เสริมคาง 5000 แพงหรือไม่ ทำแล้วจะคุ้มค่าหรือเปล่า

หากท่านกำลังมีปัญหาในเรื่องของใบหน้ากลม คางสั้น ซึ่งจะทำให้ท่านขาดความมั่นใจในบุคลิกภาพของตัวเอง การเสริมคางจึงเป็นหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาซึ่งกำลังได้รับความนิยม มีทั้งการใช้ซิลิโคน และการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) ซึ่งแต่ละวิธีจะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป คงมีหลายคนสงสัยว่า การเสริมคาง 5000 นั้นมีไหม ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิกและแพทย์ที่ให้บริการ

การเสริมคางนั้นเป็นการวิธีที่ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วนให้มีความสวยงาม ทำให้ใบหน้าดูยาวเรียว และได้รูปมากขึ้น ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางเหลี่ยม คางบุ๋ม หรือคางเบี้ยว ซึ่งการทำศัลยกรรมเสริมคางปัจจุบันนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้ วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ วิธีนี้จะมีข้อเสียคือจะไม่คงอยู่ถาวร เพราะไขมันและสารฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปเองภายใน 3 – 5 ปี

ส่วนวิธีที่สองคือ วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นนำมาใส่บริเวณคาง ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

  • การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง ซึ่งสามารถทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

  • ข้อดี โอกาสติดเชื้อน้อยกว่าแผลในปาก
  • ข้อเสีย มีแผลเป็นภายนอกยาวประมาณ 3 ซม.
  • หากคนไข้มีปัญหาแผลเป็นนูน(keloid) ก็มีโอกาสเกิดหลังจากผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนผ่าตัด
  • การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การผ่าตัดเสริมคางจากด้านในช่องปาก เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ

หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

การเสริมคางวิธีนี้ เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

  • ข้อดี : ไม่มีแผลเป็นภายนอก
  • ข้อเสีย : มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าแผลภายนอก แต่ถ้าดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากได้ดีก็ไม่มีปัญหาในจุดนี้

ปัญหาการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากท่านเข้ารับการผ่าตัดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ ซึ่งปกติแล้วเทคนิคการ FIX ซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมีดังนี้

  • วางซิลิโคนเอาไว้เฉย ๆรอให้มีพังผืดมารัดซิลิโคน ซึ่งเทคนิคนี้มีโอกาสทำให้ซิลิโคนผิดตำแหน่งมากที่สุด
  • เย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียงวิธีนี้ทำให้ซิลิโคนอยู่กับที่แต่ก็ยังมีโอกาสที่ทำให้ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งอยู่
  • ใช้สกรูยึดซิลิโคนกับกระดูกวิธีนี้ป้องกันปัญหาซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้ดีที่สุดเกือบ 100%

เสริมคาง 5000 ทำที่ไหนดี

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคาง

  • แพทย์จะให้ท่านบ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะให้ท่านนอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  • แพทย์จะทำการฉีดยาชาบริเวณที่จะทำการผ่าตัด
  • แพทย์จะทำการผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนและเย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  • แพทย์จะให้ท่านนอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณที่ทำการผ่าตัด และนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด

 ความเสี่ยงของการผ่าตัดเสริมคาง

  • ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงนี้จะลดลงเหลือน้อยมาก หากรับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังรับการผ่าตัดเป็นอย่างดี

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านควรงดยาแก้ปวดแอสไพริน อาหารเสริมจำพวกวิตามิน สมุนไพร
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่และเครืองดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • หากมีประวัติแพ้ยา ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
  • หากเคยผ่านการผ่าตัด หรือ ฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อน ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการผ่าตัด
  • ก่อนผ่าตัด ควรทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด
การดูแลตัวเองหลังการเสริมคาง
  • การล้างแผล หากแผลอยู่ใต้คาง ใช้น้ำเกลือเช็ดล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวล จนสะอาด ไม่มีคราบเลือด จากนั้นใช้
    เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล หากมีการผ่าตัดในช่องปาก ก็ควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่คุณหมอได้จัดเตรียมให้
  • ประคบเย็น หลังผ่าตัดใน72 ชั่วโมงแรก หรือสามวันแรกตลอดทั้งวัน ห้ามเว้นช่วงเวลาโดยเด็ดขาด ใช้เจลเย็น หรือน้ำแข็งก็ได้ (หากเป็นน้ำแข็งควรห่อด้วยพลาสติกอีกชั้นเพื่อป้องกันน้ำโดนแผล) ให้ประคบเย็นอย่างเบามือ ไม่กดหรือวางทับไปบนตำแหน่งที่มีซิลิโคนอยู่ ประคบไว้จนเย็นรู้สึกชาแล้วพัก ประคบไปเรื่อย ๆ บ่อยมากเท่าไหร่ได้ยิ่งดี
  • หากมีการผ่าตัดแผลอยู่ในช่องปาก ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก
  • งดอาหารรสจัด อาหารสุกๆดิบๆ ของหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดเชื้อ
  • นอนให้ตำแหน่งศีรษะอยู่สูงกว่าสูงกว่าลำตัว ให้ร่างกายได้ขับเลือดที่เสียจากสูงลงสู่ที่ต่ำ เพื่อช่วยให้ไม่บวม
  • ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคงโดยเด็ดขาด

บทสรุป

เสริมคาง 5000 ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดไม่ว่าจะเป็นวิธีการ แพทย์ผู้ทำการรักษา หรือสถานบริการ ซึ่งยิ่งเป็นราคา 5000 ท่านยิ่งต้องดูคลินิกให้ดีว่ามีความปลอดภัยในด้านอุปกรณ์ที่ต้องสะอาด สถานที่ต้องมีความปลอดภัย แพทย์จะต้องมีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อตัวท่านเอง

คลินิกเสริมคางสวย มีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างไร ก่อนการทำ

ปัญหารูปคางไม่สวย คางย้อย ทำให้ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วน แถมไม่ค่อยเรียวสวยดั่งใจอีกด้วย ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ เพียงแค่ทำศัลยกรรมเสริมคางเท่านั้นกับคลินิกเสริมคางสวย ซึ่งในปัจจุบัน ก็มีหลายคลินิกที่เปิดให้บริการศัลยกรรมในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเสริมคางเพื่อปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น มีความมั่นใจในการพบปะผู้คนได้เป็นอย่างดี

การเตรียมตัวก่อน ศัลยกรรมคาง

  1. แจ้งอาการแพ้ยา หรือ อาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. หากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า
  3. งดรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ยาจำพวกเสตียรอย ยาแก้ปวด ยาลดกล้ามเนื้อ แก้อักเสบ วิตามิน อาหารเสริมต่าง ๆ ประมาณ 2 สัปดาห์
  4. งดสูบบุหรี่และดื่มสุราก่อนผ่าตัด
  5. หากเป็นไข้หวัด ไอ หรือป่วย ให้งดผ่าตัดไปก่อน
  6. แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากก่อนผ่าตัด

การดูแลหลัง ศัลยกรรมคาง

  1. ในช่วง 1-3 วันแรกให้ประคบความเย็น เพื่อลดอาการบวม หลังจากนั้นอาการบวมจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยทั่วไป อาการบวมมักจะยุบลงและได้รูปร่างของคางใหม่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-3 เดือน
  2. ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรนอนยกศีรษะสูงอย่างน้อย 30 องศา
  3. บางรายอาจมีรอยเขียวช้ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่าตัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ แนะนำให้ประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณรอยเขียวช้ำ เพื่อให้รอยเขียวช้ำหายเร็วขึ้น
  4. งดทานยาแอสไพรินหลังผ่าตัดต่ออีก 2 สัปดาห์หรือตามแพทย์สั่ง
  5. ระมัดระวังการกระทบกระเทือนบริเวณคาง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 3-4 สัปดาห์แรก ไม่ควรท้าวคาง ไม่ควรหัวเราะมากจนเกินไป และระมัดระวังไม่ให้เกิดแรงกระแทกมากระทบซิลิโคนมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ขยับเขยื้อน จากการที่ซิลิโคนยังเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกไม่ดีพอ

คลินิกเสริมคางสวย ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

แนะนำคลินิกที่เสริมคางสวย

  1. โรงพยาบาลเลอลักษณ์

คลินิกเสริมคางสวย  สำหรับที่นี่นอกจากศัลยกรรมหน้าอกแล้ว การทำศัลยกรรมคางก็ได้รับการพูดถึงเช่นเดียวกัน เพราะด้วยคุณภาพของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะ คุณหมอปิติ ถือว่าเป็นคุณหมอศัลยแพทย์ ที่สาว ๆ ไว้วางใจ อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่ได้มาตรฐาน เปิดให้บริการมานาน หลายคนจึงรู้จักกันดี

  1. Elegance Clinic

ที่นี่ดูแลเสริมคางโดย นพ.ภูเบศ จันทร์ดี ซึ่งคุณหมอจะมีเทคนิคเฉพาะในการทำศัลยกรรม และด้วยประสบการณ์ทำศัลยกรรมที่มากมาย ทำออกมาแล้วจึงดูสวยเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเทคนิคผ่าตัดซ่อนแผลไว้ด้านใน ทำให้บวมน้อย ช้ำน้อย และไม่มีรอยแผลเป็นด้านนอกให้เห็น

  1. สรัญญา คลินิก

สำหรับที่นี่ใช้เทคนิคเสริมคางด้วยการล็อกสกรูส์ไทเทเนียม ทำให้คางแนบชิดติดกระดูก ไม่มีรอยต่อ งานจึงออกมาสวยเนียน แถมนาน ๆ ไปก็ไม่ต้องกังวลว่าคางจะยื่นหรือเบี้ยวอีกด้วย

  1. BCS Clinic

ที่นี่มีบริการศัลยกรรมคางหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เสริมคาง ดูดหรือฉีดไขมันที่คาง เสริมกราม ลดคาง เหลาคาง หรือแม้แต่แก้ไขคางที่เคยเสริมมาแล้ว ทั้งนี้สำหรับเสริมคางใหม่ก็มีทั้งซิลิโคนจากญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงอเมริกาให้เลือก เรียกได้ว่าไปที่นี่ที่เดียวสามารถทำคางได้แบบครบวงจรกันเลย

  1. Doctor Kusol Avenue Clinic

คลินิกแห่งนี้ดูแลโดย พ.ท. นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมใบหน้าโดยเฉพาะ ก่อนทำคุณหมอจะให้คำปรึกษา ซึ่งจะมีการประเมินและวิเคราะห์โครงหน้าอย่างละเอียดก่อนที่จะวางแผนการทำศัลยกรรมทุกครั้ง โดยคำนึงถึงพื้นฐานโครงสร้างของคนไข้เป็นหลัก ดังนั้นทำออกมาแล้วจึงดูสวยเป็นธรรมชาตินั่นเอง

  1. WE Clinic

คลินิกนี้มีเทคนิคเสริมคางแบบพิเศษ โดยใช้ซิลิโคนขายาวแบบล็อกแกนที่เหลาเป็นทรงวีเชปตามรูปหน้าที่เหมาะสมกับใบหน้าของคนไข้ ทำออกมาแล้วจะดูเป็นธรรมชาติ และไม่มีรอยต่อ ที่สำคัญที่นี่เขาผ่าตัดด้วยเลเซอร์ทุกเคส ดังนั้นแผลจึงเล็กมาก ๆ พักฟื้นไม่นานก็เข้าที่แล้ว

  1. Cosmacare Clinic

ที่นี่จะให้บริการเสริมคางแบบซิลิโคน โดยซิลิโคนที่ว่านี้คุณหมอจะเป็นคนเลือกให้กับคนไข้ โดยคำนึงว่าจะต้องเข้ากับรูปหน้าของคนไข้มากที่สุด รวมไปถึงคุณหมอยังจะใส่ใจในการเหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้ด้วยทุกเคส ทำให้คางที่ทำออกมาดูสวยเป็นธรรมชาติและดูมีมิติ ที่สำคัญยังมีการรับประกันให้ถึง 1 ปีเต็มอีกด้วย

  1. Elite Clinic

อีกหนึ่งคลินิกที่ทำคางสวยเป็นธรรมชาติ คุณหมอใส่ใจ ให้คำแนะนำ และดูแลดี ซึ่งใครที่ได้มาทำที่นี่ต่างก็บอกต่อว่าคุณหมอมือเบา ทำแล้วบวมช้ำน้อย พักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถไปทำงานได้ อีกทั้งยังสะอาด ได้มาตรฐาน และปลอดภัย ใครที่เคยมาทำที่นี่ต่างก็ประทับใจกันแทบทุกราย

  1. Deluxe Clinic

ที่แห่งนี้เป็นคลินิกศัลยกรรมที่ได้มาตรฐานและทันสมัยไม่ต่างจากโรงพยาบาลเลย แถมคุณหมอก็ยังมีประสบการณ์ ทำแล้วแผลเล็ก ดูสวยเป็นธรรมชาติ โดยคุณหมอจะเสริมคางด้วยการใช้ซิลิโคนแท่งชนิดนิ่มเกรดเอ โดยมีเทคนิคผ่าตัดโดยใช้วิธีเจาะแผลเล็ก ๆ ที่บริเวณรอยพับใต้คาง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้มีอาการบวมน้อย ช้ำน้อย ดูแลง่าย ที่สำคัญช่วยให้ใบหน้าดูเรียวกว่าวิธีการผ่าตัดในช่องปากด้วยค่ะ

  1. Aime Clinic

ที่นี่หากใครได้มาทำต่างก็ประทับใจ โดยคุณหมอจะคอยให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังเสริมคาง ทั้งนี้สำหรับเทคนิคการเสริมคางนอกจากการใช้ซิลิโคนแล้วยังมีวิธีการเสริมคางด้วยการนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีดเข้าที่คางอีกด้วย

เสริมคางราคา 5000 โปรโมชั่นคลินิค เหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคาง ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน สามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ที่มีปัญหาด้านโครงสร้างของใบหน้า ที่มีคางสั้น คางเล็กจนดูไม่ออก ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติ ซึ่งทำให้สาว ๆ รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก ไม่มีความมั่นใจในตนเอง ในการพบปะผู้คนหรือทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ถือได้ว่าเป็นทางออกให้กับสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี ก่อนการตัดสินใจเสริมคางนั้น ควรศึกษาหาข้อมูล เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องคุณภาพและ เสริมคางราคา 5000 เพื่อให้สาว ๆ ได้มีความปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนมากที่สุด

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคางนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ที่ต้องการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อแก้ไขใบหน้าแลดูมีมิติมากยิ่งขึ้น ทำให้หน้าดูเรียวสวยงามมากเลยทีเดียว และยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีได้อีกด้วย เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น สำหรับคางผู้ชายส่วนใหญ่แล้ว นิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแม่น ไม่นิยมทำแหลมเหมือนกับผู้หญิง

ข้อดีของการเสริมคาง

  1. แพทย์จะทำการพิจารณารูปหน้าของคุณก่อนเพื่อประเมินเพื่อให้มีลักษณะที่เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาตรงตามความต้องการ
  2. ให้การรักษาโดยทีมแพทย์ที่มีความเป็นมืออาชีพแบบเฉพาะทาง มีประสบการณ์ในการศัลยกรรมมาอย่างยาวนาน
  3. มีเครื่องมือที่ทันสมัย ผ่านการรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง สะอาด ผ่านการฆ่าเชื้อมาเป็นอย่างดี จึงมีความปลอดภัยสูงเป็นอย่างมาก
  4. มีบริการดูแลหลังการผ่าตัดอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องพักฟื้นนาน เพราะมีโปรแกรมระงับความเจ็บปวดในขณะผ่าตัด ไม่ต้องนอนพักฟื้น สามารถกลับบ้านได้เลย
  5. สามารถแก้ทุกปัญหาคางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคางสั้น คางยาว หรือคางดูบิดเบี้ยวไม่ได้รูป ซึ่งที่นี่จะทำการเสริมคาง เพื่อให้ใบหน้าของคุณดูสวยอย่างสมบูรณ์แบบ แถมดูมีมิติอีกด้วย
  6. ให้คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนเสริมคาง และการดูแลตนเองหลังเสริมคาง พร้อมติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด
  7. เสริมคางด้วยซิลิโคนที่มีความปลอดภัย ได้มาตรฐานและผ่านการรับรองจาก อ.ย. เรียบร้อย จึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายเกิดขึ้น
  8. นอกจากการเสริมซิลิโคนแล้ว ก็ยังมีวิธีการเสริมคางด้วยการนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีดเข้าที่คางอีก

เสริมคางราคา 5000 ดีหรือไม่

ราคาเสริมคาง ถูกและดีมีจริงไหม

ราคาถือว่าเป็นสิ่งที่สาว  ๆ ส่วนใหญ่ใช้ในการพิจารณาก่อนการตัดสินใจ ที่จะทำให้ตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผล ซึ่งแต่ละคลินิกอาจมีราคาที่แตกต่างกัน เสริมคางราคา 5000 เพราะว่าชนิดของวัสดุและตัวยานั้นมีมาตรฐานที่ต่างกัน ดังนั้นอย่าเห็นแก่ของถูกเด็ดขาด เพราะตัวยาที่ให้บริการอาจจะไม่ใช่ของแท้หรือมีมาตรฐาน 100 % บางคนเห็นว่าราคาไม่แพงก็รีบพุ่งเข้าใส่ ใครเป็นแบบนี้ต้องตั้งสติดี ๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้หากเลือกใช้บริการคลินิกที่มีราคาถูกมากจนเกินไป

การเสริมคางมี 2 แบบ

  1. การเสริมคางด้วยซิลิโคน

โดยการเสริมคางด้วย ซิลิโคนจะมีการเปิดแผลทางภายในช่องปากและภายนอกบริเวณใต้คาง แต่ผลลัพธ์ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทั้งภายในหรือภายนอกก็จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถาวรสมบูรณ์ ในอนาคตคนไข้อาจเกิดปัญหาของเนื้อเยื่อภายใน หรือปัญหาซิลิโคนห้อยทำให้คางเบี้ยว หรือเนื้อคางดูกว้างหนา

ข้อดี-ข้อเสีย : เสริมซิลิโคน ซึ่งมักมีปัญหาภายหลัง เช่นคางห้อย คางตัด คางแหลมเกินไป มักพบปัญหาหลังการเสริมคางซิลิโคนไปแล้วช่วง 1 ปีหลังการผ่าตัด คนไข้จะเริ่มไม่พอใจกับคางตัวเอง เนื่องจากมีปัญหาคางใหญ่ยาวเกินไปหรือเบี้ยว และจะกลับมาหาทางแก้ไขอยู่เรื่อย ๆ

  1. การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

การเลื่อนตัดกระดูกคาง เป็นการตัดกระดูกคางแล้วเลื่อนกระดูกให้ขยับมาชิดกัน ทำให้ช่วงคางเรียว ลดความกว้างของคาง และสามารถแก้ไขปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ เป็นการตัดที่เลี่ยงเส้นประสาทบริเวณคาง และตัดเป็นรูปตัว T W ตามความเหมาะสมของเคสนั้น ๆ ในบางครั้งอาจใช้กระดูกที่เหลือจากการตัดกรามมาต่อบริเวณปลายคางได้ด้วย กรณีที่คนไข้ทำการตัดกรามร่วมด้วยและคางมีความสั้นเกินไป

ทั้งสองวิธีการผ่าตัด คุณหมอจะเป็นคนตัดสินใจและดีไซน์การผ่าตัดให้คนไข้หลังจากการทำซีทีสแกนดูแนวกระดูกและเช็คแนวเส้นประสาทแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ถาวรเพราะใช้กระดูกของตัวเองไม่มีสิ่งแปลกปลอม ใบหน้าช่วงคางจะดูเรียวมนธรรมชาติมากที่สุด แต่ต้องใช้ทักษะศัลยแพทย์ชั้นสูงในการผ่าตัด ซึ่งไม่ใช่ศัลยแพทย์ทุกคนจะทำได้ ต้องผ่านการศึกษาต่อด้าน Maxillofacial ซึ่งมีน้อยมากในไทย ในแต่ละปีจึงมีคนไข้ชาวไทยไม่น้อยเลยต้องบินไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้

เสริมคางธรรมชาติ ตัวช่วยที่จะทำให้หน้าของคุณ เข้ารูปแบบเนียนๆ

การผ่าตัดเสริมคางเป็นการปรับแต่งโครงหน้าส่วนล่างให้เข้ากัน จุดประสงค์เพื่อเสริมให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ทำให้ใบหน้ายาวเรียวขึ้น มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ลักษณะการเสริมคางที่ดี เสริมคางธรรมชาติ ต้องมีความเรียวยาวแบบพอดี และไม่แหลมเกินไปจนดู ด้านหน้าจะอูมเล็กน้อยเป็นลักษณะเหมือนช้อน คางไม่ตัด ไม่บิดเบี้ยว หรือไม่มีรอยบักตรงกลาง

ปัจจุบันมี 2 วิธีในการทำศัลยกรรมเสริมคาง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

จะมีซิลิโคนแท่งเสริมคางแบบสำเร็จรูป เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับรูปทรงคางมากนัก เช่น คางเล็กแต่เข้ารูปอยู่แล้ว ผู้ที่เสริมคางไม่ต้องเสียเวลานาน ในการรอระหว่างที่ทางแพทย์เตรียมอุปกรณ์

และซิลิโคนแท่งเสริมคางแบบเหลาใหม่ เพื่อให้รับกับรูปทรงคาง เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหามาก เช่น คางที่สั้นระดับกลาง คางเบี้ยวระดับเล็กน้อย -กลาง หรือรูปทรงของคางที่ไม่ได้สัดส่วน ทางแพทย์ จะวัดรูปร่างของคางแล้ว ทำการกำหนดรูปทรงคางของเรา นำไปเหลาแท่งซิลิโคนให้รับกับใบหน้า

ก่อนการทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

ก่อนทำศัลยกรรมเสริมคาง ผู้ทำต้องไม่มีโรคติดต่อ หรืออาการแพ้ยาและอาหาร ถ้ามีควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อวิเคราะห์อาการเบื้องต้นต้องไม่มีปัญหาเกี่ยวกับกราม หรือโรคทางช่องปาก เช่น กรามอักเสบ ปัญหาเกี่ยวกับฟัน ฟันไม่เท่ากัน ฟันยื่น เป็นต้น เพราะเมื่อทำศัลยกรรมเสริมคางแล้ว อาจเกิดอันตราย หรือคางผิดรูปร่างได้ แนะนำว่า ควรเข้ารับการรักษาช่องปากก่อน แล้วมาทำศัลยกรรมเสริมคาง

วิธีการทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

การผ่าเสริมคางจะมีสองวิธีคือ ผ่าตัดเปิดแผลบริเวณในช่องปาก และบริเวณนอกช่องปาก ทางแพทย์จะสอบถามว่า เราต้องการแบบไหนในการผ่าตัด และจะแนะนำความเหมาะสมในการผ่าตัดว่า ควรจะทำด้วยวิธีไหนที่เหมาะกับเรา นำซิลิโคนที่เตรียมไว้ ใส่ในจุดที่ผ่าตัดปรับให้เข้ารูปทรง เย็บบาดแผลให้เรียบร้อย เวลาในการผ่าตัดประมาณ 40 – 90 นาที

เสริมคางเทคนิคเปิดแผลในปาก เป็นการเสริมด้วยซิลิโคนที่ใช้ทางการแพทย์โดยแพทย์จะออกแบบและเหลาซิลิโคนใช้เข้ากับในหน้าหรือทรงของคางที่ต้องการโดยการผ่าตัดจะทำการฉีดยาชา และเปิดแผลจากในปาก ด้านในร่องซอกริมฝีปากล่าง ยาว 1.5 – 2 เซนติเมตร มองจะไม่เห็นแผลจากภายนอก ไหมจะละลายเองภายใน 1-2 อาทิตย์ ไม่ต้องตัดไหม ระยะเวลาทำประมาณ 45 นาที

เสริมคางธรรมชาติ ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ถือว่า เป็นอีกวิธีในการทำศัลยกรรม ที่นิยมกันมากอีกวิธีหนึ่ง เพราะทำง่ายไม่ต้องผ่าตัด ทำแล้วไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องกลัวว่าเมื่อคางโทนกระทบกระเทือนแล้วคางจะเบี้ยวเสียรูปทรง

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ทำได้ง่ายและไม่ต้องมีเวลาพักฟื้น ทำให้หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ การฉีดฟิลเลอร์จะมีอายุประมาณ 1 ปีก่อนที่รูปคางจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม จึงต้องเข้ารับการการฉีดฟิลเลอร์เป็นประจำ เพื่อให้เข้ากับรูปหน้า บริเวณที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ จะมีความรู้สึกยืดหยุ่น ก่อนเข้าฉีดฟิลเลอร์ควรศึกษาข้อมูลหาแพทย์ที่มีความชำนาญ เพราะแพทย์ที่ไม่มีชำนาญเพียงพออาจทำให้คางเบี้ยว ไม่สมส่วน หรือคางดูไม่เป็นธรรมชาติได้ ควรศึกษาข้อมูลให้ดี ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ หลังจากฉีดฟิลเลอร์ สามารถกลับบ้านได้เลยไม่ต้องรอดูอาการ

การเสริมคางหากผู้ที่มีลักษณะคางสั้นมาก คางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากันจากโครงกระดูกคาง เมื่อเสริมซิลิโคนจะทำให้บิดเบี้ยวได้ง่าย คางสั้นหรือถอยไปด้านหลัง ที่มีความผิดปกติเรื่องการสบฟัน คางที่เคยฉีด ซิลิโคนเหลว หรือ ฟิลเลอร์ชนิดที่ไม่ปลอดภัยมาก่อน รูปทรงของคางจะควบคุมได้ยากจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่ตกค้างในเนื้อ ดังนั้นควรจะต้องใช้วิธีศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง (sliding chin surgery) การศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง เป็นวิธีการทำศัลยกรรม แก้ปัญหาเกี่ยวกับรูปหน้าเหมือนกัน แต่จุดที่แตกต่างกันใหญ่ ๆ คือ ศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง จะเน้นรักษาคนที่ผิดปกติจริง ๆ เกี่ยวกับคางมากกว่า

คนที่จะเข้ารับการเสริมคาง ควรเข้าใจก่อนว่าจริง ๆ คางเรามีปัญหาแบบไหน เพราะแต่ละรูปแบบ มีความเสี่ยงไม่เหมือนกันในการรักษา ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดก่อนเข้ารับการรักษาและทำศัลยกรรม