ประสบการณ์เสริมคาง ก่อนทำและหลังทำ ที่คุณต้องรู้

การเสริมคาง เป็นการปรับรูปหน้าให้เข้ารูปเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้ที่เข้ารับบริการ แต่ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยอาจศึกษาจากผู้เคยผ่านประสบการณ์เสริมคาง ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด

การเสริมคางมีกี่รูปแบบ

ปัจจุบันนี้การเสริมคางตามคลินิกหรือโรงพยาบาลทั่วไป จะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

  • วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สาร Filler วิธีนี้จะถาวร เนื่องจากไขมันและ Filler จะค่อย ๆ สลายไปภายใน 3 – 5 ปี
  • วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน โดยจะเป็นการผ่าตัดเล็ก และการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
  • การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก บริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง โดยมีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ

หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย วิธีนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร

  • การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก
    การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

เป็นการลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น การเสริมคางแบบแผลนอกปากจะมีข้อดี คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน ซึ่งการเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง

ประสบการณ์เสริมคาง ทำที่ไหนดี

การเสริมคางเหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคางเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวเป็นใบหน้ารูปไข่ และผู้ที่มีใบหน้ากลม หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่ได้สัดส่วน มีโครงหน้าส่วนบน เช่นหน้าผากหรือโหนกแก้มยื่นออกมา ซึ่งการเสริมคางจะทำให้รูปหน้ามีมิติมากยิ่งขึ้น

ก่อนทำการเสริมคาง ท่านควรรู้อะไร

  • เลือกคลินิกเสริมคางไหนดี

ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเสริมคาง ท่านควรจะเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำอยู่ ซึ่งควรเลือกไว้สัก 2 – 3 ที่ แล้วเข้าไปขอคำแนะนำ ปรึกษาพร้อมกับดูผลงานของแพทย์ประกอบการตัดสินใจ

  • อายุที่สามารถเสริมคางได้

ช่วงอายุที่เหมาะกับการเสริมคาง คืออายุ 18 ปีขึ้นไป เพราะช่วงวัยนี้ถือเป็นวัยที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

  • เลือกเสริมคางให้พอดีกับหน้า

การเสริมคางที่ใหญ่เกินไปหรือมีขนาดที่ไม่เหมาะกับใบหน้าจะส่งผลกระทบต่อผิวหนังและกระดูกคางในอนาคตได้ ซึ่งการเสริมคางที่ให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ ท่านจะต้องทำให้เหมาะกับขนาดของใบหน้า

  • วัสดุที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง

วัสดุที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบซิลิโคนแท่ง และแบบฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง  วิธีการเสริมด้วยซิลิโคนแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากด้านในช่องปากและการศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก ส่วนวิธีฉีด เป็นการนำสาร Filler ที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าที่คาง แต่ปัจจุบันนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์มากกว่า

  • การเตรียมความพร้อมก่อนเสริมคาง

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง 2 สัปดาห์ให้ท่านหยุดยาประเภทสเตียรอยด์ และอาหารเสริม เช่น วิตามิน น้ำมันตับปลา และท่านจะต้องแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  • แผลผ่าตัดนานเท่าไหร่ถึงจะหาย

หลังจากผ่าตัดแผลจะมีอาการบวมอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ และจะเริ่มเข้าที่และหายเป็นปกติประมาณ 1 – 2 เดือน

  • การดูแลตัวเองหลังการเสริมคาง
  • หลังจากผ่าตัดมาตอนแรกแผลอาจบวมได้ ก็ให้ท่านทำการประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน เวลานอนก็ให้นอนหงายและหนุนหมอนสูงๆ รวมถึงงดรับประทานอาหารรสจัด อาหารแสลง หลังจากทานอาหารเสร็จก็ให้บ้วนปากทุกครั้งทุกครั้ง เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ที่สำคัญต้องทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ก็จะทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ทำใจรับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น

ผู้เข้ารับการเสริมคางบางเคสอาจเกิดการผิดพลาดขึ้นได้ หรือมีผลข้างเคียง ก็ควรจะทำความเข้าใจและยอมรับผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นอาการอักเสบจากแผลผ่าตัดหรือติดเชื้อ ควรจะรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

บทสรุป

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการผ่าตัดเสริมคางท่านควรที่จะต้องศึกษาหารีวิวจากผู้มีประสบการณ์เสริมคาง มาก่อน ทั้งนี้เพื่อลดความกังวลและเพื่อความปลอดภัย ซึ่งท่านสามารถหาดูได้จากเพจของสถาบันเสริมความงามที่จะทำออกมาให้ท่านได้อ่าน เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่เคยเข้าใช้บริการ

เสริมคางพักฟื้นกี่วัน มีเคล็ดลับการดูแลยังไง ให้หายเร็วขึ้น

การศัลยกรรมได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูก การเสริมคาง ทำตาสองชั้น หรือการตัดกระพุ้งแก้ม ฯลฯ ทุกการศัลกรรมย่อมใช้เวลาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ สุขภาพ ความแข็งแรง อาหารการกิน รวมไปถึงวิธีการดูแลหลังเสริมคางพักฟื้นกี่วัน ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก หากต้องการผลลัพธ์เป็นที่พึงพอใจ ควรศึกษาหาวิธีดูแลตนเองหลังจากการศัลยกรรม เพื่อนำมาเป็นวิธีในการดูแลตนเองให้ดีที่สุด เชื่อว่าผลลัพธ์ที่ออกมาต้องมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เสริมคาง ต้องใช้เวลาพักฟื้นกี่วัน

สาว ๆ หลายคน เกิดคำถามว่าเสริมคางพักฟื้นกี่วัน การ เสริมคางจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 7-10 วัน โดยจะบวมเต็มที่ในวันที่ 3-5 วัน และประมาณ 1 เดือน คางจะดูเรียวงามเพราะเนื่องจากเนื้อที่คางจะรัดซิลิโคนสวยได้รูปชัดเจนมากขึ้น แต่เราจะต้องดูแลหลังทำคางด้วยการประคบเย็นหลังผ่าตัดใน 48 ชั่วโมงแรกโดยทำอย่างเบามือให้คางรู้สึกชาแล้วพัก โดยสามารถประคบได้เรื่อย ๆ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณซิลิโคนอย่างรุนแรงโดยตรง และใช้น้ำเกลือล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวลจากนั้นจึงใช้เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล หากมีการผ่าตัดในช่องปาก ควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ งดอาหารรสจัด สุก ๆดิบ ๆ และอาหารหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ และควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ในสัปดาห์แรกให้นอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัวเพื่อลดอาการคั่งของเลือดที่เป็นสาเหตุของอาการบวม และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง หากเป็นไหมตัดแพทย์จะนัดตัดไหมแผลใต้คางในวันที่ 7 ส่วนผ่าตัดแผลในช่องปากหมอจะใช้ไหมละลายซึ่งจะละลายไปเองใน 3 สัปดาห์ โดยในระหว่างนั้นไม่ควรใช้ลิ้นดุนแผล อาจเกิดปัญหาตามมาได้

บทความแนะนำ ผ่าตัด ไขมัน หน้า ท้อง จากเว็บไซต์ Rattinan.com

เคล็ดลับวิธีการดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

เคล็ดลับวิธีการดูแลตัวเองหลังเสริมคาง เพื่อให้แผลหายเร็ว ๆ โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

  1. ในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ควรกินอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการกระทบกระเทือนของบาดแผล และบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหลังกินอาหารทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดที่ปากแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  2. หลังการผ่าตัด 3-4 วัน อาจมีอาการปวดบวมที่บริเวณแผลได้ แต่หากปวดมากผิดปกติควรกลับไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาทันที
  3. หลังการผ่าตัด 2-3 วัน ควรนอนเอนหลังยกศีรษะสูง เพื่อช่วยลดอาการเลือดคั่งที่แผล และแผลจะได้ไม่บวมมาก นอกจากนี้ ควรประคบเย็นบริเวณแผล วิธีนี้จะช่วยให้แผลหายจากอาการบวมได้เร็วขึ้น
  4. อย่ารับประทานอาหารรสเผ็ดจัด เป็นการป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการบวม

เสริมคางพักฟื้นกี่วัน ถึงหายเป็นปกติ

หลังเสริมคางกินอะไรได้บ้าง

  1. หลังผ่าตัดเสริมคางควรรับประทานให้ครบ 5 หมู่ตามปกติ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้ครบทุกด้าน โดยเน้นเป็นอาหารอ่อน ๆนิ่ม รสจืดเพื่อลดการอักเสบของแผล ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สะอาด เช่น ของหมัก ของดอง ปลาร้า อาหารรสจัด อาหารร้อน หรืออาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก เพราะอาหารจำพวกนี้อาจทำให้ติดเชื้อได้
  2. ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะเป็นสาเหตุทำให้แผลหายช้า อีกทั้งการดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดอาการมึนเมา ขาดสติ จนเกิดอุบัติเหตุที่ไปกระทบกระเทือนต่อบาดแผลได้ โดยหลังผ่าตัดเสริมคางนอกจากโปรตีนและธาตุเหล็กและสังกะสีแล้ว ยังมีอาหารที่แนะนำดังนี้
  3. ไขมันดี พบได้ในน้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันงา น้ำนมจากอัลมอนด์ เป็นต้น เนื่องจากมีคุณสมบัติให้พลังงานสูง ช่วยสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานในการสร้างและซ่อมแซมเยื้อหุ้มเซลล์ได้อีก แถมยังมีส่วนช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้น
  4. วิตามินซี สามารถพบได้จากผัก ผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ กีวี บร็อกโคลี เป็นต้น เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก และสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยเรื่องความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ทำให้บาดแผลสมานตัวได้เร็วขึ้น ลดอาการบวมช้ำ อักเสบได้ดี ซึ่งในการพักฟื้นรักษาตัวนั้น ร่างกายควรได้รับวิตามินซีไม่น้อยไปกว่าวันละ 100-200 มิลลิกรัม
  5. น้ำ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เพราะเมื่อร่างกายมีความชุ่มชื้นเซลล์ผิวหนังก็จะสามารถเคลื่อนที่จากขอบแผลมาปิดคลุมบาดแผลได้ดีนั่นเอง

ผ่าตัดเสริมคางนั้น เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และดูแลตัวเองดี ๆ เพื่อช่วยให้แผลหายไวขึ้น ลดอาการติดเชื้อหลังทำ ถือว่าต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

เสริมคางกินอะไรได้บ้าง อาหารแบบไหน ที่เหมาะสมมากที่สุด

สาวควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนหลังจากเสริมคางกินอะไรได้บ้างเพื่อไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงที่อาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ตรงตามความต้องการได้จึงถือว่าเป็นรายละเอียดที่สามารถปฏิบัติได้อย่างง่ายดายเชื่อว่าสาวต้องให้ความสำคัญในการปฏิบัติตัวอย่างแน่นอนเพื่อให้การเสริมคางของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แนวปฏิบัติตัวหลังเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคาง

  1. หลังเข้ารับการผ่าตัดเสร็จให้เริ่มประคบเย็นทันทีเป็นระยะเวลาประมาณ48ชั่วโมงโดยอาจจะใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดสัก3ผืนไปแช่ช่องแข็งจากนั้นก็ให้นำมาประคบสลับกันอย่างต่อเนื่อง
  2. พยายามหลีกเลี่ยงการกดแรง ตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่
  3. หากพ้นระยะ48ชั่วโมงแล้ว ให้ปล่อยไว้เฉยไม่ควรที่ประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้น
  4. นอกจากนี้แล้วภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากการผ่าตัดให้นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ เพื่อลดอาการบวม เพราะสิ่งที่สำคัญควรรู้เอาไว้ว่าอาการบวม จะมีมากในช่วงของ3-4วันแรกเป็นอาการปกติ
  5. การเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง จะผ่าจากด้านในปากดังนั้นจึงทำให้มีแผลในปาก เพราะฉะนั้นแล้วจึงเป็นเหตุผล ให้ว่าคนที่ทำจะต้องพยายามหลีกเลี่ยง การทานอาหารรสจัดอาหารร้อนของหมักดอง อาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก
  6. ทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำยา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบหรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง
  7. จากนั้นก็ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่าอีก 1 ครั้ง
  8. ภายในช่วง 3-4 วันแรกที่สำคัญห้ามใช้ลิ้นดุนไหม ในปากเล่นเด็ดขาด
  9. ให้ทานยาตามที่แพทย์สั่ง ให้หมดอย่าซื้อยามาทานเพิ่มเองเป็นอันขาดยาที่สามารถได้ คือยาแก้ปวดลดบวมยาฆ่าเชื้อ ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการทานยาแก้อักเสบCloxacillineก็ให้ทำการหยุดยาหรือใช้Amoxicilline500mgทาน1เม็ดหลังอาหาร4เวลา(เช้ากลางวันเย็นก่อนนอน)ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและจะสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ หากมีอาการผิดปกติจากการทานยา และอย่าลืมแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีอาการแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัว
  10. ในวัน4หลังเข้ารับการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออกได้ด้วยการนำน้ำอุ่นมาช่วยในการลูบเบา ๆ ให้พลาสเตอร์ค่อยลอกออก
  11. ที่สำคัญที่สุดและอย่าลืมสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ที่เราเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคางจะให้คำตอบได้ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้ศัลยกรรมมากที่สุดและควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้คางของเราสวยไม่มีปัญหาใด

เสริมคางกินอะไรได้บ้าง ทำให้หายบวม

อาหารแบบไหนจะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังการศัลยกรรม

1.น้ำ

ถึงแม้ว่าน้ำจะไม่จัดเป็นสารอาหารแต่น้ำเป็นองค์ประกอบหลักของร่างกายที่สำคัญน้ำเป็นกลไกสำคัญต่อการสมานแผลเมื่อร่างกายมีความชุ่มชื้นเซลล์ผิวหนังก็จะสามารถเคลื่อนที่จากขอบแผลมาปิดคลุมบาดแผลได้ดีซึ่งถ้าหากร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำก็จะยิ่งทำให้เซลล์ผิวหนังตายและเพิ่มความเจ็บปวดได้ดังนั้นควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8-10แก้วให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นนั่นเอง

2.โปรตีน

หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่ากินเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อนมไข่แล้วจะทำให้แผลหายช้าขอบอกเลยว่าไม่จริง!เพราะสารอาหารประเภทโปรตีนมีประโยชน์ในการสร้างเนื้อเยื่อและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายอีกทั้งยังทำให้เซลล์ประสานตัวเป็นเนื้อเดียวกันช่วยให้ผิวหนังที่สร้างขึ้นใหม่มีความแข็งแรงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลติดเชื้อได้อีกด้วยหลังการผ่าตัดหรือศัลยกรรมร่างกายควรได้รับโปรตีนให้ได้อย่างน้อยหนึ่งเท่าตัวซึ่งเราสามารถเลือกกินโปรตีนจากเนื้อปลาไข่โยเกิร์ตธัญพืชและถั่วต่างได้

3.ธาตุเหล็กและสังกะสี

เพราะเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสมานแผลได้ดีช่วยสังเคราะห์โปรตีนและคอลลาเจนแถมยังช่วยผลิตเซลล์ผิวใหม่และช่วยสมานบาดแผลได้อีกด้วยหากอยากฟื้นตัวได้เร็วขึ้นควรกินธาตุเหล่านี้อย่างน้อยวันละ15มิลลิกรัมซึ่งพบได้ในอาหารจำพวกปลาไข่อาหารทะเลผักใบเขียวและถั่วเหลืองเป็นต้น

4.ไขมันดี

นอกจากจะให้พลังงานสูงแล้วยังช่วยสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานในการสร้างและซ่อมแซมเยื้อหุ้มเซลล์ได้อีกแถมยังมีส่วนช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้นซึ่งไขมันดีนั้นพบได้ในน้ำมันมะกอกน้ำมันรำข้าวน้ำมันถั่วลิสงน้ำมันถั่วเหลืองน้ำมันงาหรืออาหารจำพวกถั่วเปลือกแข็งเช่นอัลมอนด์เม็ดมะม่วงหิมพานต์ถั่วลิสง

5.วิตามินซี

เรียกได้ว่าเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากเลยทีเดียวเพราะนอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแล้วยังเป็นสารที่ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงช่วยเรื่องความแข็งแรงของผนังหลอดเลือดทำให้บาดแผลสมานตัวได้เร็วขึ้นลดอาการบวมช้ำอักเสบโดยเราสามารถกินวิตามินซีได้จากผักผลไม้เช่นส้มฝรั่งมะละกอกีวีบร็อกโคลีซึ่งในการพักฟื้นรักษาตัวนั้นร่างกายควรได้รับวิตามินซีไม่น้อยไปกว่าวันละ100-200มิลลิกรัม

เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้ มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ที่ควรรู้

การดูแลตนเองหลังเข้ารับการเสริมคางนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นตรงตามความต้องการมากที่สุด ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจากวิธีปฏิบัติตัวของเรานั่นเอง จึงต้องศึกษาหาข้อมูลเพื่อใช้ในการดูแลตนเองเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด หลายคนเกิดคำถามว่า เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้ เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเพื่อประโยชน์กับตัวเราและผลลัพธ์ที่ออกมา พึงพอใจมากที่สุด

การเสริมคาง เป็นวิธีที่ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้า เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม ตามต้องการ นิยมทำในผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางเบี้ยว คางเหลี่ยม ปัจจุบันการเสริมการมีวิธีการหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล และการเสริมคาง ก็มิใช่จะทำที่ไหน หรือแพทย์ท่านใดก็ได้ การเสริมคางจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์สูง รวมถึงทำโรงพยาบาลหรือสถาบันศัลยกรรมที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

ข้อปฏิบัติหลังจากทำศัลยกรรมปรับรูปหน้า

การศัลยกรรมปรับรูปหน้ามีหลายประเภท มีทั้งศัลยกรรมขนาดเล็กและขนาดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่แล้วการศัลยกรรมปรับรูปหน้า นั้นมักจะเป็นการเปิดแผลภายในปากเพื่อจุดประสงค์ของการซ่อนบาดแผล แล้วเสริมด้วยซิลิโคน หรือบางกรณีก็กรอเอาเนื้อกระดูกออก แต่ไม่ว่าจะเซาะร่องปากขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ย่อมกระทบกับช่องปากโดยรวมอยู่ดี จึงมักจะต้องดูแลภายในปากเป็นพิเศษ

  1. หลังผ่าตัด ศัลยกรรมปรับรูปหน้าต้องงดรับประทานอาหารในช่วง 3-4 วันหลังจากศัลยกรรม โดยในช่วงเวลาดังกล่าวให้ดื่มแต่เครื่องดื่มที่ไม่มีกากใยเท่านั้น เพื่อไม่ให้เศษอาหารติดภายในปากซึ่งยากต่อการทำความสะอาดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  2. หมั่นบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าทุกชั่วโมง และบ้วนด้วยน้ำยาที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ทุก 2 ชั่วโมง ระวังเรื่องการกลั้วน้ำยา ควรอมไว้อย่างน้อย 1 นาทีเพื่อให้ฆ่าเชื้อได้อย่างหมดจด
  3. ผู้ที่การศัลยกรรมปรับรูปหน้าต้องเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันขนาดเล็ก เพราะในช่วงแรกเราจะอ้าปากไม่สะดวก อีกทั้งเพื่อไม่ให้กระทบกับบาดแผลภายในปากมากนัก
  4. เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้ ควรงดเว้นการแต่งหน้าล้างหน้า รวมถึงสระผมด้วยให้ทำความสะอาดด้วยการเช็ดหน้าเบา เพื่อไม่ให้แผลโดนน้ำ หลังจากเอาเทปออกและเห็นว่าแผลสมานกันดีแล้วจึงจะเริ่มล้างหน้าได้ตามปกติ
  5. ถ้าการศัลยกรรมปรับรูปหน้าแบบใดที่ต้องใช้ผ้ารัดหน้าเพื่อประคองรูปหน้าให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยใช้ผ้ารัดหน้าให้คงที่ วันละ 4-6 ชั่วโมง เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง
  6. 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดปรับรูปหน้า ไม่นอนคว่ำควรนอนให้หน้าสูงกว่าหัวใจหรือนอนในท่านั่ง (นั่งหลับ)จะช่วยลดบวมได้เร็วขึ้น
  7. งดเว้นการแช่น้ำหรืออบซาวน่าอย่างเด็ดขาด
  8. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัดศัลยกรรมปรับรูปหน้า

แนะนำ เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้

ข้อควรระวังหลังศัลยกรรมปรับรูปหน้าในช่วง 1 เดือน

  1. ไม่อ้าปากกว้าง ๆ เป็นระยะเวลา 1 เดือน เพื่อรอให้การปรับรูปหน้าเข้าที่อย่างสมบูรณ์
  2. ต้องมีการควบคุมเรื่องการรับประทานอาหารเลี่ยงการทานอาหารแข็ง ๆ ที่ต้องมีการบดเคี้ยว ควรทานแต่อาหารอ่อน ๆ ประเภทโจ๊ก หรือ โยเกิร์ต
  3. 1-3 วันแรกของการศัลยกรรมปรับรูปหน้า ให้ประคบเย็นเพื่อลดการกระจายตัวของเลือดที่เสีย แต่หลังจากนั้นต้องมีการประคบอุ่นบริเวณใบหน้าอย่างต่อเนื่อง 1 เดือน และควรมีการเช็คเรื่องอุณหภูมิด้วย เพราะประสาทสัมผัสบนใบหน้ายังตอบรับเรื่องอุณหภูมิได้ไม่สมบูรณ์ดี
  4. หลังศัลยกรรมปรับรูปหน้าให้งดเว้นการออกกำลังกาย 1 เดือนเป็นต้นไป หรือให้การออกกำลังกายเบา ๆเช่น การเดินบริหาร

การศัลยกรรมปรับรูปหน้าสามารถให้ผลตามต้องการได้ หากรู้จักดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม ต้องปฏิบัติตตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเท่านั้น แต่สำหรับใครที่กลัวการศัลยกรรมและกังวลกับการดูแลหลังผ่าตัด เพราะกลัวว่าจะพลาดไปจนทำให้เกิดแผลติดเชื้อซึ่งอันตรายมาก คุณสามารถขอคำปรึกษาจากคลินิกได้ เพราะเรายังมีหลายโปรแกรมที่ช่วยปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมปรับรูปหน้า ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ได้ก็ดีเทียบเท่ากัน ทำให้การดูแลตัวเองง่ายกว่า อีกทั้งราคาถูกกว่าด้วย

เสริมคางแบบไหนดี มีกี่แบบ แผลในหรือแผลนอกดีกว่ากัน

เสริมคางได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน มีคลินิกเปิดให้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อสามารถรองรับผู้ที่ต้องการแก้ไขใบหน้าให้สวยงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลายคนกำลังลังเลและยังไม่ได้ตัดสินใจว่าเสริมคางแบบไหนดี ดังนั้นก่อนการตัดสินใจเสริมคาง ต้องได้รับคำแนะนำหรือปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์และความเหมาะสมมากที่สุด

เสริมคางมีกี่แบบ

ในปัจจุบันการทำศัลยกรรมคางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีอยู่ด้วยกัด 2 แบบ คือ วิธีการฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ และวิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน เป็นการผ่าตัดเล็กโดยใช้ซิลิโคนที่นิยมทางการแพทย์ แบบเดียวกันกับซิลิโคนที่ใช้เสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้น จะแบ่งเป็น 2 แบบดังนี้

  1. การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมคางจากภายนอกช่องปาก โดยเปิดแผลบริเวณใต้คางยาวประมาณ 2 ซม. โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และมีวางตำแหน่งซิลิโคนได้อย่างแม่นยำ รวมไปถึงสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ เพื่อลดโอกาสคางเบี้ยวหรือเอียงได้ ถือเป็นการเสริมคางที่สามารถดูแลได้ง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางภายนอกนั้น จะมีรอยแผลเป็นซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือน กว่ารอยแผลเป็นจะหาย ควรทายาลดรอยแผลเป็นเพื่อช่วยให้แผลได้เร็วยิ่งขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • คุณหมอจะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  1. การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

เป็นการเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง มีความยาวประมาณ 2 ซม. จากนั้นศัลยแพทย์จะทำการผ่าแยกเยื่อหุ้มขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ และปิดเย็บแผลด้วยไหมละลาย เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย แต่ต้องดูแลหลังการผ่าตัดมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร และระมัดระวังไม่ให้ได้รับการกระแทก เพราะซิลิโคนอาจเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

เสริมคางแบบไหนดี ทำแล้วสวย

ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

  • ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย
  • นิยมในแพทย์-ทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมคาง

แน่นอนว่าก่อนเข้ารับการทำคางจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเมื่อตัดสินใจได้ ว่าจะเลือกทำคางที่ไหนดี สิ่งที่ต้องเตรียมตัว คือ

  1. แนะนำว่าควรแจ้งข้อมูลทางด้านสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง มีประวัติแพ้ยาหรือไม่
  2. งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  3. งด ยาตระกูล แอสไพริน วิตามิน อาหารเสริม เช่นน้ำมันตับปลา ก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  4. เตรียมรูปทรงคาง ตัวอย่างที่อยากได้ มาปรึกษาคุณหมอก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อประเมินรูปทรง
  5. ควรทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัด เช่น ล้างหน้า แปรงฟัน และบ้วนปากให้เรียบร้อย
  6. ทานอาหารให้พออิ่มก่อนเข้าห้องผ่าตัด ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร
  7. ไม่ควรเสริมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรสวมเสื้อผ้าที่เป็นกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด

การปฏิบัติตัวหลังการเสริมคาง

หลังจากผ่าตัดทำคางแน่นอนว่าจะมีเรื่องอาการบวม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะ อาการบวมช้ำน้อยมาก ๆ การดูแลหลังทำ สามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้

  1. 1-3 วันแรก หลังจากการผ่าตัดเสริมคาง สามารถประคบเย็น เพื่อลดอาการบวมช้ำ แล้ววันที่ 4 เปลี่ยนมา ประคบอุ่น
  2. นอนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง เพราะอาจจะทำให้เสียรูปทรงได้
  3. งดอาหารแสลง อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ บุหรี่ เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ 1 เดือน
  4. งดออกกำลังกาย อย่างน้อย 1 เดือน
  5. รับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งให้ครบ
  6. หากรู้สึกปวดมากกว่าปกติ หรือมีข้อสงสัยต่าง ๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้หรือจัดการปัญหาด้วยตนเอง ควรไปปรึกษาแพทย์ทันที

เสริมคาง ซิลิโคน สามารถทำได้กี่แบบ วิธีไหนดีที่สุด

สาว  ๆ  หนุ่ม  ๆ  ที่มีปัญหาใบหน้ากลม คางสั้น คางเล็กจนดูไม่ออกจึงทำให้หนุ่ม  ๆ  สาว  ๆ  หันมาเสริมคางกันมากขึ้น เพราะการเสริมคางสามารถทำให้หน้าเรียว เล็กลงได้และในปัจจุบันมีวิธีการเสริมคางที่หลากหลายที่คุณสามารถเลือกทำได้ และวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเสริมคาง ซิลิโคนว่ามีแบบไหนบ้าง เพื่อเป็นตัวช่วยให้สาว  ๆ หนุ่ม  ๆ  ได้ตัดสินใจเลือกเสริมคางได้ง่ายขึ้น

การเสริมคางด้วยซิลิโคนสามารถทำได้ 2 แบบดังนี้

1.การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 ซม. โดยหมอสามารถปรับรูปคางได้หลายองศา แล้วก็สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมทั้งยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสสำหรับการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งจุดเด่นของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งจำต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าหากทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็สามารถที่จะช่วยให้รอยแผลหายเร็วขึ้นค่ะ

2.การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้ค่ะ

เสริมคาง ซิลิโคน ชนิดไหนดี

ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมคางมีกี่แบบ

ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางมีอยู่ 2 ประเภทดังนี้

1.ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะกับคนที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม แล้วก็ต้องการปรับรูปทรงบนบริเวณใบหน้าให้สมบูรณ์มากเพิ่มขึ้น บริเวณใบหน้าดูยาวขึ้น จำเป็นต้องใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนุ่ม ปานกลาง

2.ซิลิโคนขายาว

จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อกไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อกกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียงซิลิโคนขายาว เหมาะกับคนที่มีปัญหาคางตัด คางยุบ คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงจะต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • ฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากด้านล่าง
  • หลังจากนั้นก็แยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบด้านล่าง แล้ววางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ
  • เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง

การดูแลหลัง เสริมคาง ด้วยซิลิโคน

  • ในช่วง 1-2 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางเป็นประจำ
  • ดูแลแผลในปาก และก็งดรับประทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • กินน้ำโดยใช้หลอด ควรจะเลี่ยงการกินน้ำหรือรับประทานอาหารที่ร้อนมากหรือเย็นมาก
  • บ้วนปากเป็นประจำด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำเกลือหรือน้ำที่สะอาด
  • อย่าใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และก็ระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนกินผัก ผลไม้ควรจะล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อดิบ ๆ สุก ๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ แล้วก็เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 3 อาทิตย์
  • 1 อาทิตย์หลังผ่าตัดหมอจะนัดมาตรวจอาการ และก็ตรวจซ้ำหลังจากนั้นอีก 1 เดือน
  • ในช่วง 3-4 อาทิตย์แรก ควรจะหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณคาง
  • หลังการดูแลรักษาประมาณ 1-2 เดือน อาการบวมจะยุบลง และก็ได้รูปทรงของคางใหม่ โดยแท่งซิลิโคนจะเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกและไม่ขยับเขยื้อน นอกจากจะโดนชนอย่างแรง

อาหารที่ควรทานหลังเสริมคางด้วยซิลิโคน

การรับประทานอาหารหลังการทำศัลยกรรมเสริมคางแนะนำให้เน้นอาหารอ่อน ไม่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมากรสอ่อน งดเผ็ดหรือเค็ม ช่วง 1 เดือนแรกหลังการผ่าตัด งดอาหารเป็นพิษเช่นอาหารทะเล ของดิบ ๆ สุก ๆ ที่เสี่ยงให้แผลบวมยาวนานกว่าปกติ

การเสริมคาง ซิลิโคนเป็นการศัลยกรรมที่ไม่ทำให้เจ็บตัวมากไม่ต้องพักฟื้นทำเสร็จสามารถทำกิจกรรมภายในบ้านแบบเบา  ๆ  ได้แต่อย่าโดนกระแทรกแรง  ๆ  ที่คางเท่านั้นหลังจากนั้นอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับค่ะ

เสริมคางแล้วไม่สวย ไปแก้ที่ไหนดี ได้มาตรฐาน ปลอดภัย

การเสริมคางเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมทั้งหญิงและชาย เพราะการเสริมคางสามารถทำให้คนหน้ากลมกลายเป็นคนหน้าเรียวได้ และการศัลยกรรมเสริมคางมีหลากหลายรูปแบบทั้งการเสริมคางโดยซิลิโคน และเสริมคางโดยใช้กระดูกตัวเอง แต่หากเราเสริมคางแล้วไม่สวยอย่างที่เราต้องการเราจะมีวิธีแก้อย่างไร เป็นคำถามที่สาว  ๆ  ถามมามากมาย และวันนี้เราจะพาคุณไปดูเกี่ยวกับปัญหาที่เสริมคางแล้วออกมาผิดรูปว่าหมอจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรให้ดีขึ้นพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ

เสริมคางยื่นและเบี้ยวควรทำอย่างไร

การเสริมคาง เป็นทางลัดที่ช่วยสำหรับในการเปลี่ยนหนุ่มสาวคางเล็ก คางสั้น หน้ากลม ให้มีบริเวณใบหน้าเรียวงามได้สัดส่วนอย่างถาวร ซึ่งแนวทางการเสริมคางที่นิยมกันมากที่สุด ก็คือการผ่าตัดเสริมซิลิโคนเข้าไปเพื่อให้ปลายคางยาวขึ้นรับกับรูปหน้า แต่ว่าหนุ่มสาวหลายคนก็อาจเผชิญกับปัญหาที่ว่า เสริมคางไปแล้วคางกลับดูยื่น ดูเบี้ยว หรือดูแปลก ๆ ไม่สวยเป๊ะเป็นธรรมชาติ ซึ่งยิ่งทำให้เราเสียความเชื่อมั่นมากยิ่งกว่าเดิมซะอีก มาดูกันว่าปัญหาเสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว เกิดจากอะไร แล้วเราจะปรับแต่งได้หรือไม่

การเสริมคางยื่นและเบี้ยวเกิดจากอะไร

การเสริมคางยื่นและเบี้ยวเกิดจาก 2 ปัจจัยดังนี้

  1. ปัจจัยทางแพทย์

มีเหตุมาจากหมอผู้ที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรมคางให้เรา ผ่าตัดเลาะช่องว่างที่จะนำใส่ซิลิโคนไม่เท่ากัน เมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้วจึงเกิดความไม่พอดี และนำไปสู่อาการคางเบี้ยวเอียงนั่นเอง ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุที่มีสาเหตุมาจากหมอคือ เหลาซิลิโคนที่จะใช้สำหรับการเสริมคางไม่เท่ากัน เมื่อใส่เข้าไปที่คางของเรา ก็เลยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการเบี้ยวเอียง

ซึ่งหลายคลินิกจึงเลือกใช้ซิลิโคนเสริมคางแบบสำเร็จรูป ที่มีการทำเป็นทรงมาให้แล้ว แล้วก็มีให้เลือกหลายทรง หลายขนาด เพื่อนำมาประยุกต์ให้กับรูปหน้าคนไข้มากขึ้น แถมยังช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเหลาซิลิโคนไม่เท่ากันอีกด้วย

  1. ปัจจัยจากคนไข้

อีกหนึ่งสาเหตุที่เรียกได้ว่าเดากันได้ไม่ยากเลยนั่นก็คือ เหตุจากคนไข้ ที่เกิดจากการดูแลตนเองหลังทำศัลยกรรมคางไม่เหมาะสม ดังเช่น เอามือเท้าคาง , โดนกระแทกแรง ๆ หรือไม่ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำหลังศัลยกรรมของหมอ เนื่องจาก หากทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด โอกาสเกิดคางเบี้ยวจะมีน้อยมาก ๆ เพราะวิธีการดูแลของหมอนั่นดีที่สุด

เสริมคางแล้วไม่สวย ต้องแก้ไขยังไง

เมื่อเสริมคางมาแล้วไม่สวยมีวิธีแก้อย่างไร

หากข้องใจว่าคางของเราที่เสริมมานั้นเบี้ยวเอียงหรือไม่ ให้รอดูหลังศัลยกรรมประมาณ 1 – 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่แผลผ่าตัดยุบและก็หายดีแล้ว จึงจะเห็นได้ชัดเจนว่าคางมีปัญหายื่น เบี้ยว จริงหรือไม่ และถ้าเกิดรูปทรงคางที่ได้มาไม่สวย ไม่ปัง จนบั่นทอนความมั่นใจ ก็สามารถกลับไปพบแพทย์ที่คลินิกเพื่อปรับปรุงแก้ไขใหม่ได้ สำหรับการแก้ไข แพทย์จะผ่าตัดเพื่อเลื่อนตำแหน่งซิลิโคนที่เบี้ยวเอียงให้เข้าที่เข้าทาง หรือเอาซิลิโคนของเดิมออก แล้วใส่อันใหม่ที่พอดีกว่าเข้าไป โดยวิธีการผ่าตัดแก้คาง รวมถึงการเตรียมการก่อนผ่าตัด ก็เหมือนกับการเสริมคางครั้งแรกทุกอย่าง ซึ่งจะใช้เวลาผ่าตัดราว 1 – 2 ชั่วโมง และแพทย์จะนัดมาตัดไหมในอีก 5 – 7 วันหลังจากวันผ่าตัด โดยในระหว่างพักฟื้นคนไข้ก็ต้องดูแลตนเองให้ดีตามคำแนะนำของหมอ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการศัลยกรรม รวมถึงระมัดระวังไม่ให้บริเวณใบหน้าถูกกระทบกระเทือนจนคางเบี้ยว แล้วจะต้องกลับมาแก้ซ้ำอีกรอบด้วย

ทำอย่างไรไม่ให้เสริมคางเบี้ยว

  • ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางต้องเหลาให้เท่ากัน และก็มีขนาดพอดีกับรูปคางของคนไข้ ในปัจจุบันหลายคลินิกจึงเลือกใช้ซิลิโคนแบบสำเร็จรูปที่เราสามารถเลือกขนาดและทรงที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องเอามาเหลาเองก่อนเสริม ซึ่งช่วยลดปัญหาคางเบี้ยวเอียงไปได้มากทีเดียว
  • สำหรับในการผ่าตัดหมออาจใช้เทคนิค Fix ซิลิโคน เพื่อเป็นการป้องกันและยังเป็นการไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมหลังเสริมเข้าไปแล้ว โดยหมออาจใช้วิธีเย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือยึดซิลิโคนด้วยสกรูไทเทเนียม ซึ่งเป็นวิธีที่เยี่ยมที่สุดแต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ ด้วย
  • หลังการผ่าตัด คนไข้ควรจะดูแลแผลให้ดีเพื่อไม่ให้คางอักเสบติดเชื้อ อีกทั้งต้องระมัดระวังไม่ให้คางถูกกระแทก และเลี่ยงการนั่งเท้าคาง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเลื่อน
  • ไม่ควรฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ปลอมหรือสารเหลวที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะว่ามีโอกาสที่จะทำให้คางเบี้ยวผิดรูป แถมยังอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ด้วย

หากคุณคิดจะเสริมคางคุณต้องศึกษาข้อมูลของแพทย์ และข้อมูลของคลินิกว่าได้มาตรฐานมากน้อยเพียงไหน มีเครื่องมือที่ทันสมัยหรือเปล่า หมอเป็นหมอเฉพาะทางหรือไม่ หากเราไม่หาข้อมูลให้ชัดเจนเสริมคางแล้วไม่สวยจะโทษใครไม่ได้นะ เพราะตัวเองไม่เลือกให้ดีเอง

เสริมคาง ติดเชื้อ อันตรายมากน้อยแค่ไหน รักษาได้หรือไม่?

การเสริมคางถือว่าเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาคางเล็กหรือคางหลุบเข้าไปข้างในทำให้โครงหน้าผิดรูปไม่สวยงาม ศัลยแพทย์จะใส่ซิลิโคนทางการแพทย์ที่เตรียมรูปทรงให้รับกับใบหน้าไว้แล้วที่บริเวณลูกคางของคนไข้ ในกรณีที่คนไข้มีปัญหากระดูกขากรรไกรบนหรือล่างเล็กผิดปกติ หรือฟันกรามบนและล่างขบกันไม่สนิท ศัลยแพทย์จะแนะนำให้ทำศัลยกรรมลดมุมขากรรไกรแทน การเสริมคางความเสี่ยงที่จะเสริมคาง ติดเชื้อ โอกาสเสี่ยงแทบจะไม่มี หากคุณเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของศัลยกรรม ดีทำให้ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่าง

วัสดุที่ใช้ในการเสริมคาง

ศัลยกรรมเสริมคางด้วยซิลิโคน มีความยืดหยุ่นสูง และผิวสัมผัสดูเป็นธรรมชาติเหมือนกับคางของมนุษย์จริง ๆ

วิธีการผ่าตัดเสริมคาง

วิธีที่ 1. การผ่าตัดลงด้านนอก

เป็นการผ่าตัดบริเวณใต้คาง แต่ไม่ค่อยนิยม เนื่องจากเห็นแผลด้านอก แต่ก็มีข้อดี คือ โอกาสติดเชื้อจะน้อยกว่าการผ่าตัดด้านใน กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เพราะแพทย์สามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาทเพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกกรามได้โดยตรง เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายกว่า เพราะสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลภายนอกได้เลย สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย แต่การผ่าตัดด้วยแผลด้านนอก อาจมีแผลเป็นเล็กน้อย ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร การเปิดแผลภายนอกไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid)

วิธีที่ 2. การผ่าตัดลงในปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในปาก บริเวณซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลประมาณ 2 ซม. หลังจากนั้น ก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา แล้วจึงจะวางแท่งซิลิโคน เข้าไปให้พอดีตรงตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมด ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้เลย และไม่มีแผลเป็น เพราะมองไม่เห็นแผลจากภายนอก แต่การผ่าตัดแบบแผลในปาก มีโอกาสติดเชื้อสูง เพราะในช่องปากมีน้ำลายตลอดเวลา และตอนทานอาหาร เศษอาหารอาจตกลงไปตามขอบแผลได้

สำหรับคนที่เคยผ่านการคางมาแล้วหรือฉีดซิลิโคนเหลวมาก่อน ลักษณะทรงคางนั้นจะควบคุมได้ยากผลมาจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารเคมีตกค้างอยู่ภายใน จะทำให้แก้ไขเอาของเก่าออกได้ยาก และจะมีอาการเจ็บมากกว่าปกติ

การดูแลตนเองหลังจากการผ่าตัด คือสิ่งที่สำคัญอย่างหากดูแลไม่ดีก็จะส่งผลต่อแผลที่ตนเองทำมาหรือคางที่เสริมมาก็อาจจะเบี้ยว ย้อย ได้ หรือการฟื้นตัวของร่างกายได้ช้ามาก

เสริมคาง ติดเชื้อ คืออะไร ไปดูกัน

ความเสี่ยงในการเสริมคาง

  • ความเสี่ยงในการทำศัลยกรรมเสริมคาง การเสริมคางมักจะเกิดอาการชาที่ริมฝีปาก ผลมาจากด้านในริมฝีปากล่างมีแผลผ่าตัดแต่อาการชาก็จะค่อย ๆ หายไป มีอาการปวดบวมรอบ ๆ คาง บางรายอาจเกิดอาการชาถาวรก็มีซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ หลังผ่าตัดต้องระวังระวังไม่ให้แผลกระทบกระเทือนแรง ๆ เพราะหากมีการกระทบกระเทือนอาจทำให้ซิลิโคนที่เสริมเข้าไปนั้นเคลื่อนจากตำแหน่ง
  • การอักเสบติดเชื้ออย่างที่บอกว่าแผลผ่าตัดในปากมีโอกาสสัมผัสกับอาหาร น้ำ และน้ำลายอยู่บ่อย ในระยะแรกที่แผลยังใหม่อยู่อาจจะมีการติดเชื้ออักเสบได้ ถึงแม้จะไม่มากนัก เพราะแพทย์จะให้ยาแก้อักเสบ รวมทั้งกำชับเรื่องการดูแลแผลเป็นอย่างดีแล้ว แต่หากเกิดขึ้นในระยะแรก ๆ ที่ยังอักเสบไม่รุนแรง แพทย์อาจจะใช้ยาที่แรงขึ้นช่วยจัดการปัญหานี้ได้ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ แล้ว การแก้ไขก็มัก จะลงเอยด้วยการเปิดแผล แล้ว เอา แท่งคางที่เสริมไว้ออกเสียก่อนแล้วค่อยมาตั้งต้นกันใหม่ในภายหลัง
  • ปากชาทั้งนี้เนื่องจากบริเวณคางด้านข้างซ้ายและขวา จะมีเส้นประสาทที่มาเลี้ยงริมฝีปากล่างอยู่ด้วย ทำให้เรามีความรู้สึกได้แต่หากใช้แท่งซิลิโคนที่กว้างมากเกินไป จนต้องเลาะเข้าไปใกล้เส้นประสาททั้งสองข้างที่อยู่ชิดกระดูกกราม ก็อาจจะทำให้เกิดอาการชาที่ปากตามมาได้ แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดเพียงชั่วคราว ซึ่งมักจะฟื้นได้ในเวลาอันสั้น นั่นเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้

การศัลยกรรมเสริมความงามทุกอย่างมีความเสี่ยง ดังนั้นก่อนทำเสียเวลาศึกษาหาข้อมูลของแต่ละคลินิกสักนิดเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

เสริมคางกี่วันหายบวม หลังผ่าตัดศัลยกรรม บทความนี้มีคำตอบ

การเสริมคาง หรือการทำคาง เป็นการทำศัลยกรรมอย่างหนึ่ง ด้วยวิธีผ่าตัดเล็กแล้วเสริมซิลิโคนซึ่งเหลาปรับทรงได้ตามความต้องการ ซิลิโคนที่ใช้นี้จะต้องได้มาตรฐานทางการแพทย์ ทำด้วยผู้เชี่ยวชาญ จึงจะมีความปลอดภัย หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรมย่อมเกิดอาการบวมช้ำบริเวณที่ผ่าตัดเป็นเรื่องปกติ ยิ่งอาการบวมช้ำมากกว่าปกติหลายคนคงวิตกกังวลว่า อาการบวมช้ำนี้เกิดจากคุณหมอมือหนักเกินไปหรือเปล่า รวมถึงคุณหมอไม่เก่ง ซึ่งจริงๆแล้วอาการบวมช้ำหลังเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นหลังผ่าตัดกันทุกคน อาการบวมช้ำที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการที่เนื้อเยื่อเราได้รับการบาดเจ็บชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายของแต่ละคนจะมีอาการตอบสนองที่แตกต่างกันออกไป นั่นเป็นสาเหตุที่บางคนมีอาการบวมช้ำน้อย ส่วนบางคนมีอาการบวมช้ำมาก

เสริมคางกี่วันหายบวม

หลังจากการเสริมคางจะมีอาการบวมเต็มที่ในช่วง 3-7 วัน และคางเริ่มเข้าที่ในเดือนที่ 3-5 ขึ้นไป บริเวณคางอาจจะยุบช้ากว่าส่วนอื่น ๆ หลังผ่าตัดจะมีอาการบวม จึงควรประคบเย็นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงประมาณ 2 สัปดาห์

เสริมคางกี่วันหายบวม เรามีคำตอบ

ผ่าตัดเสริมคาง ใช้เวลานานเท่าไร

การเสริมคางใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก ทำแล้วกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักพื้น

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง ?

การเสริมคางนั้นจะเหมาะทั้งผู้หญิงและผู้ชาย  คนไข้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการแก้ไขปัญหาคาง ให้สวยขึ้น คนที่มีใบหน้ากลมอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น

การเสริมคางผู้หญิงจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้วีเชฟ นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนการเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป อาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน

การเสริมคางแผลนอก

หลังเสริมควรดูแลอย่างไรเพื่อลดอาการบวม

ประคบเย็น

การประคบเย็นทันทีหลังผ่าตัดเสร็จและประคบต่อเนื่องไป 48 ชั่วโมง โดยใช้เจลแพ็กหรือผ้าขนหนูที่เปียกแช่ช่องแข็ง หรือผ้าห่อน้ำแข็งสลับกันประคบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการประคบเย็นจะช่วยควบคุมการเสียเลือด ลดความเจ็บปวด และการบวมของแผล และความเย็นที่ถูกประคบลงบนผิวจะทำให้แผลมีการหดตัวของหลอดเลือด นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความหนืดของเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวและหยุดไหล ช่วยลดอาการบวมได้อีกด้วย

ประคบอุ่น

หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ให้เปลี่ยนมาประคบอุ่นแทน เพราะความร้อนจากการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวรับการดูดซึมกลับของสารน้ำต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ในเนื้อเยื่อที่บวมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ความร้อนยังช่วยให้ลิ่มเลือดเก่าละลายเร็วขึ้น แถมยังส่งผลให้พังผืดภายในที่แข็งเป็นไตนุ่มตัวเร็วขึ้นด้วย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องระวังไม่ให้ร้อนเกินไปเพราะอาจลวกให้หยุดทันที

ยกหัวให้สูง

ในช่วง 3-5 วันแรก หากทำศัลยกรรมจมูก ควรยกหัวให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อยับยั้งการรั่วไหลของสารน้ำออกจากเส้นเลือดให้เร็วที่สุด ซึ่งจะลดอาการบวมได้ โดยในช่วงการนอนหลับให้นอนหมอนสูงนอนให้หัวอยู่สูงกว่าปกติหรือนอน คล้าย ๆ กับการนั่งหลับ

ไม่กินอาหารแสลง

เรื่องอาหารการกินก็สำคัญ  หลังการศัลยกรรมลองหันมากินอาหารจำพวก ฟักทอง สาหร่าย ใบบัวบก หรือถั่วดำดูสิ เพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทั้งวิตามินเอ ช่วยลดการติดเชื้อหลังผ่าตัด ช่วยขจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ช่วยลดอาการบวม แร่ธาตุ ใยอาหาร และธาตุเหล็ก ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น ลดอาการบวมช้ำ ขจัดสารพิษในร่างกาย และลดการติดเชื้อได้อีกด้วย ส่วนอาหารที่ห้ามกินคือ อาหารพวกของหมักของดอง อาหารเค็ม อาหารทะเล อาหารที่มีรถจัด พวกส้มตำ ต้มแซบ ยำ ควรพวกอาหารอ่อนข้าวต้ม โจ๊ก ก่อนจะดีกว่า

การเสริมคางให้เข้ากับหน้าเป็นอะไรที่ดูดีและดูสมบูรณ์แบบ ใคร ๆ ก็อยากเสริมคางออกมาแล้วสวย ดังนั้นก่อนทำควรให้คุณหมอประเมินพื้นฐานรูปทรงหน้าของเราเป็นหลัก ว่าเหมาะกับซิลิโคนแบบไหน ขาสั้นหรือขายาว  เพราะไม่ว่าคุณจะมีใบหน้าแบบไหน คางบวมหรือคางสั้น ก็สามารถทำได้หมด