เสริมคาง pantip มีกี่แบบ ข้อดี ข้อเสียในการทำ มีอะไรบ้าง

การเสริมคางสามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของคางเล็ก คางใหญ่ไม่ได้สัดส่วน หรือเพื่อปรับคางให้กลับมาสวยงามได้รูปทรง โดยส่วนมากคนเอเชียมักจะมีลักษณะคางที่สั้นจนผิดรูป การเสริมคาง pantip ถือเป็นตัวช่วยเพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดูดี มีสง่า และก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องทำการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด

ใครควรศัลยกรรมเสริมคาง

  • ผู้ที่มีอาการสบฟันผิดปกติ คางยื่นออกมาข้างหน้า
  • ผู้ที่มีคางเล็กมากเกินไป คางหดสั้นเข้าไปด้านใน
  • ผู้ที่มีโครงหน้าไม่ได้รูป กรามและคางไม่สมส่วน
  • ผู้ที่มีใบหน้าสั้น สัดส่วนคางไม่เข้ารูปกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่น ๆ

เสริมคาง มีกี่แบบ

ปัจจุบันนี้การเสริมคางจะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • การฉีด

การฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน วิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี  ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ  ปี

  • การผ่าตัดศัลยกรรม

เป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ที่ได้ผลลัพธ์ที่ถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้ โดยที่แพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

  • การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน)

จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

  • ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย

วิธีนี้นิยมในแพทย์และทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

  • การเสริมคางแผลนอก
  • เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกขั้นตอนการเสริมคาง โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของเคส
  • ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ

แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว

ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ

ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก

ในกรณีที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

แพทย์จะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้

เสริมคาง pantip ที่ไหนดี

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านควรงดกลุ่มยาที่จะมีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน และอาหารเสริมจำพวกวิตามินอี น้ำมันปลา โสม
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้แผลหายช้า และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • หากท่านมีโรคประจำตัวท่านต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ รวมทั้งประวัติการแพ้ยารับประทาน ยาชา หรือยาสลบ
  • ไม่ต้องอดอาหาร เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องดมยาสลบ แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป ป้องกันอาการแน่นอึดอัดท้องระหว่างการผ่าตัด
  • แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากให้พร้อมก่อนการผ่าตัด

บทความแนะนำ Gynecomastia คือ จาก Rattinan.com

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง
  • ในช่วง 3 วันหลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวม
  • ในช่วงวันที่ 4 – 6 หลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบร้อนเพื่อลดอาการบวมช้ำบริเวณรอบ ๆ คาง
  • นอนศีรษะสูง และห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะเนื่องจากอาจไปกดทับบริเวณคางที่ยังอักเสบอยู่
  • ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ให้รับประทานอาหารอ่อน ๆ ประเภทข้าวต้ม หรือโจ๊ก และหากดื่มน้ำแนะนำให้ใช้หลอดดูด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเล ของหมักของดอง อาหารรสจัด และอาหารที่เคี้ยวยากในช่วง 1 เดือนแรก
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบอย่างเคร่งครัด

บทสรุป

เสริมคาง pantip การเสริมคางเป็นการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวย ได้รูป V Shape เพื่อเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับตัวเอง ดังนั้นก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมท่านควรจะศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและเพื่อความปลอดภัยในการเข้ารับบริการ

เสริมคางอันตรายไหม แบบไหนที่ควรทำ ทรงไหนเหมาะกับคุณ

สาว ๆ ที่มีรูปหน้ากลม รูปหน้าเหลี่ยม ต่างก็อยากที่จะมีใบหน้าที่เรียวยาว เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับตนเอง จึงต้องมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เรียวยาว ด้วยการเสริมคางที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งการเสริมคางนั้นสามารถปรับโครงหน้าให้เปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีความกังวลว่าหากเสริมคางอันตรายไหม ซึ่งก่อนเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด

ใครควรเสริมคาง

การเสริมคางนั้นสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม การเสริมคางสามารถเข้าแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ การเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ v shape นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

โดยที่หากผู้ชายต้องการที่จะเสริมคางนั้นส่วนใหญ่แล้วนิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน ซึ่งต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุน

ทรงคางที่นิยมทำ มีแบบไหนบ้าง

คางทรงปลาย v shape คางทรงนี้จะช่วยยืดกรอบหน้าให้ดูสมส่วน เพิ่มความยาวของใบหน้าให้ดูเล็กเรียว ทำให้ใบหน้าดูมีสไตล์เปรี้ยว เฉี่ยว มั่นใจในตัวเอง เหมาะกับคนที่กรามไม่ชัด และมีใบหน้าเล็ก

คางทรงวีมน  เหมาะกับผู้หญิง คนที่มีแก้ม หรือโหนกแก้ม เพราะทรงนี้จะช่วยให้ปลายคางเฉียงลงมา 45 องศา ไม่แหลมมากจนเกินไป ช่วยให้หน้าหวาน ดูละมุนยิ่งขึ้น ลดความแข็งของใบหน้าลง

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคาง ท่านควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนว่าโครงหน้าของคุณเหมาะกับทรงคางแบบไหน เหมาะกับซิลิโคนแบบใด และเกรดใด ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจที่จะเสริมคาง

เกรดของซิลิโคนคาง มีทั้งหมด 3 เกรด ดังนี้

  • ซิลิโคนคางเกาหลี ซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มมากกว่า เมื่อเสริมเข้าไปคางจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีส่วนช่วยให้คางดูงอนมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนเกรดอื่น ในการเลือกใช้ซิลิโคนคางเกาหลีนี้ต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น โครงคางตามธรรมชาติ หรือเนื้อคางที่มีอยู่เดิม
  • ซิลิโคนคางอเมริกาซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ช่วยให้กรอบหน้าชัด V – Shape ยิ่งขึ้น นิยมใช้มากที่สุดเพราะค่า ความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูง มีความปลอดภัยมากกว่าในระยะยาว
  • ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูปเหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว ซึ่งมีข้อจำกัดในการใช้มากกว่า เนื้อซิลิโคนมีความนิ่มน้อย แข็งอยู่ทรง เนื้อซิลิโคนเป็นรูปร่าง สำเร็จ เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว มีข้อจำกัดในการใช้มากกว่าซิลิโคน

เสริมคางอันตรายไหม สิ่งที่คุณต้องรู้

เสริมคางมีกี่แบบ

เสริมคางมี 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • การฉีด

การฉีดคางนั้นจะฉีดด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งเมื่อฉีดเสร็จแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  • การผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน ให้ผลลัพธ์ที่ถาวร สามารถจัดรูปทรงได้ โดยแพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการ และความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง ประมาณ 1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของบุคคล

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • แพทย์จะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า

การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หรือแล้วแต่ขนาดของซิลิโคน จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

  • เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด
  • นิยมในแพทย์ – ทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

ข้อควรระวัง ในการเสริมคาง

  • ระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง
  • การดูแลทำความสะอาดเพื่อลดภาวะติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • ระมัดระวังเรื่องของเศษอาหารตกค้างในช่องปาก

บทสรุป

เสริมคางอันตรายไหม การเสริมคางจะไม่เกิดอันตรายหากท่านเลือกคลินิกเสริมคางที่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดี รวมถึงแพทย์ ที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน  เครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย ผ่านการฆ่าเชื้อทุกกระบวนการ จึงหมดกังวลเรื่องผลข้างเคียง และอันตรายไปได้เลย

ราคาเสริมคาง กี่บาท ข้อควรรู้ก่อนที่จะตัดสินใจทำ

การเสริมคาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขโครงสร้างของใบหน้าที่เกิดความผิดปกติขึ้น เป็นทางเลือกสำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ได้ดีเลยทีเดียว ในการเป็นตัวช่วยให้คุณได้มีใบหน้าที่สวย หล่อ เพิ่มมากยิ่งขึ้น ก่อนการตัดสินใจ ควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็น ความน่าเชื่อถือของคลินิก ผ่านการรับรองมาตรฐานหรือไม่ แพทย์ที่ให้การรักษาเป็นแพทย์เฉพาะทางหรือไม่ หรือแม้กระทั่ง ราคาเสริมคาง  เพื่อสามารถเปรียบราคาจากคลินิกที่เปิดให้บริการอย่างมากมาย แต่ใช่ว่าราคาถูก จะดีเสมอไป ถ้าราคาถูกมากจนเกินไป อาจไม่ได้มาตรฐานที่ส่งผลให้การเสริมคางของคุณเกิดปัญหาขึ้นได้ ดังนั้นควรเลือกจากราคาที่เหมาะสม ไม่แพงหรือถูกมากจนน่าตกใจ จึงต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

จุดเด่นการเสริมคาง

  1. สามารถแก้ทุกปัญหาคางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคางสั้น คางยาว หรือคางดูบิดเบี้ยวไม่ได้รูป ซึ่งที่นี่จะทำการเสริมคาง เพื่อให้ใบหน้าของคุณดูสวยอย่างสมบูรณ์แบบ แถมดูมีมิติอีกด้วย
  2. ให้คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนเสริมคาง และการดูแลตนเองหลังเสริมคาง พร้อมติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด
  3. เสริมคางด้วยซิลิโคนที่มีความปลอดภัย ได้มาตรฐานและผ่านการรับรองจาก อย. เรียบร้อย จึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายเกิดขึ้น
  4. นอกจากการเสริมซิลิโคนแล้ว ก็ยังมีวิธีการเสริมคางด้วยการนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีดเข้าที่คางอีกด้วย
  5. ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่เกิน 1 ชั่วโมง และสามารถฟื้นตัวได้เร็วมาก

ค่าใช้จ่ายในการเสริมคาง

ค่าใช้จ่ายในการเสริมคางขึ้นอยู่กับคุณภาพและมาตรฐานของซิลิโคนที่เลือกใช้ รวมถึงสถานพยาบาลที่เลือกรับบริการในแต่ละที่ โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 8,000-45,000 บาท

การเสริมคางเป็นการผ่าตัดเล็กอย่างหนึ่ง เมื่อผ่าตัดแล้วต้องใช้เวลาพักฟื้นให้แผลผ่าตัดหายดี หากแพทย์ไม่ชำนาญ หรือเลือกใช้วัสดุซิลิโคนที่ไม่ได้รับมาตรฐาน จะส่งผลต่อเรื่องรูปทรง รอยแผลเป็น พังผืดรั้ง ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลกันให้ดีก่อนตัดสินใจ และที่สำคัญที่สุดต้องเลือกแพทย์และโรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยแก่ตนเองและผลลัพธ์จากการศัลยกรรมผ่าตัดเสริมคาง

ราคาเสริมคาง กี่บาท ทำแบบไหนดี

เกณฑ์ในการเลือกตัดสินใจก่อนไปทำคาง

  1. อายุเท่าไรถึงทำศัลยกรรมคางได้

สำหรับสาว ๆ คนไหนที่คิดจะทำศัลยกรรมคาง ช่วงอายุที่เหมาะสมได้แก่ ตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เพราะช่วงวัยนี้ถือว่าร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

  1. เลือกสถานที่เสริมคางอย่างไรดี

สำหรับการทำศัลยกรรมคาง หรือแม้แต่การทำศัลยกรรมอื่น ๆ สาว ๆ ควรจะเลือกทำกับโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมีทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ควรเลือกโรงพยาบาลที่เป็นตัวเลือกไว้สัก 2-3 ที่ จากนั้นให้ลองเข้าไปคุยกับคุณหมอเพื่อขอคำปรึกษา พร้อมกับดูผลงานของคุณหมอประกอบการตัดสินใจ วิธีนี้จะทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

  1. วัสดุที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง

สำหรับวัสดุที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบ ซิลิโคนแท่ง และแบบ ฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง ซึ่งแบบเสริมด้วยซิลิโคนก็จะเป็นชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก โดยวิธีเสริมด้วยซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากด้านในช่องปาก และการศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก ส่วนวิธีฉีดก็จะเป็นการนำสารที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าไปที่คาง แต่ทั้งนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคน ปัจจุบันจะได้รับความนิยมและได้รับการยอมรับในวงการแพทย์มากกว่า

  1. เลือกเสริมคางให้มีขนาดพอดีกับใบหน้า อย่ามากเกินไป

การเสริมคางใช่ว่าจะสามารถเลือกทำขนาดเท่าไรก็ได้นะคะสาว ๆ ซึ่งของอย่างนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและขนาดใบหน้าของแต่ละคนด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อความสวยงาม และหลีกเลี่ยงผลเสียในระยะยาว ซึ่งถ้าหากใครที่เสริมคางขนาดที่ไม่เหมาะสมหรือใหญ่เกินไปก็อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังและกระดูกคางในอนาคตได้

  1. ก่อนเสริมคางต้องเตรียมตัวอย่างไร

ก่อนทำศัลยกรรมเสริมคาง สาว ๆ ควรงดรับประทานยาประเภทสเตียรอยด์ ทั้งนี้ถ้าใครที่รับประทานยาตัวใดหรืออาหารเสริมตัวใดอยู่ ควรแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด รวมถึงควรจะแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนการผ่าตัดด้วย

  1. การดูแลหลังจากผ่าตัดเสริมคาง

หลังจากผ่าตัดจะมีอาการบวม ซึ่งสาว ๆ สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ นอกจากนี้จนกว่าแผลจะหาย ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน ซึ่งเวลานอนก็ควรนอนหงายและหนุนหมอนสูง ๆ รวมถึงควรงดรับประทานอาหารรสจัด อาหารแสลง และหลังจากรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้งควรบ้วนปากทำความสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ที่สำคัญจะต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น

  1. แผลผ่าตัดต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะหาย

โดยปกติแล้วหลังการผ่าตัด แผลจะมีอาการบวมอย่างน้อยประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะเริ่มเข้าที่และหายเป็นปกติโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน

เสริมคางซิลิโคนขายาว คืออะไร เรามีคำตอบมาบอก!!

การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นการเสริมคางที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเพราะการเสริมคางด้วยซิลิโคนหมอจะทำการเหลาซิลิโคนให้เข้ากับคางของเรามากที่สุด และซิลิโคนก็มี 2 แบบ คือแบบธรรมดาที่หมอต้องมาเหลาเอง กับแบบสำเร็จที่เราสามารถเลือกให้เข้ากับใบหน้าของเรามากที่สุด และการเสริมคางยังมีทั้งการเสริมคางซิลิโคนขายาว และการเสริมคางซิลิโคนขาสั้น วันนี้เราจะพาคุณไปดูการเสริมคางด้วยซิลิโคนว่าเป็นอย่างไร ทำมาแล้วผลลัพธ์ที่ได้ดีไหม พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

เสริมคางด้วยซิลิโคนดีไหม ?

เสริมคางด้วยซิลิโคนเหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาคางเล็ก หรือคางหลุบเข้าไปภายในทำให้โครงหน้าผิดรูปผิดรอยไม่สวยงาม ศัลยแพทย์จะใส่ซิลิโคนด้านการแพทย์ที่เตรียมรูปทรงให้รับกับบริเวณใบหน้าไว้แล้วที่บริเวณลูกคางของคนไข้ ในกรณีที่คนไข้มีปัญหากระดูกขากรรไกรบนหรือล่างเล็กแตกต่างจากปกติ หรือ ฟันกรามบนและล่างขบกันไม่สนิท ศัลยแพทย์จะแนะนำให้ทำศัลยกรรมลดมุมขากรรไกรแทน อย่างไรก็ดีต้องปรึกษาศัลยแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไข้

เสริมคางซิลิโคนขายาว คืออะไร

การเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

  1. การเสริมคางจากภายนอกช่องปาก

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากภายนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลรอบ ๆ ใต้คาง ยาวประมาณ 2 ซม. โดยหมอสามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และก็สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสสำหรับการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น

  1. การเสริมคางจากภายในช่องปาก

วิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลภายในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกภายในกับริมฝีปากด้านล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 ซม. (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) หลังจากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบด้านล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีการเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากว่าไม่ทำให้เห็นแผลภายนอกที่เกิดขึ้นมาจากการผ่าตัด

ขั้นตอนการเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • ฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ภายในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากด้านล่าง
  • จากนั้นก็แยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบด้านล่าง แล้ววางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ
  • เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเสริมคาง

  • เสริมคางด้วยซิลิโคน ทำครั้งเดียว ต่างจากเติมด้วยฟิลเลอร์ ที่ต้องเพิ่มเติมเมื่อเนื้อฟิลเลอร์เริ่มย่อยสลายไปตามธรรมชาติ
  • ซิลิโคนคางมีหลายขนาดมีทั้งซิลิโคนขายาวแล้วก็ซิลิโคนขาสั้น ควรจะปรึกษาหมอที่มีประสบการณ์
  • แผลนอกแผลใน มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป ควรศึกษาข้อมูลก่อนทำศัลยกรรม
  • การเสริมด้วยซิลิโคนจะคงรูป ไม่มีการเปลี่ยนขนาดหรือรูปทรงไปตามกาลเวลา
  • รูปคางของคนไข้มีลักษณะแตกต่างกันไป ซิลิโคนที่เอามาเสริม ควรจะมีการเหลา หรือปรับขนาด องศา ตามปัญหาของคางแต่ละคน เช่นเดียวกับการเสริมจมูก
  • การสัมผัสเนื้อซิลิโคนหลังเสริมคาง จะรู้สึกความเป็นธรรมชาติ กลมกลืนกับเนื้อคางน้อยกว่าการเสริมด้วย HA ฟิลเลอร์

ข้อแตกต่างระหว่างซิลิโคนขาสั้นและซิลิโคนขายาว

การเสริมคาง เป็นการปรับปรุงรูปหน้าให้ได้สัดส่วนเพิ่มขึ้น และโดยทั่วไป คนไทยมีปัญหาเรื่องคางสั้น หน้ากลม ทำให้บริเวณใบหน้าไม่ได้รูป การเสริมคาง จะช่วยเติมเต็มรูปหน้าด้านล่างให้ดูสวยขึ้น และโครงหน้าของแต่ละคน จะมีลักษณะที่แตกต่างออกไป คางสวย คือคางที่เข้ากับรูปหน้าตนเอง เพราะฉะนั้น จึงมีการเสริมคางซิลิโคนขาสั้น แล้วก็เสริมคางซิลิโคนขายาว มาให้เลือกกันว่า เสริมแบบไหนถึงจะดี ถึงจะเหมาะสมกับตนเอง แล้วเราจะเลือกยังไงวันนี้ทางเรามีคำตอบ

ซิลิโคนขาสั้น

ข้อดี

  • เหมาะกับผู้ที่มีคางอยู่แล้ว บริเวณใบหน้าเล็ก ๆ เน้นเสริมเติมปลายคางเพื่อให้ยาวขึ้น ซิลิโคนมีความอ่อนนุ่มพอดี มีขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อเน้นปลายคางโดยเฉพาะ

ข้อเสีย

  • ไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีแก้ม กรามเยอะ โครงหน้าใหญ่
  • มีความนุ่ม ยืดหยุ่นเกินไป เสริมนานไปอาจจะส่งผลให้รูปทรงคลาดเคลื่อน
  • มีขนาดเล็กที่เหมาะสมกับปลายคาง ทำให้อนาคต คางสามารถผิดรูปผิดร่างได้ อาจจะส่งผลให้คางเป็นก้อน ติ่งเล็ก ๆ

เสริมคางซิลิโคนขายาว เลือกแบบไหนดี

ซิลิโคนขายาว

ข้อดี

  1. ไม่เป็นก้อน ไม่ย้อย รอยต่อน้อย

เพราะขาของซิลิโคน ออกแบบมาเพื่อรับกับทุกโครงหน้า ช่วยเก็บแก้ม ทำให้หลังเสริม ซิลิโคนขายาวจะเนียนไปกับผิว ดูแล้วเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน ไม่ห้อยย้อย รอยต่อน้อย ทั้งยังช่วยปรับให้กรอบหน้าชัดขึ้นอีกด้วย

  1. ล็อคฐานกระดูก ไม่เบี้ยวเอียง

หลังผ่าตัดเสร็จ แพทย์ทำการเย็บล็อคซิลิโคนตรงเนื้อเยื่อหุ้มกระดูก แล้วเย็บปิดแผลภายนอกอีกรอบ เพื่อปกป้องซิลิโคนเบี้ยวเอียง

  1. เหลาปรับตามรูปหน้า เข้าได้กับทุกคน

แพทย์ออกแบบทรงและปรับเหลาซิลิโคน ให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้เป็นหลัก โดยประเมินจากโครงหน้า เนื้อส่วนคางที่ยืดหยุ่น เลือกทรงให้เหมาะสม ไม่ฝืนเนื้อ ได้องศาคางที่ถูกต้อง เพื่อให้ผลลัพธ์หลังทำออกมาสวย และเข้ากับหน้าคนไข้มากที่สุด

การเลือกซิลิโคนสำหรับในการเสริมคางคนไข้จะต้องเลือกซิลิโคนที่ดีที่สุดให้กับตัวเองอยู่แล้ว แต่จะให้ดีนั้นการเสริมคางซิลิโคนยาวจะเหมาะสมกับทุกคน ทุกโครงหน้ามีหลายขนาดให้เลือกตามความต้องการอีกด้วย

เสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม ใครที่เหมาะสมสำหรับการทำศัลยกรรม

การเสริมคางเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยก็ว่าได้ เพราะการเสริมเป็นการปรับแต่งรูปหน้าให้ดูเรียวได้รูปมากขึ้น และมีคำถามจากสาว  ๆ  ที่คิดอยากจะเสริมคางมาว่า เสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม การเสริมคางจะทำให้หน้าของเราเปลี่ยน เพราะปกติแล้วเราเป็นคนหน้ากลมพอเสริมคางหน้าของเราก็จะได้ทรงที่ดีขึ้นจึงทำให้หน้าของเราเปลี่ยนในทันที บางคนสวยอยู่แล้วพอไปเสริมคางมากลับกลายว่าไม่สวยไปซะงั้น บางคนหน้าตาธรรมดาแต่พอเสริมคางออกมากลับดูแลและกลายเป็นคนสวยไปเลยก็มี มันอยู่ที่โครงหน้าของแต่ละคนด้วยค่ะ

ใครบ้างที่เหมาะสมกับการเสริมคาง

ใช่ว่าคนที่มีปัญหา คางสั้น – คางหลบ ทุกคนจะสามารถทำเสริมคาง แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ คนที่เหมาะสมต่อการเสริมคาง ยังต้องมีโครงสร้างส่วนของฟัน และกรามที่มีความแข็งแรง และทำงานร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งมีภูมิต้านทานร่างกายที่ดีพอ เพื่อปกป้องอาการอักเสบหรือติดเชื้อภายหลังการทำศัลยกรรมด้วย นอกเหนือจากการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว ในบางกรณีศัลยแพทย์อาจพิจารณาว่า คนไข้ควรจะปรับปรุงแก้ไขไขรูปหน้าส่วนล่างโดย การฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย เพื่อให้เห็นรูปคางที่ชัดเจนและสวยงามมากยิ่งขึ้นการเลือกขนาดซิลิโคนที่จะใช้ หมอจะให้คำปรึกษาสำหรับการเลือกขนาดของซิลิโคนเสริมคางก่อนผ่าตัด เพื่อให้เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคน ซึ่งขึ้นอยู่กับคนไข้เพราะต้องการยาวมากน้อยแค่ไหน การเลือกขนาดต้องนึกถึงองค์ประกอบรูปหน้าอีกด้วย เพื่อไม่ให้คางที่เสริมออกมาดูยาวจนเกินไป

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

  • หมอ จะให้แนะนำเกี่ยวกับซิลิโคนที่ใช้ และทำการตรวจวัดเค้าโครงหน้า ดูขนาดเดิมของคาง เพื่อเลือกตำแหน่งและก็ขนาดของซิลิโคนที่เหมาะสมกับบริเวณใบหน้าของแต่ละบุคคล
  • หลังจากตรวจเค้าโครงหน้าแล้ว หมอจะทำการเหลาซิลิโคนตามขนาดที่เหมาะสมเพื่อให้เข้ากับรูปหน้า
  • ก่อนทำการผ่าตัดหมอจะทำความสะอาดใบหน้า และภายในช่องปาก
  • หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว หมอจะทำการวาดเส้นเพื่อระบุตำแหน่งที่ชัดเจนก่อนทำการผ่าตัด
  • ระบุตำแหน่งแล้วหมอจะใช้ยาชาฉีดบริเวณที่ทำการผ่าตัดเสริมคาง และให้ยาสลบแก้ผู้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อลดอาการเกร็ง
  • ในการผ่าตัดหมอจะทำการเปิดแผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะเสริมคางจากด้านในช่องปากหรือภายนอกช่องปาก
  • เมื่อเปิดแผลแล้วหมอจะใส่ซิลิโคนขนาดที่เตรียมเอาไว้ในตำแหน่งที่ระบุ
  • ขั้นตอนสุดท้ายหมอจะทำการเย็บปิดบาดแผล (โดยใช้ไหมละลาย ไหมจะละลายไปเองภายใน 10 วัน)

การผ่าตัดเสริมคางใช้เวลาเท่าไหร่

การผ่าตัดเสริมคางหมอจะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30 นาที และดูอาการประมาณ 30 นาที หากไม่อาการใด  ๆ  หมอจะให้คนไข้กลับบ้านได้ และค่อยมาพบหมออีกครั้งในวันนัดดูแผล

ข้อจำกัดสำหรับการเสริมคาง

  • สำหรับคนไข้ ที่มีคางลักษณะสั้นมาก หรือถอยไปด้านหลัง ไม่ควรที่จะเสริมด้วยซิลิโคน เพราะจำเป็นต้องใช้ซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่มาก ควรจะใช้วิธีการศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคางแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องการสบฟัน
  • สำหรับคนไข้ ที่มีคางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากันจากกระดูกคาง เมื่อทำการเสริมด้วยซิลิโคนอาจทำให้มีการบิดเบี้ยวได้ง่าย ในกรณีนี้หมอจำเป็นต้องวินิจฉัยโรคที่เป็นและปรับแก้หามูลเหตุก่อน
  • สำหรับคนไข้ ที่คาง เคยฉีดซิลิโคนเหลวหรือสารอื่น ๆ มาก่อน ลักษณะรูปทรงของคางนั้นจะควบคุมได้ค่อนข้างยาก อันเนื่องมาจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่หลงเหลืออยู่ภายในเนื้อ
  • สำหรับใครที่สนใจเสริมคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็อย่าลืมที่ค้นหาข้อมูลที่ได้รับมาจากหลาย ๆ แหล่ง เพื่อศึกษาเปรียบเทียบ ข้อดีข้อเสียของการผ่าตัดเสริมคาง และสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการเลือกและขอรับการปรึกษาจากศัลยแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีความชำนาญ

เสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม มาดูริวิว

ข้อดี-ข้อเสียของการผ่าตัดในช่องปาก

ข้อดี

  • ไม่มีรอยแผล เนื่องจากว่าไม่เห็นแผลจากภายนอก
  • เหมาะสมกับคนที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid) เนื่องจากแผลจะหลบซ่อนอยู่ภายใน

ข้อเสีย

  • แม้ไม่เห็นแผลด้านนอก แต่ว่าแผลในปากที่อยู่ชิดกับร่องเหงือกจะไม่ค่อยสวยแล้วก็เห็นได้ชัด
  • มีโอกาสติดเชื้อสูงจากน้ำลายหรือเศษอาหาร ก็เลยจำต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ
  • การวางซิลิโคนไว้ให้ใกล้กับกระดูกฟันกรามด้านล่าง มีโอกาสเคลื่อนที่และไม่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้
  • บางทีอาจเกิดปัญหากับกล้ามเนื้อคางและก็เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ ทำให้มีการหดตัวของกล้ามเนื้อคาง เมื่อมองจากด้านนอก ผิวหนังบางทีอาจดูไม่เรียบเนียนได้
  • มีพื้นที่สำหรับการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด จะต้องกรีดเปิดแผลในปากค่อนข้างยาวเพื่อวางซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำและก็มีเลือดไหลมาก การเย็บปิดแผลก็ค่อนข้างยุ่งยาก
  • เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ยาก เพราะว่าแผลเย็บในปากมีมากแล้ว การผ่าตัดซ้ำอีกก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแผลมากเพิ่มขึ้น

ข้อดี-ข้อเสียของการผ่าตัดใต้คาง

ข้อดี

  • มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าการเปิดแผลในช่องปาก
  • กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เนื่องจากว่าหมอสามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกฟันกรามได้โดยตรง
  • เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายดายกว่า เนื่องจากว่าสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลด้านนอกได้เลย
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

ข้อเสีย

  • หลังเสริมคางด้วยวิธีแบบนี้จะมีรอยแผลเล็กน้อยรอบ ๆ ใต้คางเหมือนคางแตก ความยาวประมาณ 2-3 ซม.
  • ไม่เหมาะสมกับคนที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid)

การเสริมคางเป็นการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้มีทรงมากขึ้น และเสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม การเสริมคางหน้าเปลี่ยนอย่างแน่นอน บางคนหน้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น บางคนก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่แย่ลงอยู่ที่ว่าโครงหน้าของคุณเข้ากับการเสริมคางหรือไม่นั่นเอง

เสริมคาง คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง มีกี่ขั้นตอน

ใบหน้าที่ดูสวยงาม ต้องมีความสมดุลใน 4 ตำแหน่งบนใบหน้า คือ ส่วนของหน้าผาก, โหนกแก้ม, จมูก และก็คาง ถ้าเกิดเปรียบเทียบอวัยวะบนใบหน้าแล้ว คางอาจมีความโดดเด่นน้อยกว่าจมูกหรือตำแหน่งอื่น แต่ว่าถ้าหากพิจารณาจากส่วนประกอบบริเวณใบหน้าที่ได้รูปและสมบูรณ์ คาง เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในความสมบูรณ์นั้นด้วย แต่ว่าส่วนใหญ่คนมักละเลยเรื่องของคางไป อาจพูดได้ว่าการมีจมูกโด่งได้รูปทำให้บริเวณใบหน้าดูเด่น แต่การมีคางที่รับกับจมูก ทำให้บริเวณใบหน้าดูเพอร์เฟ็คขึ้น การผ่าตัดเสริมคางเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น หรือหลบเข้าไปข้างใน ไม่มีปลายคาง ทำให้บริเวณใบหน้าดูสั้นกลม ขาดความอ่อนโยน

เสริมคางเหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่มีบริเวณใบหน้ากลม คนอ้วน หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่สมดุล โดยมีโครงหน้าส่วนบน อาทิเช่น หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แต่กลับมีคางที่สั้น การศัลยกรรม จะช่วยปรับบริเวณใบหน้าแลดูมีมิติเพิ่มมากขึ้น และเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความรี ดูเป็นรูปไข่ ให้สอดรับกับความนิยมคนในปัจจุบัน นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเสริมคางไม่ควรทำกับผู้ที่อายุน้อยกว่า 17 ปี ที่การพัฒนาการของกระดูกยังคงมีต่อเนื่องได้บ้างในบางคน ในขณะที่กระดูกควรจะปิดได้แล้วเมื่อวัย 15 ปี ในทางตรงกันข้ามผู้ที่แก่กว่า 55 ปีก็ควรจะพิจารณาถึงปัจจุบันเรื่องความแข็งแรงของกระดูกที่รองรับซิลิโคน ที่อาจจะทำให้มีผลต่อการคงอยู่และก็รูปร่างของการเสริมคาง ในอนาคต

ขั้นตอนในการเสริมคาง

สำหรับการทำศัลยกรรมเสริมคางหมอจะให้ยาสลบแก่ผู้ป่วย หลังจากนั้นกระบวนการผ่าตัดจึงเริ่มขึ้น อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับในการเสริมคางเป็นซิลิโคนแท่ง ลักษณะคล้ายยางที่มีความยืดหยุ่น นำมาเหลาให้ได้รูปทรงที่รับพอดีกับคางของคุณศัลยแพทย์จะทำการเปิดผิวบริเวณด้านในปาก บริเวณด้านในของริมฝีปากล่าง ตั้งแต่ส่วนของเหงือกลงไปจนถึงส่วนของกระดูกคางด้านหน้า และทำการฝังและก็ยึดซิลิโคนลงในตำแหน่งที่ได้วัดระยะอันเหมาะสมเอาไว้แล้ว หลังจากนั้นจึงเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ที่จะสลายไปเองได้ภายใน 10 วันแต่หากเป็นในกรณีที่ทำการเสริมคางไปพร้อม ๆ กับศัลยกรรมยกกระชับบริเวณใบหน้า หมอจะสร้างรอยผ่าตัดที่บริเวณใต้คางเพื่อความสะดวกต่อการศัลยกรรมทั้งสองประเภท ซึ่งรอยแผลที่อยู่บริเวณนี้ก็สามารถหลบซ่อนจากสายตาได้เป็นอย่างดี นอกจากการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว ยังมีการศัลยกรรมเกี่ยวกับคางอีกอย่างหนึ่ง คือ “การศัลยกรรมเลื่อนคาง” (sliding genioplasty หรือ chin advancement) มักทำในกรณีผู้ที่มีคางสั้นมาก ๆ และร่นไปอยู่ด้านหลังเยอะ ซึ่งถ้าใช้ซิลิโคนเสริมก็จะต้องเป็นซิลิโคนชิ้นใหญ่ และดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติ ศัลยแพทย์จะทำการเลื่อยกระดูกส่วนคางในแนวนอน และกระทำการเลื่อนตำแหน่งออกมาด้านหน้าแล้วจึงใช้น็อตพิเศษยึดเอาไว้ ก็จะมีผลให้บริเวณใบหน้าที่เคยดูอูมกลม กลับมาได้สัดส่วนและดูเรียวมีมิติมากยิ่งขึ้น

อาการหลังผ่าตัด

คนไข้โดยมากจะรู้สึกตึงที่บริเวณแผลผ่าตัด ซึ่งอาการนี้จะค่อย ๆ หายไปเองหลังผ่าตัด 1 อาทิตย์ หมอจะพันผ้าพันแผลไว้ให้โดยประมาณ 2 ถึง 3 วัน ระหว่างนี้คนไข้ควรจะกินอาหารอ่อนหรืออาหารที่เป็นน้ำ เช่นโจ๊กหรือข้าวต้มอ่อน  ๆ  เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนของบาดแผล และทานยาแก้ปวดลดบวมได้

เสริมคาง แบบไหนดี

ความเสี่ยงสำหรับการศัลยกรรมเสริมคาง

  • ริมฝีปากรู้สึกชา เพราะมีแผลผ่าตัดอยู่ภายในริมฝีปากด้านล่าง ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงเองเมื่อเวลาผ่านไป
  • คางและบริเวณรอบ ๆ มีอาการบวม เจ็บ
  • การรับความรู้สึกที่บริเวณคางเปลี่ยนไป บางทีอาจเป็นไปได้ทั้งเพียงชั่วคราว หรือเกิดขึ้นถาวร
  • ซิลิโคนเลื่อนออกจากตำแหน่ง อันเกิดจากการกระทบกระเทือนที่ใบหน้า
  • มีการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด

ข้อควรรู้ก่อนคิดจะเสริมคาง

  1. อายุที่สามารถเสริมคางได้ ช่วงอายุที่เหมาะสมกับการเสริมคาง คืออายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากว่าช่วงวัยนี้นับว่าเป็นวัยที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
  2. อุปกรณ์ที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง อุปกรณ์ที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบซิลิโคนแท่ง และก็แบบฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง แบบซิลิโคนก็จะใช้แบบเดียวกับที่เสริมจมูก วิธีการเสริมด้วยซิลิโคนแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากภายในช่องปากแล้วก็การศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก สำหรับวิธีฉีด เป็นการนำสารที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าที่คาง แต่ว่าปัจจุบันนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์มากยิ่งขึ้น
  3. เลือกเสริมคางให้พอดีกับหน้า การเสริมคางถ้าจะมีผลให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ จะต้องทำให้เหมาะสมกับขนาดบริเวณใบหน้าของแต่ละคนด้วย การเสริมคางที่ใหญ่เกินความจำเป็นหรือขนาดไม่เหมาะสมกับบริเวณใบหน้าจะส่งผลเสียต่อผิวหนังแล้วก็กระดูกคางในอนาคตได้
  4. การเตรียมความพร้อมก่อนเสริมคาง ให้งดทานยาชนิดสเตียรอยด์ ถ้าทานยาหรืออาหารเสริมตัวไหนอยู่ ก็แจ้งหมอให้รู้ก่อนทำการผ่าตัดเสริมคางด้วย รวมถึงแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนที่จะมีการผ่าตัดด้วยค่ะ
  5. การดูแลตนเองหลังการเสริมคาง หลังจากผ่าตัดมาช่วงแรกแผลอาจบวมได้ ก็ให้ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน เวลานอนก็ให้นอนหงายและหนุนหมอนสูง ๆ รวมทั้งงดกินอาหารรสจัด อาหารเป็นพิษ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ให้บ้วนปากทุกครั้งทุกคราว เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ที่สำคัญจะต้องทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด ก็จะมีผลให้แผลหายเร็วขึ้น
  6. แผลผ่าตัดนานเท่าไรถึงจะหาย หลังจากผ่าตัดแผลจะมีอาการบวมอย่างน้อย 1 – 2 อาทิตย์ และก็จะเริ่มเข้าที่เข้าทางและหายเป็นปกติประมาณ 1 – 2 เดือน
  7. ทำใจรับผลกระทบที่เกิดขึ้น สำหรับบางเคสบางทีอาจมีการผิดพลาดขึ้นได้ หรือส่งผลข้างเคียง ก็ควรจะทำความเข้าใจและก็ยอมรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นอาการอักเสบหรือติดเชื้อ ในระยะเริ่มต้นที่แผลยังไม่หาย ควรจะรีบไปพบหมอโดยด่วน ถ้าหากปล่อยทิ้งเอาไว้ทำให้ต้องเจ็บตัวอีกรอบเพื่อผ่าตัดซิลิโคนออก นอกจากนี้บางเคสก็อาจจะคางเบี้ยว ก็ให้หมอช่วยปรับปรุงแก้ไข หรือบางเคสอาจมีอาการชาที่ปาก เนื่องมาจากแท่งซิลิโคนไปกดทับเส้นประสาท ซึ่งกรณีนี้อาการจะเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วคราว และก็จะกลับมาปกติเองค่ะ
  8. เลือกคลินิกเสริมคางไหนดี การเสริมคางหรือศัลยกรรมอื่น ๆ ก็ตาม ควรจะเลือกโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูงและก็มีทีมศัลยแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญประจำอยู่ ทั้งนี้ควรที่จะเลือกสถานที่เสริมคางไว้สัก 2 – 3 ที่ จากนั้นก็เข้าไปพูดคุย ปรึกษากับหมอดู พร้อมกับดูผลงานของหมอประกอบการตัดสินใจ วิธีนี้แหละที่จะทำให้คุณผู้หญิงตัดสินใจได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นค่ะ

การเสริมคางเป็นการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้ดีขึ้นจากที่เคยหน้ากลมก็จะมีใบหน้าที่เรียวงามขึ้น หากคุณกำลังคิดจะเสริมคางอยู่คุณควรเลือกคลินิกเสริมคางที่ได้มาตรฐานและมีหมอเฉพาะทางดูแลอยู่จะดีที่สุดค่ะ เพราะหมอเฉพาะทางสามารถจะวิเคราะห์ว่าคุณจะต้องผ่าตัดคางรูปแบบไหนถึงจะได้ใบหน้าที่ออกมาดูดีที่สุด และคุณจะไม่ผิดหวังเมื่อคุณเลือกหมอผ่าตัดเสริม

รีวิว เสริมคาง pantip กระทู้ยอดฮิต ของคนที่ชอบทำศัลยกรรม

เสริมคาง เป็นศัลยกรรมอันดับต้น  ๆ  ที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ เพราะการเสริมคางสามารถปรับรูปหน้าให้กับสาว  ๆ  ได้เป็นอย่างดี และการเสริมคางไม่ใช่ทำได้แค่ผู้หญิง ผู้ชายก็ทำได้ หากผู้ชายมีใบหน้าที่กลมไม่เป็นสัดส่วนก็สามารถเสริมคางให้ดูดีได้ และในปัจจุบันมีคลินิกศัลยกรรมเปิดให้บริการเสริมคางมากมาย ละยังมีรีวิว เสริมคาง pantip ให้คนไข้ที่ต้องการเสริมคางได้ดูเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกเสริมคางกับคลินิกนั้น  ๆ

การเสริมคางมีกี่ประเภท

การเสริมคางมีอยู่ 2 ประเภทดังนี้

1.การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วย ซิลิโคนจะมีการเปิดแผลทางด้านในช่องปากและก็ภายนอกบริเวณใต้คาง แต่ว่าผลลัพธ์ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทั้งภายในหรือภายนอกก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ไม่ถาวรสมบูรณ์ ในอนาคตคนไข้อาจเกิดปัญหาของเนื้อเยื่อภายใน หรือปัญหาซิลิโคนห้อยทำให้คางเบี้ยว หรือเนื้อคางดูกว้างหนา

2.การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเองการเลื่อนตัดกระดูกคาง เป็นการตัดกระดูกคางแล้วเลื่อนกระดูกให้ขยับมาชิดกัน ทำให้ช่วงคางเรียว ลดความกว้างของคาง และสามารถขจัดปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่พอดีได้ เป็นการตัดที่หลีกเลี่ยงเส้นประสาทบริเวณคาง และก็ตัดเป็นรูปตัว T W ตามความเหมาะสมของเคสนั้น ๆ

ทั้งสองวิธีนี้คุณหมดจะเป็นคนตัดสินใจให้ว่าคนไข้จะต้องเสริมคางแบบไหน และการเสริมคางจะต้องเสริมกับหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ไม่ใช่ว่าไม่ใช่ศัลยแพทย์ทุกคนจะทำได้ ต้องผ่านการศึกษาต่อด้าน Maxillofacial ซึ่งมีน้อยมากในไทย ในแต่ละปีจึงมีคนไข้ชาวไทยไม่น้อยเลยต้องบินไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี

รีวิว เสริมคาง pantip กระทู้เด็ด

เสริมคางเหมาะกับใคร

การเสริมคางนั้น เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและก็ผู้ชาย คนไข้ที่มีปัญหาบริเวณใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการขจัดปัญหาคาง ให้มีความสวยงามขึ้น ผู้ที่มีบริเวณใบหน้ากลมต้องการปรับรูปหน้าให้ยาวมากขึ้น การเสริมคางจะช่วยทำให้ปรับบริเวณใบหน้าแลดูมีมิติมากยิ่งขึ้น และก็เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้วีเชฟ นอกจากนั้นเสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป อาจจะส่งผลให้บริเวณใบหน้าดูหวาน ซึ่งแตกต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้บริเวณใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุนเป็นที่ต้องตาของผู้พบเห็น

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • งดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุงทุกประเภท ยาแอสไพริน (วิตามินซี ใบแป๊ะก้วย น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพิมโรส อย่างน้อย 1-2อาทิตย์ วิตามินอีและก็น้ำมันอื่น ๆ อย่างน้อย 3 เดือน) เพราะว่าจะทำให้เลือดไหลง่าย ผ่าตัดยากและบวมนาน
  • ถ้าแพ้ยาใด ตั้งครรภ์ หรือให้นมลูก ให้รีบแจ้งหมอในทันที
  • ผู้ป่วยจำเป็นต้องไม่มีไข้ ไม่สบาย หรือมีการติดเชื้ออักเสบทางผิวหนัง
  • ถ้าเกิดผู้ป่วยมีโรคอื่นหรือมียา อาหารเสริม ยาบำรุงใด ๆ ที่ได้รับอยู่ประจำรวมถึงประวัติการแพ้ยา จะต้องแจ้งให้หมอทราบก่อนทุกครั้ง
  • ถ้าหากคนไข้เคยทำการผ่าตัด หรือ ฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อนจะต้องแจ้งให้หมอทราบก่อนทำการผ่าตัด
  • ก่อนผ่าตัด ผู้ป่วยควรจะทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • วันผ่าตัด ผู้ป่วยไม่ควรนำของมีค่าติดตัวเข้าห้องผ่าตัด
  • วันผ่าตัด คนไข้ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรจะใส่เสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

  • ควรจะหมั่นประคบเย็น โดยการทาบเบา ๆ บริเวณคาง เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นอีก 3 วัน ซึ่งจุดที่จะต้องประคบมีทั้งหมด 4 จุดดังต่อไปนี้
  • บริเวณข้างคางทั้งด้านซ้ายแล้วก็ขวา
  • บริเวณด้านบนคาง ใต้ริมฝีปากล่าง
  • บริเวณใต้คาง
  • ควรจะนอนโดยใช้หมอนรองคอช่วย และงดการนอนตะแคง 1 เดือน
  • งดการเท้าคางหรือให้คางได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของซิลิโคน
  • ควรจะทำความสะอาดแผลเพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ โดยใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดล้างแผลให้สะอาดอยู่ตลอด ส่วนการผ่าตัดเสริมคางแผลในให้งดแปรงฟัน 1-2 อาทิตย์หลังทำ และทำความสะอาดด้วยน้ำยาบ้วนปากแทน
  • งดทานอาหารหมักดอง อาหารที่ร้อนจัด เย็นจัด และอาหารรสเผ็ด
  • งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ 1 เดือน
  • กินยาตามคำแนะนำของหมอ เช่น ยาลดบวม ยาแก้ปวด
  • การเสริมคางแผลนอกจะมีกำหนดตัดไหมอยู่ที่ 14 วัน ส่วนการเสริมคางแผลในหมอจะใช้ไหมละลาย โดยไหมจะละลายไปเองในช่วง 2-4 อาทิตย์หลังผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมคางสามารถทำได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายหากมีปัญหาเกี่ยวกับคาวสามารถผ่าตัดได้หมดแต่จะผ่าตัดด้วยวิธีไหนนั้นคุณหมอจะเป็นคนวินิจฉัยเองว่าควรผ่าตัดด้วยวิธีไหน และการผ่าตัดคุณควรเลือกหมอผ่าตัดเฉพาะทาง และเลือกคลิกที่ได้มาตรฐานหากยังเลือกคลินิกไม่ได้ลองเลือกดูรีวิว เสริมคาง pantip ดู เพราะในปัจจุบันมีการรีวิวเสริมคางของแต่ละคลินิกให้ดูมากมายเพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกคลินิกเสริมคางให้คุณได้ง่ายขึ้นค่ะ

เสริมคางขายาว คืออะไร แล้วมีการทำกี่แบบ ปลอดภัยไหม

ปัจจุบันการเสริมคางเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและทันสมัย ทำให้การทำศัลยกรรมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเพราะ แต่ละคลินิกที่เปิดให้บริการ โดยเฉพาะคลินิกที่มีชื่อเสียงมักจะมีแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมที่เก่ง ๆ ประจำ ดังนั้นหากท่านเลือกรักษากับคลินิกที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเสริมคางในเรื่องการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี เพราะการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำให้การเสริมคางของคุณไม่มีปัญหาและ ไม่ต้องดมยาสลบ ก็สามารถเสริมคาง และกลับมาเป็นปกติได้

การเสริมคางด้วยซิลิโคนจะมีด้วยกัน 2 แบบ ขาสั้นและขายาว  แบบขายาว

  • ซิลิโคนแบบขายาว: เหมาะสำหรับคนไข้ที่มี แนวกรามใหญ่ แก้มเยอะเพื่อจะเก็บกรอบหน้า เก็บแก้มให้เรียวมากขึ้น
  • ซิลิโคนแบบขาสั้น: สำหรับเสริมคางได้ทุกรูปแบบ หรือคนที่ต้องการให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ

การเสริมคาง จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นก็นำมาใส่บริเวณคาง

เสริมคางขายาว คืออะไร

การเสริมคางด้วยซิลิโคน จะแบ่งออกเป็น  2 ตำแหน่ง คือ

การเสริมคางแผลใน

คือการผ่าตัดแบบเปิดแผลในปาก วิธีนี้หมอทำการเปิดแผลด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่างความยาวของแผลประมาณ 2 ซม. การเปิดแผลในปากจะมีบวมช้ำเล็กน้อย รอยต่อน้อย ไม่เห็นรอยแผลเป็นด้านนอก แต่ก็ต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดช่องปาก เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ ในตอนแรกหลังผ่าตัดจะต้องทานอาหารอ่อน ๆ และงดอาหารรสจัด

การเสริมคางแผลนอก

การผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง โดยจะทำการเปิดแผลขนาดประมาณ 2 – 3 ซม. สำหรับการเสริมคางแผลนอก จะเป็นที่นิยมน้อยกว่าการ เสริมคางแผลใน เพราะวิธีนี้คนไข้บางคนอาจเกิดแผลเป็นนูน หรือ คีย์ลอยด์หลังผ่าตัด แต่หมดกังวลเรื่องรอยแผลเป็นไปได้เลย เพราะการผ่าตัดแผลเล็กมาก อยู่ใต้คาง ประมาณ 1 ซม. แทบมองไม่ค่อยเห็น การดูแลรอยแผล หลังการผ่าตัด สามารถทายาทารอยเพื่อลบรอยได้ และรอยแผลจะค่อย ๆ จางหายไป ใช้เวลา ประมาณ 1-3 เดือน

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

1. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการผ่าตัด 14วัน
2. งดรับประทานอาหารเสริมวิตามินทุกชนิด ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 14วัน
3. งดแต่งหน้าจัด อนุโลมให้แต่งอ่อนๆมาได้ และงดใส่คอนแทคเลนส์
4. ถ้ามีโรคประจำตัวหรือยาที่รับประทานเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาโรคก่อนรับการผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

ช่วงแรกเน้นทานอาหารอ่อน รสชาติไม่เผ็ด พวกโจ๊ก ข้าวต้ม หลังเสริมคาง ให้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้น เพื่อลดการคลั่งตัวของเลือด ที่จะทำให้เกิดอาการบวม และอย่าแกะเฝือกดามคางเอง ออกก่อนกำหนด และอย่าเพิ่งท้าวคาง เพราะจะทำให้ซิลิโคนเบี้ยวได้ ทานยาตามที่แพทย์กำหนด และถ้าหากเกิดอาการผิดปกติใด  ๆ แนะนำว่าควรรีบมาปรึกษาแพทย์ทันที

เสริมคางขายาว เจ็บไหม ปลอดภัยไหม

  • ให้ประคบเย็น 3 วันแรกให้มากที่สุด ประคบอุ่นในวันที่ 4 ไปจนกว่าจะถึงกำหนดตัดไหม
  • งดทานอาหารต้องห้าม ที่กำหนด และอาหารที่เคี้ยวยาก เวลา 1 เดือน
  • งดล้างหน้าให้ใช้สำลีเปียกเช็ดทำความสะอาด จนกว่าจะตัดไหม
  • หลังเสริมคางควรนอนให้ศีรษะสูง 2-3 วัน สามารถนอนตะแคงศีรษะได้ ช่วยให้อาการบวมยุบได้ไว
  • ทำความสะอาดใบหน้าด้วยผ้าเปียกเช็ด หรือทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนการล้างหน้า
  • หลีกเลี่ยงการก้มหน้ามากๆ เช่น นั่งอ่านหนังสือ เล่นคอมฯ ยกของหนักส่ายหน้าหรือเอียงหน้าแรงๆโดยเฉพาะ 2 อาทิตย์แรก

วิธีการล้างแผล
ล้างแผลด้วยน้ำเกลือให้สะอาด ตามด้วยเบทาดีนทิ้งไว้ 1 นาที และเช็ดด้วยน้ำเกลืออีกครั้ง โดยเช็ดแผลให้แห้งอยู่เสมอ ทำทุกวัน 3 เวลาเช้า กลางวัน เย็น
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดเสริมคาง

  • อาการชาบริเวณคาง ริมฝีปาก ฟันล่างด้านหน้า เนื่องจากเส้นประสาทถูกรบกวนจากการผ่าตัด แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดเพียงชั่วคราว อาการชาจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับและมักจะฟื้นได้ในเวลาอันสั้น ประมาณ 1-3 เดือน
  • การเอียงบิดของแท่งคาง คล้ายกับกรณีของการเสริมจมูก คางก็สามารถเอียงได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมักพบได้ช่วงหลังทำใหม่ ๆ จนถึงประมาณ 1 เดือน เนื่องจากในตอนแรก คางจะวางตัวเฉย ๆ ไม่มีตัวอะไรไปยึดติดกระดูก ซึ่งร่างกายจะยึดแท่งซิลิโคนได้ด้วยตัวมันเอง ในเวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป หากไปกระแทกหรือกระทบอะไรแรง ๆ ก็อาจส่งผลให้คางเอียงได้เหมือนกัน การแก้ไขขั้นต้นแพทย์สามารถใช้มือดัดให้เข้าที่ได้ แต่ถ้าเอียงมากเกินไปจะต้องผ่าเข้าไปจัดให้ใหม่ ซึ่งคนที่เสริมคางไปแล้วถ้าไม่อยากต้องมาตามแก้ไขให้ยุ่งยาก ก็ควรระมัดระวังตนเองไม่ให้มีอะไรไปกระแทกที่คางแรง ๆ ปัญหานี้ก็จะไม่มีอะไรที่น่ากังวล

เสริมคางด้วยซิลิโคน ปรับเปลี่ยนรูปหน้า หน้าดูเรียว ปลอดภัย 100%

การเสริมคางเป็นการผ่าตัดเสริมคาง โดยการใช้ซิลิโคน เพื่อปรับเปลี่ยนรูปหน้า ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้ากลม คางสั้น เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อความมั่นใจ บุคลิกภาพของหลาย ๆ ท่าน ปัจจุบันการเสริมคางที่ได้รับความนิยมมีทั้งการผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนและการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) ด้วยเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัยทำให้การผ่าตัดเสริมคางในปัจจุบันนั้นแผลเล็ก หายเร็ว ไม่ได้อักเสบหรือช้ำอย่างที่หลาย ๆ ท่านกังวล

เสริมคาง มีกี่แบบ

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการเสริมคางมีกี่วิธี กี่แบบ ทุกวันนี้การวิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  • การฉีด
  • การผ่าตัด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งวิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2-3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี ส่วนอีกวิธีคือการผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางด้วยซิลิโคน ได้ผลถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่คุณหมอสามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางคุณหมอจะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของเคส

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • คุณหมอจะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

เสริมคางแบบเปิดแผลด้านใน

การเสริมคางแบบเปิดแผลด้านใน ทำโดยการเปิดแผลด้านในช่องปากยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน บริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง จากนั้นก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา และวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้ตรงบริเวณตำแหน่งที่ต้องการ และเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ข้อดีเสริมคางแผลภายใน

การเสริมคางแผลในคือไม่มีแผลเป็นภายนอก ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีแผลเป็นชนิดนูนง่าย หรือผู้ที่ไม่สามารถมีแผลภายนอกได้ เช่น แอร์โฮสเตจ เป็นต้น แต่ทั้งนี้การผ่าตัดจะทำในปากซึ่งเราต้องรับประทานอาหารตลอดเวลาจึงทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย และการดูและหลังผ่าตัดจะค่อนข้างยุ่งยากกว่า

การดูแลตัวเองหลังเสริมคางแผลใน

  • ในช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางบ่อย ๆ
  • วันที่ 4 หลังการผ่าตัดสามารถเริ่มประคบอุ่นได้
  • ไหมที่เย็บเป็นไหมละลาย ซึ่งจะเริ่มละลายช่วง 5-10 วัน หากละลายเร็วกว่ากำหนด ควรเข้ามาตรวจแผล
  • ดูแลแผลในปาก และงดทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการเสริมคางแผลใน
  • บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำยาบ้วนปากชนิดอ่อน น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด ไม่ควรใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนรับประทานผัก ผลไม้ควรล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อสุกๆ ดิบๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์
  • ในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงนอนตะแคง
  • ไม่ท้าวคางหรือกดสิวบริเวณคางตลอด
  • รูปทรงของคางจะเข้าที่ช่วง 3-6 เดือนโดยช่วงแรกอาจยังบวมเล็กน้อย

เสริมคาง แล้วเป็นก้อน

เสริมคางแบบเปิดแผลด้านนอก

การเสริมคางแบบเปิดแผลด้านนอก ทำโดยการเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร จากนั้นใส่ซิลิโคนในตำแหน่งที่ต้องการ และเย็บปิดแผล

ข้อดีเสริมคางแบบเปิดแผลด้านนอก

  • แพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ
  • แพทย์สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  • สามารถปรับแก้ได้ง่าย เมื่อมีปัญหาในการทำ เช่น ซิลิโคนเบี้ยว เอียง
  • ไม่ค่อยมีอาการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทมากนัก
  • มีโอกาสติดเชื้อน้อย ดูแลง่าย เนื่องจากแผลมีขนาดเล็กและไม่ได้สัมผัสน้ำลายโดยตรง
  • ควรหมั่นประคบเย็น โดยการทาบเบา ๆ บริเวณคาง เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นอีก 3 วัน ซึ่งจุดที่ต้องประคบมีทั้งหมด 4 จุดดังนี้ บริเวณข้างคางทั้งด้านซ้ายและขวา บริเวณด้านบนคาง ใต้ริมฝีปากล่าง บริเวณใต้คาง
  • ควรนอนโดยใช้หมอนรองคอช่วย และงดการนอนตะแคง 1 เดือน
  • งดการเท้าคางหรือให้คางได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของซิลิโคน
  • ควรทำความสะอาดแผลเพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ โดยใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดล้างแผลให้สะอาดอยู่เสมอ ส่วนการผ่าตัดเสริมคางแผลในให้งดแปรงฟัน 1-2 สัปดาห์หลังทำ และทำความสะอาดด้วยน้ำยาบ้วนปากแทน
  • งดรับประทานอาหารหมักดอง อาหารที่ร้อนจัด เย็นจัด และอาหารรสเผ็ด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 1 เดือน
  • รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ยาลดบวม ยาแก้ปวด
  • การเสริมคางแผลนอกจะมีกำหนดตัดไหมอยู่ที่ 14 วัน ส่วนการเสริมคางแผลในแพทย์จะใช้ไหมละลาย โดยไหมจะละลายไปเองในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด