เสริมคางอันตรายไหม แบบไหนที่ควรทำ ทรงไหนเหมาะกับคุณ

สาว ๆ ที่มีรูปหน้ากลม รูปหน้าเหลี่ยม ต่างก็อยากที่จะมีใบหน้าที่เรียวยาว เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับตนเอง จึงต้องมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เรียวยาว ด้วยการเสริมคางที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งการเสริมคางนั้นสามารถปรับโครงหน้าให้เปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีความกังวลว่าหากเสริมคางอันตรายไหม ซึ่งก่อนเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด

ใครควรเสริมคาง

การเสริมคางนั้นสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม การเสริมคางสามารถเข้าแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ การเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ v shape นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

โดยที่หากผู้ชายต้องการที่จะเสริมคางนั้นส่วนใหญ่แล้วนิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน ซึ่งต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุน

ทรงคางที่นิยมทำ มีแบบไหนบ้าง

คางทรงปลาย v shape คางทรงนี้จะช่วยยืดกรอบหน้าให้ดูสมส่วน เพิ่มความยาวของใบหน้าให้ดูเล็กเรียว ทำให้ใบหน้าดูมีสไตล์เปรี้ยว เฉี่ยว มั่นใจในตัวเอง เหมาะกับคนที่กรามไม่ชัด และมีใบหน้าเล็ก

คางทรงวีมน  เหมาะกับผู้หญิง คนที่มีแก้ม หรือโหนกแก้ม เพราะทรงนี้จะช่วยให้ปลายคางเฉียงลงมา 45 องศา ไม่แหลมมากจนเกินไป ช่วยให้หน้าหวาน ดูละมุนยิ่งขึ้น ลดความแข็งของใบหน้าลง

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคาง ท่านควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนว่าโครงหน้าของคุณเหมาะกับทรงคางแบบไหน เหมาะกับซิลิโคนแบบใด และเกรดใด ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจที่จะเสริมคาง

เกรดของซิลิโคนคาง มีทั้งหมด 3 เกรด ดังนี้

  • ซิลิโคนคางเกาหลี ซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มมากกว่า เมื่อเสริมเข้าไปคางจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีส่วนช่วยให้คางดูงอนมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนเกรดอื่น ในการเลือกใช้ซิลิโคนคางเกาหลีนี้ต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น โครงคางตามธรรมชาติ หรือเนื้อคางที่มีอยู่เดิม
  • ซิลิโคนคางอเมริกาซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ช่วยให้กรอบหน้าชัด V – Shape ยิ่งขึ้น นิยมใช้มากที่สุดเพราะค่า ความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูง มีความปลอดภัยมากกว่าในระยะยาว
  • ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูปเหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว ซึ่งมีข้อจำกัดในการใช้มากกว่า เนื้อซิลิโคนมีความนิ่มน้อย แข็งอยู่ทรง เนื้อซิลิโคนเป็นรูปร่าง สำเร็จ เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว มีข้อจำกัดในการใช้มากกว่าซิลิโคน

เสริมคางอันตรายไหม สิ่งที่คุณต้องรู้

เสริมคางมีกี่แบบ

เสริมคางมี 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • การฉีด

การฉีดคางนั้นจะฉีดด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งเมื่อฉีดเสร็จแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  • การผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน ให้ผลลัพธ์ที่ถาวร สามารถจัดรูปทรงได้ โดยแพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการ และความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง ประมาณ 1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของบุคคล

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • แพทย์จะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า

การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หรือแล้วแต่ขนาดของซิลิโคน จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

  • เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด
  • นิยมในแพทย์ – ทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

ข้อควรระวัง ในการเสริมคาง

  • ระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง
  • การดูแลทำความสะอาดเพื่อลดภาวะติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • ระมัดระวังเรื่องของเศษอาหารตกค้างในช่องปาก

บทสรุป

เสริมคางอันตรายไหม การเสริมคางจะไม่เกิดอันตรายหากท่านเลือกคลินิกเสริมคางที่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดี รวมถึงแพทย์ ที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน  เครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย ผ่านการฆ่าเชื้อทุกกระบวนการ จึงหมดกังวลเรื่องผลข้างเคียง และอันตรายไปได้เลย

ราคาเสริมคาง กี่บาท ข้อควรรู้ก่อนที่จะตัดสินใจทำ

การเสริมคาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขโครงสร้างของใบหน้าที่เกิดความผิดปกติขึ้น เป็นทางเลือกสำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ได้ดีเลยทีเดียว ในการเป็นตัวช่วยให้คุณได้มีใบหน้าที่สวย หล่อ เพิ่มมากยิ่งขึ้น ก่อนการตัดสินใจ ควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็น ความน่าเชื่อถือของคลินิก ผ่านการรับรองมาตรฐานหรือไม่ แพทย์ที่ให้การรักษาเป็นแพทย์เฉพาะทางหรือไม่ หรือแม้กระทั่ง ราคาเสริมคาง  เพื่อสามารถเปรียบราคาจากคลินิกที่เปิดให้บริการอย่างมากมาย แต่ใช่ว่าราคาถูก จะดีเสมอไป ถ้าราคาถูกมากจนเกินไป อาจไม่ได้มาตรฐานที่ส่งผลให้การเสริมคางของคุณเกิดปัญหาขึ้นได้ ดังนั้นควรเลือกจากราคาที่เหมาะสม ไม่แพงหรือถูกมากจนน่าตกใจ จึงต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

จุดเด่นการเสริมคาง

  1. สามารถแก้ทุกปัญหาคางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคางสั้น คางยาว หรือคางดูบิดเบี้ยวไม่ได้รูป ซึ่งที่นี่จะทำการเสริมคาง เพื่อให้ใบหน้าของคุณดูสวยอย่างสมบูรณ์แบบ แถมดูมีมิติอีกด้วย
  2. ให้คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนเสริมคาง และการดูแลตนเองหลังเสริมคาง พร้อมติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด
  3. เสริมคางด้วยซิลิโคนที่มีความปลอดภัย ได้มาตรฐานและผ่านการรับรองจาก อย. เรียบร้อย จึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายเกิดขึ้น
  4. นอกจากการเสริมซิลิโคนแล้ว ก็ยังมีวิธีการเสริมคางด้วยการนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีดเข้าที่คางอีกด้วย
  5. ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่เกิน 1 ชั่วโมง และสามารถฟื้นตัวได้เร็วมาก

ค่าใช้จ่ายในการเสริมคาง

ค่าใช้จ่ายในการเสริมคางขึ้นอยู่กับคุณภาพและมาตรฐานของซิลิโคนที่เลือกใช้ รวมถึงสถานพยาบาลที่เลือกรับบริการในแต่ละที่ โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 8,000-45,000 บาท

การเสริมคางเป็นการผ่าตัดเล็กอย่างหนึ่ง เมื่อผ่าตัดแล้วต้องใช้เวลาพักฟื้นให้แผลผ่าตัดหายดี หากแพทย์ไม่ชำนาญ หรือเลือกใช้วัสดุซิลิโคนที่ไม่ได้รับมาตรฐาน จะส่งผลต่อเรื่องรูปทรง รอยแผลเป็น พังผืดรั้ง ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลกันให้ดีก่อนตัดสินใจ และที่สำคัญที่สุดต้องเลือกแพทย์และโรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยแก่ตนเองและผลลัพธ์จากการศัลยกรรมผ่าตัดเสริมคาง

ราคาเสริมคาง กี่บาท ทำแบบไหนดี

เกณฑ์ในการเลือกตัดสินใจก่อนไปทำคาง

  1. อายุเท่าไรถึงทำศัลยกรรมคางได้

สำหรับสาว ๆ คนไหนที่คิดจะทำศัลยกรรมคาง ช่วงอายุที่เหมาะสมได้แก่ ตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เพราะช่วงวัยนี้ถือว่าร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

  1. เลือกสถานที่เสริมคางอย่างไรดี

สำหรับการทำศัลยกรรมคาง หรือแม้แต่การทำศัลยกรรมอื่น ๆ สาว ๆ ควรจะเลือกทำกับโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมีทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ควรเลือกโรงพยาบาลที่เป็นตัวเลือกไว้สัก 2-3 ที่ จากนั้นให้ลองเข้าไปคุยกับคุณหมอเพื่อขอคำปรึกษา พร้อมกับดูผลงานของคุณหมอประกอบการตัดสินใจ วิธีนี้จะทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

  1. วัสดุที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง

สำหรับวัสดุที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบ ซิลิโคนแท่ง และแบบ ฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง ซึ่งแบบเสริมด้วยซิลิโคนก็จะเป็นชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก โดยวิธีเสริมด้วยซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากด้านในช่องปาก และการศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก ส่วนวิธีฉีดก็จะเป็นการนำสารที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าไปที่คาง แต่ทั้งนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคน ปัจจุบันจะได้รับความนิยมและได้รับการยอมรับในวงการแพทย์มากกว่า

  1. เลือกเสริมคางให้มีขนาดพอดีกับใบหน้า อย่ามากเกินไป

การเสริมคางใช่ว่าจะสามารถเลือกทำขนาดเท่าไรก็ได้นะคะสาว ๆ ซึ่งของอย่างนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและขนาดใบหน้าของแต่ละคนด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อความสวยงาม และหลีกเลี่ยงผลเสียในระยะยาว ซึ่งถ้าหากใครที่เสริมคางขนาดที่ไม่เหมาะสมหรือใหญ่เกินไปก็อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังและกระดูกคางในอนาคตได้

  1. ก่อนเสริมคางต้องเตรียมตัวอย่างไร

ก่อนทำศัลยกรรมเสริมคาง สาว ๆ ควรงดรับประทานยาประเภทสเตียรอยด์ ทั้งนี้ถ้าใครที่รับประทานยาตัวใดหรืออาหารเสริมตัวใดอยู่ ควรแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด รวมถึงควรจะแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนการผ่าตัดด้วย

  1. การดูแลหลังจากผ่าตัดเสริมคาง

หลังจากผ่าตัดจะมีอาการบวม ซึ่งสาว ๆ สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ นอกจากนี้จนกว่าแผลจะหาย ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน ซึ่งเวลานอนก็ควรนอนหงายและหนุนหมอนสูง ๆ รวมถึงควรงดรับประทานอาหารรสจัด อาหารแสลง และหลังจากรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้งควรบ้วนปากทำความสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ที่สำคัญจะต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น

  1. แผลผ่าตัดต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะหาย

โดยปกติแล้วหลังการผ่าตัด แผลจะมีอาการบวมอย่างน้อยประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะเริ่มเข้าที่และหายเป็นปกติโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน

เสริมคางมีกี่ทรง หรือมีกี่แบบ ทำแบบไหนดีที่สุด

สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมคางนั้น ก่อนการรักษาควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้คุณหมอได้พิจารณาก่อนการผ่าตัด ซึ่งคุณหมอต้องดูจากปัจจัยหลาย ๆ ส่วนของโครงหน้าเป็นหลัก มีมากมายหลายทรงให้ได้เลือกเสริมคางมีกี่ทรง ทั้งทรงวีมน ทรงวี ทรงมน เพื่อให้เหมาะสมหรือให้เข้ากับใบหน้าของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

เสริมคาง มีกี่แบบ

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการเสริมคางมีกี่วิธี กี่แบบ ทุกวันนี้การวิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  1. การฉีด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งวิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2-3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  1. การผ่าตัดศัลยกรรม

ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ได้ผลถาวร เสริมคางมีกี่ทรง ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่คุณหมอสามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

แนะนำการ เสริมคางมีกี่ทรง

  • การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางคุณหมอจะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของแต่ละเคส

  • การเสริมคางแผลใน

วิธีการเป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ซิลิโคนที่ใช้มีกี่ประเภท

การเสริมคางด้วยซิลิโคนถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและปลอดภัยมากที่สุด เพราะซิลิโคนที่คลินิกส่วนใหญ่เลือกใช้ เป็นซิลิโคนที่ใช้ในการแพทย์ ปลอดภัย ได้มาตรฐานโดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น ใบหน้าดูยาวขึ้น จึงควรใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนิ่ม ปานกลาง

  1. ซิลิโคนขายาว

จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง  ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อคไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อคกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียง ซิลิโคนขายาว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

เสริมคางมีกี่ทรง ไปดูกันเลย

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกันอย่างไร

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกัน เรื่องรูปทรง ขาสั้น ก็จะเป็นก้อนโค้ง มีขนาดเล็ก เหมาะกับคนที่ใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีคางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วอยากเติมปลายให้คางดูยาวขึ้น ส่วน ซิลิโคนทรงขายาวนั้น ก็จะเป็นรูปโค้ง ๆ มีขายาว แน่นอนว่า คนที่มีปัญหาคาง แล้วอยากมีคางสวย สามารถทำได้ เหมาะกับทุกคน ซิลิโคนขายาว มีหลายขนาด Size S,M,L ขึ้นอยู่กับคุณหมอประเมินให้  ขาของซิลิโคนจะช่วยเก็บกรอบหน้า รับกับแก้ม ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

คำแนะนำสำหรับการเสริมคาง ทรงไหนดี

3 สิ่งหลัก องค์ประกอบหน้า ที่มีผลต่อการเลือกทรงคาง จะเด่นหรือจะดับ ได้แก่ จมูก โหนกแก้ม และมุมกราม

  1. เดิมจมูกสั้นแหงน โหนกแก้มสูง คางทรงมน จะช่วยให้รูปหน้าดูซอฟลงหวาน ๆ ปลายคางเฉียงออก 45 องศารับกับองศาจมูกและโหนกแก้ม
  2. กรามเหลี่ยมเป็นข้อจำกัดทำให้การเสริมคางให้เนียนทำได้ยาก การปรับรูปหน้าเช่นฉีดโบทอกซ์ลดขนาดกราม จะยิ่งทำให้เสริมคางได้องศาที่สวยขึ้นค่ะ
  3. จมูกยาวหยดน้ำ กรามไม่ค่อยมี เหมาะกับคางทรงปลายวี จะส่งเสริมรูปหน้าดูเฉี่ยวคมมากขึ้น

เสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม ใครที่เหมาะสมสำหรับการทำศัลยกรรม

การเสริมคางเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยก็ว่าได้ เพราะการเสริมเป็นการปรับแต่งรูปหน้าให้ดูเรียวได้รูปมากขึ้น และมีคำถามจากสาว  ๆ  ที่คิดอยากจะเสริมคางมาว่า เสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม การเสริมคางจะทำให้หน้าของเราเปลี่ยน เพราะปกติแล้วเราเป็นคนหน้ากลมพอเสริมคางหน้าของเราก็จะได้ทรงที่ดีขึ้นจึงทำให้หน้าของเราเปลี่ยนในทันที บางคนสวยอยู่แล้วพอไปเสริมคางมากลับกลายว่าไม่สวยไปซะงั้น บางคนหน้าตาธรรมดาแต่พอเสริมคางออกมากลับดูแลและกลายเป็นคนสวยไปเลยก็มี มันอยู่ที่โครงหน้าของแต่ละคนด้วยค่ะ

ใครบ้างที่เหมาะสมกับการเสริมคาง

ใช่ว่าคนที่มีปัญหา คางสั้น – คางหลบ ทุกคนจะสามารถทำเสริมคาง แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ คนที่เหมาะสมต่อการเสริมคาง ยังต้องมีโครงสร้างส่วนของฟัน และกรามที่มีความแข็งแรง และทำงานร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งมีภูมิต้านทานร่างกายที่ดีพอ เพื่อปกป้องอาการอักเสบหรือติดเชื้อภายหลังการทำศัลยกรรมด้วย นอกเหนือจากการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว ในบางกรณีศัลยแพทย์อาจพิจารณาว่า คนไข้ควรจะปรับปรุงแก้ไขไขรูปหน้าส่วนล่างโดย การฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย เพื่อให้เห็นรูปคางที่ชัดเจนและสวยงามมากยิ่งขึ้นการเลือกขนาดซิลิโคนที่จะใช้ หมอจะให้คำปรึกษาสำหรับการเลือกขนาดของซิลิโคนเสริมคางก่อนผ่าตัด เพื่อให้เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคน ซึ่งขึ้นอยู่กับคนไข้เพราะต้องการยาวมากน้อยแค่ไหน การเลือกขนาดต้องนึกถึงองค์ประกอบรูปหน้าอีกด้วย เพื่อไม่ให้คางที่เสริมออกมาดูยาวจนเกินไป

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

  • หมอ จะให้แนะนำเกี่ยวกับซิลิโคนที่ใช้ และทำการตรวจวัดเค้าโครงหน้า ดูขนาดเดิมของคาง เพื่อเลือกตำแหน่งและก็ขนาดของซิลิโคนที่เหมาะสมกับบริเวณใบหน้าของแต่ละบุคคล
  • หลังจากตรวจเค้าโครงหน้าแล้ว หมอจะทำการเหลาซิลิโคนตามขนาดที่เหมาะสมเพื่อให้เข้ากับรูปหน้า
  • ก่อนทำการผ่าตัดหมอจะทำความสะอาดใบหน้า และภายในช่องปาก
  • หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว หมอจะทำการวาดเส้นเพื่อระบุตำแหน่งที่ชัดเจนก่อนทำการผ่าตัด
  • ระบุตำแหน่งแล้วหมอจะใช้ยาชาฉีดบริเวณที่ทำการผ่าตัดเสริมคาง และให้ยาสลบแก้ผู้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อลดอาการเกร็ง
  • ในการผ่าตัดหมอจะทำการเปิดแผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะเสริมคางจากด้านในช่องปากหรือภายนอกช่องปาก
  • เมื่อเปิดแผลแล้วหมอจะใส่ซิลิโคนขนาดที่เตรียมเอาไว้ในตำแหน่งที่ระบุ
  • ขั้นตอนสุดท้ายหมอจะทำการเย็บปิดบาดแผล (โดยใช้ไหมละลาย ไหมจะละลายไปเองภายใน 10 วัน)

การผ่าตัดเสริมคางใช้เวลาเท่าไหร่

การผ่าตัดเสริมคางหมอจะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30 นาที และดูอาการประมาณ 30 นาที หากไม่อาการใด  ๆ  หมอจะให้คนไข้กลับบ้านได้ และค่อยมาพบหมออีกครั้งในวันนัดดูแผล

ข้อจำกัดสำหรับการเสริมคาง

  • สำหรับคนไข้ ที่มีคางลักษณะสั้นมาก หรือถอยไปด้านหลัง ไม่ควรที่จะเสริมด้วยซิลิโคน เพราะจำเป็นต้องใช้ซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่มาก ควรจะใช้วิธีการศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคางแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องการสบฟัน
  • สำหรับคนไข้ ที่มีคางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากันจากกระดูกคาง เมื่อทำการเสริมด้วยซิลิโคนอาจทำให้มีการบิดเบี้ยวได้ง่าย ในกรณีนี้หมอจำเป็นต้องวินิจฉัยโรคที่เป็นและปรับแก้หามูลเหตุก่อน
  • สำหรับคนไข้ ที่คาง เคยฉีดซิลิโคนเหลวหรือสารอื่น ๆ มาก่อน ลักษณะรูปทรงของคางนั้นจะควบคุมได้ค่อนข้างยาก อันเนื่องมาจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่หลงเหลืออยู่ภายในเนื้อ
  • สำหรับใครที่สนใจเสริมคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็อย่าลืมที่ค้นหาข้อมูลที่ได้รับมาจากหลาย ๆ แหล่ง เพื่อศึกษาเปรียบเทียบ ข้อดีข้อเสียของการผ่าตัดเสริมคาง และสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการเลือกและขอรับการปรึกษาจากศัลยแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีความชำนาญ

เสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม มาดูริวิว

ข้อดี-ข้อเสียของการผ่าตัดในช่องปาก

ข้อดี

  • ไม่มีรอยแผล เนื่องจากว่าไม่เห็นแผลจากภายนอก
  • เหมาะสมกับคนที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid) เนื่องจากแผลจะหลบซ่อนอยู่ภายใน

ข้อเสีย

  • แม้ไม่เห็นแผลด้านนอก แต่ว่าแผลในปากที่อยู่ชิดกับร่องเหงือกจะไม่ค่อยสวยแล้วก็เห็นได้ชัด
  • มีโอกาสติดเชื้อสูงจากน้ำลายหรือเศษอาหาร ก็เลยจำต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ
  • การวางซิลิโคนไว้ให้ใกล้กับกระดูกฟันกรามด้านล่าง มีโอกาสเคลื่อนที่และไม่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้
  • บางทีอาจเกิดปัญหากับกล้ามเนื้อคางและก็เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ ทำให้มีการหดตัวของกล้ามเนื้อคาง เมื่อมองจากด้านนอก ผิวหนังบางทีอาจดูไม่เรียบเนียนได้
  • มีพื้นที่สำหรับการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด จะต้องกรีดเปิดแผลในปากค่อนข้างยาวเพื่อวางซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำและก็มีเลือดไหลมาก การเย็บปิดแผลก็ค่อนข้างยุ่งยาก
  • เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ยาก เพราะว่าแผลเย็บในปากมีมากแล้ว การผ่าตัดซ้ำอีกก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแผลมากเพิ่มขึ้น

ข้อดี-ข้อเสียของการผ่าตัดใต้คาง

ข้อดี

  • มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าการเปิดแผลในช่องปาก
  • กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เนื่องจากว่าหมอสามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกฟันกรามได้โดยตรง
  • เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายดายกว่า เนื่องจากว่าสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลด้านนอกได้เลย
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

ข้อเสีย

  • หลังเสริมคางด้วยวิธีแบบนี้จะมีรอยแผลเล็กน้อยรอบ ๆ ใต้คางเหมือนคางแตก ความยาวประมาณ 2-3 ซม.
  • ไม่เหมาะสมกับคนที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid)

การเสริมคางเป็นการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้มีทรงมากขึ้น และเสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม การเสริมคางหน้าเปลี่ยนอย่างแน่นอน บางคนหน้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น บางคนก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่แย่ลงอยู่ที่ว่าโครงหน้าของคุณเข้ากับการเสริมคางหรือไม่นั่นเอง

เสริมคาง คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง มีกี่ขั้นตอน

ใบหน้าที่ดูสวยงาม ต้องมีความสมดุลใน 4 ตำแหน่งบนใบหน้า คือ ส่วนของหน้าผาก, โหนกแก้ม, จมูก และก็คาง ถ้าเกิดเปรียบเทียบอวัยวะบนใบหน้าแล้ว คางอาจมีความโดดเด่นน้อยกว่าจมูกหรือตำแหน่งอื่น แต่ว่าถ้าหากพิจารณาจากส่วนประกอบบริเวณใบหน้าที่ได้รูปและสมบูรณ์ คาง เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในความสมบูรณ์นั้นด้วย แต่ว่าส่วนใหญ่คนมักละเลยเรื่องของคางไป อาจพูดได้ว่าการมีจมูกโด่งได้รูปทำให้บริเวณใบหน้าดูเด่น แต่การมีคางที่รับกับจมูก ทำให้บริเวณใบหน้าดูเพอร์เฟ็คขึ้น การผ่าตัดเสริมคางเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น หรือหลบเข้าไปข้างใน ไม่มีปลายคาง ทำให้บริเวณใบหน้าดูสั้นกลม ขาดความอ่อนโยน

เสริมคางเหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่มีบริเวณใบหน้ากลม คนอ้วน หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่สมดุล โดยมีโครงหน้าส่วนบน อาทิเช่น หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แต่กลับมีคางที่สั้น การศัลยกรรม จะช่วยปรับบริเวณใบหน้าแลดูมีมิติเพิ่มมากขึ้น และเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความรี ดูเป็นรูปไข่ ให้สอดรับกับความนิยมคนในปัจจุบัน นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเสริมคางไม่ควรทำกับผู้ที่อายุน้อยกว่า 17 ปี ที่การพัฒนาการของกระดูกยังคงมีต่อเนื่องได้บ้างในบางคน ในขณะที่กระดูกควรจะปิดได้แล้วเมื่อวัย 15 ปี ในทางตรงกันข้ามผู้ที่แก่กว่า 55 ปีก็ควรจะพิจารณาถึงปัจจุบันเรื่องความแข็งแรงของกระดูกที่รองรับซิลิโคน ที่อาจจะทำให้มีผลต่อการคงอยู่และก็รูปร่างของการเสริมคาง ในอนาคต

ขั้นตอนในการเสริมคาง

สำหรับการทำศัลยกรรมเสริมคางหมอจะให้ยาสลบแก่ผู้ป่วย หลังจากนั้นกระบวนการผ่าตัดจึงเริ่มขึ้น อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับในการเสริมคางเป็นซิลิโคนแท่ง ลักษณะคล้ายยางที่มีความยืดหยุ่น นำมาเหลาให้ได้รูปทรงที่รับพอดีกับคางของคุณศัลยแพทย์จะทำการเปิดผิวบริเวณด้านในปาก บริเวณด้านในของริมฝีปากล่าง ตั้งแต่ส่วนของเหงือกลงไปจนถึงส่วนของกระดูกคางด้านหน้า และทำการฝังและก็ยึดซิลิโคนลงในตำแหน่งที่ได้วัดระยะอันเหมาะสมเอาไว้แล้ว หลังจากนั้นจึงเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ที่จะสลายไปเองได้ภายใน 10 วันแต่หากเป็นในกรณีที่ทำการเสริมคางไปพร้อม ๆ กับศัลยกรรมยกกระชับบริเวณใบหน้า หมอจะสร้างรอยผ่าตัดที่บริเวณใต้คางเพื่อความสะดวกต่อการศัลยกรรมทั้งสองประเภท ซึ่งรอยแผลที่อยู่บริเวณนี้ก็สามารถหลบซ่อนจากสายตาได้เป็นอย่างดี นอกจากการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว ยังมีการศัลยกรรมเกี่ยวกับคางอีกอย่างหนึ่ง คือ “การศัลยกรรมเลื่อนคาง” (sliding genioplasty หรือ chin advancement) มักทำในกรณีผู้ที่มีคางสั้นมาก ๆ และร่นไปอยู่ด้านหลังเยอะ ซึ่งถ้าใช้ซิลิโคนเสริมก็จะต้องเป็นซิลิโคนชิ้นใหญ่ และดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติ ศัลยแพทย์จะทำการเลื่อยกระดูกส่วนคางในแนวนอน และกระทำการเลื่อนตำแหน่งออกมาด้านหน้าแล้วจึงใช้น็อตพิเศษยึดเอาไว้ ก็จะมีผลให้บริเวณใบหน้าที่เคยดูอูมกลม กลับมาได้สัดส่วนและดูเรียวมีมิติมากยิ่งขึ้น

อาการหลังผ่าตัด

คนไข้โดยมากจะรู้สึกตึงที่บริเวณแผลผ่าตัด ซึ่งอาการนี้จะค่อย ๆ หายไปเองหลังผ่าตัด 1 อาทิตย์ หมอจะพันผ้าพันแผลไว้ให้โดยประมาณ 2 ถึง 3 วัน ระหว่างนี้คนไข้ควรจะกินอาหารอ่อนหรืออาหารที่เป็นน้ำ เช่นโจ๊กหรือข้าวต้มอ่อน  ๆ  เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนของบาดแผล และทานยาแก้ปวดลดบวมได้

เสริมคาง แบบไหนดี

ความเสี่ยงสำหรับการศัลยกรรมเสริมคาง

  • ริมฝีปากรู้สึกชา เพราะมีแผลผ่าตัดอยู่ภายในริมฝีปากด้านล่าง ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงเองเมื่อเวลาผ่านไป
  • คางและบริเวณรอบ ๆ มีอาการบวม เจ็บ
  • การรับความรู้สึกที่บริเวณคางเปลี่ยนไป บางทีอาจเป็นไปได้ทั้งเพียงชั่วคราว หรือเกิดขึ้นถาวร
  • ซิลิโคนเลื่อนออกจากตำแหน่ง อันเกิดจากการกระทบกระเทือนที่ใบหน้า
  • มีการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด

ข้อควรรู้ก่อนคิดจะเสริมคาง

  1. อายุที่สามารถเสริมคางได้ ช่วงอายุที่เหมาะสมกับการเสริมคาง คืออายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากว่าช่วงวัยนี้นับว่าเป็นวัยที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
  2. อุปกรณ์ที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง อุปกรณ์ที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบซิลิโคนแท่ง และก็แบบฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง แบบซิลิโคนก็จะใช้แบบเดียวกับที่เสริมจมูก วิธีการเสริมด้วยซิลิโคนแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากภายในช่องปากแล้วก็การศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก สำหรับวิธีฉีด เป็นการนำสารที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าที่คาง แต่ว่าปัจจุบันนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์มากยิ่งขึ้น
  3. เลือกเสริมคางให้พอดีกับหน้า การเสริมคางถ้าจะมีผลให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ จะต้องทำให้เหมาะสมกับขนาดบริเวณใบหน้าของแต่ละคนด้วย การเสริมคางที่ใหญ่เกินความจำเป็นหรือขนาดไม่เหมาะสมกับบริเวณใบหน้าจะส่งผลเสียต่อผิวหนังแล้วก็กระดูกคางในอนาคตได้
  4. การเตรียมความพร้อมก่อนเสริมคาง ให้งดทานยาชนิดสเตียรอยด์ ถ้าทานยาหรืออาหารเสริมตัวไหนอยู่ ก็แจ้งหมอให้รู้ก่อนทำการผ่าตัดเสริมคางด้วย รวมถึงแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนที่จะมีการผ่าตัดด้วยค่ะ
  5. การดูแลตนเองหลังการเสริมคาง หลังจากผ่าตัดมาช่วงแรกแผลอาจบวมได้ ก็ให้ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน เวลานอนก็ให้นอนหงายและหนุนหมอนสูง ๆ รวมทั้งงดกินอาหารรสจัด อาหารเป็นพิษ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ให้บ้วนปากทุกครั้งทุกคราว เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ที่สำคัญจะต้องทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด ก็จะมีผลให้แผลหายเร็วขึ้น
  6. แผลผ่าตัดนานเท่าไรถึงจะหาย หลังจากผ่าตัดแผลจะมีอาการบวมอย่างน้อย 1 – 2 อาทิตย์ และก็จะเริ่มเข้าที่เข้าทางและหายเป็นปกติประมาณ 1 – 2 เดือน
  7. ทำใจรับผลกระทบที่เกิดขึ้น สำหรับบางเคสบางทีอาจมีการผิดพลาดขึ้นได้ หรือส่งผลข้างเคียง ก็ควรจะทำความเข้าใจและก็ยอมรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นอาการอักเสบหรือติดเชื้อ ในระยะเริ่มต้นที่แผลยังไม่หาย ควรจะรีบไปพบหมอโดยด่วน ถ้าหากปล่อยทิ้งเอาไว้ทำให้ต้องเจ็บตัวอีกรอบเพื่อผ่าตัดซิลิโคนออก นอกจากนี้บางเคสก็อาจจะคางเบี้ยว ก็ให้หมอช่วยปรับปรุงแก้ไข หรือบางเคสอาจมีอาการชาที่ปาก เนื่องมาจากแท่งซิลิโคนไปกดทับเส้นประสาท ซึ่งกรณีนี้อาการจะเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วคราว และก็จะกลับมาปกติเองค่ะ
  8. เลือกคลินิกเสริมคางไหนดี การเสริมคางหรือศัลยกรรมอื่น ๆ ก็ตาม ควรจะเลือกโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูงและก็มีทีมศัลยแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญประจำอยู่ ทั้งนี้ควรที่จะเลือกสถานที่เสริมคางไว้สัก 2 – 3 ที่ จากนั้นก็เข้าไปพูดคุย ปรึกษากับหมอดู พร้อมกับดูผลงานของหมอประกอบการตัดสินใจ วิธีนี้แหละที่จะทำให้คุณผู้หญิงตัดสินใจได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นค่ะ

การเสริมคางเป็นการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้ดีขึ้นจากที่เคยหน้ากลมก็จะมีใบหน้าที่เรียวงามขึ้น หากคุณกำลังคิดจะเสริมคางอยู่คุณควรเลือกคลินิกเสริมคางที่ได้มาตรฐานและมีหมอเฉพาะทางดูแลอยู่จะดีที่สุดค่ะ เพราะหมอเฉพาะทางสามารถจะวิเคราะห์ว่าคุณจะต้องผ่าตัดคางรูปแบบไหนถึงจะได้ใบหน้าที่ออกมาดูดีที่สุด และคุณจะไม่ผิดหวังเมื่อคุณเลือกหมอผ่าตัดเสริม