เสริมคาง ทะลุ ต้องแก้ไขยังไง เลือกโรงพยาบาลหรือคลินิคแบบไหนดี

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรูปหน้ากลมหรือเหลี่ยม สามารถทำให้มีรูปหน้าเรียวคมแบบ v shape ได้ ปัจจุบันนี้ได้มีการทำศัลยกรรมเสริมคางเพื่อให้รูปหน้าดูมีมิติมากขึ้น ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการจะต้องหาข้อมูลเบื้องต้นให้ละเอียด หากท่านไม่ศึกษาให้ละเอียดอาจเกิดปัญหาในการเสริมคาง ทะลุ ขึ้นได้

ควรเสริมคางเมื่อไหร่ดี

ควรทำเมื่อมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาอายุที่เหมาะสม เนื่องจากร่างกายมีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

วิธีเลือกคลินิกและโรงพยาบาลเพื่อศัลยกรรม

ควรเลือกสถานบริการที่เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้มาตรฐานรับรองจากแพทยสภา มีใบรับรองจากกระทรวงสาธารณะสุข ต้องมีศัลยแพทย์ที่ได้รับการอบรมเป็นอย่างดี มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ สามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้นในการทำศัลยกรรมนั้น ๆ

ทำไมต้องเลือกขนาดของคางให้เหมาะสมกับใบหน้า

เหตุผลคือ ถ้าคุณเสริมคางแล้วมีลักษณะแหลมยาวผิดปกติ ดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติ คุณก็คงรู้สึกไม่ชอบ นั้นคือเหตุผลที่ควรเลือกขนาดให้เหมาะกับใบหน้าเดิม เพื่อความสวยงาม การเสริมคางด้วยขนาดที่ไม่เหมาะสม นอกจากจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ยังส่งผลต่อกระดูกคางและผิวหนังด้วย

การเสริมคางมีความเสี่ยงต่อการทะลุ ซึ่งเกิดจากการที่เลือกซิลิโคนที่มีขนาดไม่พอดีกับโครงหน้า แต่ความเสี่ยงที่คางจะทะลุมีน้อยมาก เนื่องจากว่าเนื้อคางจะมีความหนา ซึ่งถ้าเทียบกับการทำจมูก โอกาสที่จมูกจะทะลุจะมีมากกว่าคาง แต่ท่านก็ควรที่จะทราบอาการเฝ้าระวังความเสี่ยงตรงนี้ไว้ เนื่องจากว่าการที่ซิลิโคนจะทะลุนั้นจะไม่ได้เกิดขึ้นแบบในทันทีทันใด

การที่คางจะทะลุนั้นจะมีอาการเตือนก่อน ซึ่งหากแก้ไขได้ทันเวลาก็จะไม่เกิดอันตรายใด ๆ ทำให้เกิดการผิดรูปและหากไม่รีบมาแก้ไขจนเกิดการทะลุไปแล้ว โอกาสแก้ไขให้กลับสู่สภาพเดิม ๆ ทำได้ยากมาก ๆ

เสริมคาง ทะลุ ต้องรักษา แก้ไขยังไง

อาการที่บ่งบอกว่าคางอาจจะทะลุ
  • ในช่วงเดือนแรกหากซิลิโคนใหญ่เกินไป มักจะมีอาการแดงที่ปลายคางและมักมีอาการปวดร่วมด้วย ซึ่งตรงนี้อาจจะแยกได้ยากสักหน่อย เนื่องจากอาการติดเชื้อก็จะมีอาการปวดเหมือนกัน ดังนั้นควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจจะดีที่สุด

การแก้ไขถ้าเสี่ยงต่อการทะลุภายในเดือนแรก แพทย์จะทำการถอดซิลิโคนพัก เพราะโอกาสเย็บแผลให้ติดแข็งแรง ทำได้ยาก หรือถ้าสามารถถอดซิลิโคนมาลดขนาดและเย็บแผลปิดได้ ก็ไม่ต้องถอดพัก แต่ท่านต้องเฝ้าระวังดูแลแผลเป็นอย่างดีอย่าให้มีแผลแยก

  • อาจมีอาการเสียว หรือรู้สึกตึง ๆ ที่ปลายคาง โดยที่อาการนี้มักจะพบได้ในช่วงหลังผ่าตัดไปแล้ว 1 เดือนขึ้นไป ซึ่งเป็นอาการที่บ่งบอกซิลิโคนใหญ่เกินไป เนื่องจากว่าหากพ้นในช่วง 1 เดือนแรกไปแล้วอาการบวมลดลงมากแล้ว

การแก้ไข แพทย์จะทำการประเมินว่ามีความเสี่ยงมากหรือไม่ที่คางจะทะลุ อาจจะต้องรอดูอาการ 1 – 2 สัปดาห์ แล้วจึงนัดมาแก้ไขลดขนาดซิลิโคน หากมีความเสี่ยงมากอาจจะต้องรีบทำการผ่าตัดลดขนาดซิลิโคนได้เลยทันที

  • หากมีผิวหนังตึงบริเวณคาง ลอกเป็นขุย หรือบางลงเรื่อย ๆ จนเริ่มในเกือบเห็นซิลิโคน อาจเป็นอาการเตือนว่ามีความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะทะลุมากขึ้น ท่านจะต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนเพื่อผ่ตัดลดขนาดซิลิโคน รอช้าไม่ได้เพราะโอกาสซิลิโคนจะทะลุมีมากในไม่ช้า
  • หากเริ่มมองเห็นเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ บริเวณที่เสี่ยงต่อการทะลุ และขนาดของสิวนั้นเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ อาการเช่นนี้มักพบได้กับซิลิโคนที่แหลมมาก ๆหรือมีผิวขรุขระเป็นเหลี่ยม ๆ หรือตึงมาก ๆ ต่อเนื่องจากอาการผิวหนังบางใสจะทะลุ ถ้ามีอาการคล้าย ๆ สิวเช่นนี้ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าเป็นอาการเตือนครั้งสุดท้ายก่อนที่จะทะลุ

แนะนำให้ท่านเข้าพบแพทย์ทันทีเพื่อผ่าตัดแก้ไขโดยด่วน ถ้าโชคดี ก็อาจลดขนาดลงได้ แต่โอกาสที่ต้องถอดซิลิโคนพักมีสูง เพราะ เนื้อเยื่อบางส่วนเหมือนจะทะลุแล้ว โอกาสติดเชื้อก็จะมีมากขึ้นไปด้วย

  • ปกติแล้วแผลจะแข็งแรงเต็มที่ประมาณ 1 เดือน หลังจากการผ่าตัดและจะแข็งแรงมากที่สุดประมาณ 3 เดือน หากพบแผลผ่าตัดแยกซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อย ๆ เกิดจากการที่ตัดไหมเร็วเกินไปแผลยังไม่แข็งแรงหรือใช้ไหมละลายแล้วไหมหลุดก่อนหรือทำแผลรุนแรงเกินไป ดังนั้นท่านควรจะเฝ้าระวังเรื่องแผล และคอยสังเกตว่าไม่มีแผลแยกออกจากกัน หรือมีเห็นซิลิโคน

หากแผลเกิดแยกออกให้ท่านรีบพบแพทย์ทันที ซึ่งถ้าไปพบแพทย์เร็ว อาจเย็บซ่อมแผลได้ แต่ถ้าแผลเริ่มแยกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถเย็บปิดได้ ก็จำเป็นต้องถอดซิลิโคนพักเนื้อให้หายดีก่อน 2 – 3 เดือน

บทสรุป

การผ่าตัดเสริมคางนั้นใคร ๆ ก็อยากมีคางที่สวยงาม ดังนั้นเมื่อทำการผ่าตัดเสร็จแล้วท่านต้องเฝ้าระวังในเรื่องของแผลและซิลิโคนให้ดี หากเกิดอาการที่มีความเสี่ยงต่อการเสริมคางทะลุ ท่านต้องรีบเข้าพบแพทย์โดยเร็วทั้งนี้เพื่อแพทย์จะได้พิจารณาในด้านการรักษา ดังนั้นก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเข้าใช้บริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

เสริมคางแล้วเป็นแม่มด สวยหรือไม่ มีวิธีการแก้ไขยังไง

มีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่า เสริมคางแล้วเป็นแม่มด หรือไม่ การเสริมคางก็อยู่ที่เราว่าเราต้องการรูปคางแบบไหน บางคนอาจต้องการแค่ให้หน้ามีสัดส่วน บางคนต้องการให้หน้าดูเรียวขึ้น และบางคนก็ต้องการให้หน้ายาวขึ้น และการศัลยกรรมผ่าตัดคางหมดจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าใครควรผ่าตัดแบบไหนรับรองได้ว่าหน้าคุณจะไม่เหมือนแม่มดอย่างแน่นอน

การเสริมคางมีกี่วิธี มีกี่ทรง

การเสริมคางในปัจจุบันสามารถทำได้ 2 วิธีคือ การเสริมคางโดยการผ่าตัด และการเสริมคางโดยไม่ผ่าตัดแต่วันนี้เราจะมาพูดถึงการเสริมคางแบบผ่าตัดกันก่อน เพราะการผ่าตัดเสริมคางเป็นการผ่าตัดที่อยู่ได้ถาวรและมีคนให้ความสนใจกันมาก

การเสริมคางแบบผ่าตัดมีด้วยกัน 2 แบบคือ

1.เสริมคางด้วย ซิลิโคน

หากเป็นการเสริมคาง แบบหลบซ่อนแผลจะทำการผ่าจากข้างในช่องปาก (intraoral incision) ซึ่งปัจจุบันคนนิยมเสริมคางวิธีการแบบนี้กันมาก สำหรับการผ่าจากภายนอกบริเวณใต้คาง (submental incision) มักจะเกิดรอยแผลเป็นบริเวณใต้คาง ทำให้เสริมคางแล้วไม่สวยงามสักเท่าไหร่ ศัลยแพทย์ส่วนมากแนะนำให้เสริมคางด้วยการผ่าจากข้างในช่องปาก เพราะว่าผู้คนรอบข้างจะได้ไม่สังเกตเห็นรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดเสริมคางได้

2.เสริมคางด้วยการผ่าตัดเลื่อนคาง ( Sliding Genioplasty ) หรือ การเลื่อนกระดูกขากรรไกร

การผ่าตัดเลื่อนคาง ( Sliding Genioplasty ) นอกจากจะทำให้มีคางสวยแล้ว ผลพลอยได้อีกอย่างคือ การช่วยรักษาการนอนกรน เพราะกระดูกขากรรไกรมีส่วนเชื่อมโยงกับช่องลมระบบทางเดินหายใจ เมื่อทำการเลื่อนออกก็เหมือนการเปิดช่องลมทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น แต่ว่าการเสริมคางด้วยแนวทางนี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากเหมือนเป็นการผ่าตัดขากรรไกรด้านล่าง แล้วก็จำเป็นต้องผ่าตัดโดยหมอชำนาญเฉพาะทางเท่านั้น

บทความแนะนำ ลดไขมันหน้าท้อง By Rattinan.com

เสริมคางแล้วเป็นแม่มด แก้ไขยังไง

คำถามที่คนเสริมคางอยากรู้เมื่อเสริมคางมาแล้ว

เสริมคางแล้ว นั่งเท้าคางได้หรือไม่ ?

การนั่งเท้าคางอาจส่งผลให้ซิลิโคนเคลื่อนได้ เพราะถ้าอย่างนั้นอย่าเสี่ยงกันเลยดีกว่านะคะ เพราะว่าการทำคางเจ็บเอาเรื่อง แถมดูแลแผลลำบากเนื่องจากว่าเป็นแผลที่อยู่ในช่องปาก (ในกรณีที่ผ่าตัดภายใน) ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องเจ็บเหมือนเป็นร้อนในแผลใหญ่ ๆ แน่นอน อาจไม่มีใครต้องการเจ็บตัวสองรอบแน่นอน

เสริมคางแล้วเป็นแม่มด จริงหรือไม่ ?

แน่นอนว่ารูปหน้าของเราจะดูเรียวยาวขึ้น เนื่องจากการเสริมคางทำให้บริเวณใบหน้าเกิดมิติใหม่ และรูปทรงใหม่ แต่จำต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าบริเวณใบหน้าที่ดูยาววีนั้น อาจจะส่งผลให้สัดส่วนบริเวณใบหน้าของเราดูผิดเพี้ยน แล้วก็รำคาญตาได้ ปกติแล้วธรรมชาติมักสร้างรูปร่างที่สวยงามมาให้แล้ว สิ่งที่แพทย์ศัลฯทำได้ ก็แค่ทำให้ทุกอย่างดู Perfect ขึ้นเพียงแค่นั้น ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนสิ่งที่แม่ให้มาได้ทั้งหมดนะคะ เพราะว่าถ้าเช่นนั้นแนะนำให้ปรึกษาหมอให้ดีก่อน และเชื่อฟังคำแนะนำของหมอจะดีที่สุดค่ะ

เสริมคางมาแล้ว ควรจะดูแลแผลเช่นไร ? (แปรงฟันได้ไหม ?)

แปรงฟันได้ค่ะ และทุกอย่างนั้นดูแลเหมือนกันการทำศัลยกรรมปาก คือเลือกยาสีฟันสูตรอ่อนโยน หรือยาสีฟันเด็ก แต่ควรจะบ้วนปากเบา ๆ ด้วยน้ำเกลือล้างแผล เพื่อล้างแผลในปาก หลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากจะดีมากกว่า เนื่องจากว่าน้ำบ้วนปากบางทีอาจกัดแผลและทำให้แผลหายช้ากว่าเดิมได้

ฟิลเลอร์ หรือซิลิโคนดีกว่ากัน ?

เป็นปัญหาโลกแตกพอ ๆ กับ ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันเลยทีเดียว เอาเป็นว่าขอตอบแบบนี้ดีกว่า ว่าทั้งฟิลเลอร์และก็ซิลิโคน นั้นเหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาไม่เหมือนกัน หากแค่ต้องการเพิ่มเติมอีกส่วนที่ดูขาดหายให้เพิ่มเต็ม โดยไม่ต้องการให้ดูต่างจากเดิมมาก ขอแนะนำเป็นฟิลเลอร์ค่ะ นั้นแปลว่าเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการการฉีดในจำนวนที่มาก เพราะว่าฟิลเลอร์นั้นเป็นของเหลวซึ่งสามารถไหล หรือเคลื่อนที่ได้ตามแรงโน้มถ่วง มีความเสี่ยงต่อการเบี้ยวหรือผิดรูปผิดร่างได้มากกว่า แถมแก้ไขได้อยากกว่าการเสริมด้วยซิลิโคนด้วย เพราะว่ามันเป็นของเหลวนั่นแหละค่ะ

รวมทั้งถ้าเกิดคุณเป็นผู้ที่มีปัญหากับสัดส่วนของบริเวณใบหน้า รวมทั้งต้องการการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่านั้น การเสริมซซิลิโคนที่ผ่านการเหลาตกแต่งรูปร่างนั้นน่าจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่บอกไปแล้วนั้นหละค่ะ เพราะมันแก้ไขง่ายกว่าถ้าหากเกิดปัญหา (ก็แค่ผ่าเอาออกเพียงแค่นั้น) ดีกว่าเสี่ยงจากการที่ฟิลเลอร์ไหลไปอยู่ในจุดที่ไม่ต้องการ แบบนั้นแก้กันยาวกว่านะคะ

หายข้องใจหรือยังค่ะกับคำถามที่ว่า เสริมคางแล้วเป็นแม่มด การเสริมคางเป็นการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้ได้รูปทรงที่คุณต้องการและไม่สามารถทำให้หน้าของคุณเป็นแม่มดได้ คนที่มีใบหน้าเหมือนแม่มดคงจะเป็นคนที่ทำเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจ ทำบ่อยเข้าหน้าก็เลยยาวเหมือนแม่มด และไม่สามารถที่จะแก้คืนได้นั่นเอง

เสริมคางแล้วไม่สวย ไปแก้ที่ไหนดี ได้มาตรฐาน ปลอดภัย

การเสริมคางเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมทั้งหญิงและชาย เพราะการเสริมคางสามารถทำให้คนหน้ากลมกลายเป็นคนหน้าเรียวได้ และการศัลยกรรมเสริมคางมีหลากหลายรูปแบบทั้งการเสริมคางโดยซิลิโคน และเสริมคางโดยใช้กระดูกตัวเอง แต่หากเราเสริมคางแล้วไม่สวยอย่างที่เราต้องการเราจะมีวิธีแก้อย่างไร เป็นคำถามที่สาว  ๆ  ถามมามากมาย และวันนี้เราจะพาคุณไปดูเกี่ยวกับปัญหาที่เสริมคางแล้วออกมาผิดรูปว่าหมอจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรให้ดีขึ้นพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ

เสริมคางยื่นและเบี้ยวควรทำอย่างไร

การเสริมคาง เป็นทางลัดที่ช่วยสำหรับในการเปลี่ยนหนุ่มสาวคางเล็ก คางสั้น หน้ากลม ให้มีบริเวณใบหน้าเรียวงามได้สัดส่วนอย่างถาวร ซึ่งแนวทางการเสริมคางที่นิยมกันมากที่สุด ก็คือการผ่าตัดเสริมซิลิโคนเข้าไปเพื่อให้ปลายคางยาวขึ้นรับกับรูปหน้า แต่ว่าหนุ่มสาวหลายคนก็อาจเผชิญกับปัญหาที่ว่า เสริมคางไปแล้วคางกลับดูยื่น ดูเบี้ยว หรือดูแปลก ๆ ไม่สวยเป๊ะเป็นธรรมชาติ ซึ่งยิ่งทำให้เราเสียความเชื่อมั่นมากยิ่งกว่าเดิมซะอีก มาดูกันว่าปัญหาเสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว เกิดจากอะไร แล้วเราจะปรับแต่งได้หรือไม่

การเสริมคางยื่นและเบี้ยวเกิดจากอะไร

การเสริมคางยื่นและเบี้ยวเกิดจาก 2 ปัจจัยดังนี้

  1. ปัจจัยทางแพทย์

มีเหตุมาจากหมอผู้ที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรมคางให้เรา ผ่าตัดเลาะช่องว่างที่จะนำใส่ซิลิโคนไม่เท่ากัน เมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้วจึงเกิดความไม่พอดี และนำไปสู่อาการคางเบี้ยวเอียงนั่นเอง ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุที่มีสาเหตุมาจากหมอคือ เหลาซิลิโคนที่จะใช้สำหรับการเสริมคางไม่เท่ากัน เมื่อใส่เข้าไปที่คางของเรา ก็เลยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการเบี้ยวเอียง

ซึ่งหลายคลินิกจึงเลือกใช้ซิลิโคนเสริมคางแบบสำเร็จรูป ที่มีการทำเป็นทรงมาให้แล้ว แล้วก็มีให้เลือกหลายทรง หลายขนาด เพื่อนำมาประยุกต์ให้กับรูปหน้าคนไข้มากขึ้น แถมยังช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเหลาซิลิโคนไม่เท่ากันอีกด้วย

  1. ปัจจัยจากคนไข้

อีกหนึ่งสาเหตุที่เรียกได้ว่าเดากันได้ไม่ยากเลยนั่นก็คือ เหตุจากคนไข้ ที่เกิดจากการดูแลตนเองหลังทำศัลยกรรมคางไม่เหมาะสม ดังเช่น เอามือเท้าคาง , โดนกระแทกแรง ๆ หรือไม่ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำหลังศัลยกรรมของหมอ เนื่องจาก หากทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด โอกาสเกิดคางเบี้ยวจะมีน้อยมาก ๆ เพราะวิธีการดูแลของหมอนั่นดีที่สุด

เสริมคางแล้วไม่สวย ต้องแก้ไขยังไง

เมื่อเสริมคางมาแล้วไม่สวยมีวิธีแก้อย่างไร

หากข้องใจว่าคางของเราที่เสริมมานั้นเบี้ยวเอียงหรือไม่ ให้รอดูหลังศัลยกรรมประมาณ 1 – 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่แผลผ่าตัดยุบและก็หายดีแล้ว จึงจะเห็นได้ชัดเจนว่าคางมีปัญหายื่น เบี้ยว จริงหรือไม่ และถ้าเกิดรูปทรงคางที่ได้มาไม่สวย ไม่ปัง จนบั่นทอนความมั่นใจ ก็สามารถกลับไปพบแพทย์ที่คลินิกเพื่อปรับปรุงแก้ไขใหม่ได้ สำหรับการแก้ไข แพทย์จะผ่าตัดเพื่อเลื่อนตำแหน่งซิลิโคนที่เบี้ยวเอียงให้เข้าที่เข้าทาง หรือเอาซิลิโคนของเดิมออก แล้วใส่อันใหม่ที่พอดีกว่าเข้าไป โดยวิธีการผ่าตัดแก้คาง รวมถึงการเตรียมการก่อนผ่าตัด ก็เหมือนกับการเสริมคางครั้งแรกทุกอย่าง ซึ่งจะใช้เวลาผ่าตัดราว 1 – 2 ชั่วโมง และแพทย์จะนัดมาตัดไหมในอีก 5 – 7 วันหลังจากวันผ่าตัด โดยในระหว่างพักฟื้นคนไข้ก็ต้องดูแลตนเองให้ดีตามคำแนะนำของหมอ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการศัลยกรรม รวมถึงระมัดระวังไม่ให้บริเวณใบหน้าถูกกระทบกระเทือนจนคางเบี้ยว แล้วจะต้องกลับมาแก้ซ้ำอีกรอบด้วย

ทำอย่างไรไม่ให้เสริมคางเบี้ยว

  • ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางต้องเหลาให้เท่ากัน และก็มีขนาดพอดีกับรูปคางของคนไข้ ในปัจจุบันหลายคลินิกจึงเลือกใช้ซิลิโคนแบบสำเร็จรูปที่เราสามารถเลือกขนาดและทรงที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องเอามาเหลาเองก่อนเสริม ซึ่งช่วยลดปัญหาคางเบี้ยวเอียงไปได้มากทีเดียว
  • สำหรับในการผ่าตัดหมออาจใช้เทคนิค Fix ซิลิโคน เพื่อเป็นการป้องกันและยังเป็นการไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมหลังเสริมเข้าไปแล้ว โดยหมออาจใช้วิธีเย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือยึดซิลิโคนด้วยสกรูไทเทเนียม ซึ่งเป็นวิธีที่เยี่ยมที่สุดแต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ ด้วย
  • หลังการผ่าตัด คนไข้ควรจะดูแลแผลให้ดีเพื่อไม่ให้คางอักเสบติดเชื้อ อีกทั้งต้องระมัดระวังไม่ให้คางถูกกระแทก และเลี่ยงการนั่งเท้าคาง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเลื่อน
  • ไม่ควรฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ปลอมหรือสารเหลวที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะว่ามีโอกาสที่จะทำให้คางเบี้ยวผิดรูป แถมยังอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ด้วย

หากคุณคิดจะเสริมคางคุณต้องศึกษาข้อมูลของแพทย์ และข้อมูลของคลินิกว่าได้มาตรฐานมากน้อยเพียงไหน มีเครื่องมือที่ทันสมัยหรือเปล่า หมอเป็นหมอเฉพาะทางหรือไม่ หากเราไม่หาข้อมูลให้ชัดเจนเสริมคางแล้วไม่สวยจะโทษใครไม่ได้นะ เพราะตัวเองไม่เลือกให้ดีเอง

เสริมคาง แล้วเป็นก้อน ต้องทำยังไง เรามีคำแนะนำ

ปกติแล้วการเสริมคาง เหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้ากลม หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่ได้สัดส่วน มีโครงหน้าส่วนบน เช่น หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แต่รูปคางที่ดูสั้น การเสริมคาง จะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และการเสริมคางยังเหมาะกับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวเป็นใบหน้ารูปไข่ ที่เป็นรูปหน้าที่สาว ๆ ต่างพากันต้องการมากที่สุด

เราสามารถเสริมคางได้ 2 แบบ

ฉีดคาง คือ การฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในใบหน้า เป็นวิธีที่สามารถทำให้มี คาง สวยได้รูปในระยะเวลาอันรวดเร็ว และไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลลัพธ์จะไม่คงอยู่ถาวร หรือหากสารที่ฉีดเข้าไปนั้นไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เสริมคางแล้วเป็นก้อนได้

เสริมคางสำหรับการเสริมคางซิลิโคน นั้น ถือเป็นการผ่าตัดแบบขนาดเล็ก ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ถาวร ไม่ต้องกลับไปเติมซ้ำ สามารถเลือกรูปทรงก่อนตัดสินใจเสริมได้ตามความต้องการ ทั้งนี้ทั้งนั้นการเสริมคางอาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้นสักนิดหน่อยหลังการผ่าตัด

ใครบ้างที่เหมาะกับการเสริมคาง

ใครบ้างที่เหมาะกับการเสริมคาง

เหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้ากลม คนอ้วน หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่สมดุล โดยมีโครงหน้าส่วนบน เช่น หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แต่กลับมาคางที่สั้น การศัลยกรรม จะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความรี ดูเป็นรูปไข่ ให้สอดรับกับความนิยมคนในปัจจุบัน นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเสริมคางไม่ควรทำกับคนที่อายุน้อยกว่า 17 ปี ที่การพัฒนาการของกระดูกยังคงมีต่อเนื่องได้บ้างในบางคน ทั้งที่กระดูกควรจะปิดได้แล้วเมื่อวัย 15 ปี  ในทางกลับกันคนที่อายุมากกว่า 55 ปีก็ควรพิจารณาถึงปัจจัยเรื่องความแข็งแรงของกระดูกที่รองรับซิลิโคน ที่อาจจะทำให้มีผลต่อการคงอยู่และรูปร่างของการเสริมคางในอนาคต

การเสริมคางใช่ว่าจะสามารถเลือกทำขนาดเท่าไรก็ได้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและขนาดใบหน้าของแต่ละคนด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อความสวยงาม และหลีกเลี่ยงผลเสียในระยะยาว ซึ่งถ้าหากใครที่เสริมคางขนาดที่ไม่เหมาะสมหรือใหญ่เกินไปก็อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังและกระดูกคางในอนาคตได้
ก่อนเสริมคางต้องเตรียมตัวอย่างไร
ก่อนทำศัลยกรรมเสริมคาง ควรงดรับประทานยาประเภทสเตียรอยด์ ทั้งนี้ถ้าใครที่รับประทานยาตัวใดหรืออาหารเสริมตัวใดอยู่ ควรแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด รวมถึงควรจะแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนการผ่าตัดด้วย

ใช้เวลาในการทำนานแค่ไหนในการเข้าที่

โดยปกติแล้วหลังการผ่าตัด แผลจะมีอาการบวมอย่างน้อยประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะเริ่มเข้าที่และหายเป็นปกติโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน

ปัญหาหลังเสริมคาง

มีระยะบวมเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วการผ่าตัดย่อมมีอาการช้ำบวมเกิดขึ้น อาการดังกล่าวเป็นอาการชั่วคราว คนไข้ปล่อยใจให้สบาย ๆ ทานยาตรงเวลา หมั่นประคบเย็นในช่วงแรกหลังการผ่าตัด หมั่นเดินออกกำลังกายเบา ๆและเตรียมร่างกายให้พร้อมก็พอ

เสริมคาง แล้วเป็นก้อน ต้องแก้ไขยังไง

ศัลยกรรมตกแต่งคางกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในการเสริมคาง ประสบการณ์ของศัลยแพทย์และคลินิก หากทำกับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน มาสะอาดไม่ได้รับรองจากกระทรวงสาธารณสุข อาจทำให้เกิดการติดเชื้อเนื่องจากเครื่องไม้เครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือทำกับแพทย์ที่ไม่ได้จบด้านศัลยกรรมมา การเสริมคางถึงแม้จะเป็นการผ่าตัดเล็ก แต่ก็มีความเสี่ยงได้เหมือนกันดังนั้นต้องตรวจสอบให้ดี

ดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมเสริมคาง

การดูแลรักษาแผลผ่าตัดจากศัลยกรรมเสริมคาง ไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยากเกินไปนัก

  • รับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่ง รักษาความสะอาดโดยการบ้วนปากบ่อยๆ เท่านี้ก็ช่วยให้แผลสมานไว และไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ใครต้องการที่จะแต่งหน้าก็ย่อมได้ แค่ต้องระวังไม่ให้โดนของแข็งกระแทกที่บริเวณคาง
  • 1 สัปดาห์แรก ดูแลบริเวณคางก่อนตัดไหม หลังตัดไหมสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • 3 สัปดาห์แรกหลังการเสริมคาง พยายามเลี่ยงการเท้าคางที่กดแรงเกินไป เพื่อป้องกันการบิดเบี้ยว และอักเสบของคางที่พึ่งเสริมไป แต่ถ้าไม่กดแรงไปก็พอได้

หลังศัลยกรรม หลีกเลี่ยงกีฬาบางประเภท เช่น ต่อยมวย หรือเล่นกีฬาที่ต้องมีการปะทะ เพราะถึงอย่างไร คางที่เสริมไปก็เป็นวัสดุแปลกปลอมของร่างกาย การโดนกระแทกแรงมาก ๆ สามารถทะลุออกมาได้เช่นกัน แม้แผลจะหายดีแล้วก็ตาม