คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ให้เข้ากับใบหน้า

คางถือว่าเป็นส่วนสำคัญของใบหน้า โดยเฉพาะกับคนที่อยากมีใบหน้าที่เรียวสวย  หากตัวเองเป็นคนที่มีรูปหน้ากลมมีคางที่ทู่มน คางกว้าง คางสั้น ใบหน้า จะดูมีเสน่ห์และสมส่วนไปได้อย่างไร ดังนั้นจึงทำให้คนนิยมไปทำศัลยกรรมคางกันเป็นจำนวนมาก แล้วคนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี เพื่อที่จะได้มีใบหน้าที่สมส่วนมากขึ้น

คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี

คนที่รูปหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ถ้ามีคางตัดหรือคางสั้นมาก ๆ แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดเสริมคาง เพราะการฉีดฟิลเลอร์คางด้วยเทคนิคฉีดลงในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก ฟิลเลอร์จะเป็นเนื้อเจลที่ไม่สามารถทำให้คางยาวขึ้นได้มากเกิน 1 เซนติเมตร ถ้าฉีดแล้วได้ยาวเกิน 1 เซนติเมตร แสดงว่าฉีดฟิลเลอร์คางบางส่วนซ้อนทับในเนื้อคางชั้นตื้นอาจมีปัญหาฟิลเลอร์ย้อย เป็นก้อนในภายหลังได้

ดังนั้นก่อนตัดสินใจเสริมคางแบบไหนดี หรือ ทำคางที่ไหนดี ท่านควรขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อให้แพทย์ได้วิเคราะห์รูปหน้า โดยแพทย์จะช่วยประเมินและแนะนำวิธีตามความเหมาะสมของตัวผู้เข้ารับบริการ

ใครควรรับศัลยกรรมคางบ้าง

  • บุคคลที่มีมีลักษณะใบหน้ากลมจนเกินไป ต้องการสร้างมิติให้กับใบหน้า
  • บุคคลที่คางถอย สามารถปรับคางให้ยื่นไปข้างหน้าเพื่อรับกับปลายจมูกและหน้าผาก
  • บุคคลที่คางยื่นเกินไป สามารถถอยคางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • บุคคลที่มีลักษณะใบหน้าไม่ได้สัดส่วน
  • บุคคลที่คางสั้น ต้องการเพิ่มความยาวของคาง
  • บุคคลที่คางกว้าง ต้องการให้คางเล็กหรือแคบลง
  • บุคคลที่เสริมคางมาแล้ว และต้องการแก้คางเพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงาม

คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ถึงจะเข้ากัน

คนหน้ากลมควรเสริมคางด้วยวิธีผ่าตัดเสริมซิลิโคน ซึ่งมีอยู่ 2 วิธี ดังนี้

  • การเสริมคางด้วยซิลิโคน(Silicone Implant)

ซิลิโคนเป็นวัสดุสังเคราะห์ซึ่งจะวางทับกระดูกคางเดิม การผ่าตัดใช้เวลาสั้น และไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ สามารถผ่าตัดโดยใช้ยาชาได้เลย ซึ่งการผ่าตัดเสริมคางซิลิโคนมี 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  • การเปิดแผลภายนอก บริเวณใต้คาง แล้วใส่ซิลิโคนเข้าไป แบบนี้คนไข้จะมีรอยแผลเป็นใต้คาง ปัจจุบันวิธีนี้ไม่นิยมใช้แล้ว
  • เปิดแผลในช่องปาก บริเวณคอฟันล่าง แล้วใส่ซิลิโคนเข้าไป การผ่าตัดวิธีนี้จะทำขณะที่คนไข้นอนหลับ อาการบวมหลังการผ่าตัดจะมากกว่าการผ่าตัดใต้คาง ซึ่งวิธีนี้คนไข้ไม่ต้องกังวลในเรื่องของแผลเป็น เพราะจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
  • การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง(Genioplasty)

เป็นการนำเอากระดูกคางของคนไข้เองเพื่อใช้ในการผ่าตัด โดยทำคางให้เกิดความยาวทั้งในแนวหน้าตรงและหน้าด้านข้าง ซึ่งตรงนี้สามารถแก้ไขปัญหาคางหุบ คางยื่นได้อย่างครบทุกมิติ และสามารถอยู่ได้อย่างถาวรเพราะเป็นกระดูกของคนไข้เอง

หากจะถามว่าควรเสริมคางแบบไหนดี ถึงจะเหมาะสมกับตนเอง การเสริมคางไม่ว่าจะเป็นซิลิโคนหรือกระดูกตัวเอง จะมีความเหมาะสมกับคนไข้แต่ละบุคคลแตกต่างกันออกไป ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านควรปรึกษาศัลยแพทย์ด้านโครงหน้าก่อนการตัดสินใจจะดีที่สุด

การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง (Genioplasty) ช่วยทำให้ช่วงคางเรียว ลดความกว้างของคาง และสามารถแก้ไขปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้

การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเองเป็นการตัดที่เลี่ยงเส้นประสาทบริเวณคาง และตัดเป็นรูปตัว T W ตามความเหมาะสมของคนไข้รายนั้น ๆ ในบางครั้งอาจใช้กระดูกที่เหลือจากการตัดกรามมาต่อบริเวณปลายคางได้ด้วย

วิธีการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดยาแอสไพริน ไอบิโพรเฟน และวิตามิน ต่าง ๆ
  • หากเป็นการเสริมคางแบบใช้กระดูกตัวเอง ท่านต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 8 – 10 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยการวางยาสลบ
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ท่านต้องแปรงฟัน บ้วนปากให้สะอาด
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด หากท่านมีโรคประจำตัว ท่านต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
วิธีการดูแลตัวเองหลังรับการผ่าตัด
  • หลังทำการผ่าตัด 1 เดือนแรก ให้ท่านรับประทานอาหารอ่อน หรืออาหารเหลว
  • ให้ท่านประคบเย้นตรงบริเวณคาง
  • งดการจับคาง เท้าคางเล่นเป็นระยะเวลา 1 เดือน
  • เวลานอนให้ท่านในลักษณะที่ศีรษะอยู่ตำแหน่งที่สูง
  • บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด
  • ให้ท่านเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบกระเทือนต่อแผล
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง อย่างเคร่งครัด

บทสรุป

คนหน้ากลมเสริมคาง แบบไหนดี ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคางกับคลินิกเสริมความงาม ท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยท่านสามารถขอรับคำปรึกษาตามคลินิกได้ เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ดังนั้นควรเลือกสถานบริการที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย เนื่องจากจะมีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญไว้คอยดูแลท่าน

เสริมคางมีกี่ทรง หรือมีกี่แบบ ทำแบบไหนดีที่สุด

สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมคางนั้น ก่อนการรักษาควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้คุณหมอได้พิจารณาก่อนการผ่าตัด ซึ่งคุณหมอต้องดูจากปัจจัยหลาย ๆ ส่วนของโครงหน้าเป็นหลัก มีมากมายหลายทรงให้ได้เลือกเสริมคางมีกี่ทรง ทั้งทรงวีมน ทรงวี ทรงมน เพื่อให้เหมาะสมหรือให้เข้ากับใบหน้าของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

เสริมคาง มีกี่แบบ

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการเสริมคางมีกี่วิธี กี่แบบ ทุกวันนี้การวิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  1. การฉีด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งวิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2-3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  1. การผ่าตัดศัลยกรรม

ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ได้ผลถาวร เสริมคางมีกี่ทรง ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่คุณหมอสามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

แนะนำการ เสริมคางมีกี่ทรง

  • การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางคุณหมอจะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของแต่ละเคส

  • การเสริมคางแผลใน

วิธีการเป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ซิลิโคนที่ใช้มีกี่ประเภท

การเสริมคางด้วยซิลิโคนถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและปลอดภัยมากที่สุด เพราะซิลิโคนที่คลินิกส่วนใหญ่เลือกใช้ เป็นซิลิโคนที่ใช้ในการแพทย์ ปลอดภัย ได้มาตรฐานโดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น ใบหน้าดูยาวขึ้น จึงควรใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนิ่ม ปานกลาง

  1. ซิลิโคนขายาว

จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง  ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อคไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อคกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียง ซิลิโคนขายาว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

เสริมคางมีกี่ทรง ไปดูกันเลย

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกันอย่างไร

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกัน เรื่องรูปทรง ขาสั้น ก็จะเป็นก้อนโค้ง มีขนาดเล็ก เหมาะกับคนที่ใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีคางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วอยากเติมปลายให้คางดูยาวขึ้น ส่วน ซิลิโคนทรงขายาวนั้น ก็จะเป็นรูปโค้ง ๆ มีขายาว แน่นอนว่า คนที่มีปัญหาคาง แล้วอยากมีคางสวย สามารถทำได้ เหมาะกับทุกคน ซิลิโคนขายาว มีหลายขนาด Size S,M,L ขึ้นอยู่กับคุณหมอประเมินให้  ขาของซิลิโคนจะช่วยเก็บกรอบหน้า รับกับแก้ม ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

คำแนะนำสำหรับการเสริมคาง ทรงไหนดี

3 สิ่งหลัก องค์ประกอบหน้า ที่มีผลต่อการเลือกทรงคาง จะเด่นหรือจะดับ ได้แก่ จมูก โหนกแก้ม และมุมกราม

  1. เดิมจมูกสั้นแหงน โหนกแก้มสูง คางทรงมน จะช่วยให้รูปหน้าดูซอฟลงหวาน ๆ ปลายคางเฉียงออก 45 องศารับกับองศาจมูกและโหนกแก้ม
  2. กรามเหลี่ยมเป็นข้อจำกัดทำให้การเสริมคางให้เนียนทำได้ยาก การปรับรูปหน้าเช่นฉีดโบทอกซ์ลดขนาดกราม จะยิ่งทำให้เสริมคางได้องศาที่สวยขึ้นค่ะ
  3. จมูกยาวหยดน้ำ กรามไม่ค่อยมี เหมาะกับคางทรงปลายวี จะส่งเสริมรูปหน้าดูเฉี่ยวคมมากขึ้น

หน้ากลมเสริมคาง จะเข้ากันไหม หรือทำแบบไหนดี

เสริมคางเหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้ากลม หน้ากลมเสริมคาง หรือผู้ที่มีสัดส่วนของใบหน้าไม่สมดุล โดยมีโครงหน้าส่วนบน หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แต่กลับมาคางที่สั้น ดังนั้นการศัลยกรรมเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความรี ดูเป็นรูปไข่

การเสริมคางปัจจุบันสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การเสริมคางแบบไม่ผ่าตัด  และ การเสริมคางแบบผ่าตัด

การเสริมคางแบบผ่าตัด  ปัจจุบันที่ทำกันมีอยู่ 2 แบบ คือ

เสริมคางด้วย ซิลิโคน

หากเป็นการเสริมคาง แบบซ่อนแผลจะทำการผ่าจากด้านในช่องปาก (intraoral incision) ซึ่งปัจจุบันคนนิยมเสริมคางวิธีนี้กันมาก เนื่องจากจะไม่เห็นรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดเสริมคางได้

และการผ่าจากด้านนอกบริเวณใต้คาง (submental incision) มักจะเกิดรอยแผลเป็นบริเวณใต้คาง ทำให้เสริมคางแล้วไม่สวยงามเท่าที่ควร

หน้ากลมเสริมคาง สวยไหม

เสริมคางด้วยการผ่าตัดเลื่อนคาง  ( Sliding Genioplasty ) หรือ การเลื่อนกระดูกขากรรไกร

การผ่าตัดเลื่อนคาง ( Sliding Genioplasty ) เป็นวิธีการขยับเลื่อนตำแหน่งของคางไปด้านหน้า ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีคางยื่นและโครงหน้าไม่สมส่วนกัน การศัลยกรรมเลื่อนคางจะปรับเปลี่ยนใบหน้าให้มีความสอดคล้องกลมกลืนกัน อีกทั้งยังแก้ไขความไม่สมมาตรกันของใบหน้าโดยรวม ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของผู้ทำศัลยกรรมไปได้อย่างสิ้นเชิงวิธีนี้จะเหมาะกับ ผู้ที่มีคางยื่นและฟันไม่เสมอกัน ผู้ที่มีคางบอบบางและปากยื่น ผู้ที่มีความผิดปกติของคางเข้าขั้นร้ายแรง

ข้อแนะนำการทำศัลยกรรมเลื่อนคาง

  • การผ่ากรีดสำหรับการทำศัลยกรรมเลื่อนข้างจะทำด้านในปากจึงไม่ทำให้เห็นรอยแผลเป็น
  • ศัลยกรรมชนิดนี้ควรถูกทำโดยศัลยแพทย์ที่ได้รับการรับรอง (board certified) และศัลยแพทย์ด้านใบหน้าและขากรรไกรเท่านั้น
  • แพทย์แนะนำการทำศัลยกรรมชนิดนี้กับผู้ที่มีปัญหาในการใช้วัสดุเทียมเสริมคางหรือการฉีดฟิลเลอร์ที่คาง

การดูแลหลังการทำศัลยกรรมเลื่อนคาง

  • ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ยาที่ได้รับประกอบไปด้วยยาปฏิชีวนะ ยาแก้อักเสบ และยาแก้ปวด
  • ในช่วง 2-3 วันแรก คนไข้ควรทานอาหารอ่อนนุ่มหรือของเหลวเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมากหรือการออกกำลังกายเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสจุดที่ทำการผ่ากรีด
  • ล้างปากด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาบ้วนปากทุกครั้งหลังทานอาหาร

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำศัลยกรรมเลื่อนคาง

  • รูปหน้าแบบวีไลน์และคางที่สวยงามเป็นสัดส่วน
  • หมดปัญหาปากยื่น

การเสริมคางแบบไม่ต้องผ่าตัด

การฉีดฟิลเลอร์คาง

เป็นการปรับรูปหน้าด้วยการฉีด ฟิลเลอร์คาง เพื่อแก้ปัญหาหน้ากลม คางสั้น หน้าเหลี่ยม คางเบี้ยว คางย้อย คางไม่เท่ากัน และสามารถฉีด ฟิลเลอร์คาง เพื่อปรับรูปหน้า เติมส่วนที่ขาดหายให้ใบหน้าดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น การฉีด ฟิลเลอร์คาง ให้หน้าดูยาวเรียวขึ้น นอกจากได้คางที่เรียวใบหน้าได้รูปแล้ว ยังช่วยลดเลือนร่องลึกบนใบหน้า แก้ปัญหาร่องลึกบริเวณมุมปาก และปัญหาร่องน้ำหมากได้ด้วย

การฉีด ฟิลเลอร์คาง โดยส่วนมาก ฟิลเลอร์คาง จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 1 CC. แต่บางคนไม่ได้ฉีดเพื่อแค่เติมคางให้ยาวขึ้นเท่านั้น แต่ต้องการปรับรูปคางให้สองข้างเท่ากัน ลดร่องน้ำหมาก เพื่อให้คางนั้นได้รูปทรงที่สวย ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น ก็จะต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ในการรักษาเพิ่มขึ้น

หน้ากลมเสริมคาง จะเป็นยังไง

ฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาของการฉีด ฟิลเลอร์คาง จะมีอายุอยู่ใต้ชั้นผิว ตามชนิดของรุ่นตัวยาที่ฉีดไป ซึ่งแตกต่างกันที่เทคโนโลยีการผลิตฟิลเลอร์ที่แต่ละบริษัทยาคิดค้นและเลือกใช้ ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 6-24 เดือน นอกจากรุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้รักษานี้แล้ว ความเข้มข้นของตัวไฮยาลูรอนิก ฟิลเลอร์ ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการสลาย หรือคงอยู่ของยาใต้ชั้นผิวเช่นกัน นอกจากนี้การดูแลและการปฏิบัติตัว หลังการฉีดฟิลเลอร์ ก็มีผลกับอายุของฟิลเลอร์ เช่นกัน เพื่อไม่ให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดนั้นสลายเร็วไปก่อนเวลา จึงควรดูแลตัวเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ที่ทำการรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน

ถ้าหาก ฟิลเลอร์คาง ที่เคยฉีดรักษามานั้น มีอายุอยู่ยาวนานเกินกว่า 2-3 ปี หรือ มีการเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งของฟิลเลอร์ ให้สงสัยว่าฟิลเลอร์ที่เคยได้รับการรักษามานั้นไม่ใช่ ฟิลเลอร์แท้ หรือ สารไฮยารูลอนิกแอซิด และควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้ถูกต้อง การฉีดฟิลเลอร์คาง ไม่ต้องเสียเวลานอนพักฟื้น หลังฉีดฟิลเลอร์คางเสร็จก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที การฉีดฟิลเลอร์ เมื่อหมดอายุก็จะสลายไปเองตามธรรมชาติ จึงปลอดภัยไม่ต้องกลัวสารตกค้าง ที่จะหลงเหลืออยู่ภายในร่างกาย และไม่ต้องผ่าตัดเพื่อนำออกเมื่อไม่ต้องการ

ฟิลเลอร์คาง บวมกี่วัน

หลังจากฉีด ฟิลเลอร์คาง เสร็จผู้เข้ารับการรักษาก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ จะไม่ปวดบวมที่คาง หรือมีแผล รอยที่คางอาจจะมีเพียงรอยเข็มขนาดเล็กที่ฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเท่านั้น ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 วัน รอยเข็มเล็ก นี้จะมองไม่เห็น ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของการฉีด ฟิลเลอร์คาง เลยก็ว่าได้ อันตรายจากการฉีด ฟิลเลอร์คาง เกิดขึ้นได้น้อยมาก จะเกิดได้จากการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานเท่านั้น หากว่าฟิลเลอร์ที่ใช้ได้รับการรับรองจาก อย. และรับบริการจากสถานบริการที่มีคุณภาพการฉีด ฟิลเลอร์คาง จะไม่มีอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น