รีวิว เสริมคาง ผู้ชาย มีกี่ทรง ขั้นตอนการทำมีอะไรบ้าง

เมื่อผู้ชายอยากเสริมคาง คงต้องศึกษารีวิว เสริมคาง ผู้ชาย เพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนที่จะตัดสินเข้ารับบริการ ซึ่งการเสริมคางในปัจจุบันนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่สามารถทำได้ ผู้ชายก็ทำได้เหมือนกัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ตัวเองมีใบหน้าที่ดูเรียวยาว ดูหน้าเด็กลง

และเพื่อเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง การทำคางสามารถปรับปรุงแก้ไขใบหน้าให้ได้สัดส่วน ช่วยให้โครงหน้าเปลี่ยนไป เมื่อผู้ชายอยากเสริมคาง คงต้องศึกษารีวิว เสริมคาง ผู้ชาย เพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนที่จะตัดสินเข้ารับบริการ

การเสริมคางในผู้ชายนั้นส่วนใหญ่ นิยมทำคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เนื่องจากจะทำให้ใบหน้าดูหวาน โดยต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุน และเรามาดูดกันดีกว่าว่าการเสริมคางนั้นเหมาะกับใคร

ใครเหมาะกับการเสริมคาง

การเสริมคางนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอน คางตัด คางบุ๋ม และผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาคางให้สวยขึ้น และคนที่มีใบหน้ากลมแล้วอยากปรับให้รูปหน้าดูยาวขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยการเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ V Shape และยังเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดีอีกด้วย

เสริมคางมีกี่ทรง

การผ่าตัดเสริมคางจะใช้ซิลิโคนซึ่งจะมีทั้งแบบขาสั้นและขายาว แต่ที่นิยมใช้ส่วนใหญ่จะเป็นแบบขาสั้น เพราะแผลจะเล็ก ผ่าตัดง่าย แต่ก็จะมีข้อเสียของซิลิโคนขาสั้น คือ แพทย์อาจจะประเมินทางคางผิดพลาด ทำให้ซิลิโคนคางที่เสริมไม่รับกับแนวกราม การเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นถ้าใช้เทคนิคที่ถูกต้อง ซิลิโคนจะต้องติดแน่นกับกระดูกไม่สามารถโยกได้

ซึ่งมีข้อจำกัดคือถ้าขาซิลิโคน ยาวออกมาด้านข้างมากเกินไป ก็จะกดทับ mental foramen ซึ่งเป็นรูทางออกของเส้นประสาท ทำให้ปากเบี้ยวได้

การฉีดสารเติมเต็ม Filler นั้นในการเสริมคางนั้น สามารถจัดรูปทรงคางได้ตามต้องการ ซึ่งแพทย์จะทำการประเมินออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับผู้เข้ารับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมามีความสวยงามและเหมาะสมกับรูปหน้ามากที่สุด

เมื่อฉีด Filler ไปแล้ว รูปทรงฟิลเลอร์คางที่ได้ หากสั้นเกินไปสามารถเติมเพิ่มได้ หากยาวเกินไปสามารถสลายบางส่วนออกได้ทันที เป็นศัลยกรรมที่สามารถทำหรือแก้ไขได้ง่าย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น

รีวิว เสริมคาง ผู้ชาย จากประสบการณ์คนทำ

ขั้นตอนการเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • แพทย์จะทำการฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง
  • หลังจากนั้นแพทย์จะทำการแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่าง แล้ววางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ
  • เมื่อแพทย์วางแท่งซิลิโคนเรียบร้อยก็จะทำการเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย โดยใช้เวลาในการทำทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง
เลื่อนกระดูกคาง

การเลื่อนกระดูกคาง เป็นศัลยกรรมที่กำลังได้รับความนิยมบนใบหน้า ช่วยเสริมให้ใบหน้าดูมีมิติ ดูมีความเรียวมนตามรูปแบบคางของตัวเอง ที่เข้ากับใบหน้า การเลื่อนกระดูกคาง จะช่วยคนที่มีรูปแบบคางบางประเภทที่ไม่เข้ารับกับใบหน้า ทำให้เป็นจุดด้อย เช่น คางสั้น คางเบี้ยวคางหลุบ คางยื่นมากเกินไป เป็นต้น เป็นการทำให้รูปหน้าดูไม่สมส่วน ให้เข้ากลับใบหน้า แก้ไขจุดด้อย บนใบหน้าให้ดูสมบูรณ์ขึ้น

ขั้นตอนการเลื่อนกระดูกคาง
  • แพทย์จะทำการฉีดยาชา และยาสลบให้แก่ผู้เข้ารับบริการก่อน
  • แพทย์จะทำการเลาะเนื้อเยื่อภายในช่องปาก และ ทำการใช้เลื่อยไฟฟ้าที่เป็นเครื่องมือแพทย์ตัดกระดูกกรามบริเวณที่กำหนดไว้
  • แพทย์จะทำการเลื่อนกรามให้เข้าที่ คนไข้ที่มีคางยาว และต้องการเอาออกแพทย์ จะทำการตัดกระดูกในส่วนที่ยาวออก
  • แพทย์จะทำการจัดกระดูกให้เข้ากับรูปแบบที่กำหนด

การเลื่อนกระดูกคาง เหมาะกับใคร

  • เหมาะสำหรับคนที่มี ปัญหาเกี่ยวกับคางมาก ๆ เช่น มี อาการคางสั้นมาก คางยาวมากเกินไป คางเบี้ยว ค้างไม่เสมอกัน
  • ผู้เข้ารับบริการต้องไม่มีปัญหาทางช่องปาก เช่น กรามอักเสบ ฟันยื่น ฟันไม่เท่ากัน

การดูแลหลัง เสริมคาง ด้วยซิลิโคน

  • ให้ประคบเย็นบริเวณคางบ่อย ๆ ในช่วง 1 – 2 วันแรก
  • ควรหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณคาง ในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก
  • ดูแลแผลในปาก และงดทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด
  • บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด
  • อย่าใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • หลังผ่าตัด 3 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ แพทย์จะนัดมาตรวจอาการ และตรวจซ้ำหลังจากนั้นอีก 1 เดือน
  • หลังการรักษาประมาณ 1-2 เดือน อาการบวมจะยุบลง และได้รูปทรงของคางใหม่ โดยแท่งซิลิโคนจะเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกและไม่ขยับเขยื้อน นอกจากจะโดนกระแทกอย่างแรง

บทสรุป

การเสริมคางนั้นสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ก่อนที่จะทำท่านควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยเฉพาะผู้ชายที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในด้านการทำศัลยกรรมนั้นการได้ดู รีวิว เสริมคาง ผู้ชาย จะช่วยให้ท่านตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น

เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดี ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป อาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน ซึ่งต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุน เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดี เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีปัญหาใบหน้าเป็นอย่างมาก ก่อนการตัดสินใจเสริมคาง ควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อให้การเสริมคางของคุณผู้ชาย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเสริมคาง มีกี่แบบ

  1. การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และสามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งข้อดีของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็จะช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น

  1. การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง

ปกติแล้วการเสริมคางนั้น เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย  คนไข้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการแก้ไขปัญหาคาง ให้สวยขึ้น คนที่มีใบหน้ากลมอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น การเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้วีเชฟ เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดีนอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

แนะนำ เสริมคาง ผู้ชายที่ไหนดี

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมคาง

แน่นอนว่าก่อนเข้ารับการทำคางจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเมื่อตัดสินใจได้ ว่าจะเลือกทำคางที่ไหนดี สิ่งที่ต้องเตรียมตัว คือ

  1. แนะนำว่าควรแจ้งข้อมูลทางด้านสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง มีประวัติแพ้ยาหรือไม่
  2. งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  3. งด ยาตระกูล แอสไพริน วิตามิน อาหารเสริม เช่นน้ำมันตับปลา ก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  4. เตรียมรูปทรงคาง ตัวอย่างที่อยากได้ มาปรึกษาคุณหมอก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อประเมินรูปทรง
  5. ควรทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัด เช่น ล้างหน้า แปรงฟัน และบ้วนปากให้เรียบร้อย
  6. ทานอาหารให้พออิ่มก่อนเข้าห้องผ่าตัด ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร
  7. ไม่ควรเสริมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรสวมเสื้อผ้าที่เป็นกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด

การปฏิบัติตัวหลังการเสริมคาง

หลังจากผ่าตัดทำคางแน่นอนว่าจะมีเรื่องอาการบวม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะที่ อาการบวมช้ำน้อยมาก ๆ

การดูแลหลังทำ สามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้

  1. 1-3 วันแรก หลังจากการผ่าตัดเสริมคาง สามารถประคบเย็น เพื่อลดอาการบวมช้ำ แล้ววันที่ 4 เปลี่ยนมา ประคบอุ่น
  2. นอนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง เพราะอาจจะทำให้เสียรูปทรงได้
  3. งดอาหารแสลง อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ บุหรี่ เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ 1 เดือน
  4. งดออกกำลังกาย อย่างน้อย 1 เดือน
  5. รับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งให้ครบ
  6. หากรู้สึกปวดมากกว่าปกติ หรือมีข้อสงสัยต่าง ๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้หรือจัดการปัญหาด้วยตนเอง ควรไปปรึกษาแพทย์ทันที

ระยะการพักฟื้น

  1. การผ่าตัดเสริมคาง สามารถกลับบ้านได้เลย
  2. ควรประคบความเย็นบ่อย ๆ 2 วันแรกหลังผ่าตัด
  3. หลังจาก 2 วันแรกประคบอุ่นสลับกับเย็น เพื่อช่วยให้บริเวณคางยุบบวมเร็วขึ้น
  4. จะรู้สึกตึงที่บริเวณแผลผ่าตัด ซึ่งอาการจะค่อย ๆ หายไปเอง หลังผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์
  5. โดยทั่วไปหลังผ่าตัด คางจะยุบบวมและได้รูปทรงใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

เสริมคางแบบไหนดี มีกี่แบบ แผลในหรือแผลนอกดีกว่ากัน

เสริมคางได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน มีคลินิกเปิดให้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อสามารถรองรับผู้ที่ต้องการแก้ไขใบหน้าให้สวยงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลายคนกำลังลังเลและยังไม่ได้ตัดสินใจว่าเสริมคางแบบไหนดี ดังนั้นก่อนการตัดสินใจเสริมคาง ต้องได้รับคำแนะนำหรือปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์และความเหมาะสมมากที่สุด

เสริมคางมีกี่แบบ

ในปัจจุบันการทำศัลยกรรมคางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีอยู่ด้วยกัด 2 แบบ คือ วิธีการฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ และวิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน เป็นการผ่าตัดเล็กโดยใช้ซิลิโคนที่นิยมทางการแพทย์ แบบเดียวกันกับซิลิโคนที่ใช้เสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้น จะแบ่งเป็น 2 แบบดังนี้

  1. การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมคางจากภายนอกช่องปาก โดยเปิดแผลบริเวณใต้คางยาวประมาณ 2 ซม. โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และมีวางตำแหน่งซิลิโคนได้อย่างแม่นยำ รวมไปถึงสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ เพื่อลดโอกาสคางเบี้ยวหรือเอียงได้ ถือเป็นการเสริมคางที่สามารถดูแลได้ง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางภายนอกนั้น จะมีรอยแผลเป็นซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือน กว่ารอยแผลเป็นจะหาย ควรทายาลดรอยแผลเป็นเพื่อช่วยให้แผลได้เร็วยิ่งขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • คุณหมอจะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  1. การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

เป็นการเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง มีความยาวประมาณ 2 ซม. จากนั้นศัลยแพทย์จะทำการผ่าแยกเยื่อหุ้มขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ และปิดเย็บแผลด้วยไหมละลาย เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย แต่ต้องดูแลหลังการผ่าตัดมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร และระมัดระวังไม่ให้ได้รับการกระแทก เพราะซิลิโคนอาจเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

เสริมคางแบบไหนดี ทำแล้วสวย

ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

  • ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย
  • นิยมในแพทย์-ทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมคาง

แน่นอนว่าก่อนเข้ารับการทำคางจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเมื่อตัดสินใจได้ ว่าจะเลือกทำคางที่ไหนดี สิ่งที่ต้องเตรียมตัว คือ

  1. แนะนำว่าควรแจ้งข้อมูลทางด้านสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง มีประวัติแพ้ยาหรือไม่
  2. งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  3. งด ยาตระกูล แอสไพริน วิตามิน อาหารเสริม เช่นน้ำมันตับปลา ก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  4. เตรียมรูปทรงคาง ตัวอย่างที่อยากได้ มาปรึกษาคุณหมอก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อประเมินรูปทรง
  5. ควรทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัด เช่น ล้างหน้า แปรงฟัน และบ้วนปากให้เรียบร้อย
  6. ทานอาหารให้พออิ่มก่อนเข้าห้องผ่าตัด ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร
  7. ไม่ควรเสริมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรสวมเสื้อผ้าที่เป็นกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด

การปฏิบัติตัวหลังการเสริมคาง

หลังจากผ่าตัดทำคางแน่นอนว่าจะมีเรื่องอาการบวม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะ อาการบวมช้ำน้อยมาก ๆ การดูแลหลังทำ สามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้

  1. 1-3 วันแรก หลังจากการผ่าตัดเสริมคาง สามารถประคบเย็น เพื่อลดอาการบวมช้ำ แล้ววันที่ 4 เปลี่ยนมา ประคบอุ่น
  2. นอนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง เพราะอาจจะทำให้เสียรูปทรงได้
  3. งดอาหารแสลง อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ บุหรี่ เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ 1 เดือน
  4. งดออกกำลังกาย อย่างน้อย 1 เดือน
  5. รับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งให้ครบ
  6. หากรู้สึกปวดมากกว่าปกติ หรือมีข้อสงสัยต่าง ๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้หรือจัดการปัญหาด้วยตนเอง ควรไปปรึกษาแพทย์ทันที

เสริมคาง คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง มีกี่ขั้นตอน

ใบหน้าที่ดูสวยงาม ต้องมีความสมดุลใน 4 ตำแหน่งบนใบหน้า คือ ส่วนของหน้าผาก, โหนกแก้ม, จมูก และก็คาง ถ้าเกิดเปรียบเทียบอวัยวะบนใบหน้าแล้ว คางอาจมีความโดดเด่นน้อยกว่าจมูกหรือตำแหน่งอื่น แต่ว่าถ้าหากพิจารณาจากส่วนประกอบบริเวณใบหน้าที่ได้รูปและสมบูรณ์ คาง เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในความสมบูรณ์นั้นด้วย แต่ว่าส่วนใหญ่คนมักละเลยเรื่องของคางไป อาจพูดได้ว่าการมีจมูกโด่งได้รูปทำให้บริเวณใบหน้าดูเด่น แต่การมีคางที่รับกับจมูก ทำให้บริเวณใบหน้าดูเพอร์เฟ็คขึ้น การผ่าตัดเสริมคางเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น หรือหลบเข้าไปข้างใน ไม่มีปลายคาง ทำให้บริเวณใบหน้าดูสั้นกลม ขาดความอ่อนโยน

เสริมคางเหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่มีบริเวณใบหน้ากลม คนอ้วน หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่สมดุล โดยมีโครงหน้าส่วนบน อาทิเช่น หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แต่กลับมีคางที่สั้น การศัลยกรรม จะช่วยปรับบริเวณใบหน้าแลดูมีมิติเพิ่มมากขึ้น และเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความรี ดูเป็นรูปไข่ ให้สอดรับกับความนิยมคนในปัจจุบัน นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเสริมคางไม่ควรทำกับผู้ที่อายุน้อยกว่า 17 ปี ที่การพัฒนาการของกระดูกยังคงมีต่อเนื่องได้บ้างในบางคน ในขณะที่กระดูกควรจะปิดได้แล้วเมื่อวัย 15 ปี ในทางตรงกันข้ามผู้ที่แก่กว่า 55 ปีก็ควรจะพิจารณาถึงปัจจุบันเรื่องความแข็งแรงของกระดูกที่รองรับซิลิโคน ที่อาจจะทำให้มีผลต่อการคงอยู่และก็รูปร่างของการเสริมคาง ในอนาคต

ขั้นตอนในการเสริมคาง

สำหรับการทำศัลยกรรมเสริมคางหมอจะให้ยาสลบแก่ผู้ป่วย หลังจากนั้นกระบวนการผ่าตัดจึงเริ่มขึ้น อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับในการเสริมคางเป็นซิลิโคนแท่ง ลักษณะคล้ายยางที่มีความยืดหยุ่น นำมาเหลาให้ได้รูปทรงที่รับพอดีกับคางของคุณศัลยแพทย์จะทำการเปิดผิวบริเวณด้านในปาก บริเวณด้านในของริมฝีปากล่าง ตั้งแต่ส่วนของเหงือกลงไปจนถึงส่วนของกระดูกคางด้านหน้า และทำการฝังและก็ยึดซิลิโคนลงในตำแหน่งที่ได้วัดระยะอันเหมาะสมเอาไว้แล้ว หลังจากนั้นจึงเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ที่จะสลายไปเองได้ภายใน 10 วันแต่หากเป็นในกรณีที่ทำการเสริมคางไปพร้อม ๆ กับศัลยกรรมยกกระชับบริเวณใบหน้า หมอจะสร้างรอยผ่าตัดที่บริเวณใต้คางเพื่อความสะดวกต่อการศัลยกรรมทั้งสองประเภท ซึ่งรอยแผลที่อยู่บริเวณนี้ก็สามารถหลบซ่อนจากสายตาได้เป็นอย่างดี นอกจากการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว ยังมีการศัลยกรรมเกี่ยวกับคางอีกอย่างหนึ่ง คือ “การศัลยกรรมเลื่อนคาง” (sliding genioplasty หรือ chin advancement) มักทำในกรณีผู้ที่มีคางสั้นมาก ๆ และร่นไปอยู่ด้านหลังเยอะ ซึ่งถ้าใช้ซิลิโคนเสริมก็จะต้องเป็นซิลิโคนชิ้นใหญ่ และดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติ ศัลยแพทย์จะทำการเลื่อยกระดูกส่วนคางในแนวนอน และกระทำการเลื่อนตำแหน่งออกมาด้านหน้าแล้วจึงใช้น็อตพิเศษยึดเอาไว้ ก็จะมีผลให้บริเวณใบหน้าที่เคยดูอูมกลม กลับมาได้สัดส่วนและดูเรียวมีมิติมากยิ่งขึ้น

อาการหลังผ่าตัด

คนไข้โดยมากจะรู้สึกตึงที่บริเวณแผลผ่าตัด ซึ่งอาการนี้จะค่อย ๆ หายไปเองหลังผ่าตัด 1 อาทิตย์ หมอจะพันผ้าพันแผลไว้ให้โดยประมาณ 2 ถึง 3 วัน ระหว่างนี้คนไข้ควรจะกินอาหารอ่อนหรืออาหารที่เป็นน้ำ เช่นโจ๊กหรือข้าวต้มอ่อน  ๆ  เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนของบาดแผล และทานยาแก้ปวดลดบวมได้

เสริมคาง แบบไหนดี

ความเสี่ยงสำหรับการศัลยกรรมเสริมคาง

  • ริมฝีปากรู้สึกชา เพราะมีแผลผ่าตัดอยู่ภายในริมฝีปากด้านล่าง ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงเองเมื่อเวลาผ่านไป
  • คางและบริเวณรอบ ๆ มีอาการบวม เจ็บ
  • การรับความรู้สึกที่บริเวณคางเปลี่ยนไป บางทีอาจเป็นไปได้ทั้งเพียงชั่วคราว หรือเกิดขึ้นถาวร
  • ซิลิโคนเลื่อนออกจากตำแหน่ง อันเกิดจากการกระทบกระเทือนที่ใบหน้า
  • มีการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด

ข้อควรรู้ก่อนคิดจะเสริมคาง

  1. อายุที่สามารถเสริมคางได้ ช่วงอายุที่เหมาะสมกับการเสริมคาง คืออายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากว่าช่วงวัยนี้นับว่าเป็นวัยที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
  2. อุปกรณ์ที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง อุปกรณ์ที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบซิลิโคนแท่ง และก็แบบฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง แบบซิลิโคนก็จะใช้แบบเดียวกับที่เสริมจมูก วิธีการเสริมด้วยซิลิโคนแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากภายในช่องปากแล้วก็การศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก สำหรับวิธีฉีด เป็นการนำสารที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าที่คาง แต่ว่าปัจจุบันนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์มากยิ่งขึ้น
  3. เลือกเสริมคางให้พอดีกับหน้า การเสริมคางถ้าจะมีผลให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ จะต้องทำให้เหมาะสมกับขนาดบริเวณใบหน้าของแต่ละคนด้วย การเสริมคางที่ใหญ่เกินความจำเป็นหรือขนาดไม่เหมาะสมกับบริเวณใบหน้าจะส่งผลเสียต่อผิวหนังแล้วก็กระดูกคางในอนาคตได้
  4. การเตรียมความพร้อมก่อนเสริมคาง ให้งดทานยาชนิดสเตียรอยด์ ถ้าทานยาหรืออาหารเสริมตัวไหนอยู่ ก็แจ้งหมอให้รู้ก่อนทำการผ่าตัดเสริมคางด้วย รวมถึงแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนที่จะมีการผ่าตัดด้วยค่ะ
  5. การดูแลตนเองหลังการเสริมคาง หลังจากผ่าตัดมาช่วงแรกแผลอาจบวมได้ ก็ให้ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน เวลานอนก็ให้นอนหงายและหนุนหมอนสูง ๆ รวมทั้งงดกินอาหารรสจัด อาหารเป็นพิษ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ให้บ้วนปากทุกครั้งทุกคราว เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ที่สำคัญจะต้องทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด ก็จะมีผลให้แผลหายเร็วขึ้น
  6. แผลผ่าตัดนานเท่าไรถึงจะหาย หลังจากผ่าตัดแผลจะมีอาการบวมอย่างน้อย 1 – 2 อาทิตย์ และก็จะเริ่มเข้าที่เข้าทางและหายเป็นปกติประมาณ 1 – 2 เดือน
  7. ทำใจรับผลกระทบที่เกิดขึ้น สำหรับบางเคสบางทีอาจมีการผิดพลาดขึ้นได้ หรือส่งผลข้างเคียง ก็ควรจะทำความเข้าใจและก็ยอมรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นอาการอักเสบหรือติดเชื้อ ในระยะเริ่มต้นที่แผลยังไม่หาย ควรจะรีบไปพบหมอโดยด่วน ถ้าหากปล่อยทิ้งเอาไว้ทำให้ต้องเจ็บตัวอีกรอบเพื่อผ่าตัดซิลิโคนออก นอกจากนี้บางเคสก็อาจจะคางเบี้ยว ก็ให้หมอช่วยปรับปรุงแก้ไข หรือบางเคสอาจมีอาการชาที่ปาก เนื่องมาจากแท่งซิลิโคนไปกดทับเส้นประสาท ซึ่งกรณีนี้อาการจะเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วคราว และก็จะกลับมาปกติเองค่ะ
  8. เลือกคลินิกเสริมคางไหนดี การเสริมคางหรือศัลยกรรมอื่น ๆ ก็ตาม ควรจะเลือกโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูงและก็มีทีมศัลยแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญประจำอยู่ ทั้งนี้ควรที่จะเลือกสถานที่เสริมคางไว้สัก 2 – 3 ที่ จากนั้นก็เข้าไปพูดคุย ปรึกษากับหมอดู พร้อมกับดูผลงานของหมอประกอบการตัดสินใจ วิธีนี้แหละที่จะทำให้คุณผู้หญิงตัดสินใจได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นค่ะ

การเสริมคางเป็นการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้ดีขึ้นจากที่เคยหน้ากลมก็จะมีใบหน้าที่เรียวงามขึ้น หากคุณกำลังคิดจะเสริมคางอยู่คุณควรเลือกคลินิกเสริมคางที่ได้มาตรฐานและมีหมอเฉพาะทางดูแลอยู่จะดีที่สุดค่ะ เพราะหมอเฉพาะทางสามารถจะวิเคราะห์ว่าคุณจะต้องผ่าตัดคางรูปแบบไหนถึงจะได้ใบหน้าที่ออกมาดูดีที่สุด และคุณจะไม่ผิดหวังเมื่อคุณเลือกหมอผ่าตัดเสริม

เสริมคางธรรมชาติ ตัวช่วยที่จะทำให้หน้าของคุณ เข้ารูปแบบเนียนๆ

การผ่าตัดเสริมคางเป็นการปรับแต่งโครงหน้าส่วนล่างให้เข้ากัน จุดประสงค์เพื่อเสริมให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ทำให้ใบหน้ายาวเรียวขึ้น มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ลักษณะการเสริมคางที่ดี เสริมคางธรรมชาติ ต้องมีความเรียวยาวแบบพอดี และไม่แหลมเกินไปจนดู ด้านหน้าจะอูมเล็กน้อยเป็นลักษณะเหมือนช้อน คางไม่ตัด ไม่บิดเบี้ยว หรือไม่มีรอยบักตรงกลาง

ปัจจุบันมี 2 วิธีในการทำศัลยกรรมเสริมคาง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

จะมีซิลิโคนแท่งเสริมคางแบบสำเร็จรูป เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับรูปทรงคางมากนัก เช่น คางเล็กแต่เข้ารูปอยู่แล้ว ผู้ที่เสริมคางไม่ต้องเสียเวลานาน ในการรอระหว่างที่ทางแพทย์เตรียมอุปกรณ์

และซิลิโคนแท่งเสริมคางแบบเหลาใหม่ เพื่อให้รับกับรูปทรงคาง เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหามาก เช่น คางที่สั้นระดับกลาง คางเบี้ยวระดับเล็กน้อย -กลาง หรือรูปทรงของคางที่ไม่ได้สัดส่วน ทางแพทย์ จะวัดรูปร่างของคางแล้ว ทำการกำหนดรูปทรงคางของเรา นำไปเหลาแท่งซิลิโคนให้รับกับใบหน้า

ก่อนการทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

ก่อนทำศัลยกรรมเสริมคาง ผู้ทำต้องไม่มีโรคติดต่อ หรืออาการแพ้ยาและอาหาร ถ้ามีควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อวิเคราะห์อาการเบื้องต้นต้องไม่มีปัญหาเกี่ยวกับกราม หรือโรคทางช่องปาก เช่น กรามอักเสบ ปัญหาเกี่ยวกับฟัน ฟันไม่เท่ากัน ฟันยื่น เป็นต้น เพราะเมื่อทำศัลยกรรมเสริมคางแล้ว อาจเกิดอันตราย หรือคางผิดรูปร่างได้ แนะนำว่า ควรเข้ารับการรักษาช่องปากก่อน แล้วมาทำศัลยกรรมเสริมคาง

วิธีการทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

การผ่าเสริมคางจะมีสองวิธีคือ ผ่าตัดเปิดแผลบริเวณในช่องปาก และบริเวณนอกช่องปาก ทางแพทย์จะสอบถามว่า เราต้องการแบบไหนในการผ่าตัด และจะแนะนำความเหมาะสมในการผ่าตัดว่า ควรจะทำด้วยวิธีไหนที่เหมาะกับเรา นำซิลิโคนที่เตรียมไว้ ใส่ในจุดที่ผ่าตัดปรับให้เข้ารูปทรง เย็บบาดแผลให้เรียบร้อย เวลาในการผ่าตัดประมาณ 40 – 90 นาที

เสริมคางเทคนิคเปิดแผลในปาก เป็นการเสริมด้วยซิลิโคนที่ใช้ทางการแพทย์โดยแพทย์จะออกแบบและเหลาซิลิโคนใช้เข้ากับในหน้าหรือทรงของคางที่ต้องการโดยการผ่าตัดจะทำการฉีดยาชา และเปิดแผลจากในปาก ด้านในร่องซอกริมฝีปากล่าง ยาว 1.5 – 2 เซนติเมตร มองจะไม่เห็นแผลจากภายนอก ไหมจะละลายเองภายใน 1-2 อาทิตย์ ไม่ต้องตัดไหม ระยะเวลาทำประมาณ 45 นาที

เสริมคางธรรมชาติ ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ถือว่า เป็นอีกวิธีในการทำศัลยกรรม ที่นิยมกันมากอีกวิธีหนึ่ง เพราะทำง่ายไม่ต้องผ่าตัด ทำแล้วไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องกลัวว่าเมื่อคางโทนกระทบกระเทือนแล้วคางจะเบี้ยวเสียรูปทรง

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ทำได้ง่ายและไม่ต้องมีเวลาพักฟื้น ทำให้หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ การฉีดฟิลเลอร์จะมีอายุประมาณ 1 ปีก่อนที่รูปคางจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม จึงต้องเข้ารับการการฉีดฟิลเลอร์เป็นประจำ เพื่อให้เข้ากับรูปหน้า บริเวณที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ จะมีความรู้สึกยืดหยุ่น ก่อนเข้าฉีดฟิลเลอร์ควรศึกษาข้อมูลหาแพทย์ที่มีความชำนาญ เพราะแพทย์ที่ไม่มีชำนาญเพียงพออาจทำให้คางเบี้ยว ไม่สมส่วน หรือคางดูไม่เป็นธรรมชาติได้ ควรศึกษาข้อมูลให้ดี ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ หลังจากฉีดฟิลเลอร์ สามารถกลับบ้านได้เลยไม่ต้องรอดูอาการ

การเสริมคางหากผู้ที่มีลักษณะคางสั้นมาก คางที่บิดเบี้ยวไม่เท่ากันจากโครงกระดูกคาง เมื่อเสริมซิลิโคนจะทำให้บิดเบี้ยวได้ง่าย คางสั้นหรือถอยไปด้านหลัง ที่มีความผิดปกติเรื่องการสบฟัน คางที่เคยฉีด ซิลิโคนเหลว หรือ ฟิลเลอร์ชนิดที่ไม่ปลอดภัยมาก่อน รูปทรงของคางจะควบคุมได้ยากจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่ตกค้างในเนื้อ ดังนั้นควรจะต้องใช้วิธีศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง (sliding chin surgery) การศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง เป็นวิธีการทำศัลยกรรม แก้ปัญหาเกี่ยวกับรูปหน้าเหมือนกัน แต่จุดที่แตกต่างกันใหญ่ ๆ คือ ศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคาง จะเน้นรักษาคนที่ผิดปกติจริง ๆ เกี่ยวกับคางมากกว่า

คนที่จะเข้ารับการเสริมคาง ควรเข้าใจก่อนว่าจริง ๆ คางเรามีปัญหาแบบไหน เพราะแต่ละรูปแบบ มีความเสี่ยงไม่เหมือนกันในการรักษา ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดก่อนเข้ารับการรักษาและทำศัลยกรรม