เสริมคางแผลใน นิยมมาก เพราะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ข้างนอก

เสริมคางแผลใน เป็นการเสริมคางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะไม่ทำให้เกิดแผลภายนอก โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลในช่องปาก บริเวณระหว่างซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ขนาดแผลประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตร จากนั้นก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา และวางแท่งซิลิโคนที่เหลาและปรับแต่งเฉพาะเพื่อให้เข้ากับรูปหน้า ไปให้ตรงบริเวณตำแหน่งที่ต้องการ และเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย การเสริมคางแผลใน จะไม่เห็นรอยแผลเป็น ทำให้ได้รับความนิยมสูงแผลสามารถโดนน้ำได้ แต่ความเสียงที่จะมีโอกาสติดเชื้อสูง เนื่องจากสัมผัสกับน้ำลาย หรือเศษอาหารที่รับประทานเข้าไปและรับประทานอาหารค่อนข้างลำบากในช่วง 5 วันแรกของการผ่าตัด ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ไม่ร้อน หรือ เย็นจัด เป็นต้น

ขั้นตอนการผ่าตัด

แพทย์จะฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ประมาณ 2-3 ซม. จากนั้นค่อย ๆ เลาะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างปลายคาง เหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปทรงกระดูก ตามสัดส่วนที่สวยงาม วางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการใต้เยื่อหุ้มกระดูก จากนั้นจะเช็คและทำการหยุดเลือด เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ส่วนใหญ่จะใช้ใช้เวลารวม 45-60 นาที และแพทย์จะให้พักดูอาการประมาณ 30 นาที หากไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงแพทย์ก็จะให้กลับบ้านเลย

การดูแลตัวเองหลังเสริมคางแผลใน

  • ในช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางบ่อย ๆ
  • วันที่ 4 หลังการผ่าตัดสามารถเริ่มประคบอุ่นได้
  • ไหมที่เย็บเป็นไหมละลาย ซึ่งจะเริ่มละลายช่วง 5-10 วัน หากละลายเร็วกว่ากำหนด ควรเข้ามาตรวจแผล
  • ดูแลแผลในปาก และงดทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการเสริมคางแผลใน
  • บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำยาบ้วนปากชนิดอ่อน น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด ไม่ควรใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนรับประทานผัก ผลไม้ควรล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อสุกๆ ดิบๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์
  • ในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงนอนตะแคง
  • ไม่ท้าวคางหรือกดสิวบริเวณคางตลอด
  • รูปทรงของคางจะเข้าที่ช่วง 3-6 เดือนโดยช่วงแรกอาจยังบวมเล็กน้อย

เสริมคางแผลใน ที่ไหนดี

หลังผ่าตัดสามารถลดอาการบวมช้ำด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ให้ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเนื่องจากความเย็นช่วยให้หลอดเลือดหดตัว เลือดออกน้อยลง เลือดที่ยังออกซึม ๆ หลังผ่าตัดจึงหยุดได้เร็วขึ้น ทั้งยังช่วยลดปวดได้อีกด้วย
  • หากมีอาการปวดให้ลดปวด ไม่ควรปล่อยให้มีอาการปวดแผลเนื่องจาก อาการปวด ทำให้เลือดที่หยุดแล้วออกได้ใหม่เล็กน้อย จึงควรประคบเย็นหลังผ่าตัดทันที จนครบ 3 วัน และทานยาแก้ปวด เมื่อประคบเย็นแล้วยังรู้สึกปวดแผลอยู่
  • ประคบอุ่นโดยเริ่มในวันที่ 4 หลังการผ่าตัด เป็นช่วงที่อาการบวมจะเริ่มลดลง แผลเริ่มแห้ง เนื้อเยื่อภายในจะเริ่มสมานตัว จึงควรเปลี่ยนมาประคบอุ่นแทน เพราะการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว เลือดไหลเวียนนำสารอาหารมาเลี้ยงแผล และสลายเลือดหรือน้ำเหลืองที่คั่งค้างบริเวณแผล ทำให้อาการบวมลดลงได้เร็ว
  • นอนศีรษะสูงในช่วง 3-5 วันแรกหนังผ่าตัด หรือนอนแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน เนื่องจากหลังผ่าตัด การทำงานไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองบริเวณแผลยังทำงานได้ไม่ดี หากนอนราบศีรษะไม่สูง แผลอาจจะบวม เนื่องจากเลือดและน้ำเหลืออาจคั่งอยู่บริเวณแผลและใบหน้ารอบ ๆ ได้
  • เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ ในตอนแรกหลังผ่าตัดจะต้องทานอาหารอ่อน ๆ และงดอาหารรสจัดอาหารสุกดิบและอาหารทะเลอาหารรสจัด เช่น อาหารรสเค็มจัด หรือมีผงชูรสมาก ทำให้แผลบวมได้ง่าย อาหารสุกดิบนั้น ไม่ค่อยสะอาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ส่วนอาหารทะเลนั้น เสี่ยงต่อการแพ้ อาจทำให้มีตุ่มคันขึ้นทั่วร่างกายรวมทั้งบริเวณแผลด้วย
  • ควรทำความสะอาดแผลตามที่แพทย์แนะนำ และไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้มีการอักเสบและติดเชื้อได้ หากดูแลแผลเป็นอย่างดี รับรองว่าพักฟื้นไม่นาน ยุบบวมเร็ว และใบหน้าคางก็จะเข้ารูป