวเกิดจากอะไร

การเสริมคางยื่นและเบี้ยวเกิดจาก 2 ปัจจัยดังนี้

  1. ปัจจัยทางแพทย์

มีเหตุมาจากหมอผู้ที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรมคางให้เรา ผ่าตัดเลาะช่องว่างที่จะนำใส่ซิลิโคนไม่เท่ากัน เมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้วจึงเกิดความไม่พอดี และนำไปสู่อาการคางเบี้ยวเอียงนั่นเอง ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุที่มีสาเหตุมาจากหมอคือ เหลาซิลิโคนที่จะใช้สำหรับการเสริมคางไม่เท่ากัน เมื่อใส่เข้าไปที่คางของเรา ก็เลยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการเบี้ยวเอียง

ซึ่งหลายคลินิกจึงเลือกใช้ซิลิโคนเสริมคางแบบสำเร็จรูป ที่มีการทำเป็นทรงมาให้แล้ว แล้วก็มีให้เลือกหลายทรง หลายขนาด เพื่อนำมาประยุกต์ให้กับรูปหน้าคนไข้มากขึ้น แถมยังช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเหลาซิลิโคนไม่เท่ากันอีกด้วย

  1. ปัจจัยจากคนไข้

อีกหนึ่งสาเหตุที่เรียกได้ว่าเดากันได้ไม่ยากเลยนั่นก็คือ เหตุจากคนไข้ ที่เกิดจากการดูแลตนเองหลังทำศัลยกรรมคางไม่เหมาะสม ดังเช่น เอามือเท้าคาง , โดนกระแทกแรง ๆ หรือไม่ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำหลังศัลยกรรมของหมอ เนื่องจาก หากทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด โอกาสเกิดคางเบี้ยวจะมีน้อยมาก ๆ เพราะวิธีการดูแลของหมอนั่นดีที่สุด

เสริมคางแล้วไม่สวย ต้องแก้ไขยังไง

เมื่อเสริมคางมาแล้วไม่สวยมีวิธีแก้อย่างไร

หากข้องใจว่าคางของเราที่เสริมมานั้นเบี้ยวเอียงหรือไม่ ให้รอดูหลังศัลยกรรมประมาณ 1 – 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่แผลผ่าตัดยุบและก็หายดีแล้ว จึงจะเห็นได้ชัดเจนว่าคางมีปัญหายื่น เบี้ยว จริงหรือไม่ และถ้าเกิดรูปทรงคางที่ได้มาไม่สวย ไม่ปัง จนบั่นทอนความมั่นใจ ก็สามารถกลับไปพบแพทย์ที่คลินิกเพื่อปรับปรุงแก้ไขใหม่ได้ สำหรับการแก้ไข แพทย์จะผ่าตัดเพื่อเลื่อนตำแหน่งซิลิโคนที่เบี้ยวเอียงให้เข้าที่เข้าทาง หรือเอาซิลิโคนของเดิมออก แล้วใส่อันใหม่ที่พอดีกว่าเข้าไป โดยวิธีการผ่าตัดแก้คาง รวมถึงการเตรียมการก่อนผ่าตัด ก็เหมือนกับการเสริมคางครั้งแรกทุกอย่าง ซึ่งจะใช้เวลาผ่าตัดราว 1 – 2 ชั่วโมง และแพทย์จะนัดมาตัดไหมในอีก 5 – 7 วันหลังจากวันผ่าตัด โดยในระหว่างพักฟื้นคนไข้ก็ต้องดูแลตนเองให้ดีตามคำแนะนำของหมอ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการศัลยกรรม รวมถึงระมัดระวังไม่ให้บริเวณใบหน้าถูกกระทบกระเทือนจนคางเบี้ยว แล้วจะต้องกลับมาแก้ซ้ำอีกรอบด้วย

ทำอย่างไรไม่ให้เสริมคางเบี้ยว

  • ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางต้องเหลาให้เท่ากัน และก็มีขนาดพอดีกับรูปคางของคนไข้ ในปัจจุบันหลายคลินิกจึงเลือกใช้ซิลิโคนแบบสำเร็จรูปที่เราสามารถเลือกขนาดและทรงที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องเอามาเหลาเองก่อนเสริม ซึ่งช่วยลดปัญหาคางเบี้ยวเอียงไปได้มากทีเดียว
  • สำหรับในการผ่าตัดหมออาจใช้เทคนิค Fix ซิลิโคน เพื่อเป็นการป้องกันและยังเป็นการไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมหลังเสริมเข้าไปแล้ว โดยหมออาจใช้วิธีเย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือยึดซิลิโคนด้วยสกรูไทเทเนียม ซึ่งเป็นวิธีที่เยี่ยมที่สุดแต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ ด้วย
  • หลังการผ่าตัด คนไข้ควรจะดูแลแผลให้ดีเพื่อไม่ให้คางอักเสบติดเชื้อ อีกทั้งต้องระมัดระวังไม่ให้คางถูกกระแทก และเลี่ยงการนั่งเท้าคาง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเลื่อน
  • ไม่ควรฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ปลอมหรือสารเหลวที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะว่ามีโอกาสที่จะทำให้คางเบี้ยวผิดรูป แถมยังอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ด้วย

หากคุณคิดจะเสริมคางคุณต้องศึกษาข้อมูลของแพทย์ และข้อมูลของคลินิกว่าได้มาตรฐานมากน้อยเพียงไหน มีเครื่องมือที่ทันสมัยหรือเปล่า หมอเป็นหมอเฉพาะทางหรือไม่ หากเราไม่หาข้อมูลให้ชัดเจนเสริมคางแล้วไม่สวยจะโทษใครไม่ได้นะ เพราะตัวเองไม่เลือกให้ดีเอง

เสริมคางธรรมชาติ ตัวช่วยที่จะทำให้หน้าของคุณ เข้ารูปแบบเนียนๆ

การผ่าตัดเสริมคางเป็นการปรับแต่งโครงหน้าส่วนล่างให้เข้ากัน จุดประสงค์เพื่อเสริมให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ทำให้ใบหน้ายาวเรียวขึ้น มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ลักษณะการเสริมคางที่ดี เสริมคางธรรมชาติ ต้องมีความเรียวยาวแบบพอดี และไม่แหลมเกินไปจนดู ด้านหน้าจะอูมเล็กน้อยเป็นลักษณะเหมือนช้อน คางไม่ตัด ไม่บิดเบี้ยว หรือไม่มีรอยบักตรงกลาง

ปัจจุบันมี 2 วิธีในการทำศัลยกรรมเสริมคาง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

จะมีซิลิโคนแท่งเสริมคางแบบสำเร็จรูป เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับรูปทรงคางมากนัก เช่น คางเล็กแต่เข้ารูปอยู่แล้ว ผู้ที่เสริมคางไม่ต้องเสียเวลานาน ในการรอระหว่างที่ทางแพทย์เตรียมอุปกรณ์

และซิลิโคนแท่งเสริมคางแบบเหลาใหม่ เพื่อให้รับกับรูปทรงคาง เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหามาก เช่น คางที่สั้นระดับกลาง คางเบี้ยวระดับเล็กน้อย -กลาง หรือรูปทรงของคางที่ไม่ได้สัดส่วน ทางแพทย์ จะวัดรูปร่างของคางแล้ว ทำการกำหนดรูปทรงคางของเรา นำไปเหลาแท่งซิลิโคนให้รับกับใบหน้า

ก่อนการทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

ก่อนทำศัลยกรรมเสริมคาง ผู้ทำต้องไม่มีโรคติดต่อ หรืออาการแพ้ยาและอาหาร ถ้ามีควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อวิเคราะห์อาการเบื้องต้นต้องไม่มีปัญหาเกี่ยวกับกราม หรือโรคทางช่องปาก เช่น กรามอักเสบ ปัญหาเกี่ยวกับฟัน ฟันไม่เท่ากัน ฟันยื่น เป็นต้น เพราะเมื่อทำศัลยกรรมเสริมคางแล้ว อาจเกิดอันตราย หรือคางผิดรูปร่างได้ แนะนำว่า ควรเข้ารับการรักษาช่องปากก่อน แล้วมาทำศัลยกรรมเสริมคาง

วิธีการทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

การผ่าเสริมคางจะมีสองวิธีคือ ผ่าตัดเปิดแผลบริเวณในช่องปาก และบริเวณนอกช่องปาก ทางแพทย์จะสอบถามว่า เราต้องการแบบไหนในการผ่าตัด และจะแนะนำความเหมาะสมในการผ่าตัดว่า ควรจะทำด้วยวิธีไหนที่เหมาะกับเรา นำซิลิโคนที่เตรียมไว้ ใส่ในจุดที่ผ่าตัดปรับให้เข้ารูปทรง เย็บบาดแผลให้เรียบร้อย เวลาในการผ่าตัดประมาณ 40 – 90 นาที

เสริมคางเทคนิคเปิดแผลในปาก เป็นการเสริมด้วยซิลิโคนที่ใช้ทางการแพทย์โดยแพทย์จะออกแบบและเหลาซิลิโคนใช้เข้ากับในหน้าหรือทรงของคางที่ต้องการโดยการผ่าตัดจะทำการฉีดยาชา และเปิดแผลจากในปาก ด้านในร่องซอกริมฝีปากล่าง ยาว 1.5 – 2 เซนติเมตร มองจะไม่เห็นแผลจากภายนอก ไหมจะละลายเองภายใน 1-2 อาทิตย์ ไม่ต้องตัดไหม ระยะเวลาทำประมาณ 45 นาที

เสริมคางธรรมชาติ ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ถือว่า เป็นอีกวิธีในการทำศัลยกรรม ที่นิยมกันมากอีกวิธีหนึ่ง เพราะทำง่ายไม่ต้องผ่าตัด ทำแล้วไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องกลัวว่าเมื่อคางโทนกระทบกระเทือนแล้วคางจะเบี้ยวเสียรูปทรง

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ทำได้ง่ายและไม่ต้องมีเวลาพักฟื้น ทำให้หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ การฉีดฟิลเลอร์จะมีอายุประมาณ 1 ปีก่อนที่รูปคางจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม จึงต้องเข้ารับการการฉีดฟิลเลอร์เป็นประจำ เพื่อให้เข้ากับรูปหน้า บริเวณที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ จะมีความรู้สึกยืดหยุ่น ก่อนเข้าฉีดฟิลเลอร์ควรศึกษาข้อมูลหาแพทย์ที่มีความชำนาญ เพราะแพทย์ที่ไม่มีชำนาญเพียงพออาจทำให้คางเบี้ยว ไม่สมส่วน หรือคางดูไม่เป็นธรรมชาติได้ ควรศึกษาข้อมูลให้ดี ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ หลังจากฉีดฟิลเลอร์ สามารถกลับบ้านได้เลยไม่ต้องรอดูอาการ

การเสริมคางหากผู้ที่มีลักษณะคางสั้นมาก คางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากันจากโครงกระดูกคาง เมื่อเสริมซิลิโคนจะทำให้บิดเบี้ยวได้ง่าย คางสั้นหรือถอยไปด้านหลัง ที่มีความผิดปกติเรื่องการสบฟัน คางที่เคยฉีด ซิลิโคนเหลว หรือ ฟิลเลอร์ชนิดที่ไม่ปลอดภัยมาก่อน รูปทรงของคางจะควบคุมได้ยากจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่ตกค้างในเนื้อ ดังนั้นควรจะต้องใช้วิธีศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง (sliding chin surgery) การศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง เป็นวิธีการทำศัลยกรรม แก้ปัญหาเกี่ยวกับรูปหน้าเหมือนกัน แต่จุดที่แตกต่างกันใหญ่ ๆ คือ ศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง จะเน้นรักษาคนที่ผิดปกติจริง ๆ เกี่ยวกับคางมากกว่า

คนที่จะเข้ารับการเสริมคาง ควรเข้าใจก่อนว่าจริง ๆ คางเรามีปัญหาแบบไหน เพราะแต่ละรูปแบบ มีความเสี่ยงไม่เหมือนกันในการรักษา ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดก่อนเข้ารับการรักษาและทำศัลยกรรม