เสริมคาง pantip มีกี่แบบ ข้อดี ข้อเสียในการทำ มีอะไรบ้าง

การเสริมคางสามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของคางเล็ก คางใหญ่ไม่ได้สัดส่วน หรือเพื่อปรับคางให้กลับมาสวยงามได้รูปทรง โดยส่วนมากคนเอเชียมักจะมีลักษณะคางที่สั้นจนผิดรูป การเสริมคาง pantip ถือเป็นตัวช่วยเพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดูดี มีสง่า และก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องทำการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด

ใครควรศัลยกรรมเสริมคาง

  • ผู้ที่มีอาการสบฟันผิดปกติ คางยื่นออกมาข้างหน้า
  • ผู้ที่มีคางเล็กมากเกินไป คางหดสั้นเข้าไปด้านใน
  • ผู้ที่มีโครงหน้าไม่ได้รูป กรามและคางไม่สมส่วน
  • ผู้ที่มีใบหน้าสั้น สัดส่วนคางไม่เข้ารูปกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่น ๆ

เสริมคาง มีกี่แบบ

ปัจจุบันนี้การเสริมคางจะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • การฉีด

การฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน วิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี  ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ  ปี

  • การผ่าตัดศัลยกรรม

เป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ที่ได้ผลลัพธ์ที่ถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้ โดยที่แพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

  • การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน)

จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

  • ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย

วิธีนี้นิยมในแพทย์และทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

  • การเสริมคางแผลนอก
  • เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกขั้นตอนการเสริมคาง โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของเคส
  • ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ

แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว

ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ

ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก

ในกรณีที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

แพทย์จะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้

เสริมคาง pantip ที่ไหนดี

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านควรงดกลุ่มยาที่จะมีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน และอาหารเสริมจำพวกวิตามินอี น้ำมันปลา โสม
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้แผลหายช้า และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • หากท่านมีโรคประจำตัวท่านต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ รวมทั้งประวัติการแพ้ยารับประทาน ยาชา หรือยาสลบ
  • ไม่ต้องอดอาหาร เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องดมยาสลบ แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป ป้องกันอาการแน่นอึดอัดท้องระหว่างการผ่าตัด
  • แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากให้พร้อมก่อนการผ่าตัด
วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง
  • ในช่วง 3 วันหลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวม
  • ในช่วงวันที่ 4 – 6 หลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบร้อนเพื่อลดอาการบวมช้ำบริเวณรอบ ๆ คาง
  • นอนศีรษะสูง และห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะเนื่องจากอาจไปกดทับบริเวณคางที่ยังอักเสบอยู่
  • ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ให้รับประทานอาหารอ่อน ๆ ประเภทข้าวต้ม หรือโจ๊ก และหากดื่มน้ำแนะนำให้ใช้หลอดดูด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเล ของหมักของดอง อาหารรสจัด และอาหารที่เคี้ยวยากในช่วง 1 เดือนแรก
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบอย่างเคร่งครัด

บทสรุป

เสริมคาง pantip การเสริมคางเป็นการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวย ได้รูป V Shape เพื่อเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับตัวเอง ดังนั้นก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมท่านควรจะศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและเพื่อความปลอดภัยในการเข้ารับบริการ

เสริมคางราคาเท่าไหร่ มีขั้นตอนการผ่าตัดอย่างไร

การเสริมคางเป็นการปรับรูปหน้าของเราให้มีความสวยงามขึ้น มองดูเป็นกรอบ รูปทรงหน้า V Shape ซึ่งการเสริมคางนี้เป็นการแก้ปัญหาให้กับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของคางสั้น คางถอยไม่เข้ารูป คางหุบเข้าไปข้างหลัง แต่การเสริมคางแบบไหนถึงจะเหมาะ และการเสริมคางราคาเท่าไหร่ เรามาดูกันค่ะ

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องรู้ก่อนว่าตัวเองมีรูปหน้าแบบใด และเหมาะกับการเสริมคางแบบไหน โดยท่านสามารถเข้าขอคำปรึกษาจากแพทย์ตามสถานบริการ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำเองว่าเราควรจะเสริมคางแบบใด ใช้วิธีแบบไหนจึงจะเหมาะกับเรา

การเสริมคางมีกี่รูปแบบ

การเสริมคางหลัก ๆ จะมี 2 แบบ ดังนี้

  • การเสริมคางโดยการผ่าตัด

ย้ายกระดูกบริเวณคาง
การเสริมคางวิธีนี้เป็นการย้ายกระดูกของตัวคนไข้เอง เพียงตัดกระดูกบริเวณคางแล้วโยกออกมาให้คางดูยื่นขึ้นหรือได้รูปตามที่ต้องการ เป็นเทคนิคที่ต้องใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูง จะมีอาการบวมนาน พักฟื้นนาน

การเสริมโดยการใส่ซิลิโคน
การผ่าตัดเสริมคางแบบนี้เป็นที่นิยมเพราะทำได้ง่าย มี 2 เทคนิคคือกรีดแผลนอกช่องปาก โดยจะเป็นการกรีดตรงใต้คาง 1.5 – 2 ซม. ไม่บวมนานและไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่จะมีข้อเสียคือในบางคนที่เป็นแผลเป็นง่ายหรือที่เรียกว่าคีลอยด์อาจมีแผลเป็นนูนๆตรงใต้คาง

อีกเทคนิคหนึ่งคือการกรีดแผลในช่องปาก จะไม่มีแผลด้านนอกเลย แพทย์จะกรีดแผลบริเวณเหงือก จะมีอาการบวมนานและต้องดูแลแผลในช่องปากมากเป็นพิเศษ อาจจะเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ง่าย

  • การเสริมคางโดยไม่ได้ใช้การผ่าตัด (Non-Surgical)
    ทำได้โดยการฉีด Filler เข้าไปที่บริเวณคาง แล้วปั้นให้ได้รูปทรงตามต้องการ ซึ่งจะทำให้คางดูเรียวและยาวขึ้นได้ เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดและไม่อยากพักฟื้น เห็นผลทันที เป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัย

เสริมคางราคาเท่าไหร่ แพงไหม ทำที่ไหนดี

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

การเสริมคาง ทั้งแบบผ่าตัดเปิดแผลภายนอกและเปิดแผลภายใน มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • แพทย์จะให้ท่านบ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะให้ท่านนอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะให้ยานอนหลับเพื่อลดความกังวล แล้วจึงค่อยฉีดยาชา เพื่อไม่ให้ไม่มีอาการเจ็บปวดในระหว่างการผ่าตัด
  • แพทย์จะเริ่มการผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคน และเย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม)
  • แพทย์จะให้นอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณที่ทำการผ่าตัด และให้นอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด และสามารถกลับบ้านได้ ไม่ต้องนอนค้าง

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง

หลังจากปรึกษาแพทย์และตัดสินใจผ่าตัดเสริมคางแล้ว ควรเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้การผ่าตัดเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดมีรายละเอียด ดังนี้

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดยาแก้ปวด เช่น ยาแอสไพริน และงดอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินซี น้ำมันปลา
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 6 – 8 ชั่วโมง ท่านต้องงดน้ำและอาหารทุกชนิด
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านต้องแปรงฟันและทานอาหารให้พร้อม เนื่องจากหลังผ่าตัดท่านจะรับประทานอาหารได้น้อย
  • หากท่านมีโรคประจำตัวหรือมีประวัติแพ้ยา ท่านจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน
หลังผ่าตัดเสริมคางมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไร
  • ควรประคบเย็นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เนื่องจากหลังผ่าตัดจะมีอาการบวม แต่อาการจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 2 สัปดาห์
  • หลังการผ่าตัด 2 สัปดาห์แรก ควรงดกิจกรรมที่จะทำให้บาดแผลกระทบกระเทือน เช่น ห้ามนั่งเท้าคาง ห้ามวิ่ง ห้ามกระโดด
  • งดการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามาก จะทำให้หน้าบวมได้
  • หลักทำการผ่าตัดให้ท่านนอนหงายและให้หนุนหมอนสูง เพื่อเป็นการลดอาการบวมและอาการเลือดคั่ง
  • หลังทำการผ่าตัดท่านจะต้องงดการรับประทานอาหารรสจัด ของหมักดอง และอาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยว
  • เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการขยับปากในช่วงแรก ท่านควรรับประทานอาหารที่เคี้ยวง่าย เช่น อาหารอ่อนหรืออาหารเหลว
  • ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง พร้อมดูแลแผลอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น

บทสรุป

เสริมคางราคาเท่าไหร่ จะขึ้นอยู่กับคุณภาพและมาตรฐานของซิลิโคนที่เลือกใช้ ซึ่งก่อนเข้ารับบริการท่านจะศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ แพทย์ผู้ให้บริการต้องมีความชำนาญ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีส่วนในการคำนวณเรื่องราคาของการเสริมคางด้วย

เสริมคาง 5000 แพงหรือไม่ ทำแล้วจะคุ้มค่าหรือเปล่า

หากท่านกำลังมีปัญหาในเรื่องของใบหน้ากลม คางสั้น ซึ่งจะทำให้ท่านขาดความมั่นใจในบุคลิกภาพของตัวเอง การเสริมคางจึงเป็นหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาซึ่งกำลังได้รับความนิยม มีทั้งการใช้ซิลิโคน และการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) ซึ่งแต่ละวิธีจะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป คงมีหลายคนสงสัยว่า การเสริมคาง 5000 นั้นมีไหม ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิกและแพทย์ที่ให้บริการ

การเสริมคางนั้นเป็นการวิธีที่ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วนให้มีความสวยงาม ทำให้ใบหน้าดูยาวเรียว และได้รูปมากขึ้น ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางเหลี่ยม คางบุ๋ม หรือคางเบี้ยว ซึ่งการทำศัลยกรรมเสริมคางปัจจุบันนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้ วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ วิธีนี้จะมีข้อเสียคือจะไม่คงอยู่ถาวร เพราะไขมันและสารฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปเองภายใน 3 – 5 ปี

ส่วนวิธีที่สองคือ วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นนำมาใส่บริเวณคาง ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

  • การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง ซึ่งสามารถทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

  • ข้อดี โอกาสติดเชื้อน้อยกว่าแผลในปาก
  • ข้อเสีย มีแผลเป็นภายนอกยาวประมาณ 3 ซม.
  • หากคนไข้มีปัญหาแผลเป็นนูน(keloid) ก็มีโอกาสเกิดหลังจากผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนผ่าตัด
  • การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การผ่าตัดเสริมคางจากด้านในช่องปาก เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ

หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

การเสริมคางวิธีนี้ เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

  • ข้อดี : ไม่มีแผลเป็นภายนอก
  • ข้อเสีย : มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าแผลภายนอก แต่ถ้าดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากได้ดีก็ไม่มีปัญหาในจุดนี้

ปัญหาการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากท่านเข้ารับการผ่าตัดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ ซึ่งปกติแล้วเทคนิคการ FIX ซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมีดังนี้

  • วางซิลิโคนเอาไว้เฉย ๆรอให้มีพังผืดมารัดซิลิโคน ซึ่งเทคนิคนี้มีโอกาสทำให้ซิลิโคนผิดตำแหน่งมากที่สุด
  • เย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียงวิธีนี้ทำให้ซิลิโคนอยู่กับที่แต่ก็ยังมีโอกาสที่ทำให้ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งอยู่
  • ใช้สกรูยึดซิลิโคนกับกระดูกวิธีนี้ป้องกันปัญหาซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้ดีที่สุดเกือบ 100%

เสริมคาง 5000 ทำที่ไหนดี

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

  • แพทย์จะให้ท่านบ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะให้ท่านนอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะทำการฉีดยาชาบริเวณที่จะทำการผ่าตัด
  • แพทย์จะทำการผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนและเย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  • แพทย์จะให้ท่านนอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณที่ทำการผ่าตัด และนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด

 ความเสี่ยงของการผ่าตัดเสริมคาง

  • ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงนี้จะลดลงเหลือน้อยมาก หากรับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังรับการผ่าตัดเป็นอย่างดี

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านควรงดยาแก้ปวดแอสไพริน อาหารเสริมจำพวกวิตามิน สมุนไพร
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่และเครืองดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • หากมีประวัติแพ้ยา ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
  • หากเคยผ่านการผ่าตัด หรือ ฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อน ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการผ่าตัด
  • ก่อนผ่าตัด ควรทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด
การดูแลตัวเองหลังการเสริมคาง
  • การล้างแผล หากแผลอยู่ใต้คาง ใช้น้ำเกลือเช็ดล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวล จนสะอาด ไม่มีคราบเลือด จากนั้นใช้
    เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล หากมีการผ่าตัดในช่องปาก ก็ควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่คุณหมอได้จัดเตรียมให้
  • ประคบเย็น หลังผ่าตัดใน72 ชั่วโมงแรก หรือสามวันแรกตลอดทั้งวัน ห้ามเว้นช่วงเวลาโดยเด็ดขาด ใช้เจลเย็น หรือน้ำแข็งก็ได้ (หากเป็นน้ำแข็งควรห่อด้วยพลาสติกอีกชั้นเพื่อป้องกันน้ำโดนแผล) ให้ประคบเย็นอย่างเบามือ ไม่กดหรือวางทับไปบนตำแหน่งที่มีซิลิโคนอยู่ ประคบไว้จนเย็นรู้สึกชาแล้วพัก ประคบไปเรื่อย ๆ บ่อยมากเท่าไหร่ได้ยิ่งดี
  • หากมีการผ่าตัดแผลอยู่ในช่องปาก ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก
  • งดอาหารรสจัด อาหารสุกๆดิบๆ ของหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดเชื้อ
  • นอนให้ตำแหน่งศีรษะอยู่สูงกว่าสูงกว่าลำตัว ให้ร่างกายได้ขับเลือดที่เสียจากสูงลงสู่ที่ต่ำ เพื่อช่วยให้ไม่บวม
  • ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคงโดยเด็ดขาด

บทสรุป

เสริมคาง 5000 ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดไม่ว่าจะเป็นวิธีการ แพทย์ผู้ทำการรักษา หรือสถานบริการ ซึ่งยิ่งเป็นราคา 5000 ท่านยิ่งต้องดูคลินิกให้ดีว่ามีความปลอดภัยในด้านอุปกรณ์ที่ต้องสะอาด สถานที่ต้องมีความปลอดภัย แพทย์จะต้องมีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อตัวท่านเอง

คลินิกเสริมคางสวย มีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างไร ก่อนการทำ

ปัญหารูปคางไม่สวย คางย้อย ทำให้ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วน แถมไม่ค่อยเรียวสวยดั่งใจอีกด้วย ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ เพียงแค่ทำศัลยกรรมเสริมคางเท่านั้นกับคลินิกเสริมคางสวย ซึ่งในปัจจุบัน ก็มีหลายคลินิกที่เปิดให้บริการศัลยกรรมในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเสริมคางเพื่อปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น มีความมั่นใจในการพบปะผู้คนได้เป็นอย่างดี

การเตรียมตัวก่อน ศัลยกรรมคาง

  1. แจ้งอาการแพ้ยา หรือ อาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. หากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า
  3. งดรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ยาจำพวกเสตียรอย ยาแก้ปวด ยาลดกล้ามเนื้อ แก้อักเสบ วิตามิน อาหารเสริมต่าง ๆ ประมาณ 2 สัปดาห์
  4. งดสูบบุหรี่และดื่มสุราก่อนผ่าตัด
  5. หากเป็นไข้หวัด ไอ หรือป่วย ให้งดผ่าตัดไปก่อน
  6. แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากก่อนผ่าตัด

การดูแลหลัง ศัลยกรรมคาง

  1. ในช่วง 1-3 วันแรกให้ประคบความเย็น เพื่อลดอาการบวม หลังจากนั้นอาการบวมจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยทั่วไป อาการบวมมักจะยุบลงและได้รูปร่างของคางใหม่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-3 เดือน
  2. ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรนอนยกศีรษะสูงอย่างน้อย 30 องศา
  3. บางรายอาจมีรอยเขียวช้ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่าตัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ แนะนำให้ประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณรอยเขียวช้ำ เพื่อให้รอยเขียวช้ำหายเร็วขึ้น
  4. งดทานยาแอสไพรินหลังผ่าตัดต่ออีก 2 สัปดาห์หรือตามแพทย์สั่ง
  5. ระมัดระวังการกระทบกระเทือนบริเวณคาง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 3-4 สัปดาห์แรก ไม่ควรท้าวคาง ไม่ควรหัวเราะมากจนเกินไป และระมัดระวังไม่ให้เกิดแรงกระแทกมากระทบซิลิโคนมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ขยับเขยื้อน จากการที่ซิลิโคนยังเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกไม่ดีพอ

คลินิกเสริมคางสวย ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

แนะนำคลินิกที่เสริมคางสวย

  1. โรงพยาบาลเลอลักษณ์

คลินิกเสริมคางสวย  สำหรับที่นี่นอกจากศัลยกรรมหน้าอกแล้ว การทำศัลยกรรมคางก็ได้รับการพูดถึงเช่นเดียวกัน เพราะด้วยคุณภาพของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะ คุณหมอปิติ ถือว่าเป็นคุณหมอศัลยแพทย์ ที่สาว ๆ ไว้วางใจ อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่ได้มาตรฐาน เปิดให้บริการมานาน หลายคนจึงรู้จักกันดี

  1. Elegance Clinic

ที่นี่ดูแลเสริมคางโดย นพ.ภูเบศ จันทร์ดี ซึ่งคุณหมอจะมีเทคนิคเฉพาะในการทำศัลยกรรม และด้วยประสบการณ์ทำศัลยกรรมที่มากมาย ทำออกมาแล้วจึงดูสวยเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเทคนิคผ่าตัดซ่อนแผลไว้ด้านใน ทำให้บวมน้อย ช้ำน้อย และไม่มีรอยแผลเป็นด้านนอกให้เห็น

  1. สรัญญา คลินิก

สำหรับที่นี่ใช้เทคนิคเสริมคางด้วยการล็อกสกรูส์ไทเทเนียม ทำให้คางแนบชิดติดกระดูก ไม่มีรอยต่อ งานจึงออกมาสวยเนียน แถมนาน ๆ ไปก็ไม่ต้องกังวลว่าคางจะยื่นหรือเบี้ยวอีกด้วย

  1. BCS Clinic

ที่นี่มีบริการศัลยกรรมคางหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เสริมคาง ดูดหรือฉีดไขมันที่คาง เสริมกราม ลดคาง เหลาคาง หรือแม้แต่แก้ไขคางที่เคยเสริมมาแล้ว ทั้งนี้สำหรับเสริมคางใหม่ก็มีทั้งซิลิโคนจากญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงอเมริกาให้เลือก เรียกได้ว่าไปที่นี่ที่เดียวสามารถทำคางได้แบบครบวงจรกันเลย

  1. Doctor Kusol Avenue Clinic

คลินิกแห่งนี้ดูแลโดย พ.ท. นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมใบหน้าโดยเฉพาะ ก่อนทำคุณหมอจะให้คำปรึกษา ซึ่งจะมีการประเมินและวิเคราะห์โครงหน้าอย่างละเอียดก่อนที่จะวางแผนการทำศัลยกรรมทุกครั้ง โดยคำนึงถึงพื้นฐานโครงสร้างของคนไข้เป็นหลัก ดังนั้นทำออกมาแล้วจึงดูสวยเป็นธรรมชาตินั่นเอง

  1. WE Clinic

คลินิกนี้มีเทคนิคเสริมคางแบบพิเศษ โดยใช้ซิลิโคนขายาวแบบล็อกแกนที่เหลาเป็นทรงวีเชปตามรูปหน้าที่เหมาะสมกับใบหน้าของคนไข้ ทำออกมาแล้วจะดูเป็นธรรมชาติ และไม่มีรอยต่อ ที่สำคัญที่นี่เขาผ่าตัดด้วยเลเซอร์ทุกเคส ดังนั้นแผลจึงเล็กมาก ๆ พักฟื้นไม่นานก็เข้าที่แล้ว

  1. Cosmacare Clinic

ที่นี่จะให้บริการเสริมคางแบบซิลิโคน โดยซิลิโคนที่ว่านี้คุณหมอจะเป็นคนเลือกให้กับคนไข้ โดยคำนึงว่าจะต้องเข้ากับรูปหน้าของคนไข้มากที่สุด รวมไปถึงคุณหมอยังจะใส่ใจในการเหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้ด้วยทุกเคส ทำให้คางที่ทำออกมาดูสวยเป็นธรรมชาติและดูมีมิติ ที่สำคัญยังมีการรับประกันให้ถึง 1 ปีเต็มอีกด้วย

  1. Elite Clinic

อีกหนึ่งคลินิกที่ทำคางสวยเป็นธรรมชาติ คุณหมอใส่ใจ ให้คำแนะนำ และดูแลดี ซึ่งใครที่ได้มาทำที่นี่ต่างก็บอกต่อว่าคุณหมอมือเบา ทำแล้วบวมช้ำน้อย พักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถไปทำงานได้ อีกทั้งยังสะอาด ได้มาตรฐาน และปลอดภัย ใครที่เคยมาทำที่นี่ต่างก็ประทับใจกันแทบทุกราย

  1. Deluxe Clinic

ที่แห่งนี้เป็นคลินิกศัลยกรรมที่ได้มาตรฐานและทันสมัยไม่ต่างจากโรงพยาบาลเลย แถมคุณหมอก็ยังมีประสบการณ์ ทำแล้วแผลเล็ก ดูสวยเป็นธรรมชาติ โดยคุณหมอจะเสริมคางด้วยการใช้ซิลิโคนแท่งชนิดนิ่มเกรดเอ โดยมีเทคนิคผ่าตัดโดยใช้วิธีเจาะแผลเล็ก ๆ ที่บริเวณรอยพับใต้คาง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้มีอาการบวมน้อย ช้ำน้อย ดูแลง่าย ที่สำคัญช่วยให้ใบหน้าดูเรียวกว่าวิธีการผ่าตัดในช่องปากด้วยค่ะ

  1. Aime Clinic

ที่นี่หากใครได้มาทำต่างก็ประทับใจ โดยคุณหมอจะคอยให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังเสริมคาง ทั้งนี้สำหรับเทคนิคการเสริมคางนอกจากการใช้ซิลิโคนแล้วยังมีวิธีการเสริมคางด้วยการนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีดเข้าที่คางอีกด้วย

เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดี ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป อาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน ซึ่งต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุน เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดี เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีปัญหาใบหน้าเป็นอย่างมาก ก่อนการตัดสินใจเสริมคาง ควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อให้การเสริมคางของคุณผู้ชาย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเสริมคาง มีกี่แบบ

  1. การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

  1. การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง

ปกติแล้วการเสริมคางนั้น เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย  คนไข้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการแก้ไขปัญหาคาง ให้สวยขึ้น คนที่มีใบหน้ากลมอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น การเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้วีเชฟ เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดีนอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

แนะนำ เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดี

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมคาง

แน่นอนว่าก่อนเข้ารับการทำคางจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเมื่อตัดสินใจได้ ว่าจะเลือกทำคางที่ไหนดี สิ่งที่ต้องเตรียมตัว คือ

  1. แนะนำว่าควรแจ้งข้อมูลทางด้านสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง มีประวัติแพ้ยาหรือไม่
  2. งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  3. งด ยาตระกูล แอสไพริน วิตามิน อาหารเสริม เช่นน้ำมันตับปลา ก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  4. เตรียมรูปทรงคาง ตัวอย่างที่อยากได้ มาปรึกษาคุณหมอก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อประเมินรูปทรง
  5. ควรทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัด เช่น ล้างหน้า แปรงฟัน และบ้วนปากให้เรียบร้อย
  6. ทานอาหารให้พออิ่มก่อนเข้าห้องผ่าตัด ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร
  7. ไม่ควรเสริมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรสวมเสื้อผ้าที่เป็นกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด

การปฏิบัติตัวหลังการเสริมคาง

หลังจากผ่าตัดทำคางแน่นอนว่าจะมีเรื่องอาการบวม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะที่ อาการบวมช้ำน้อยมาก ๆ

การดูแลหลังทำ สามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้

  1. 1-3 วันแรก หลังจากการผ่าตัดเสริมคาง สามารถประคบเย็น เพื่อลดอาการบวมช้ำ แล้ววันที่ 4 เปลี่ยนมา ประคบอุ่น
  2. นอนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง เพราะอาจจะทำให้เสียรูปทรงได้
  3. งดอาหารแสลง อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ บุหรี่ เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ 1 เดือน
  4. งดออกกำลังกาย อย่างน้อย 1 เดือน
  5. รับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งให้ครบ
  6. หากรู้สึกปวดมากกว่าปกติ หรือมีข้อสงสัยต่าง ๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้หรือจัดการปัญหาด้วยตนเอง ควรไปปรึกษาแพทย์ทันที

ระยะการพักฟื้น

  1. การผ่าตัดเสริมคาง สามารถกลับบ้านได้เลย
  2. ควรประคบความเย็นบ่อย ๆ 2 วันแรกหลังผ่าตัด
  3. หลังจาก 2 วันแรกประคบอุ่นสลับกับเย็น เพื่อช่วยให้บริเวณคางยุบบวมเร็วขึ้น
  4. จะรู้สึกตึงที่บริเวณแผลผ่าตัด ซึ่งอาการจะค่อย ๆ หายไปเอง หลังผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์
  5. โดยทั่วไปหลังผ่าตัด คางจะยุบบวมและได้รูปทรงใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

เสริมคางรีวิว ใช้วัสดุอะไร ในการทำศัลยกรรม ปลอดภัยไหม

เสริมคางรีวิว เป็นข้อมูลที่สามารถนำมาประกอบการตัดสินใจในการเสริมคางได้เป็นอย่างดี เพื่อสามารถเห็นผลลัพธ์หลังการทำการเสริมคางได้ดีเลยทีเดียว เพื่อให้สาว ๆ ได้นำข้อมูลต่าง ๆ นำมาเปรียบเทียบเพื่อเลือกคลินิกที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย

ศัลยกรรมเสริมคาง เหมาะกับใคร

  1. คนที่มีอาการสบฟันผิดปกติ คางยื่นออกมาข้างหน้า
  2. คนที่คางเล็กมากเกินไป คางหดสั้นเข้าไปด้านใน
  3. คนที่โครงหน้าไม่ได้รูป กรามและคางไม่สมส่วน
  4. คนที่ใบหน้าสั้น สัดส่วนคางไม่เข้ารูปกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่น

วัสดุที่ใช้ในการเสริมคาง

ศัลยกรรมเสริมคางด้วยซิลิโคน  ซิลิโคนสำหรับการนำมาเสริมนั้น เลือกใช้ซิลิโคนนิ่มพิเศษ มีความยืดหยุ่นสูง และผิวสัมผัสดูเป็นธรรมชาติเหมือนกับคางของมนุษย์จริง ๆ ซิลิโคนได้ถูกมีการนำมาใช้ในวงการศัลยกรรมตกแต่งมาช้านาน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความทนทาน ปลอดภัยสูง และไม่มีผลข้างเคียงอาการแพ้ใด ๆ

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง

เสริมคางรีวิว เพื่อให้การผ่าตัดศัลยกรรมได้ผลดี ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดควรเตรียมตัว ดังนี้

  1. ไม่ต้องอดอาหาร เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องดมยาสลบ แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป ป้องกันอาการแน่นอึดอัดท้องระหว่างการผ่าตัด
  2. งดกลุ่มยาที่จะมีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนการผ่าตัด หยุดรับประทานสมุนไพรวิตามินอาหารเสริมต่าง ๆ เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 3-5 วัน เพราะอาจเป็นเหตุให้เลือดออกง่าย และออกมากกว่าปกติ
  3. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณใบหน้า ซึ่งถ้าหากการล้างหน้าไม่สะอาด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
  4. แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากให้พร้อมก่อนการผ่าตัด
  5. งดหรือเลิกสูบบุหรี่ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด เพราะมีผลต่อการหายของแผล ทำให้แผลหายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  6. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในคืนก่อนผ่าตัด และ 1สัปดาห์หลังผ่าตัด
  7. แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยารับประทาน ยาชา หรือยาสลบ ให้แพทย์ทราบ
  8. เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ตื่นเต้นมากกว่าความเป็นจริง และควรรับทราบว่าหลังการผ่าตัดมีโอกาสเกิดรอยช้ำและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเข้าที่หรือความเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่

เสริมคางรีวิว เลือกทำแบบไหนดี

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

  1. ในช่วง 3 วันหลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวมโดยวางถุงประคบรอบ ๆ คาง
  2. แนะนำในช่วง 1 อาทิตย์แรกให้เข้ามาที่คลินิกเพื่อทำการล้างทำความสะอาดแผลทุกวันเพื่อป้องกันการสะสมของเศษอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ และอักเสบ
  3. ในช่วงวันที่ 4 – 6 หลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบร้อนด้วยไข่ต้มเพื่อลดอาการบวมช้ำบริเวณรอบ ๆ คาง
  4. นอนศีรษะสูง และห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะเนื่องจากอาจไปกดทับบริเวณคางที่ยังอักเสบอยู่
  5. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบอย่างเคร่งครัด
  6. ขณะรับประทานอาหารในช่วง 1 อาทิตย์แรกแนะนำให้ทานโดยหลอดดูดอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารตกลงไปในบริเวณแผล
  7. มาตามนัดที่ได้รับจากทางคลินิก ห้ามแกะพลาสเตอร์ หรือตัดไหมออกเองก่อนกำหนด
  8. ทำความสะอาดใบหน้าด้วยผ้าเปียกเช็ด หรือทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนการล้างหน้า
  9. อาการบวมเขียวช้ำอาจมีขึ้นได้หลังผ่าตัด โดยเฉพาะในช่วง 1-2 อาทิตย์แรก และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ใน 3-4 เดือนกว่าเนื้อเยื่อจะกลับมาใกล้เคียงปกติ บางรายอาจต้องใช้เวลานาน 6 เดือน ถึง 1 ปี
  10. หลีกเลี่ยงการก้มหน้ามาก ๆ เช่น นั่งอ่านหนังสือ เล่นคอมฯ ยกของหนัก ส่ายหน้าหรือเอียงหน้าแรงๆ โดยเฉพาะ 2 อาทิตย์แรก
  11. หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา และสูบบุหรี่ประมาณ 3 เดือน
  12. หลีกเลี่ยงการทานอาหารทะเล ของหมักของดอง อาหารรสจัด และอาหารที่ขบเคี้ยวยากในช่วง 1 เดือนแรก
  13. สามารถออกกำลังกายหนัก ๆ เช่น วิ่ง หรือว่ายน้ำ ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป
  14. หากมีความผิดปกติอื่น ๆ สามารถมาปรึกษาที่คลินิกได้ทันที

หลังเสริมคางในช่วง 1 อาทิตย์ คุณหมอจะนัดให้คนไข้มาล้างแผลทำความสะอาด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งทางคลินิกแนะนำให้คนไข้มาทำความสะอาดแผลที่คลินิกจะดีกว่า เพราะพยาบาลผู้ดูแลมีความเชี่ยวชาญในการดูแลแผล สามารถทำความสะอาดเศษอาหารที่ตกค้างได้ละเอียด และป้องกันการล้างแผลที่ไม่ถูกวิธี ที่จะทำให้ไหมที่เย็บไว้หลุดออก หรือเกิดแผลฉีกได้

เสริมคางราคา เท่าไหร่ แพงมากไหม ทำแล้วปลอดภัยหรือเปล่า

การเสริมคาง เป็นวิธีที่ช่วยปรับปรุง และแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วน ให้มีความสวยงามและได้สัดส่วน ทำให้ใบหน้าดูเรียวยาวและได้รูปมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาคางสั้น คางเหลี่ยม คางบุ๋ม หรือคางเบี้ยว การเสริมคางในปัจจุบันนี้ก้าวหน้าไปมากไม่ต้องดมยาสลบ ก็สามารถเสริมคางได้ และการเสริมคางราคาก็จะแตกต่างกัน เพราะการเสริมคางมีหลายวิธีด้วยกัน ทั้งการเสริมคางด้วยซิลิโคน เสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง และเสริมคางด้วยการฉีดสารเติมเต็ม วันนี้เราจะพาคุณไปดูวิธีการเสริมคางแบบต่าง  ๆ  ว่าแต่ละแบบนั้นมีราคาเท่าไหร่ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเสริมคางของคุณได้ง่ายขึ้นค่ะ

การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วยซิลิโคนเพื่อเติมเต็มรูปร่างของคางให้สมบูรณ์ เป็นการผ่าตัดขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะได้รูปทรงคางที่คงรูปและระยะยาวการเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนสามารถแบ่งออกได้ 2 แบบ เช่น แบบผ่าตัดเปิดแผลจากภายในและแบบผ่าตัดเปิดแผลจากภายนอก

ค่าใช้จ่ายในการเสริมคางด้วยซิลิโคน

ค่าใช้จ่ายสำหรับในการเสริมคางขึ้นอยู่กับคุณภาพแล้วก็มาตรฐานของซิลิโคนที่เลือกใช้ รวมถึงสถานพยาบาลที่เลือกรับบริการในแต่ละที่ โดยมีราคาการเสริมคางด้วยซิลิโคนเริ่มต้นตั้งแต่ 8,000-45,000 บาทค่ะ

การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

เป็นการตัดกระดูกในร่างกาย เช่น กระดูกซี่โครง นำมาเหลาให้ได้รูปตามที่ต้องการ และเข้ากับรูปหน้า จากนั้นก็ทำการผ่าตัดเสริมเข้าไป

ค่าใช้จ่ายในการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

ค่าใช้จ่ายในการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง สำหรับคนที่มีกระดูกคางหนา และใหญ่จะมีราคาเริ่มต้นที่ 20,000-30,000 บาทค่ะ

เสริมคางราคา เท่าไหร่มาดูกัน

การเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์ ทำให้คางดูยาว ทำให้หน้าดูเรียวขึ้น ซึ่งจะได้ผลทันทีหลังฉีด หากส่องกระจกแล้วอยากได้เรียวอีก ก็สามารถฉีดเพิ่มเติมได้ตามกำลังทรัพย์จนกระทั่งจะพอใจ

ค่าใช้จ่ายในการฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง

การฉีดฟิลเลอร์เสริมคางราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 8,000 บาท

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการเสริมคางแต่ละแบบพร้อมกับราคาหากคุณสนใจเสริมคางสามารถเลือกดูราคาได้เลย ต่อไปเราจะพาคุณไปดูวิธีการเตรียมตัวก่อนและหลังการเสริมคางว่าคุณต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อให้ผลลัพธ์การเสริมคางออกมาดีที่สุดตามที่คุณต้องการเราไปดูกันเลยค่ะ

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • แนวทางการเตรียมก่อนรับการผ่าตัดมีดังนี้
  • งดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุงทุกประเภท ยาแอสไพริน เพราะว่าจะทำให้เลือดไหลง่าย ผ่าตัดยากและบวมนาน (วิตามินซี ใบแป๊ะก้วย น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพิมโรส อย่างน้อย 1-2 อาทิตย์ วิตามินอีและน้ำมันอื่น ๆ อย่างน้อย 3 เดือน)
  • ถ้าหากมีประวัติแพ้ยา ตั้งครรภ์ หรือให้นมลูก ให้รีบแจ้งหมอในทันที
  • ต้องไม่มีไข้ ไม่สบาย หรือมีการติดเชื้ออักเสบทางผิวหนัง
  • ถ้าเกิดมีโรคอื่นหรือมียา อาหารเสริม ยาบำรุงใด ๆ ที่ได้รับอยู่ประจำรวมถึงประวัติการแพ้ยา จะต้องแจ้งให้หมอทราบทันที
  • ถ้าเกิดเคยผ่านการผ่าตัด หรือ ฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อน ต้องแจ้งให้หมอรู้ก่อนทำการผ่าตัด
  • ก่อนผ่าตัด ควรจะทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • วันผ่าตัด ไม่ควรนำของมีค่าติดตัวเข้าห้องผ่าตัดและไม่ควรจะใส่เสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรจะใส่เสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้าห้องผ่าตัด

การดูแลตนเองหลังการเสริมคาง

  • การล้างแผล ถ้าหากแผลอยู่ใต้คาง ใช้น้ำเกลือเช็ดล้างรอยแผลอย่างนุ่มนวล จนสะอาด ไม่มีคราบเลือด จากนั้นใช้เบตาดีนทาบริเวณรอยแผล ถ้าหากมีการผ่าตัดในช่องปาก ก็ควรจะบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่แพทย์ได้จัดเตรียมให้
  • ถ้าหากมีการผ่าตัดแผลอยู่ในช่องปาก ควรจะทานอาหารอ่อน ๆ เช่น โจ๊ก
  • งดอาหารรสจัด อาหารดิบ ๆ สุก ๆ ของดอง เพื่อเลี่ยงการตัดเชื้อ
  • ประคบเย็น หลังผ่าตัดใน 72 ชั่วโมงแรก หรือสามวันแรกตลอดทั้งวัน ห้ามเว้นช่วงโดยเด็ดขาด ใช้เจลเย็น หรือน้ำแข็งก็ได้ (ถ้าหากเป็นน้ำแข็งควรจะห่อด้วยพลาสติกอีกชั้นเพื่อป้องกันน้ำโดนแผล) ให้ประคบเย็นอย่างเบามือ ไม่กดหรือวางทับไปบนตำแหน่งที่มีซิลิโคนอยู่ ประคบไว้จนเย็นรู้สึกชาแล้วพัก ประคบไปเรื่อย ๆ หลายครั้งเท่าไหร่ได้ยิ่งดี
  • นอนให้ตำแหน่งหัวอยู่สูงกว่าสูงกว่าลำตัว ให้ร่างกายได้ขับเลือดที่เสียจากสูงลงสู่ที่ต่ำ เพื่อช่วยทำให้ไม่บวม
  • กินยาตามที่หมอสั่งให้ครบ อาจจะมี ยาแก้อักเสบ ฆ่าเชื้อ ลดบวม แก้ปวด เพราะว่าหมอได้สั่งยาที่จำเป็นให้เพียงพอ หากกินหมดแล้วไม่ควรซื้อยามากินต่อเอง
  • พบหมอตามนัดทุกครั้ง จนกระทั่งหมอแน่ใจว่าการผ่าตัดของคุณเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหา
  • ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคงโดยเด็ดขาด
  • ถ้าเกิดเป็นไหมตัด หมอจะนัดตัดไหมแผลใต้คางในวันที่ 15 นับจากหลังผ่าตัด
  • ถ้าหากมีอาการผิดปกติต่าง ๆ ให้ไปพบหมอ อย่าปล่อยไว้ หรือจัดการปัญหาด้วยตัวเอง
  • คางเป็นส่วนที่อยู่ต่ำที่สุดของบริเวณใบหน้าจะทำให้บวมและก็ยุบช้ากว่าการทำศัลยกรรมอื่น ใจเย็น ๆ เมื่อเวลาผ่านไปคางจะเข้าที่เองในช่วงเวลา 1-3 เดือน

การเสริมคางราคามีหลายราคา หากคนสนใจการเสริมคางแต่ไม่รู้ราคาก็สามารถสอบถามมายังคลินิกเสริมความงามได้ ทางคลินิกเขาจะบอกรายละเอียดให้กับคุณค่ะ

เสริมคางธรรมชาติ ตัวช่วยที่จะทำให้หน้าของคุณ เข้ารูปแบบเนียนๆ

การผ่าตัดเสริมคางเป็นการปรับแต่งโครงหน้าส่วนล่างให้เข้ากัน จุดประสงค์เพื่อเสริมให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ทำให้ใบหน้ายาวเรียวขึ้น มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ลักษณะการเสริมคางที่ดี เสริมคางธรรมชาติ ต้องมีความเรียวยาวแบบพอดี และไม่แหลมเกินไปจนดู ด้านหน้าจะอูมเล็กน้อยเป็นลักษณะเหมือนช้อน คางไม่ตัด ไม่บิดเบี้ยว หรือไม่มีรอยบักตรงกลาง

ปัจจุบันมี 2 วิธีในการทำศัลยกรรมเสริมคาง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

จะมีซิลิโคนแท่งเสริมคางแบบสำเร็จรูป เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับรูปทรงคางมากนัก เช่น คางเล็กแต่เข้ารูปอยู่แล้ว ผู้ที่เสริมคางไม่ต้องเสียเวลานาน ในการรอระหว่างที่ทางแพทย์เตรียมอุปกรณ์

และซิลิโคนแท่งเสริมคางแบบเหลาใหม่ เพื่อให้รับกับรูปทรงคาง เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหามาก เช่น คางที่สั้นระดับกลาง คางเบี้ยวระดับเล็กน้อย -กลาง หรือรูปทรงของคางที่ไม่ได้สัดส่วน ทางแพทย์ จะวัดรูปร่างของคางแล้ว ทำการกำหนดรูปทรงคางของเรา นำไปเหลาแท่งซิลิโคนให้รับกับใบหน้า

ก่อนการทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

ก่อนทำศัลยกรรมเสริมคาง ผู้ทำต้องไม่มีโรคติดต่อ หรืออาการแพ้ยาและอาหาร ถ้ามีควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อวิเคราะห์อาการเบื้องต้นต้องไม่มีปัญหาเกี่ยวกับกราม หรือโรคทางช่องปาก เช่น กรามอักเสบ ปัญหาเกี่ยวกับฟัน ฟันไม่เท่ากัน ฟันยื่น เป็นต้น เพราะเมื่อทำศัลยกรรมเสริมคางแล้ว อาจเกิดอันตราย หรือคางผิดรูปร่างได้ แนะนำว่า ควรเข้ารับการรักษาช่องปากก่อน แล้วมาทำศัลยกรรมเสริมคาง

วิธีการทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

การผ่าเสริมคางจะมีสองวิธีคือ ผ่าตัดเปิดแผลบริเวณในช่องปาก และบริเวณนอกช่องปาก ทางแพทย์จะสอบถามว่า เราต้องการแบบไหนในการผ่าตัด และจะแนะนำความเหมาะสมในการผ่าตัดว่า ควรจะทำด้วยวิธีไหนที่เหมาะกับเรา นำซิลิโคนที่เตรียมไว้ ใส่ในจุดที่ผ่าตัดปรับให้เข้ารูปทรง เย็บบาดแผลให้เรียบร้อย เวลาในการผ่าตัดประมาณ 40 – 90 นาที

เสริมคางเทคนิคเปิดแผลในปาก เป็นการเสริมด้วยซิลิโคนที่ใช้ทางการแพทย์โดยแพทย์จะออกแบบและเหลาซิลิโคนใช้เข้ากับในหน้าหรือทรงของคางที่ต้องการโดยการผ่าตัดจะทำการฉีดยาชา และเปิดแผลจากในปาก ด้านในร่องซอกริมฝีปากล่าง ยาว 1.5 – 2 เซนติเมตร มองจะไม่เห็นแผลจากภายนอก ไหมจะละลายเองภายใน 1-2 อาทิตย์ ไม่ต้องตัดไหม ระยะเวลาทำประมาณ 45 นาที

เสริมคางธรรมชาติ ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ถือว่า เป็นอีกวิธีในการทำศัลยกรรม ที่นิยมกันมากอีกวิธีหนึ่ง เพราะทำง่ายไม่ต้องผ่าตัด ทำแล้วไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องกลัวว่าเมื่อคางโทนกระทบกระเทือนแล้วคางจะเบี้ยวเสียรูปทรง

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ทำได้ง่ายและไม่ต้องมีเวลาพักฟื้น ทำให้หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ การฉีดฟิลเลอร์จะมีอายุประมาณ 1 ปีก่อนที่รูปคางจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม จึงต้องเข้ารับการการฉีดฟิลเลอร์เป็นประจำ เพื่อให้เข้ากับรูปหน้า บริเวณที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ จะมีความรู้สึกยืดหยุ่น ก่อนเข้าฉีดฟิลเลอร์ควรศึกษาข้อมูลหาแพทย์ที่มีความชำนาญ เพราะแพทย์ที่ไม่มีชำนาญเพียงพออาจทำให้คางเบี้ยว ไม่สมส่วน หรือคางดูไม่เป็นธรรมชาติได้ ควรศึกษาข้อมูลให้ดี ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ หลังจากฉีดฟิลเลอร์ สามารถกลับบ้านได้เลยไม่ต้องรอดูอาการ

การเสริมคางหากผู้ที่มีลักษณะคางสั้นมาก คางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากันจากโครงกระดูกคาง เมื่อเสริมซิลิโคนจะทำให้บิดเบี้ยวได้ง่าย คางสั้นหรือถอยไปด้านหลัง ที่มีความผิดปกติเรื่องการสบฟัน คางที่เคยฉีด ซิลิโคนเหลว หรือ ฟิลเลอร์ชนิดที่ไม่ปลอดภัยมาก่อน รูปทรงของคางจะควบคุมได้ยากจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่ตกค้างในเนื้อ ดังนั้นควรจะต้องใช้วิธีศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง (sliding chin surgery) การศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง เป็นวิธีการทำศัลยกรรม แก้ปัญหาเกี่ยวกับรูปหน้าเหมือนกัน แต่จุดที่แตกต่างกันใหญ่ ๆ คือ ศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง จะเน้นรักษาคนที่ผิดปกติจริง ๆ เกี่ยวกับคางมากกว่า

คนที่จะเข้ารับการเสริมคาง ควรเข้าใจก่อนว่าจริง ๆ คางเรามีปัญหาแบบไหน เพราะแต่ละรูปแบบ มีความเสี่ยงไม่เหมือนกันในการรักษา ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดก่อนเข้ารับการรักษาและทำศัลยกรรม