เสริมคาง ติดเชื้อ อันตรายมากน้อยแค่ไหน รักษาได้หรือไม่?

การเสริมคางถือว่าเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาคางเล็กหรือคางหลุบเข้าไปข้างในทำให้โครงหน้าผิดรูปไม่สวยงาม ศัลยแพทย์จะใส่ซิลิโคนทางการแพทย์ที่เตรียมรูปทรงให้รับกับใบหน้าไว้แล้วที่บริเวณลูกคางของคนไข้ ในกรณีที่คนไข้มีปัญหากระดูกขากรรไกรบนหรือล่างเล็กผิดปกติ หรือฟันกรามบนและล่างขบกันไม่สนิท ศัลยแพทย์จะแนะนำให้ทำศัลยกรรมลดมุมขากรรไกรแทน การเสริมคางความเสี่ยงที่จะเสริมคาง ติดเชื้อ โอกาสเสี่ยงแทบจะไม่มี หากคุณเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของศัลยกรรม ดีทำให้ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่าง

วัสดุที่ใช้ในการเสริมคาง

ศัลยกรรมเสริมคางด้วยซิลิโคน มีความยืดหยุ่นสูง และผิวสัมผัสดูเป็นธรรมชาติเหมือนกับคางของมนุษย์จริง ๆ

วิธีการผ่าตัดเสริมคาง

วิธีที่ 1. การผ่าตัดลงด้านนอก

เป็นการผ่าตัดบริเวณใต้คาง แต่ไม่ค่อยนิยม เนื่องจากเห็นแผลด้านอก แต่ก็มีข้อดี คือ โอกาสติดเชื้อจะน้อยกว่าการผ่าตัดด้านใน กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เพราะแพทย์สามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาทเพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกกรามได้โดยตรง เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายกว่า เพราะสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลภายนอกได้เลย สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย แต่การผ่าตัดด้วยแผลด้านนอก อาจมีแผลเป็นเล็กน้อย ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร การเปิดแผลภายนอกไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid)

วิธีที่ 2. การผ่าตัดลงในปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในปาก บริเวณซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลประมาณ 2 ซม. หลังจากนั้น ก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา แล้วจึงจะวางแท่งซิลิโคน เข้าไปให้พอดีตรงตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมด ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้เลย และไม่มีแผลเป็น เพราะมองไม่เห็นแผลจากภายนอก แต่การผ่าตัดแบบแผลในปาก มีโอกาสติดเชื้อสูง เพราะในช่องปากมีน้ำลายตลอดเวลา และตอนทานอาหาร เศษอาหารอาจตกลงไปตามขอบแผลได้

สำหรับคนที่เคยผ่านการคางมาแล้วหรือฉีดซิลิโคนเหลวมาก่อน ลักษณะทรงคางนั้นจะควบคุมได้ยากผลมาจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารเคมีตกค้างอยู่ภายใน จะทำให้แก้ไขเอาของเก่าออกได้ยาก และจะมีอาการเจ็บมากกว่าปกติ

การดูแลตนเองหลังจากการผ่าตัด คือสิ่งที่สำคัญอย่างหากดูแลไม่ดีก็จะส่งผลต่อแผลที่ตนเองทำมาหรือคางที่เสริมมาก็อาจจะเบี้ยว ย้อย ได้ หรือการฟื้นตัวของร่างกายได้ช้ามาก

เสริมคาง ติดเชื้อ คืออะไร ไปดูกัน

ความเสี่ยงในการเสริมคาง

  • ความเสี่ยงในการทำศัลยกรรมเสริมคาง การเสริมคางมักจะเกิดอาการชาที่ริมฝีปาก ผลมาจากด้านในริมฝีปากล่างมีแผลผ่าตัดแต่อาการชาก็จะค่อย ๆ หายไป มีอาการปวดบวมรอบ ๆ คาง บางรายอาจเกิดอาการชาถาวรก็มีซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ หลังผ่าตัดต้องระวังระวังไม่ให้แผลกระทบกระเทือนแรง ๆ เพราะหากมีการกระทบกระเทือนอาจทำให้ซิลิโคนที่เสริมเข้าไปนั้นเคลื่อนจากตำแหน่ง
  • การอักเสบติดเชื้ออย่างที่บอกว่าแผลผ่าตัดในปากมีโอกาสสัมผัสกับอาหาร น้ำ และน้ำลายอยู่บ่อย ในระยะแรกที่แผลยังใหม่อยู่อาจจะมีการติดเชื้ออักเสบได้ ถึงแม้จะไม่มากนัก เพราะแพทย์จะให้ยาแก้อักเสบ รวมทั้งกำชับเรื่องการดูแลแผลเป็นอย่างดีแล้ว แต่หากเกิดขึ้นในระยะแรก ๆ ที่ยังอักเสบไม่รุนแรง แพทย์อาจจะใช้ยาที่แรงขึ้นช่วยจัดการปัญหานี้ได้ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ แล้ว การแก้ไขก็มัก จะลงเอยด้วยการเปิดแผล แล้ว เอา แท่งคางที่เสริมไว้ออกเสียก่อนแล้วค่อยมาตั้งต้นกันใหม่ในภายหลัง
  • ปากชาทั้งนี้เนื่องจากบริเวณคางด้านข้างซ้ายและขวา จะมีเส้นประสาทที่มาเลี้ยงริมฝีปากล่างอยู่ด้วย ทำให้เรามีความรู้สึกได้แต่หากใช้แท่งซิลิโคนที่กว้างมากเกินไป จนต้องเลาะเข้าไปใกล้เส้นประสาททั้งสองข้างที่อยู่ชิดกระดูกกราม ก็อาจจะทำให้เกิดอาการชาที่ปากตามมาได้ แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดเพียงชั่วคราว ซึ่งมักจะฟื้นได้ในเวลาอันสั้น นั่นเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้

การศัลยกรรมเสริมความงามทุกอย่างมีความเสี่ยง ดังนั้นก่อนทำเสียเวลาศึกษาหาข้อมูลของแต่ละคลินิกสักนิดเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ มีการใช้แบบไหนบ้าง ที่คนนิยมทำ

การเสริมคางพบว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ แต่วิธีนี้จะไม่คงอยู่ถาวร เพราะไขมันและสารฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปเองภายใน 3-5 ปี ส่วนวิธีที่สองคือ วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นนำมาใส่บริเวณคาง ซึ่งการเสริมคางด้วย ซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ

การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก
การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอก

  • เป็นการเปิดแผลที่ภายนอกช่องปาก ช่วยเพิ่มความสะดวกในการวางตำแหน่งซิลิโคนให้ทำได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น
  • แผลที่กรีดอยู่ใต้คางมีขนาดเล็ก สามารถดูแลรักษาแผลได้ง่าย และแผลค่อนข้างหายเร็ว
  • แผลอยู่ด้านนอก จึงช่วยลดความกังวล และลดความเสี่ยงในเรื่องการติดเชื้อจากน้ำลายและเศษอาหารที่อาจตกค้างอยู่ในช่องปาก
  • ได้รูปคางที่สวยงามไม่บิดเบี้ยว เพราะคุณหมอจะมีการเย็บเพื่อล็อคซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • มีการใช้การยิงเลเซอร์ประกอบร่วมกับการผ่าตัดเสริมคางในคนไข้ทุกราย เพื่อประโยชน์ในการห้ามเลือด และช่วยลดอาการช้ำบวม
  • กรรมวิธีแก้คางแบบแผลนอก เหมาะกับการแก้ไขคางที่ต้องมีการขูดฟิลเลอร์เก่าออก จะช่วยขูดสารเหลวออกได้เกลี้ยงมากกว่า
  • ในกรณีที่คนไข้มีเนื้อบริเวณคาง/ใต้คางที่ห้อยย้อย การผ่าตัดแบบแผลนอกจะช่วยตกแต่งจัดการกับผิวหนังส่วนเกินบริเวณใต้คางได้ดีกว่า

การเสริมคางจากด้านในช่องปาก
การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย  แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ ทำแบบไหนดี

ซิลิโคน เสริมคางมีกี่แบบ

1.การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดมีขาหรือซิลิโคนขายาว 

การเสริมคางด้วยซิลิโคนชนิดมีขา เป็นซิลิโคนที่มีระยะด้านของด้านข้างยาวออกเหมาะสำหรับผู้ที่มีคางถอย ดูไม่สมส่วนมองด้านข้างใบหน้าดูสั้น โดยเฉพาะคางเล็กแนวนอนหรือ คางถอย  (Vertical microgenia)  ลักษณะของซิลิโคนขายาว จะมีขายาวที่วางโค้ง ครอบไปบนบริเวณกระดูกปลายคาง ทั้งนี้เพื่อให้ซิลิโคนถูกจัดวางในองศาเดียวกับกรอบหน้าอย่างพอเหมาะ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นรอยต่อขึ้นในบริเวณระหว่างแก้มกับคาง โดยในส่วนขาของซิลิโคนจะเป็นตัวที่ช่วยล็อคตำแหน่งไว้ไม่ให้ห้อยย้อยหรือหล่นลงมาอยู่บริเวณใต้คาง และช่วยครอบล็อคส่วนกระดูกคาง ป้องกันไม่ให้คางเบี้ยวหรือเอียง

2.การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดไม่มีขาหรือขาสั้น

การเสริมคางด้วยซิลิโคนเสริมคางชนิดไม่มีขา เป็นซิลิโคนที่ใช้เติมเต็มส่วนปลายคางที่ทรงคางไม่ชัดเจนให้ดูมีมิติของคางมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีคางเล็กแนวตั้ง (Horizontal microgenia) สามารถ เสริมคางได้ทุกรูปแบบ ซึ่งเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการเสริมคางโดยเน้นเฉพาะส่วนปลายคางให้ดูยาวขึ้นกว่าเดิม และมีโครงสร้างพื้นฐานคางเดิมที่ค่อนข้างดูดีอยู่แล้ว  (คือมีคางอยู่บ้างแล้ว) แต่ต้องการมาทำคางเพื่อปรับใบหน้าให้ได้สัดส่วน มีความสมดุล ดูสวยสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ต้องการให้ใบหน้าดูยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา ซึ่งซิลิโคนที่เลือกใช้จะมีลักษณะนิ่มปานกลาง

ซึ่งซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมคาง มี 2 ประเภท ได้แก่

  1. ซิลิโคนเกาหลี(Korean Silicone)

ซิลิโคนเกรดเกาหลีมีข้อดีคือ มีความนุ่มเมื่อเสริมออกมาแล้วจะแลดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา การทำคางด้วยซิลิโคนเกาหลีจะได้คางที่ได้รูปสวย ดูพุ่ง งอนมาทางด้านหน้า ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณเนื้อคางเดิมของคนไข้แต่ละท่านด้วย

  1. ซิลิโคน USA

ซิลิโคนอเมริกามีข้อดีต่อการทำคางคือ นอกจากจะไม่นิ่มมากแล้ว ยังมีความน่าเชื่อถือสูงเนื่องจากเป็นซิลิโคนที่ได้มาตรฐานเป็นพิเศษ และเป็นเกรดทางการแพทย์ (medical grade silicone) มีค่าความบริสุทธิ์ของเนื้อซิลิโคนสูงมาก เสริมออกมาแล้วจะได้ทรงที่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากง่ายในการเหลาขึ้นรูป ปลอดภัยต่อร่างกาย มีความยืดหยุ่น และเข้ากับโครงหน้าของคนไข้แต่ละท่าน

เสริมคางแล้วมีพังผืด คืออะไร ต้องแก้ไข หรือรักษายังไง

ปัญหาพังผืด ที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากทำการผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังศัลยกรรม การเกิดพังผืดนั้นอาจรุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัดเปิดแผลใหม่เพื่อแก้ไขเลยก็เป็นได้ แล้วพังผืดนั้นคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร

“พังผืด” คือเนื้อเยื่อที่ร่างกายของคนเรานั้นสร้างขึ้นมา โดยจุดประสงค์ก็คือเพื่อห่อหุ้มสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาอยู่ในร่างกาย ซึ่งที่จริงแล้ว พังผืด คือเนื้อเยื่อ คลอลาเจนถือเป็นเนื้อเยื่อปกติของเราเอง แต่เป็นกระบวนการของร่างกาย ที่หากเวลามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายก็จะมีการสร้างเนื้อเยื่อมาหุ้มนั่นก็คอพังผืด

ในการทำศัลยกรรมนั้น สิ่งแปลกปลอมที่ว่าก็คือบรรดาถุงน้ำเกลือ เจล หรือซิลิโคน เช่นการทำศัลยกรรมเสริมคางแล้วมีพังผืด

ปัจจัยของการเกิดพังผืดได้แก่

  • ความชำนาญของแพทย์น้อย หากทำศัลยกรรมกับแพทย์ที่มีความชำนาญน้อย แผลผ่าตัดไม่เนียน มีอาการบวมช้ำมีเลือดคั่งเยอะ หรืออักเสบตามมา ก็อาจจะส่งผลให้เกิดพังผืดขึ้นมา
  • การเลือกใช้ซิลิโคน ผิวเรียบ มีโอกาสเกิดพังพืดหดรัดได้มากกว่าผิวทราย
  • มาตรฐานของซิลิโคนที่ใช้ บางครั้งคลินิกที่ทำศัลยกรรมแจ้งกับทางคนไข้ว่าซิลิโคนนั้นเป็นของมีคุณภาพได้มาตรฐาน แต่กลับใส่ซิลิโคนเก่าไม่ได้มาตรฐานเข้าไปแทน ซึ่งนี่ก็เป็นความเสี่ยงของการเกิดพังผืดเช่นกัน
  • รับประทานยาที่เข้าใจว่าเป็นยาสลายพังผืด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วยาที่ช่วยสลายพังผืดได้จริง ๆ และเห็นผล 100% นั้นยังไม่มี การซื้อยาที่มีสรรพคุณว่าเป็นยาสลายพังผืดนั้น อาจนำมาซึ่งผลข้างเคียงอื่น ๆ และอาจเป็นต้นเหตุของ การเกิดพังผืดได้เช่นกัน
  • ปัญหาจากการฉีดยาสลายพังผืดที่คาง ด้วยความเข้าใจว่าจะเป็นการแก้ปัญหาให้คางที่ถูกฉีดมายุบและเรียบหายเป็นปกติ แต่ความจริงแล้ว ส่วนที่ยุบหายไปคือ เนื้อเยื่อปกติบริเวณคาง ส่วนสารที่ฉีดยังคงอยู่ขนาดเท่าเดิม
  • ความเข้าใจผิดอย่างมากจากการฉีดยาสลายพังผืด คนไข้ฉีดคางมาด้วยสารฟิลเลอร์เหลว ต่อมาได้รับการรักษาด้วยการฉีดยาสลายพังผืด เพราะเข้าใจว่าจะทำให้คางที่ฉีดมายุบเรียบสวยงามโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • การรอเวลาให้ร่างกายเสริมสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาทดแทนส่วนที่แฟบแห้งหายไปเพราะยาฉีด เป็นวิธีรักษาที่ดีที่สุด อาจจะต้องใช้เวลา 6-12 เดือน ขึ้นไป คนไข้ต้องมีความเข้าใจอย่างแท้จริง

เสริมคางแล้วมีพังผืด คืออะไร รักษายังไง

การทำศัลยกรรมเสริมคาง

วิธีที่เสี่ยงต่อการเป็นมากที่สุดคือการฉีดคางด้วย Filler ส่วนการผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนจะไม่มีภาวะเป็นพังผืดหลังการผ่าตัด หากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แพทย์อาจจะแนะนำให้นวดคางหลังผ่าตัด เพื่อลดอาการแข็งตึงของคาง

การเสริมคางด้วยแท่งซิลิโคน  เป็นวิธีการที่จัดได้ว่าเป็นวิธีมาตรฐานอย่างหนึ่งของวงการเสริมความงาม หลักการก็ไม่มีอะไรซับซ้อน นอกจากการเอาแท่งซิลิโคนที่มีขนาดที่เหมาะสมเข้าไปวางในตำแหน่งที่เป็นคาง  ซึ่งก็คือขอบล่างของกระดูกกรามด้านหน้านั่นเอง ไม่ใช่ใต้กระดูกคาง มีบางคนเข้าใจผิดว่าทำการเสริมคางแล้วทำไมคางไม่ยาวลง  แต่งอนมาด้านหน้า  ต้องมานั่งทะเลาะกับหมอทีหลังเพราะคิดกันคนละจุด  เจ้าแท่งซิลิโคนที่จะใช้ในการเสริมคางนั้นก็เป็นชนิดเดียวกับที่เขาใช้ในการเสริมจมูก  มีทั้งที่ขึ้นรูปมาเรียบร้อยแล้วจากโรงงาน และนำมาแต่งนิดหน่อยก่อนเสริมเข้าไป และชนิดที่แพทย์ต้องเหล่ารูปขึ้นมาเองให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนว่าจะใช้ชนิดไหน

เมื่อผ่าตัดแล้วเสร็จ  ก็เป็นขั้นตอนของการดูแลหลังการผ่าตัด  หลังจากการผ่าตัดแล้วย่อมมีอาการบวมได้บ้าง  หากต้องการให้อาการบวมลดลงก็คงต้องช่วยเหลือโดยการประคบเย็น  หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนบริเวณคาง  โดยเฉพาะในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก  การดูแลแผลผ่าตัดในปากก็เป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้  เพราะในปากจะมีน้ำลาย  รวมทั้งอาหารปนเปื้อนอยู่ตลอดเวลา  ดังนั้นหากดูแลบ้วนปากและระมัดระวังทานอาหารอย่าให้แข็งมากก็จะทำให้แผลหายได้เร็วขึ้นและไม่เกิดการอักเสบหลังการเสริมคาง

ความเสี่ยงของการผ่าตัดเสริมคาง

  • ความเสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด

ความเสี่ยงนี้จะลดลงเหลือน้อยมาก หากรับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังรับการผ่าตัดเป็นอย่างดี

เสริมคางโหงวเฮ้ง ช่วยเรื่องชีวิต โชคลาภ ที่ดีมากยิ่งขึ้น

คนที่มีโหงวเฮ้งใบหน้าที่ดีคือ คนที่มีรูปหน้าถูกต้องตามตำรา ซึ่งก็เป็นศาสตร์นึ่งของคนจีนที่มีความเชื่อมานาน ถ้าพูดถึงเรื่องโหงวเฮ้งกับการทำศัลยกรรมแล้วนั้น มีคนจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่เลือกทำศัลยกรรมเพื่อปรับโหงวเฮ้งของตัวเอง เพราะเชื่อว่าสามารถช่วยในหลาย ๆ เรื่องให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน การเงิน ครอบครัว รวมไปถึงช่วงบั้นปลายชีวิตที่ต้องดีขึ้น

โดยพื้นฐานเรื่องโหงวเฮ้งจะแบ่งเป็นสี่ช่วงของอายุ ซึ่งบริเวณคางเองนั้น อายุ 50 ปีขึ้นไป โหงวเฮ้ง วิ่งผ่านบริเวณนี้อย่างแน่นอน คือตั้งแต่ปลายจมูกจนถึงปลายคาง

เสริมคางโหงวเฮ้ง เชื่อว่าจะช่วยเรื่องบั้นปลายชีวิต บางคนที่ไม่เชื่ออาจจะบอกว่างมงาย แต่สำหรับคนที่เชื่อเรื่องเหล่านี้ จะมองว่า โหงวเฮ้งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ แม้มันอาจจะไม่  100% แต่ก็ประมาณ 70-80%  ที่เหลือเป็นเรื่องของโชคชะตาและการกระทำ

เสริมคางโหงวเฮ้ง รับทรัพย์

การเสริมโหงวเฮ้ง

หน้าผาก
บ่งบอกถึงสติปัญญาและความสำเร็จ ถ้าหน้าผากแคบจะมีชื่อเสียงน้อย การเสริมหน้าผากจะช่วยเพิ่มชื่อเสียงมากขึ้นลักษณะผู้หญิงที่มีหน้าผากกว้าง ปัญญาดี เป็นผู้นำ รับผิดชอบเก่ง แต่อาจต้องเหน็ดเหนื่อย และแบกภาระ และผู้ชายหน้าผากกว้าง ปัญญาดี ฉลาด ชอบเรียนรู้ วาสนาดี มีผู้อุปถัมภ์

ดังนั้นหากจะปรับตามโหงวเฮ้ง สามารถเสริมหน้าผากด้วยการฉีด Filler หรือสำหรับคนที่มีหน้าผากกว้างเกินไป จนทำให้ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน ก็ สามารถใช้วิธีปลูกผม FUE เพื่อปรับรูปหน้าได้ โดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรม

โหนกแก้ม
บ่งบอกถึงความอดทน คนที่มีแก้มเล็กหรือไม่มี โหนกแก้ม แสดงว่าคนนั้น มีความอดทนน้อย
สำหรับคนที่ไม่มีโหนกแก้มสามารถเติม Filler ได้ หรือ ร้อยไหมเพื่อยกโหนกแก้มขึ้น แต่สำหรับคนที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มเยอะเกินไป ก็สามารถทำการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มได้
จมูก
บ่งบอกถึงทรัพย์สิน ปลายจมูก คือ การได้มาของทรัพย์สิน ปีกจมูก คือ การเก็บรักษา รูจมูก คือ การไหลเข้าออกของทรัพย์สิน คนที่มีไฝบริเวณปลายและปีกจมูก จะมีโอกาสเป็นหม้ายสูง
ปัจจุบันการศัลยกรรมจมูกเป็นที่นิยมมาก ก็สามารถเลือกทรงและรูปร่างได้ตามใจชอบ สำหรับปัญหาการมีไฝตื้นหรือรอยดำบริเวณจมูกและผิวไม่เรียบสามารถแก้ไขได้ด้วย  Laser ที่จะช่วยทั้งรูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเรียน สามารถรักษาฝ้า กระ รอยดำได้อย่างเห็นผล
ริมฝีปาก
บ่งบอกถึงการเจรจา ถ้าริมฝีปากหนาจะเหมาะกับ การเป็นนักขาย เจรจา และประชาสัมพันธ์ สำหรับการทำปากให้บาง หรือเป็นรูปกระจับ เพื่อเสริมโหวงเฮงในเรื่องของมิตรภาพที่ดี เหมาะกับคนที่ต้องพูดคุยเจรจางานบ่อย ๆ เชื่อว่าจะทำให้งานราบรื่นไม่ติดขัด สามารถทำศัลยกรรมปากกระจับได้
สำหรับการปรับรูปปากให้อวบอิ่มเสริมโหงวเฮ้ง การเติม Filler เป็นก็ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอีกวิธีหนึ่ง
คาง
บ่งบอกถึงความสบาย และบั้นปลายชีวิต คางกว้างสื่อถึงเป็นคนเปิดเผย ทะเยอทะยาน มีความมุ่งมั่น คางแคบบ่งบอกถึงการเป็นคนละเอียดอ่อน ขาดความมั่นใจ ไร้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แต่หากคางแคบแต่หน้าผากกว้าง แสดงว่ามีสติปัญญาดีมีความสามารถทางศิลปะ ในแต่ละรูปแบบของคาง ลักษณะคางที่เหมาะสม ไม่ควรแหลมมากจนเกินไป เพราะถ้าแหลมมากอาจจะทำให้ไปขวางสิ่งที่ดีที่จะเข้ามาในชีวิต ปลายคางจะออกแนวมน ๆ องศาคางยื่นออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ให้รับกับปลายจมูกนิดหน่อย เพื่อให้เข้ากับรูปหน้า แต่ในปัจจุบันคางยาวเรียวเป็นที่นิยมมาก การเสริมคางสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดศัลยกรรม หรือฉีด Filler ได้
คิ้วและตา

เสริมคางโหงวเฮ้ง แบบไหนดี

ลักษณะของคิ้วและตาที่ดีต้องมีหางคิ้วและหางตาที่ไม่ตก เพราะจะทำให้ใบหน้าดูเศร้าตลอดเวลาไม่สดใส คิ้วและตาจะต้องคอยเปิดรับสิ่งดี ๆ ดังนั้นรูปคิ้วจะต้องเหมาะสม แววตาแจ่มใส เป็นไปตามรูปหน้า

ลักษณะของคิ้วที่ดี คือมีลักษณะคิ้วที่สมบูรณ์ หัวคิ้วเริ่มจากหัวตา หางคิ้วยาวเสมอหางตา หรือยาวเลยหางตาเพียงเล็กน้อย เส้นขนคิ้วเรียงเส้นขนเป็นแนวนอนจากหัวตาไปทางหางตา อย่างเป็นระเบียบ ไร้ตำหนิ

ลักษณะของตาที่ดี  คือ ตาสดใส เพราะสามารถสื่ออารมณ์ ความรู้สึกได้ ทั้งความโกรธหรือโหดร้าย บ่งบอกความขยัน หรือขี้เกียจ ความซื่อไม่ซื่อ ความมีอำนาจหรือเมตตา แววตาที่สดใสสื่อถึงพลังความกล้าหาญ อดทน

ดังนั้นการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อยกกระชับให้คิ้วไม่ตก หรือจะร้อยไหมยกกระชับที่หย่อนคล้อยก็สามารถทำได้

เสริมคางธรรมชาติ ตัวช่วยที่จะทำให้หน้าของคุณ เข้ารูปแบบเนียนๆ

การผ่าตัดเสริมคางเป็นการปรับแต่งโครงหน้าส่วนล่างให้เข้ากัน จุดประสงค์เพื่อเสริมให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ทำให้ใบหน้ายาวเรียวขึ้น มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ลักษณะการเสริมคางที่ดี เสริมคางธรรมชาติ ต้องมีความเรียวยาวแบบพอดี และไม่แหลมเกินไปจนดู ด้านหน้าจะอูมเล็กน้อยเป็นลักษณะเหมือนช้อน คางไม่ตัด ไม่บิดเบี้ยว หรือไม่มีรอยบักตรงกลาง

ปัจจุบันมี 2 วิธีในการทำศัลยกรรมเสริมคาง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

จะมีซิลิโคนแท่งเสริมคางแบบสำเร็จรูป เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับรูปทรงคางมากนัก เช่น คางเล็กแต่เข้ารูปอยู่แล้ว ผู้ที่เสริมคางไม่ต้องเสียเวลานาน ในการรอระหว่างที่ทางแพทย์เตรียมอุปกรณ์

และซิลิโคนแท่งเสริมคางแบบเหลาใหม่ เพื่อให้รับกับรูปทรงคาง เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหามาก เช่น คางที่สั้นระดับกลาง คางเบี้ยวระดับเล็กน้อย -กลาง หรือรูปทรงของคางที่ไม่ได้สัดส่วน ทางแพทย์ จะวัดรูปร่างของคางแล้ว ทำการกำหนดรูปทรงคางของเรา นำไปเหลาแท่งซิลิโคนให้รับกับใบหน้า

ก่อนการทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

ก่อนทำศัลยกรรมเสริมคาง ผู้ทำต้องไม่มีโรคติดต่อ หรืออาการแพ้ยาและอาหาร ถ้ามีควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อวิเคราะห์อาการเบื้องต้นต้องไม่มีปัญหาเกี่ยวกับกราม หรือโรคทางช่องปาก เช่น กรามอักเสบ ปัญหาเกี่ยวกับฟัน ฟันไม่เท่ากัน ฟันยื่น เป็นต้น เพราะเมื่อทำศัลยกรรมเสริมคางแล้ว อาจเกิดอันตราย หรือคางผิดรูปร่างได้ แนะนำว่า ควรเข้ารับการรักษาช่องปากก่อน แล้วมาทำศัลยกรรมเสริมคาง

วิธีการทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

การผ่าเสริมคางจะมีสองวิธีคือ ผ่าตัดเปิดแผลบริเวณในช่องปาก และบริเวณนอกช่องปาก ทางแพทย์จะสอบถามว่า เราต้องการแบบไหนในการผ่าตัด และจะแนะนำความเหมาะสมในการผ่าตัดว่า ควรจะทำด้วยวิธีไหนที่เหมาะกับเรา นำซิลิโคนที่เตรียมไว้ ใส่ในจุดที่ผ่าตัดปรับให้เข้ารูปทรง เย็บบาดแผลให้เรียบร้อย เวลาในการผ่าตัดประมาณ 40 – 90 นาที

เสริมคางเทคนิคเปิดแผลในปาก เป็นการเสริมด้วยซิลิโคนที่ใช้ทางการแพทย์โดยแพทย์จะออกแบบและเหลาซิลิโคนใช้เข้ากับในหน้าหรือทรงของคางที่ต้องการโดยการผ่าตัดจะทำการฉีดยาชา และเปิดแผลจากในปาก ด้านในร่องซอกริมฝีปากล่าง ยาว 1.5 – 2 เซนติเมตร มองจะไม่เห็นแผลจากภายนอก ไหมจะละลายเองภายใน 1-2 อาทิตย์ ไม่ต้องตัดไหม ระยะเวลาทำประมาณ 45 นาที

เสริมคางธรรมชาติ ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ถือว่า เป็นอีกวิธีในการทำศัลยกรรม ที่นิยมกันมากอีกวิธีหนึ่ง เพราะทำง่ายไม่ต้องผ่าตัด ทำแล้วไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องกลัวว่าเมื่อคางโทนกระทบกระเทือนแล้วคางจะเบี้ยวเสียรูปทรง

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ทำได้ง่ายและไม่ต้องมีเวลาพักฟื้น ทำให้หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ การฉีดฟิลเลอร์จะมีอายุประมาณ 1 ปีก่อนที่รูปคางจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม จึงต้องเข้ารับการการฉีดฟิลเลอร์เป็นประจำ เพื่อให้เข้ากับรูปหน้า บริเวณที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ จะมีความรู้สึกยืดหยุ่น ก่อนเข้าฉีดฟิลเลอร์ควรศึกษาข้อมูลหาแพทย์ที่มีความชำนาญ เพราะแพทย์ที่ไม่มีชำนาญเพียงพออาจทำให้คางเบี้ยว ไม่สมส่วน หรือคางดูไม่เป็นธรรมชาติได้ ควรศึกษาข้อมูลให้ดี ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ หลังจากฉีดฟิลเลอร์ สามารถกลับบ้านได้เลยไม่ต้องรอดูอาการ

การเสริมคางหากผู้ที่มีลักษณะคางสั้นมาก คางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากันจากโครงกระดูกคาง เมื่อเสริมซิลิโคนจะทำให้บิดเบี้ยวได้ง่าย คางสั้นหรือถอยไปด้านหลัง ที่มีความผิดปกติเรื่องการสบฟัน คางที่เคยฉีด ซิลิโคนเหลว หรือ ฟิลเลอร์ชนิดที่ไม่ปลอดภัยมาก่อน รูปทรงของคางจะควบคุมได้ยากจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่ตกค้างในเนื้อ ดังนั้นควรจะต้องใช้วิธีศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง (sliding chin surgery) การศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง เป็นวิธีการทำศัลยกรรม แก้ปัญหาเกี่ยวกับรูปหน้าเหมือนกัน แต่จุดที่แตกต่างกันใหญ่ ๆ คือ ศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง จะเน้นรักษาคนที่ผิดปกติจริง ๆ เกี่ยวกับคางมากกว่า

คนที่จะเข้ารับการเสริมคาง ควรเข้าใจก่อนว่าจริง ๆ คางเรามีปัญหาแบบไหน เพราะแต่ละรูปแบบ มีความเสี่ยงไม่เหมือนกันในการรักษา ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดก่อนเข้ารับการรักษาและทำศัลยกรรม

เสริมคาง ที่ไหนดีที่สุด มีวิธีการเลือกอย่างไร ให้ปลอดภัยต่อตนเอง

เสริมคาง ที่ไหนดีที่สุด เป็นคำถามที่ใครหลาย ๆ คนให้ความสนใจเพราะการเสริมคางเป็นการผ่าตัดไม่ผ่าจะผ่าตัดเล็กหรือใหญ่ก็ล้วนแล้วมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกคลินิกที่ดีที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงหลังการผ่าตัด

วิธีเลือกเสริมคางที่ไหนดี เกณฑ์ในการเลือกก่อนทำศัลยกรรมคาง

เลือกสถานที่เสริมคาง

สำหรับการทำศัลยกรรมคาง ควรจะเลือกทำกับโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน สะอาด มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย มีทีมแพทย์ที่พร้อมให้บริการ พร้อมทั้งอุปกรณ์ฉุกเฉินหากการผ่าตัดเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น และมีทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สะอาด ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ มีทีมงานที่มีประสบการณ์ศัลยกรรม สามารถดูแลให้คำปรึกษาสาว ๆได้ มีการนัดติดตามผล ก่อนและหลังผ่าตัด ในกรณีเสริมคาง จะมีนัดเช็คทรง 1 เดือน เช็คแผล 3 เดือน ตลอดจนติดตามความเรียบร้อยทั้งหมดที่ 6 เดือน ซึ่งเป็นระยะที่คางค่อนข้างเข้าที่สมบูรณ์แล้ว

ความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือของแพทย์

แพทย์ที่ทำการศัลยกรรมให้จะต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางซึ่งเราสามารถสืบประวัติของแพทย์ที่จะทำศัลยกรรมให้กับเราได้ชัดเจนด้วย แพทย์ต้องผ่านกระบวนการประเมินความรู้ทางด้านการแพทย์ ประเมินทักษะ รวมไปถึงประเมินด้านการทำหัตถการก่อนที่แพทย์สภาจะออกใบประกอบวิชาชีพให้ ใบนี้จึงไม่ต่างอะไรจากใบรับรองที่จะนำมาใช้ยืนยันว่าแพทย์นั้นมีความรู้ความสามารถมากพอที่จะรักษาคนไข้ได้ อีกประการหนึ่งคือแพทย์แต่ละท่านนั้นมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน ซึ่งหากเลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญในจุดที่เราต้องการทำศัลยกรรมได้ ก็จะช่วยให้แพทย์วิเคราะห์และออกแบบการศัลยกรรมได้เหมาะสมกับใบหน้าของเรามากยิ่งขึ้น

เสริมคาง ที่ไหนดีที่สุด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล

สามารถพบแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษาก่อนเข้ารับบริการได้ 

เลือกคลินิกที่สามารถเข้าพูดคุยกับแพทย์ได้ก่อนทำศัลยกรรม หากคุยกับนายหน้าหรือคุยผ่านทางโทรศัพท์ อาจจะเข้าใจไม่ตรงกัน ทำให้ทำศัลยกรรมออกมาไม่เป็นไปตามความต้องการได้

มีบริการที่ดีหลังเข้ารับบริการ

เพราะการทำศัลยกรรมไม่ได้จบแค่ที่คลินิก ต้องมีการดูแลตัวเองและพักฟื้นหลังเข้ารับการบริการด้วย ดังนั้นอย่าลืมดูบริการหลังทำศัลยกรรม เผื่อในกรณีเกิดความผิดพลาด จะได้ทวงถามความรับผิดชอบได้

ตรวจสอบดูรีวิวผู้ที่เคยเข้ารับบริการมาก่อน

ว่าก่อนทำและหลังทำ ผลลัพธ์แตกต่างกันหรือไม่ ทำออกมาแล้วสวยไหม เพราะแต่ละคลินิกจะไม่เหมือนกันมีเอกลักษณ์ของใครของมัน

วัสดุที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง

สำหรับวัสดุที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบ “ซิลิโคนแท่ง” และแบบ “ฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง” โดยวิธีเสริมด้วยซิลิโคนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากด้านในช่องปาก และการศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก ส่วนวิธีฉีดก็จะเป็นการนำสารที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าไปที่คาง แต่ทั้งนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคน ปัจจุบันจะได้รับความนิยมและได้รับการยอมรับในวงการแพทย์มากกว่า

การก่อนเสริมคางต้องเตรียมตัวอย่างไร

ก่อนทำศัลยกรรมเสริม ควรงดรับประทานยาประเภทสเตียรอยด์ ทั้งนี้ถ้าใครที่รับประทานยาตัวใดหรืออาหารเสริมตัวใดอยู่ ควรแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด รวมถึงควรจะแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนการผ่าตัดด้วย

การดูแลหลังจากผ่าตัดเสริมคาง

หลังจากผ่าตัดจะมีอาการบวม สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ นอกจากนี้จนกว่าแผลจะหาย ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน ซึ่งเวลานอนก็ควรนอนหงายและหนุนหมอนสูง ๆ รวมถึงควรงดรับประทานอาหารรสจัด อาหารแสลง และหลังจากรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้งควรบ้วนปากทำความสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ที่สำคัญจะต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น

แผลผ่าตัดต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะหาย

โดยปกติแล้วหลังการผ่าตัด แผลจะมีอาการบวมอย่างน้อยประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะเริ่มเข้าที่และหายเป็นปกติโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน

สำหรับคนที่มองหาคลินิกเสริมคาง ที่ไหนดีที่สุด คงจะสับสนเพราะเจอคลินิกหลายแห่งที่รับทำศัลยกรรมและต่างก็บอกว่าตัวเองดีที่สุด ดังนั้นเราจะต้องหาตัวชี้วัดเข้ามาช่วยเพื่อวัดคุณภาพของคลินิกศัลยกรรมเหล่านั้น ไม่ควรเชื่อคำโฆษณาของแต่ละที่เพราะต่างก็จัดเต็มในการโปรโมทให้คนเข้ามาใช้บริการกันทั้งหมด ดังนั้นเราในฐานะผู้บริโภค จะต้องสร้างตัวชี้วัดขึ้นมาเองเพื่อวัดคุณภาพของคลินิกที่เราจะไปใช้บริการ เช่นการเทียบราคา การอ่านรีวิวลูกค้าเก่า ความรับผิดชอบในการดูแลผู้ป่วย และการหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต เราสามารถใช้ Google ในการค้นหาข้อมูลหรืออาจจะอ่านข้อมูลความคิดเห็นตามกระทู้เว็บบอร์ด pantip ในอินเทอร์เน็ต จะช่วยให้เราได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากขึ้น

หน้ากลมเสริมคาง จะเข้ากันไหม หรือทำแบบไหนดี

เสริมคางเหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้ากลม หน้ากลมเสริมคาง หรือผู้ที่มีสัดส่วนของใบหน้าไม่สมดุล โดยมีโครงหน้าส่วนบน หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แต่กลับมาคางที่สั้น ดังนั้นการศัลยกรรมเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความรี ดูเป็นรูปไข่

การเสริมคางปัจจุบันสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การเสริมคางแบบไม่ผ่าตัด  และ การเสริมคางแบบผ่าตัด

การเสริมคางแบบผ่าตัด  ปัจจุบันที่ทำกันมีอยู่ 2 แบบ คือ

เสริมคางด้วย ซิลิโคน

หากเป็นการเสริมคาง แบบซ่อนแผลจะทำการผ่าจากด้านในช่องปาก (intraoral incision) ซึ่งปัจจุบันคนนิยมเสริมคางวิธีนี้กันมาก เนื่องจากจะไม่เห็นรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดเสริมคางได้

และการผ่าจากด้านนอกบริเวณใต้คาง (submental incision) มักจะเกิดรอยแผลเป็นบริเวณใต้คาง ทำให้เสริมคางแล้วไม่สวยงามเท่าที่ควร

หน้ากลมเสริมคาง สวยไหม

เสริมคางด้วยการผ่าตัดเลื่อนคาง  ( Sliding Genioplasty ) หรือ การเลื่อนกระดูกขากรรไกร

การผ่าตัดเลื่อนคาง ( Sliding Genioplasty ) เป็นวิธีการขยับเลื่อนตำแหน่งของคางไปด้านหน้า ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีคางยื่นและโครงหน้าไม่สมส่วนกัน การศัลยกรรมเลื่อนคางจะปรับเปลี่ยนใบหน้าให้มีความสอดคล้องกลมกลืนกัน อีกทั้งยังแก้ไขความไม่สมมาตรกันของใบหน้าโดยรวม ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของผู้ทำศัลยกรรมไปได้อย่างสิ้นเชิงวิธีนี้จะเหมาะกับ ผู้ที่มีคางยื่นและฟันไม่เสมอกัน ผู้ที่มีคางบอบบางและปากยื่น ผู้ที่มีความผิดปกติของคางเข้าขั้นร้ายแรง

ข้อแนะนำการทำศัลยกรรมเลื่อนคาง

  • การผ่ากรีดสำหรับการทำศัลยกรรมเลื่อนข้างจะทำด้านในปากจึงไม่ทำให้เห็นรอยแผลเป็น
  • ศัลยกรรมชนิดนี้ควรถูกทำโดยศัลยแพทย์ที่ได้รับการรับรอง (board certified) และศัลยแพทย์ด้านใบหน้าและขากรรไกรเท่านั้น
  • แพทย์แนะนำการทำศัลยกรรมชนิดนี้กับผู้ที่มีปัญหาในการใช้วัสดุเทียมเสริมคางหรือการฉีดฟิลเลอร์ที่คาง

การดูแลหลังการทำศัลยกรรมเลื่อนคาง

  • ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ยาที่ได้รับประกอบไปด้วยยาปฏิชีวนะ ยาแก้อักเสบ และยาแก้ปวด
  • ในช่วง 2-3 วันแรก คนไข้ควรทานอาหารอ่อนนุ่มหรือของเหลวเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมากหรือการออกกำลังกายเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสจุดที่ทำการผ่ากรีด
  • ล้างปากด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาบ้วนปากทุกครั้งหลังทานอาหาร

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำศัลยกรรมเลื่อนคาง

  • รูปหน้าแบบวีไลน์และคางที่สวยงามเป็นสัดส่วน
  • หมดปัญหาปากยื่น

การเสริมคางแบบไม่ต้องผ่าตัด

การฉีดฟิลเลอร์คาง

เป็นการปรับรูปหน้าด้วยการฉีด ฟิลเลอร์คาง เพื่อแก้ปัญหาหน้ากลม คางสั้น หน้าเหลี่ยม คางเบี้ยว คางย้อย คางไม่เท่ากัน และสามารถฉีด ฟิลเลอร์คาง เพื่อปรับรูปหน้า เติมส่วนที่ขาดหายให้ใบหน้าดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น การฉีด ฟิลเลอร์คาง ให้หน้าดูยาวเรียวขึ้น นอกจากได้คางที่เรียวใบหน้าได้รูปแล้ว ยังช่วยลดเลือนร่องลึกบนใบหน้า แก้ปัญหาร่องลึกบริเวณมุมปาก และปัญหาร่องน้ำหมากได้ด้วย

การฉีด ฟิลเลอร์คาง โดยส่วนมาก ฟิลเลอร์คาง จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 1 CC. แต่บางคนไม่ได้ฉีดเพื่อแค่เติมคางให้ยาวขึ้นเท่านั้น แต่ต้องการปรับรูปคางให้สองข้างเท่ากัน ลดร่องน้ำหมาก เพื่อให้คางนั้นได้รูปทรงที่สวย ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น ก็จะต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ในการรักษาเพิ่มขึ้น

หน้ากลมเสริมคาง จะเป็นยังไง

ฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาของการฉีด ฟิลเลอร์คาง จะมีอายุอยู่ใต้ชั้นผิว ตามชนิดของรุ่นตัวยาที่ฉีดไป ซึ่งแตกต่างกันที่เทคโนโลยีการผลิตฟิลเลอร์ที่แต่ละบริษัทยาคิดค้นและเลือกใช้ ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 6-24 เดือน นอกจากรุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้รักษานี้แล้ว ความเข้มข้นของตัวไฮยาลูรอนิก ฟิลเลอร์ ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการสลาย หรือคงอยู่ของยาใต้ชั้นผิวเช่นกัน นอกจากนี้การดูแลและการปฏิบัติตัว หลังการฉีดฟิลเลอร์ ก็มีผลกับอายุของฟิลเลอร์ เช่นกัน เพื่อไม่ให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดนั้นสลายเร็วไปก่อนเวลา จึงควรดูแลตัวเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ที่ทำการรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน

ถ้าหาก ฟิลเลอร์คาง ที่เคยฉีดรักษามานั้น มีอายุอยู่ยาวนานเกินกว่า 2-3 ปี หรือ มีการเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งของฟิลเลอร์ ให้สงสัยว่าฟิลเลอร์ที่เคยได้รับการรักษามานั้นไม่ใช่ ฟิลเลอร์แท้ หรือ สารไฮยารูลอนิกแอซิด และควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้ถูกต้อง การฉีดฟิลเลอร์คาง ไม่ต้องเสียเวลานอนพักฟื้น หลังฉีดฟิลเลอร์คางเสร็จก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที การฉีดฟิลเลอร์ เมื่อหมดอายุก็จะสลายไปเองตามธรรมชาติ จึงปลอดภัยไม่ต้องกลัวสารตกค้าง ที่จะหลงเหลืออยู่ภายในร่างกาย และไม่ต้องผ่าตัดเพื่อนำออกเมื่อไม่ต้องการ

ฟิลเลอร์คาง บวมกี่วัน

หลังจากฉีด ฟิลเลอร์คาง เสร็จผู้เข้ารับการรักษาก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ จะไม่ปวดบวมที่คาง หรือมีแผล รอยที่คางอาจจะมีเพียงรอยเข็มขนาดเล็กที่ฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเท่านั้น ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 วัน รอยเข็มเล็ก นี้จะมองไม่เห็น ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของการฉีด ฟิลเลอร์คาง เลยก็ว่าได้ อันตรายจากการฉีด ฟิลเลอร์คาง เกิดขึ้นได้น้อยมาก จะเกิดได้จากการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานเท่านั้น หากว่าฟิลเลอร์ที่ใช้ได้รับการรับรองจาก อย. และรับบริการจากสถานบริการที่มีคุณภาพการฉีด ฟิลเลอร์คาง จะไม่มีอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น

เสริมคางขายาว คืออะไร แล้วมีการทำกี่แบบ ปลอดภัยไหม

ปัจจุบันการเสริมคางเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและทันสมัย ทำให้การทำศัลยกรรมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเพราะ แต่ละคลินิกที่เปิดให้บริการ โดยเฉพาะคลินิกที่มีชื่อเสียงมักจะมีแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมที่เก่ง ๆ ประจำ ดังนั้นหากท่านเลือกรักษากับคลินิกที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเสริมคางในเรื่องการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี เพราะการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำให้การเสริมคางของคุณไม่มีปัญหาและ ไม่ต้องดมยาสลบ ก็สามารถเสริมคาง และกลับมาเป็นปกติได้

การเสริมคางด้วยซิลิโคนจะมีด้วยกัน 2 แบบ ขาสั้นและขายาว  แบบขายาว

  • ซิลิโคนแบบขายาว: เหมาะสำหรับคนไข้ที่มี แนวกรามใหญ่ แก้มเยอะเพื่อจะเก็บกรอบหน้า เก็บแก้มให้เรียวมากขึ้น
  • ซิลิโคนแบบขาสั้น: สำหรับเสริมคางได้ทุกรูปแบบ หรือคนที่ต้องการให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ

การเสริมคาง จะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม จากนั้นก็นำมาใส่บริเวณคาง

เสริมคางขายาว คืออะไร

การเสริมคางด้วยซิลิโคน จะแบ่งออกเป็น  2 ตำแหน่ง คือ

การเสริมคางแผลใน

คือการผ่าตัดแบบเปิดแผลในปาก วิธีนี้หมอทำการเปิดแผลด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่างความยาวของแผลประมาณ 2 ซม. การเปิดแผลในปากจะมีบวมช้ำเล็กน้อย รอยต่อน้อย ไม่เห็นรอยแผลเป็นด้านนอก แต่ก็ต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดช่องปาก เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ ในตอนแรกหลังผ่าตัดจะต้องทานอาหารอ่อน ๆ และงดอาหารรสจัด

การเสริมคางแผลนอก

การผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง โดยจะทำการเปิดแผลขนาดประมาณ 2 – 3 ซม. สำหรับการเสริมคางแผลนอก จะเป็นที่นิยมน้อยกว่าการ เสริมคางแผลใน เพราะวิธีนี้คนไข้บางคนอาจเกิดแผลเป็นนูน หรือ คีย์ลอยด์หลังผ่าตัด แต่หมดกังวลเรื่องรอยแผลเป็นไปได้เลย เพราะการผ่าตัดแผลเล็กมาก อยู่ใต้คาง ประมาณ 1 ซม. แทบมองไม่ค่อยเห็น การดูแลรอยแผล หลังการผ่าตัด สามารถทายาทารอยเพื่อลบรอยได้ และรอยแผลจะค่อย ๆ จางหายไป ใช้เวลา ประมาณ 1-3 เดือน

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

1. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการผ่าตัด 14วัน
2. งดรับประทานอาหารเสริมวิตามินทุกชนิด ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 14วัน
3. งดแต่งหน้าจัด อนุโลมให้แต่งอ่อนๆมาได้ และงดใส่คอนแทคเลนส์
4. ถ้ามีโรคประจำตัวหรือยาที่รับประทานเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาโรคก่อนรับการผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

ช่วงแรกเน้นทานอาหารอ่อน รสชาติไม่เผ็ด พวกโจ๊ก ข้าวต้ม หลังเสริมคาง ให้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้น เพื่อลดการคลั่งตัวของเลือด ที่จะทำให้เกิดอาการบวม และอย่าแกะเฝือกดามคางเอง ออกก่อนกำหนด และอย่าเพิ่งท้าวคาง เพราะจะทำให้ซิลิโคนเบี้ยวได้ ทานยาตามที่แพทย์กำหนด และถ้าหากเกิดอาการผิดปกติใด  ๆ แนะนำว่าควรรีบมาปรึกษาแพทย์ทันที

เสริมคางขายาว เจ็บไหม ปลอดภัยไหม

  • ให้ประคบเย็น 3 วันแรกให้มากที่สุด ประคบอุ่นในวันที่ 4 ไปจนกว่าจะถึงกำหนดตัดไหม
  • งดทานอาหารต้องห้าม ที่กำหนด และอาหารที่เคี้ยวยาก เวลา 1 เดือน
  • งดล้างหน้าให้ใช้สำลีเปียกเช็ดทำความสะอาด จนกว่าจะตัดไหม
  • หลังเสริมคางควรนอนให้ศีรษะสูง 2-3 วัน สามารถนอนตะแคงศีรษะได้ ช่วยให้อาการบวมยุบได้ไว
  • ทำความสะอาดใบหน้าด้วยผ้าเปียกเช็ด หรือทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนการล้างหน้า
  • หลีกเลี่ยงการก้มหน้ามากๆ เช่น นั่งอ่านหนังสือ เล่นคอมฯ ยกของหนักส่ายหน้าหรือเอียงหน้าแรงๆโดยเฉพาะ 2 อาทิตย์แรก

วิธีการล้างแผล
ล้างแผลด้วยน้ำเกลือให้สะอาด ตามด้วยเบทาดีนทิ้งไว้ 1 นาที และเช็ดด้วยน้ำเกลืออีกครั้ง โดยเช็ดแผลให้แห้งอยู่เสมอ ทำทุกวัน 3 เวลาเช้า กลางวัน เย็น
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดเสริมคาง

  • อาการชาบริเวณคาง ริมฝีปาก ฟันล่างด้านหน้า เนื่องจากเส้นประสาทถูกรบกวนจากการผ่าตัด แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดเพียงชั่วคราว อาการชาจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับและมักจะฟื้นได้ในเวลาอันสั้น ประมาณ 1-3 เดือน
  • การเอียงบิดของแท่งคาง คล้ายกับกรณีของการเสริมจมูก คางก็สามารถเอียงได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมักพบได้ช่วงหลังทำใหม่ ๆ จนถึงประมาณ 1 เดือน เนื่องจากในตอนแรก คางจะวางตัวเฉย ๆ ไม่มีตัวอะไรไปยึดติดกระดูก ซึ่งร่างกายจะยึดแท่งซิลิโคนได้ด้วยตัวมันเอง ในเวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป หากไปกระแทกหรือกระทบอะไรแรง ๆ ก็อาจส่งผลให้คางเอียงได้เหมือนกัน การแก้ไขขั้นต้นแพทย์สามารถใช้มือดัดให้เข้าที่ได้ แต่ถ้าเอียงมากเกินไปจะต้องผ่าเข้าไปจัดให้ใหม่ ซึ่งคนที่เสริมคางไปแล้วถ้าไม่อยากต้องมาตามแก้ไขให้ยุ่งยาก ก็ควรระมัดระวังตนเองไม่ให้มีอะไรไปกระแทกที่คางแรง ๆ ปัญหานี้ก็จะไม่มีอะไรที่น่ากังวล

เสริมคางซิลิโคนแบบไหนดี และแต่ละซิลิโคน แตกต่างกันยังไง

การเสริมคาง เป็นการปรับแต่งรูปหน้าให้ได้สัดส่วนยิ่งขึ้น  ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เสริมคางมักจะมีปัญหาเรื่องคางสั้น หน้ากลม ทำให้ใบหน้าไม่ได้รูป คางตัด คางถอย คางป้าน คางบุ๋ม การทำคาง จะช่วยเติมเต็มรูปหน้าส่วนล่างให้ดูสวยขึ้น ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้พัฒนาไปมาก การเสริมคาง จึงเป็นการผ่าตัดที่เล็กมาก ไม่ต้องใช้ยาสลบ ทำการผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชา พักฟื้นน้อย ทำให้สาว ๆ มีคางสวยอย่างต้องการ และโครงหน้าของแต่ละคน จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป  คางสวย คือคางที่เข้ากับรูปหน้าตัวเอง ดังนั้น จึงมีซิลิโคนขาสั้น ซิลิโคนขายาว มาให้เลือกกันว่า เสริมแบบไหนถึงจะดี ถึงจะเหมาะกับตัวเอง

เสริมคางซิลิโคนแบบไหนดี ซิลิโคนคางขาสั้น ขายาว แตกต่างกันยังไงนะ

  • ซิลิโคนแบบขายาวจะเหมาะสำหรับเสริมคางผู้ที่มีแนวกรามใหญ่ แก้มเยอะ เพื่อจะเก็บกรอบหน้า เก็บแก้มให้เรียวมากขึ้น ซิลิโคนขาวยาวทรงวีเซฟ เน้นกรอบหน้าด้านข้างคางดูยาวขึ้น ปลายคางเรียวเล็ก
    ซิลิโคนขาวยาวโค้งมน เน้นด้านข้างคางให้ยาวขึ้น ตรงปลายคางโค้งมนดูเป็นธรรมชาติ
  • ซิลิโคนแบบขาสั้นสำหรับเสริมคางได้ทุกรูปแบบ เหมาะกับคนที่ต้องการเติมแค่ยอดคาง มีปัญหาคางบุ๋ม และคางตัด แค่ตรงปลายยอดคาง แค่เติมนิดหน่อย ก็จะได้ใบหน้าที่สมบูรณ์ แต่จะไม่เหมาะสำหรับเคสขูดสารเหลวคาง และเคสที่แนวกระดูกยื่นไปข้างหน้า เพราะอาจทำให้การเกาะไม่ดีเท่าที่ควร ซิลิโคนขาสั้นทรงวีเซฟ เน้นปลายคางให้ดูเรียวเล็ก ซิลิโคนขาสั้นทรงโค้งมน เน้นปลายคางให้มีความโค้งไม่ต้องการคางแหลมมาก

หากใครที่กำลังคิดจะเสริมคางและมีคำถามมากมายอยากจะถาม วันนี้เรามีคำตอบให้ค่ะ

เสริมคางอันตรายไหม

การเสริมคางวิธีผ่าตัดใส่ซิลิโคน อันตรายจากการผ่าตัดเรียกว่าแทบจะไม่มี หากเข้ารับการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญ และมีประสบการณ์สูง ซิลิโคนที่ใช้ได้รับมาตรฐานสากล ทำให้การทำคางเป็นที่ยอมรับมากขึ้น

การผ่าตัดเสริมคางเป็นการผ่าตัดเล็ก ที่ผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชา ทำให้คนไข้รู้สึกตัวขณะผ่าแต่ไม่รู้สึกเจ็บ จนกว่าจะเสร็จ และการเสริมคาง เป็นการเสริมแบบถาวร ถ้าในอนาคตไม่ต้องการเปลี่ยนรูปทรง ก็สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต อีกทั้ง การดูแลตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ หากดูแลตัวเองดี ก็ไม่มีปัญหาอะไร

เสริมคางซิลิโคนแบบไหนดี ปลอดภัยไหม

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกันยังไง

เรื่องรูปทรง แตกต่างกันอย่างชัดเจน ขาสั้น ก็จะเป็นก้อนโค้ง มีขนาดเล็ก เหมาะกับคนที่ใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีคางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วอยากเติมปลายให้คางดูยาวขึ้น ส่วน ซิลิโคนทรงขายาวนั้น ก็จะเป็นรูปโค้ง ๆ มีขายาว แน่นอนว่า คนที่มีปัญหาคาง แล้วอยากมีคางสวย สามารถทำได้ เหมาะกับทุกคน ซิลิโคนขายาว มีหลายขนาด Size S,M,L ขาของซิลิโคนจะช่วยเก็บกรอบหน้า รับกับแก้ม ดูเป็นธรรมชาติ

ซิลิโคนคางขายาว ดียังไง

เนื่องจากสามารถเข้าได้กับทุกโครงหน้า ซิลิโคนทรงขายาวจะรับกรอบหน้าช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น ซิลิโคนเรียบเนียนไปกับผิว ไม่เป็นก้อน ไม่ห้อยย้อย สามารถเหลาปรับตามรูปหน้าของแต่ละคนได้

จัดฟันอยู่ก็สามารถเสริมคางได้ 

แต่ต้องทำหลังเสริมช่วง 1 เดือนแรก หลีกเลี่ยงการดึงฟันก่อน เนื่องจากหากหลังเสริมไปแล้ว หากคนไข้ไปทำฟันเลย อาจจะทรงผลทำให้ทรงคางผิดรูปได้

คนที่มีใบหน้ากลม มีแก้ม ควรเสริมคางแบบไหน

สำหรับคนที่มีแก้ม แนะนำทรงวีมน และซิลิโคนขายาวเหมาะมาก  เสริมออกมาแล้วจะดูเนียน ช่วยเก็บกรอบหน้าให้รับกับแก้ม ทรงที่ได้จะไม่แหลมมากจนเกินไป หลังทำหน้าจะดูเรียวยาวขึ้น ละมุน ได้สัดส่วนของใบหน้าที่ดีขึ้น

หลังทำการเสริมคางต้องดูแลตัวเองอย่างไร

หลังการผ่าตัดทำคาง สามารถกลับบ้านพักฟื้นได้ การดูแลหลังการผ่าตัด ช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็น ช่วยเรื่องอาการบวมช้ำ แล้วหลังจากนั้น เปลี่ยนมาประคบอุ่น นอนหมอนสูง ทานยาให้หมด งดอาหารแสลงพวกของหมักดอง ส้มตำ อาหารทะเล วิตามิน แอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิด อาการบวม

เสริมคางแผลใน นิยมมาก เพราะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ข้างนอก

เสริมคางแผลใน เป็นการเสริมคางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะไม่ทำให้เกิดแผลภายนอก โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลในช่องปาก บริเวณระหว่างซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ขนาดแผลประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตร จากนั้นก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา และวางแท่งซิลิโคนที่เหลาและปรับแต่งเฉพาะเพื่อให้เข้ากับรูปหน้า ไปให้ตรงบริเวณตำแหน่งที่ต้องการ และเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย การเสริมคางแผลใน จะไม่เห็นรอยแผลเป็น ทำให้ได้รับความนิยมสูงแผลสามารถโดนน้ำได้ แต่ความเสียงที่จะมีโอกาสติดเชื้อสูง เนื่องจากสัมผัสกับน้ำลาย หรือเศษอาหารที่รับประทานเข้าไปและรับประทานอาหารค่อนข้างลำบากในช่วง 5 วันแรกของการผ่าตัด ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ไม่ร้อน หรือ เย็นจัด เป็นต้น

ขั้นตอนการผ่าตัด

แพทย์จะฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ประมาณ 2-3 ซม. จากนั้นค่อย ๆ เลาะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างปลายคาง เหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปทรงกระดูก ตามสัดส่วนที่สวยงาม วางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการใต้เยื่อหุ้มกระดูก จากนั้นจะเช็คและทำการหยุดเลือด เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ส่วนใหญ่จะใช้ใช้เวลารวม 45-60 นาที และแพทย์จะให้พักดูอาการประมาณ 30 นาที หากไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงแพทย์ก็จะให้กลับบ้านเลย

การดูแลตัวเองหลังเสริมคางแผลใน

  • ในช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางบ่อย ๆ
  • วันที่ 4 หลังการผ่าตัดสามารถเริ่มประคบอุ่นได้
  • ไหมที่เย็บเป็นไหมละลาย ซึ่งจะเริ่มละลายช่วง 5-10 วัน หากละลายเร็วกว่ากำหนด ควรเข้ามาตรวจแผล
  • ดูแลแผลในปาก และงดทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการเสริมคางแผลใน
  • บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำยาบ้วนปากชนิดอ่อน น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด ไม่ควรใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนรับประทานผัก ผลไม้ควรล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อสุกๆ ดิบๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์
  • ในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงนอนตะแคง
  • ไม่ท้าวคางหรือกดสิวบริเวณคางตลอด
  • รูปทรงของคางจะเข้าที่ช่วง 3-6 เดือนโดยช่วงแรกอาจยังบวมเล็กน้อย

เสริมคางแผลใน ที่ไหนดี

หลังผ่าตัดสามารถลดอาการบวมช้ำด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ให้ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเนื่องจากความเย็นช่วยให้หลอดเลือดหดตัว เลือดออกน้อยลง เลือดที่ยังออกซึม ๆ หลังผ่าตัดจึงหยุดได้เร็วขึ้น ทั้งยังช่วยลดปวดได้อีกด้วย
  • หากมีอาการปวดให้ลดปวด ไม่ควรปล่อยให้มีอาการปวดแผลเนื่องจาก อาการปวด ทำให้เลือดที่หยุดแล้วออกได้ใหม่เล็กน้อย จึงควรประคบเย็นหลังผ่าตัดทันที จนครบ 3 วัน และทานยาแก้ปวด เมื่อประคบเย็นแล้วยังรู้สึกปวดแผลอยู่
  • ประคบอุ่นโดยเริ่มในวันที่ 4 หลังการผ่าตัด เป็นช่วงที่อาการบวมจะเริ่มลดลง แผลเริ่มแห้ง เนื้อเยื่อภายในจะเริ่มสมานตัว จึงควรเปลี่ยนมาประคบอุ่นแทน เพราะการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว เลือดไหลเวียนนำสารอาหารมาเลี้ยงแผล และสลายเลือดหรือน้ำเหลืองที่คั่งค้างบริเวณแผล ทำให้อาการบวมลดลงได้เร็ว
  • นอนศีรษะสูงในช่วง 3-5 วันแรกหนังผ่าตัด หรือนอนแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน เนื่องจากหลังผ่าตัด การทำงานไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองบริเวณแผลยังทำงานได้ไม่ดี หากนอนราบศีรษะไม่สูง แผลอาจจะบวม เนื่องจากเลือดและน้ำเหลืออาจคั่งอยู่บริเวณแผลและใบหน้ารอบ ๆ ได้
  • เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ ในตอนแรกหลังผ่าตัดจะต้องทานอาหารอ่อน ๆ และงดอาหารรสจัดอาหารสุกดิบและอาหารทะเลอาหารรสจัด เช่น อาหารรสเค็มจัด หรือมีผงชูรสมาก ทำให้แผลบวมได้ง่าย อาหารสุกดิบนั้น ไม่ค่อยสะอาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ส่วนอาหารทะเลนั้น เสี่ยงต่อการแพ้ อาจทำให้มีตุ่มคันขึ้นทั่วร่างกายรวมทั้งบริเวณแผลด้วย
  • ควรทำความสะอาดแผลตามที่แพทย์แนะนำ และไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้มีการอักเสบและติดเชื้อได้ หากดูแลแผลเป็นอย่างดี รับรองว่าพักฟื้นไม่นาน ยุบบวมเร็ว และใบหน้าคางก็จะเข้ารูป