ประสบการณ์เสริมคาง ก่อนทำและหลังทำ ที่คุณต้องรู้

การเสริมคาง เป็นการปรับรูปหน้าให้เข้ารูปเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้ที่เข้ารับบริการ แต่ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยอาจศึกษาจากผู้เคยผ่านประสบการณ์เสริมคาง ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด

การเสริมคางมีกี่รูปแบบ

ปัจจุบันนี้การเสริมคางตามคลินิกหรือโรงพยาบาลทั่วไป จะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

  • วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สาร Filler วิธีนี้จะถาวร เนื่องจากไขมันและ Filler จะค่อย ๆ สลายไปภายใน 3 – 5 ปี
  • วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน โดยจะเป็นการผ่าตัดเล็ก และการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
  • การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก บริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง โดยมีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ

หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย วิธีนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร

  • การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก
    การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

เป็นการลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น การเสริมคางแบบแผลนอกปากจะมีข้อดี คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน ซึ่งการเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง

ประสบการณ์เสริมคาง ทำที่ไหนดี

การเสริมคางเหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคางเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวเป็นใบหน้ารูปไข่ และผู้ที่มีใบหน้ากลม หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่ได้สัดส่วน มีโครงหน้าส่วนบน เช่นหน้าผากหรือโหนกแก้มยื่นออกมา ซึ่งการเสริมคางจะทำให้รูปหน้ามีมิติมากยิ่งขึ้น

ก่อนทำการเสริมคาง ท่านควรรู้อะไร

  • เลือกคลินิกเสริมคางไหนดี

ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเสริมคาง ท่านควรจะเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำอยู่ ซึ่งควรเลือกไว้สัก 2 – 3 ที่ แล้วเข้าไปขอคำแนะนำ ปรึกษาพร้อมกับดูผลงานของแพทย์ประกอบการตัดสินใจ

  • อายุที่สามารถเสริมคางได้

ช่วงอายุที่เหมาะกับการเสริมคาง คืออายุ 18 ปีขึ้นไป เพราะช่วงวัยนี้ถือเป็นวัยที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

  • เลือกเสริมคางให้พอดีกับหน้า

การเสริมคางที่ใหญ่เกินไปหรือมีขนาดที่ไม่เหมาะกับใบหน้าจะส่งผลกระทบต่อผิวหนังและกระดูกคางในอนาคตได้ ซึ่งการเสริมคางที่ให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ ท่านจะต้องทำให้เหมาะกับขนาดของใบหน้า

  • วัสดุที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง

วัสดุที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบซิลิโคนแท่ง และแบบฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง  วิธีการเสริมด้วยซิลิโคนแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากด้านในช่องปากและการศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก ส่วนวิธีฉีด เป็นการนำสาร Filler ที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าที่คาง แต่ปัจจุบันนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์มากกว่า

  • การเตรียมความพร้อมก่อนเสริมคาง

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง 2 สัปดาห์ให้ท่านหยุดยาประเภทสเตียรอยด์ และอาหารเสริม เช่น วิตามิน น้ำมันตับปลา และท่านจะต้องแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  • แผลผ่าตัดนานเท่าไหร่ถึงจะหาย

หลังจากผ่าตัดแผลจะมีอาการบวมอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ และจะเริ่มเข้าที่และหายเป็นปกติประมาณ 1 – 2 เดือน

  • การดูแลตัวเองหลังการเสริมคาง
  • หลังจากผ่าตัดมาตอนแรกแผลอาจบวมได้ ก็ให้ท่านทำการประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน เวลานอนก็ให้นอนหงายและหนุนหมอนสูงๆ รวมถึงงดรับประทานอาหารรสจัด อาหารแสลง หลังจากทานอาหารเสร็จก็ให้บ้วนปากทุกครั้งทุกครั้ง เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ที่สำคัญต้องทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ก็จะทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ทำใจรับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น

ผู้เข้ารับการเสริมคางบางเคสอาจเกิดการผิดพลาดขึ้นได้ หรือมีผลข้างเคียง ก็ควรจะทำความเข้าใจและยอมรับผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นอาการอักเสบจากแผลผ่าตัดหรือติดเชื้อ ควรจะรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

บทสรุป

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการผ่าตัดเสริมคางท่านควรที่จะต้องศึกษาหารีวิวจากผู้มีประสบการณ์เสริมคาง มาก่อน ทั้งนี้เพื่อลดความกังวลและเพื่อความปลอดภัย ซึ่งท่านสามารถหาดูได้จากเพจของสถาบันเสริมความงามที่จะทำออกมาให้ท่านได้อ่าน เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่เคยเข้าใช้บริการ

เสริมคางอันตรายไหม แบบไหนที่ควรทำ ทรงไหนเหมาะกับคุณ

สาว ๆ ที่มีรูปหน้ากลม รูปหน้าเหลี่ยม ต่างก็อยากที่จะมีใบหน้าที่เรียวยาว เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับตนเอง จึงต้องมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เรียวยาว ด้วยการเสริมคางที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งการเสริมคางนั้นสามารถปรับโครงหน้าให้เปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีความกังวลว่าหากเสริมคางอันตรายไหม ซึ่งก่อนเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด

ใครควรเสริมคาง

การเสริมคางนั้นสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม การเสริมคางสามารถเข้าแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ การเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ v shape นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

โดยที่หากผู้ชายต้องการที่จะเสริมคางนั้นส่วนใหญ่แล้วนิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน ซึ่งต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุน

ทรงคางที่นิยมทำ มีแบบไหนบ้าง

คางทรงปลาย v shape คางทรงนี้จะช่วยยืดกรอบหน้าให้ดูสมส่วน เพิ่มความยาวของใบหน้าให้ดูเล็กเรียว ทำให้ใบหน้าดูมีสไตล์เปรี้ยว เฉี่ยว มั่นใจในตัวเอง เหมาะกับคนที่กรามไม่ชัด และมีใบหน้าเล็ก

คางทรงวีมน  เหมาะกับผู้หญิง คนที่มีแก้ม หรือโหนกแก้ม เพราะทรงนี้จะช่วยให้ปลายคางเฉียงลงมา 45 องศา ไม่แหลมมากจนเกินไป ช่วยให้หน้าหวาน ดูละมุนยิ่งขึ้น ลดความแข็งของใบหน้าลง

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคาง ท่านควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนว่าโครงหน้าของคุณเหมาะกับทรงคางแบบไหน เหมาะกับซิลิโคนแบบใด และเกรดใด ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจที่จะเสริมคาง

เกรดของซิลิโคนคาง มีทั้งหมด 3 เกรด ดังนี้

  • ซิลิโคนคางเกาหลี ซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มมากกว่า เมื่อเสริมเข้าไปคางจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีส่วนช่วยให้คางดูงอนมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนเกรดอื่น ในการเลือกใช้ซิลิโคนคางเกาหลีนี้ต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น โครงคางตามธรรมชาติ หรือเนื้อคางที่มีอยู่เดิม
  • ซิลิโคนคางอเมริกาซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ช่วยให้กรอบหน้าชัด V – Shape ยิ่งขึ้น นิยมใช้มากที่สุดเพราะค่า ความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูง มีความปลอดภัยมากกว่าในระยะยาว
  • ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูปเหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว ซึ่งมีข้อจำกัดในการใช้มากกว่า เนื้อซิลิโคนมีความนิ่มน้อย แข็งอยู่ทรง เนื้อซิลิโคนเป็นรูปร่าง สำเร็จ เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว มีข้อจำกัดในการใช้มากกว่าซิลิโคน

เสริมคางอันตรายไหม สิ่งที่คุณต้องรู้

เสริมคางมีกี่แบบ

เสริมคางมี 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • การฉีด

การฉีดคางนั้นจะฉีดด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งเมื่อฉีดเสร็จแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  • การผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน ให้ผลลัพธ์ที่ถาวร สามารถจัดรูปทรงได้ โดยแพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการ และความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง ประมาณ 1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของบุคคล

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • แพทย์จะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า

การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หรือแล้วแต่ขนาดของซิลิโคน จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

  • เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด
  • นิยมในแพทย์ – ทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

ข้อควรระวัง ในการเสริมคาง

  • ระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง
  • การดูแลทำความสะอาดเพื่อลดภาวะติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • ระมัดระวังเรื่องของเศษอาหารตกค้างในช่องปาก

บทสรุป

เสริมคางอันตรายไหม การเสริมคางจะไม่เกิดอันตรายหากท่านเลือกคลินิกเสริมคางที่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดี รวมถึงแพทย์ ที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน  เครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย ผ่านการฆ่าเชื้อทุกกระบวนการ จึงหมดกังวลเรื่องผลข้างเคียง และอันตรายไปได้เลย

เสริมคางรีวิว ใช้วัสดุอะไร ในการทำศัลยกรรม ปลอดภัยไหม

เสริมคางรีวิว เป็นข้อมูลที่สามารถนำมาประกอบการตัดสินใจในการเสริมคางได้เป็นอย่างดี เพื่อสามารถเห็นผลลัพธ์หลังการทำการเสริมคางได้ดีเลยทีเดียว เพื่อให้สาว ๆ ได้นำข้อมูลต่าง ๆ นำมาเปรียบเทียบเพื่อเลือกคลินิกที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย

ศัลยกรรมเสริมคาง เหมาะกับใคร

  1. คนที่มีอาการสบฟันผิดปกติ คางยื่นออกมาข้างหน้า
  2. คนที่คางเล็กมากเกินไป คางหดสั้นเข้าไปด้านใน
  3. คนที่โครงหน้าไม่ได้รูป กรามและคางไม่สมส่วน
  4. คนที่ใบหน้าสั้น สัดส่วนคางไม่เข้ารูปกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่น

วัสดุที่ใช้ในการเสริมคาง

ศัลยกรรมเสริมคางด้วยซิลิโคน  ซิลิโคนสำหรับการนำมาเสริมนั้น เลือกใช้ซิลิโคนนิ่มพิเศษ มีความยืดหยุ่นสูง และผิวสัมผัสดูเป็นธรรมชาติเหมือนกับคางของมนุษย์จริง ๆ ซิลิโคนได้ถูกมีการนำมาใช้ในวงการศัลยกรรมตกแต่งมาช้านาน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความทนทาน ปลอดภัยสูง และไม่มีผลข้างเคียงอาการแพ้ใด ๆ

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง

เสริมคางรีวิว เพื่อให้การผ่าตัดศัลยกรรมได้ผลดี ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดควรเตรียมตัว ดังนี้

  1. ไม่ต้องอดอาหาร เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องดมยาสลบ แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป ป้องกันอาการแน่นอึดอัดท้องระหว่างการผ่าตัด
  2. งดกลุ่มยาที่จะมีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนการผ่าตัด หยุดรับประทานสมุนไพรวิตามินอาหารเสริมต่าง ๆ เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 3-5 วัน เพราะอาจเป็นเหตุให้เลือดออกง่าย และออกมากกว่าปกติ
  3. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณใบหน้า ซึ่งถ้าหากการล้างหน้าไม่สะอาด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
  4. แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากให้พร้อมก่อนการผ่าตัด
  5. งดหรือเลิกสูบบุหรี่ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด เพราะมีผลต่อการหายของแผล ทำให้แผลหายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  6. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในคืนก่อนผ่าตัด และ 1สัปดาห์หลังผ่าตัด
  7. แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยารับประทาน ยาชา หรือยาสลบ ให้แพทย์ทราบ
  8. เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ตื่นเต้นมากกว่าความเป็นจริง และควรรับทราบว่าหลังการผ่าตัดมีโอกาสเกิดรอยช้ำและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเข้าที่หรือความเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่

เสริมคางรีวิว เลือกทำแบบไหนดี

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

  1. ในช่วง 3 วันหลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวมโดยวางถุงประคบรอบ ๆ คาง
  2. แนะนำในช่วง 1 อาทิตย์แรกให้เข้ามาที่คลินิกเพื่อทำการล้างทำความสะอาดแผลทุกวันเพื่อป้องกันการสะสมของเศษอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ และอักเสบ
  3. ในช่วงวันที่ 4 – 6 หลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบร้อนด้วยไข่ต้มเพื่อลดอาการบวมช้ำบริเวณรอบ ๆ คาง
  4. นอนศีรษะสูง และห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะเนื่องจากอาจไปกดทับบริเวณคางที่ยังอักเสบอยู่
  5. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบอย่างเคร่งครัด
  6. ขณะรับประทานอาหารในช่วง 1 อาทิตย์แรกแนะนำให้ทานโดยหลอดดูดอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารตกลงไปในบริเวณแผล
  7. มาตามนัดที่ได้รับจากทางคลินิก ห้ามแกะพลาสเตอร์ หรือตัดไหมออกเองก่อนกำหนด
  8. ทำความสะอาดใบหน้าด้วยผ้าเปียกเช็ด หรือทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนการล้างหน้า
  9. อาการบวมเขียวช้ำอาจมีขึ้นได้หลังผ่าตัด โดยเฉพาะในช่วง 1-2 อาทิตย์แรก และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ใน 3-4 เดือนกว่าเนื้อเยื่อจะกลับมาใกล้เคียงปกติ บางรายอาจต้องใช้เวลานาน 6 เดือน ถึง 1 ปี
  10. หลีกเลี่ยงการก้มหน้ามาก ๆ เช่น นั่งอ่านหนังสือ เล่นคอมฯ ยกของหนัก ส่ายหน้าหรือเอียงหน้าแรงๆ โดยเฉพาะ 2 อาทิตย์แรก
  11. หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา และสูบบุหรี่ประมาณ 3 เดือน
  12. หลีกเลี่ยงการทานอาหารทะเล ของหมักของดอง อาหารรสจัด และอาหารที่ขบเคี้ยวยากในช่วง 1 เดือนแรก
  13. สามารถออกกำลังกายหนัก ๆ เช่น วิ่ง หรือว่ายน้ำ ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป
  14. หากมีความผิดปกติอื่น ๆ สามารถมาปรึกษาที่คลินิกได้ทันที

หลังเสริมคางในช่วง 1 อาทิตย์ คุณหมอจะนัดให้คนไข้มาล้างแผลทำความสะอาด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งทางคลินิกแนะนำให้คนไข้มาทำความสะอาดแผลที่คลินิกจะดีกว่า เพราะพยาบาลผู้ดูแลมีความเชี่ยวชาญในการดูแลแผล สามารถทำความสะอาดเศษอาหารที่ตกค้างได้ละเอียด และป้องกันการล้างแผลที่ไม่ถูกวิธี ที่จะทำให้ไหมที่เย็บไว้หลุดออก หรือเกิดแผลฉีกได้

เสริมคางมีกี่ทรง หรือมีกี่แบบ ทำแบบไหนดีที่สุด

สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมคางนั้น ก่อนการรักษาควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้คุณหมอได้พิจารณาก่อนการผ่าตัด ซึ่งคุณหมอต้องดูจากปัจจัยหลาย ๆ ส่วนของโครงหน้าเป็นหลัก มีมากมายหลายทรงให้ได้เลือกเสริมคางมีกี่ทรง ทั้งทรงวีมน ทรงวี ทรงมน เพื่อให้เหมาะสมหรือให้เข้ากับใบหน้าของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

เสริมคาง มีกี่แบบ

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการเสริมคางมีกี่วิธี กี่แบบ ทุกวันนี้การวิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  1. การฉีด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งวิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2-3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  1. การผ่าตัดศัลยกรรม

ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ได้ผลถาวร เสริมคางมีกี่ทรง ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่คุณหมอสามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

แนะนำการ เสริมคางมีกี่ทรง

  • การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางคุณหมอจะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของแต่ละเคส

  • การเสริมคางแผลใน

วิธีการเป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ซิลิโคนที่ใช้มีกี่ประเภท

การเสริมคางด้วยซิลิโคนถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและปลอดภัยมากที่สุด เพราะซิลิโคนที่คลินิกส่วนใหญ่เลือกใช้ เป็นซิลิโคนที่ใช้ในการแพทย์ ปลอดภัย ได้มาตรฐานโดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น ใบหน้าดูยาวขึ้น จึงควรใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนิ่ม ปานกลาง

  1. ซิลิโคนขายาว

จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง  ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อคไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อคกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียง ซิลิโคนขายาว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

เสริมคางมีกี่ทรง ไปดูกันเลย

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกันอย่างไร

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกัน เรื่องรูปทรง ขาสั้น ก็จะเป็นก้อนโค้ง มีขนาดเล็ก เหมาะกับคนที่ใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีคางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วอยากเติมปลายให้คางดูยาวขึ้น ส่วน ซิลิโคนทรงขายาวนั้น ก็จะเป็นรูปโค้ง ๆ มีขายาว แน่นอนว่า คนที่มีปัญหาคาง แล้วอยากมีคางสวย สามารถทำได้ เหมาะกับทุกคน ซิลิโคนขายาว มีหลายขนาด Size S,M,L ขึ้นอยู่กับคุณหมอประเมินให้  ขาของซิลิโคนจะช่วยเก็บกรอบหน้า รับกับแก้ม ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

คำแนะนำสำหรับการเสริมคาง ทรงไหนดี

3 สิ่งหลัก องค์ประกอบหน้า ที่มีผลต่อการเลือกทรงคาง จะเด่นหรือจะดับ ได้แก่ จมูก โหนกแก้ม และมุมกราม

  1. เดิมจมูกสั้นแหงน โหนกแก้มสูง คางทรงมน จะช่วยให้รูปหน้าดูซอฟลงหวาน ๆ ปลายคางเฉียงออก 45 องศารับกับองศาจมูกและโหนกแก้ม
  2. กรามเหลี่ยมเป็นข้อจำกัดทำให้การเสริมคางให้เนียนทำได้ยาก การปรับรูปหน้าเช่นฉีดโบทอกซ์ลดขนาดกราม จะยิ่งทำให้เสริมคางได้องศาที่สวยขึ้นค่ะ
  3. จมูกยาวหยดน้ำ กรามไม่ค่อยมี เหมาะกับคางทรงปลายวี จะส่งเสริมรูปหน้าดูเฉี่ยวคมมากขึ้น

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ มีการใช้แบบไหนบ้าง ที่คนนิยมทำ

การเสริมคางพบว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ แต่วิธีนี้จะไม่คงอยู่ถาวร เพราะไขมันและสารฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปเองภายใน 3-5 ปี ส่วนวิธีที่สองคือ วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นนำมาใส่บริเวณคาง ซึ่งการเสริมคางด้วย ซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ

การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก
การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอก

  • เป็นการเปิดแผลที่ภายนอกช่องปาก ช่วยเพิ่มความสะดวกในการวางตำแหน่งซิลิโคนให้ทำได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น
  • แผลที่กรีดอยู่ใต้คางมีขนาดเล็ก สามารถดูแลรักษาแผลได้ง่าย และแผลค่อนข้างหายเร็ว
  • แผลอยู่ด้านนอก จึงช่วยลดความกังวล และลดความเสี่ยงในเรื่องการติดเชื้อจากน้ำลายและเศษอาหารที่อาจตกค้างอยู่ในช่องปาก
  • ได้รูปคางที่สวยงามไม่บิดเบี้ยว เพราะคุณหมอจะมีการเย็บเพื่อล็อคซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • มีการใช้การยิงเลเซอร์ประกอบร่วมกับการผ่าตัดเสริมคางในคนไข้ทุกราย เพื่อประโยชน์ในการห้ามเลือด และช่วยลดอาการช้ำบวม
  • กรรมวิธีแก้คางแบบแผลนอก เหมาะกับการแก้ไขคางที่ต้องมีการขูดฟิลเลอร์เก่าออก จะช่วยขูดสารเหลวออกได้เกลี้ยงมากกว่า
  • ในกรณีที่คนไข้มีเนื้อบริเวณคาง/ใต้คางที่ห้อยย้อย การผ่าตัดแบบแผลนอกจะช่วยตกแต่งจัดการกับผิวหนังส่วนเกินบริเวณใต้คางได้ดีกว่า

การเสริมคางจากด้านในช่องปาก
การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย  แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ ทำแบบไหนดี

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ

1.การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดมีขาหรือซิลิโคนขายาว 

การเสริมคางด้วยซิลิโคนชนิดมีขา เป็นซิลิโคนที่มีระยะด้านของด้านข้างยาวออกเหมาะสำหรับผู้ที่มีคางถอย ดูไม่สมส่วนมองด้านข้างใบหน้าดูสั้น โดยเฉพาะคางเล็กแนวนอนหรือ คางถอย  (Vertical microgenia)  ลักษณะของซิลิโคนขายาว จะมีขายาวที่วางโค้ง ครอบไปบนบริเวณกระดูกปลายคาง ทั้งนี้เพื่อให้ซิลิโคนถูกจัดวางในองศาเดียวกับกรอบหน้าอย่างพอเหมาะ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นรอยต่อขึ้นในบริเวณระหว่างแก้มกับคาง โดยในส่วนขาของซิลิโคนจะเป็นตัวที่ช่วยล็อคตำแหน่งไว้ไม่ให้ห้อยย้อยหรือหล่นลงมาอยู่บริเวณใต้คาง และช่วยครอบล็อคส่วนกระดูกคาง ป้องกันไม่ให้คางเบี้ยวหรือเอียง

2.การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดไม่มีขาหรือขาสั้น

การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดไม่มีขา เป็นซิลิโคนที่ใช้เติมเต็มส่วนปลายคางที่ทรงคางไม่ชัดเจนให้ดูมีมิติของคางมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีคางเล็กแนวตั้ง (Horizontal microgenia) สามารถ เสริมคางได้ทุกรูปแบบ ซึ่งเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการเสริมคางโดยเน้นเฉพาะส่วนปลายคางให้ดูยาวขึ้นกว่าเดิม และมีโครงสร้างพื้นฐานคางเดิมที่ค่อนข้างดูดีอยู่แล้ว  (คือมีคางอยู่บ้างแล้ว) แต่ต้องการมาทำคางเพื่อปรับใบหน้าให้ได้สัดส่วน มีความสมดุล ดูสวยสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ต้องการให้ใบหน้าดูยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา ซึ่งซิลิโคนที่เลือกใช้จะมีลักษณะนิ่มปานกลาง

ซึ่งซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมคาง มี 2 ประเภท ได้แก่

  1. ซิลิโคนเกาหลี(Korean Silicone)

ซิลิโคนเกรดเกาหลีมีข้อดีคือ มีความนุ่มเมื่อเสริมออกมาแล้วจะแลดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา การทำคางด้วยซิลิโคนเกาหลีจะได้คางที่ได้รูปสวย ดูพุ่ง งอนมาทางด้านหน้า ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณเนื้อคางเดิมของคนไข้แต่ละท่านด้วย

  1. ซิลิโคน USA

ซิลิโคนอเมริกามีข้อดีต่อการทำคางคือ นอกจากจะไม่นิ่มมากแล้ว ยังมีความน่าเชื่อถือสูงเนื่องจากเป็นซิลิโคนที่ได้มาตรฐานเป็นพิเศษ และเป็นเกรดทางการแพทย์ (medical grade silicone) มีค่าความบริสุทธิ์ของเนื้อซิลิโคนสูงมาก เสริมออกมาแล้วจะได้ทรงที่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากง่ายในการเหลาขึ้นรูป ปลอดภัยต่อร่างกาย มีความยืดหยุ่น และเข้ากับโครงหน้าของคนไข้แต่ละท่าน