เสริมคาง เข้าที่กี่เดือน แล้วสามารถทำได้กี่แบบ

คางเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ หากท่านที่มีรูปหน้ากลม รูปหน้าเหลี่ยม แล้วต้องการที่จะมีรูปหน้าที่มีมิติมากขึ้น ให้รูปหน้าเป็นรูป v shape จึงต้องใช้การทำศัลยกรรมเสริมคางเข้ามาช่วยเติมเต็มเพื่อให้ใบหน้าดูเรียวยาวและคางยื่นออกมาด้านหน้าเล็กน้อยให้รับกับใบหน้า แล้วเสริมคาง เข้าที่กี่เดือน คงเป็นคำถามที่สาว ๆ อยากจะรู้ใช่หรือไม่

การเสริมคางก็เพื่อทำให้หน้าดูยาวขึ้น เรียวขึ้น การเสริมคางถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้า V Shape หรือทำให้คางที่ยื่นหรือยาวเกินไปลดลงได้ ซึ่งก่อนที่คุณจะเข้ารับบริการคุณจะต้องเข้าไปขอรับคำปรึกษากับศัลยแพทย์ก่อนว่า คุณมีความผิดปกติส่วนไหน ซึ่งความผิดปกติที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีดังนี้

  • กระดูกกรามและส่วนอื่นมีความผิดปกติด้วยหรือไม่เช่น ขนาดของกระดูกกรามด้านหลังมีการยื่นหรือยาวผิดปกติหรือไม่ บางครั้งมีปัญหาเรื่องกรามเอียงเกิดขึ้น ก็ควรทำการรักษาก่อนการเสริมคาง มิฉะนั้นอาจจะทำให้กรามเอียงเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้
  • ความเล็ก-ใหญ่ของคางในการเสริมคางนั้นก็ข้อจำกัดเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจะเสริมคางขนาดเท่าใดก็ได้ การเสริมคางขนาดใหญ่เกินไปอาจจะมีปัญหาต่อผิวหนังและกระดูกคางได้ในระยะยาว อีกทั้งผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอาจจะมากขึ้นได้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าการเสริมคางหรือตัดเลื่อนกระดูกคางจะเป็นวิธีการผ่าตัดที่เหมาะกับคุณมากกว่า
  • การสบฟันมีความสำคัญมาก ดังนั้นการรักษาโดยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเลื่อนกรามจึงอาจจะเป็นการรักษาที่ถูกต้องมากกว่าการเสริมคางแค่อย่างเดียว

เสริมคาง เข้าที่กี่เดือน ถึงจะหายขาด

เสริมคาง มีกี่แบบ

วิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลักๆ คือ

  • การฉีด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วย Filler และไขมัน วิธีนี้จะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและFillerสามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  • การผ่าตัด

การผ่าตัดสามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ซึ่งได้ผลถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่แพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

  • การเสริมคางแผลนอก

เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่
1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที

  • การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ประเภทของซิลิโคนที่ใช้เสริมคาง

  • ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น ใบหน้าดูยาวขึ้น จึงควรใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนิ่ม ปานกลาง

  • ซิลิโคนขายาว

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคางสามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการแก้ไขปัญหาคาง ให้สวยขึ้น คนที่มีใบหน้ากลมอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น

การเสริมคางเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ V Shape ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น การเสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำรูปคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน

บทสรุป

เสริมคาง เข้าที่กี่เดือนการเสริมคางหากเป็นการฉีด Filler เป็นการรักษาที่ไม่ต้องพักฟื้น หลังฉีดจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที ผู้เข้ารับบริการสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และคางจะค่อย ๆ เข้าที่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในเวลาประมาณ
2 – 3 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับบริการท่านควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

เสริมคางพักฟื้นกี่วัน มีเคล็ดลับการดูแลยังไง ให้หายเร็วขึ้น

การศัลยกรรมได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูก การเสริมคาง ทำตาสองชั้น หรือการตัดกระพุ้งแก้ม ฯลฯ ทุกการศัลกรรมย่อมใช้เวลาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ สุขภาพ ความแข็งแรง อาหารการกิน รวมไปถึงวิธีการดูแลหลังเสริมคางพักฟื้นกี่วัน ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก หากต้องการผลลัพธ์เป็นที่พึงพอใจ ควรศึกษาหาวิธีดูแลตนเองหลังจากการศัลยกรรม เพื่อนำมาเป็นวิธีในการดูแลตนเองให้ดีที่สุด เชื่อว่าผลลัพธ์ที่ออกมาต้องมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เสริมคาง ต้องใช้เวลาพักฟื้นกี่วัน

สาว ๆ หลายคน เกิดคำถามว่าเสริมคางพักฟื้นกี่วัน การ เสริมคางจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 7-10 วัน โดยจะบวมเต็มที่ในวันที่ 3-5 วัน และประมาณ 1 เดือน คางจะดูเรียวงามเพราะเนื่องจากเนื้อที่คางจะรัดซิลิโคนสวยได้รูปชัดเจนมากขึ้น แต่เราจะต้องดูแลหลังทำคางด้วยการประคบเย็นหลังผ่าตัดใน 48 ชั่วโมงแรกโดยทำอย่างเบามือให้คางรู้สึกชาแล้วพัก โดยสามารถประคบได้เรื่อย ๆ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณซิลิโคนอย่างรุนแรงโดยตรง และใช้น้ำเกลือล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวลจากนั้นจึงใช้เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล หากมีการผ่าตัดในช่องปาก ควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ งดอาหารรสจัด สุก ๆดิบ ๆ และอาหารหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ และควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ในสัปดาห์แรกให้นอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัวเพื่อลดอาการคั่งของเลือดที่เป็นสาเหตุของอาการบวม และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง หากเป็นไหมตัดแพทย์จะนัดตัดไหมแผลใต้คางในวันที่ 7 ส่วนผ่าตัดแผลในช่องปากหมอจะใช้ไหมละลายซึ่งจะละลายไปเองใน 3 สัปดาห์ โดยในระหว่างนั้นไม่ควรใช้ลิ้นดุนแผล อาจเกิดปัญหาตามมาได้

บทความแนะนำ ผ่าตัด ไขมัน หน้า ท้อง จากเว็บไซต์ Rattinan.com

เคล็ดลับวิธีการดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

เคล็ดลับวิธีการดูแลตัวเองหลังเสริมคาง เพื่อให้แผลหายเร็ว ๆ โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

  1. ในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ควรกินอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการกระทบกระเทือนของบาดแผล และบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหลังกินอาหารทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดที่ปากแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  2. หลังการผ่าตัด 3-4 วัน อาจมีอาการปวดบวมที่บริเวณแผลได้ แต่หากปวดมากผิดปกติควรกลับไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาทันที
  3. หลังการผ่าตัด 2-3 วัน ควรนอนเอนหลังยกศีรษะสูง เพื่อช่วยลดอาการเลือดคั่งที่แผล และแผลจะได้ไม่บวมมาก นอกจากนี้ ควรประคบเย็นบริเวณแผล วิธีนี้จะช่วยให้แผลหายจากอาการบวมได้เร็วขึ้น
  4. อย่ารับประทานอาหารรสเผ็ดจัด เป็นการป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการบวม

เสริมคางพักฟื้นกี่วัน ถึงหายเป็นปกติ

หลังเสริมคางกินอะไรได้บ้าง

  1. หลังผ่าตัดเสริมคางควรรับประทานให้ครบ 5 หมู่ตามปกติ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้ครบทุกด้าน โดยเน้นเป็นอาหารอ่อน ๆนิ่ม รสจืดเพื่อลดการอักเสบของแผล ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สะอาด เช่น ของหมัก ของดอง ปลาร้า อาหารรสจัด อาหารร้อน หรืออาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก เพราะอาหารจำพวกนี้อาจทำให้ติดเชื้อได้
  2. ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะเป็นสาเหตุทำให้แผลหายช้า อีกทั้งการดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดอาการมึนเมา ขาดสติ จนเกิดอุบัติเหตุที่ไปกระทบกระเทือนต่อบาดแผลได้ โดยหลังผ่าตัดเสริมคางนอกจากโปรตีนและธาตุเหล็กและสังกะสีแล้ว ยังมีอาหารที่แนะนำดังนี้
  3. ไขมันดี พบได้ในน้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันงา น้ำนมจากอัลมอนด์ เป็นต้น เนื่องจากมีคุณสมบัติให้พลังงานสูง ช่วยสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานในการสร้างและซ่อมแซมเยื้อหุ้มเซลล์ได้อีก แถมยังมีส่วนช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้น
  4. วิตามินซี สามารถพบได้จากผัก ผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ กีวี บร็อกโคลี เป็นต้น เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก และสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยเรื่องความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ทำให้บาดแผลสมานตัวได้เร็วขึ้น ลดอาการบวมช้ำ อักเสบได้ดี ซึ่งในการพักฟื้นรักษาตัวนั้น ร่างกายควรได้รับวิตามินซีไม่น้อยไปกว่าวันละ 100-200 มิลลิกรัม
  5. น้ำ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เพราะเมื่อร่างกายมีความชุ่มชื้นเซลล์ผิวหนังก็จะสามารถเคลื่อนที่จากขอบแผลมาปิดคลุมบาดแผลได้ดีนั่นเอง

ผ่าตัดเสริมคางนั้น เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และดูแลตัวเองดี ๆ เพื่อช่วยให้แผลหายไวขึ้น ลดอาการติดเชื้อหลังทำ ถือว่าต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

เสริมคางกินอะไรได้บ้าง อาหารแบบไหน ที่เหมาะสมมากที่สุด

สาวควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนหลังจากเสริมคางกินอะไรได้บ้างเพื่อไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงที่อาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ตรงตามความต้องการได้จึงถือว่าเป็นรายละเอียดที่สามารถปฏิบัติได้อย่างง่ายดายเชื่อว่าสาวต้องให้ความสำคัญในการปฏิบัติตัวอย่างแน่นอนเพื่อให้การเสริมคางของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แนวปฏิบัติตัวหลังเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคาง

  1. หลังเข้ารับการผ่าตัดเสร็จให้เริ่มประคบเย็นทันทีเป็นระยะเวลาประมาณ48ชั่วโมงโดยอาจจะใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดสัก3ผืนไปแช่ช่องแข็งจากนั้นก็ให้นำมาประคบสลับกันอย่างต่อเนื่อง
  2. พยายามหลีกเลี่ยงการกดแรง ตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่
  3. หากพ้นระยะ48ชั่วโมงแล้ว ให้ปล่อยไว้เฉยไม่ควรที่ประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้น
  4. นอกจากนี้แล้วภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากการผ่าตัดให้นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ เพื่อลดอาการบวม เพราะสิ่งที่สำคัญควรรู้เอาไว้ว่าอาการบวม จะมีมากในช่วงของ3-4วันแรกเป็นอาการปกติ
  5. การเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง จะผ่าจากด้านในปากดังนั้นจึงทำให้มีแผลในปาก เพราะฉะนั้นแล้วจึงเป็นเหตุผล ให้ว่าคนที่ทำจะต้องพยายามหลีกเลี่ยง การทานอาหารรสจัดอาหารร้อนของหมักดอง อาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก
  6. ทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำยา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบหรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง
  7. จากนั้นก็ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่าอีก 1 ครั้ง
  8. ภายในช่วง 3-4 วันแรกที่สำคัญห้ามใช้ลิ้นดุนไหม ในปากเล่นเด็ดขาด
  9. ให้ทานยาตามที่แพทย์สั่ง ให้หมดอย่าซื้อยามาทานเพิ่มเองเป็นอันขาดยาที่สามารถได้ คือยาแก้ปวดลดบวมยาฆ่าเชื้อ ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการทานยาแก้อักเสบCloxacillineก็ให้ทำการหยุดยาหรือใช้Amoxicilline500mgทาน1เม็ดหลังอาหาร4เวลา(เช้ากลางวันเย็นก่อนนอน)ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและจะสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ หากมีอาการผิดปกติจากการทานยา และอย่าลืมแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีอาการแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัว
  10. ในวัน4หลังเข้ารับการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออกได้ด้วยการนำน้ำอุ่นมาช่วยในการลูบเบา ๆ ให้พลาสเตอร์ค่อยลอกออก
  11. ที่สำคัญที่สุดและอย่าลืมสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ที่เราเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคางจะให้คำตอบได้ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้ศัลยกรรมมากที่สุดและควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้คางของเราสวยไม่มีปัญหาใด

เสริมคางกินอะไรได้บ้าง ทำให้หายบวม

อาหารแบบไหนจะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังการศัลยกรรม

1.น้ำ

ถึงแม้ว่าน้ำจะไม่จัดเป็นสารอาหารแต่น้ำเป็นองค์ประกอบหลักของร่างกายที่สำคัญน้ำเป็นกลไกสำคัญต่อการสมานแผลเมื่อร่างกายมีความชุ่มชื้นเซลล์ผิวหนังก็จะสามารถเคลื่อนที่จากขอบแผลมาปิดคลุมบาดแผลได้ดีซึ่งถ้าหากร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำก็จะยิ่งทำให้เซลล์ผิวหนังตายและเพิ่มความเจ็บปวดได้ดังนั้นควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8-10แก้วให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นนั่นเอง

2.โปรตีน

หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่ากินเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อนมไข่แล้วจะทำให้แผลหายช้าขอบอกเลยว่าไม่จริง!เพราะสารอาหารประเภทโปรตีนมีประโยชน์ในการสร้างเนื้อเยื่อและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายอีกทั้งยังทำให้เซลล์ประสานตัวเป็นเนื้อเดียวกันช่วยให้ผิวหนังที่สร้างขึ้นใหม่มีความแข็งแรงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลติดเชื้อได้อีกด้วยหลังการผ่าตัดหรือศัลยกรรมร่างกายควรได้รับโปรตีนให้ได้อย่างน้อยหนึ่งเท่าตัวซึ่งเราสามารถเลือกกินโปรตีนจากเนื้อปลาไข่โยเกิร์ตธัญพืชและถั่วต่างได้

3.ธาตุเหล็กและสังกะสี

เพราะเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสมานแผลได้ดีช่วยสังเคราะห์โปรตีนและคอลลาเจนแถมยังช่วยผลิตเซลล์ผิวใหม่และช่วยสมานบาดแผลได้อีกด้วยหากอยากฟื้นตัวได้เร็วขึ้นควรกินธาตุเหล่านี้อย่างน้อยวันละ15มิลลิกรัมซึ่งพบได้ในอาหารจำพวกปลาไข่อาหารทะเลผักใบเขียวและถั่วเหลืองเป็นต้น

4.ไขมันดี

นอกจากจะให้พลังงานสูงแล้วยังช่วยสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานในการสร้างและซ่อมแซมเยื้อหุ้มเซลล์ได้อีกแถมยังมีส่วนช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้นซึ่งไขมันดีนั้นพบได้ในน้ำมันมะกอกน้ำมันรำข้าวน้ำมันถั่วลิสงน้ำมันถั่วเหลืองน้ำมันงาหรืออาหารจำพวกถั่วเปลือกแข็งเช่นอัลมอนด์เม็ดมะม่วงหิมพานต์ถั่วลิสง

5.วิตามินซี

เรียกได้ว่าเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากเลยทีเดียวเพราะนอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแล้วยังเป็นสารที่ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงช่วยเรื่องความแข็งแรงของผนังหลอดเลือดทำให้บาดแผลสมานตัวได้เร็วขึ้นลดอาการบวมช้ำอักเสบโดยเราสามารถกินวิตามินซีได้จากผักผลไม้เช่นส้มฝรั่งมะละกอกีวีบร็อกโคลีซึ่งในการพักฟื้นรักษาตัวนั้นร่างกายควรได้รับวิตามินซีไม่น้อยไปกว่าวันละ100-200มิลลิกรัม

เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้ มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ที่ควรรู้

การดูแลตนเองหลังเข้ารับการเสริมคางนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นตรงตามความต้องการมากที่สุด ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจากวิธีปฏิบัติตัวของเรานั่นเอง จึงต้องศึกษาหาข้อมูลเพื่อใช้ในการดูแลตนเองเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด หลายคนเกิดคำถามว่า เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้ เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเพื่อประโยชน์กับตัวเราและผลลัพธ์ที่ออกมา พึงพอใจมากที่สุด

การเสริมคาง เป็นวิธีที่ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้า เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม ตามต้องการ นิยมทำในผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางเบี้ยว คางเหลี่ยม ปัจจุบันการเสริมการมีวิธีการหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล และการเสริมคาง ก็มิใช่จะทำที่ไหน หรือแพทย์ท่านใดก็ได้ การเสริมคางจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์สูง รวมถึงทำโรงพยาบาลหรือสถาบันศัลยกรรมที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

ข้อปฏิบัติหลังจากทำศัลยกรรมปรับรูปหน้า

การศัลยกรรมปรับรูปหน้ามีหลายประเภท มีทั้งศัลยกรรมขนาดเล็กและขนาดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่แล้วการศัลยกรรมปรับรูปหน้า นั้นมักจะเป็นการเปิดแผลภายในปากเพื่อจุดประสงค์ของการซ่อนบาดแผล แล้วเสริมด้วยซิลิโคน หรือบางกรณีก็กรอเอาเนื้อกระดูกออก แต่ไม่ว่าจะเซาะร่องปากขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ย่อมกระทบกับช่องปากโดยรวมอยู่ดี จึงมักจะต้องดูแลภายในปากเป็นพิเศษ

  1. หลังผ่าตัด ศัลยกรรมปรับรูปหน้าต้องงดรับประทานอาหารในช่วง 3-4 วันหลังจากศัลยกรรม โดยในช่วงเวลาดังกล่าวให้ดื่มแต่เครื่องดื่มที่ไม่มีกากใยเท่านั้น เพื่อไม่ให้เศษอาหารติดภายในปากซึ่งยากต่อการทำความสะอาดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  2. หมั่นบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าทุกชั่วโมง และบ้วนด้วยน้ำยาที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ทุก 2 ชั่วโมง ระวังเรื่องการกลั้วน้ำยา ควรอมไว้อย่างน้อย 1 นาทีเพื่อให้ฆ่าเชื้อได้อย่างหมดจด
  3. ผู้ที่การศัลยกรรมปรับรูปหน้าต้องเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันขนาดเล็ก เพราะในช่วงแรกเราจะอ้าปากไม่สะดวก อีกทั้งเพื่อไม่ให้กระทบกับบาดแผลภายในปากมากนัก
  4. เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้ ควรงดเว้นการแต่งหน้าล้างหน้า รวมถึงสระผมด้วยให้ทำความสะอาดด้วยการเช็ดหน้าเบา เพื่อไม่ให้แผลโดนน้ำ หลังจากเอาเทปออกและเห็นว่าแผลสมานกันดีแล้วจึงจะเริ่มล้างหน้าได้ตามปกติ
  5. ถ้าการศัลยกรรมปรับรูปหน้าแบบใดที่ต้องใช้ผ้ารัดหน้าเพื่อประคองรูปหน้าให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยใช้ผ้ารัดหน้าให้คงที่ วันละ 4-6 ชั่วโมง เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง
  6. 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดปรับรูปหน้า ไม่นอนคว่ำควรนอนให้หน้าสูงกว่าหัวใจหรือนอนในท่านั่ง (นั่งหลับ)จะช่วยลดบวมได้เร็วขึ้น
  7. งดเว้นการแช่น้ำหรืออบซาวน่าอย่างเด็ดขาด
  8. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัดศัลยกรรมปรับรูปหน้า

แนะนำ เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้

ข้อควรระวังหลังศัลยกรรมปรับรูปหน้าในช่วง 1 เดือน

  1. ไม่อ้าปากกว้าง ๆ เป็นระยะเวลา 1 เดือน เพื่อรอให้การปรับรูปหน้าเข้าที่อย่างสมบูรณ์
  2. ต้องมีการควบคุมเรื่องการรับประทานอาหารเลี่ยงการทานอาหารแข็ง ๆ ที่ต้องมีการบดเคี้ยว ควรทานแต่อาหารอ่อน ๆ ประเภทโจ๊ก หรือ โยเกิร์ต
  3. 1-3 วันแรกของการศัลยกรรมปรับรูปหน้า ให้ประคบเย็นเพื่อลดการกระจายตัวของเลือดที่เสีย แต่หลังจากนั้นต้องมีการประคบอุ่นบริเวณใบหน้าอย่างต่อเนื่อง 1 เดือน และควรมีการเช็คเรื่องอุณหภูมิด้วย เพราะประสาทสัมผัสบนใบหน้ายังตอบรับเรื่องอุณหภูมิได้ไม่สมบูรณ์ดี
  4. หลังศัลยกรรมปรับรูปหน้าให้งดเว้นการออกกำลังกาย 1 เดือนเป็นต้นไป หรือให้การออกกำลังกายเบา ๆเช่น การเดินบริหาร

การศัลยกรรมปรับรูปหน้าสามารถให้ผลตามต้องการได้ หากรู้จักดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม ต้องปฏิบัติตตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเท่านั้น แต่สำหรับใครที่กลัวการศัลยกรรมและกังวลกับการดูแลหลังผ่าตัด เพราะกลัวว่าจะพลาดไปจนทำให้เกิดแผลติดเชื้อซึ่งอันตรายมาก คุณสามารถขอคำปรึกษาจากคลินิกได้ เพราะเรายังมีหลายโปรแกรมที่ช่วยปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมปรับรูปหน้า ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ได้ก็ดีเทียบเท่ากัน ทำให้การดูแลตัวเองง่ายกว่า อีกทั้งราคาถูกกว่าด้วย

เสริมคางแผลนอก มีข้อดีอะไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไร

เสริมคางแผลนอก ถือว่าเป็นการศัลยกรรมที่สามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าไม่ได้สัดส่วน มีรูปคางที่ดูสั้น ซึ่งทำให้ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะพบปะผู้คนหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับผู้อื่น ดังนั้น จึงต้องมีตัวช่วยในการเปลี่ยนแปลงรูปหน้านั่นก็คือการศัลยกรรมคาง จะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมิติมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจ ควรศึกษาหาข้อมูล เพื่อให้การเสริมคางของคุณได้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

การเสริมคางคือ

เป็นวิธีที่ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วนให้มีความสวยงามได้ดั่งต้องการ ทำให้ใบหน้าดูยาวเรียว และได้รูปมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาคางสั้น คางเหลี่ยม คางบุ๋ม หรือคางเบี้ยว ซึ่งเทคโนโลยีการเสริมคางในทุกวันนี้ก้าวหน้าไปมาก ไม่ต้องดมยาสลบ ก็สามารถเสริมคางให้กลับมาเป็นปกติได้ ซึ่งสาว ๆ คนไหนที่อยากเสริมคาง ก็ควรหาข้อมูลและรายละเอียดของการทำศัลยกรรมคางให้ดี เสริมคางแผลนอก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง โดยจะทำการเปิดแผลขนาดประมาณ 2 – 3 ซม. สำหรับการเสริมคางแผลนอก จะเป็นที่นิยมน้อยกว่าการ เสริมคางแผลใน เพราะวิธีนี้สำหรับบางคน อาจเกิดแผลเป็นนูน หรือ คีย์ลอยด์หลังผ่าตัด แต่การดูแลหลังผ่าตัดจะสะดวกมากกว่าแผลภายใน

ข้อดี เสริมคาง

  1. แพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ
  2. แพทย์สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ เช่น รอยแผลเป็นเก่า
  3. สามารถปรับแก้ได้ง่าย เมื่อมีปัญหาหลังผ่าตัด เช่น ซิลิโคนเบี้ยว เอียง
  4. ไม่ค่อยมีอาการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทมากนัก

ข้อเสีย เสริมคาง

  1. เปิดแผลกว้าง และอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณร่องเหงือกช้ำ มีเลือดออกมาก
  2. มีโอกาสซิลิโคนเคลื่อนที่สูง เนื่องจากการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น
  3. มีโอกาสติดเชื้อสูง เนื่องจากสัมผัสกับน้ำลาย หรือเศษอาหารที่รับประทาน
  4. รับประทานอาหารค่อนข้างลำบากในช่วง 5 วันแรกของการผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

  1. หากท่านมีโรคประจำตัว แพ้ยา หรือตั้งครรภ์โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือสามารถแจ้งได้ตั้งแต่ก่อนจองผ่าตัด
  2. หากต้องการใบรับรองแพทย์โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ต้อนรับ
  3. ไม่ต้องงดอาหาร ยาคุมกำเนิด หรือ ยาสำหรับโรคประจำตัว เช่น ยาลดความดันโลหิต หรือยารักษาโรคเบาหวาน
  4. งดชา กาแฟ ก่อนผ่าตัด 2 วันและเช้าวันผ่าตัด
  5. งดวิตามินอาหารเสริม ยาแก้ปวด ยาลดความอ้วน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  6. งดสูบบุหรี่ 1 เดือนก่อนผ่าตัด
  7. ควรสระผมให้สะอาดเรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด งดแต่งหน้าและใส่คอนแทกเลนส์มาในวันผ่าตัด และควรใส่เสื้อแขนสั้น หรือเสื้อมีกระดุมหน้ามาในวันผ่าตัด
  8. ควรถอดเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ หรือต่างหู ออกก่อนเข้าผ่าตัด
  9. ควรตัดเล็บให้สะอาด เพื่อสะดวกและสะอาดในการทำแผลที่บ้าน
  10. ควรมาก่อนเวลานัด 30-45 นาที เพื่อเตรียมตัวและทายาชารอผ่าตัด

เสริมคางแผลนอก รักษาหายไหม

แนะนำบทความยอดนิยม ศัลยกรรม ปลูกผม จากเว็บไซต์ Rattinan.com

ขั้นตอนการผ่าตัด

  1. คุณหมอจะฉีดยาชาบริเวณคางด้วยเข็มที่เล็กมากร่วมกับมีการทายาชาก่อนผ่าตัดจึงไม่รู้สึกเจ็บ จะรู้สึกเพียงตึง ๆ เท่านั้น
  2. เปิดแผลใต้คางประมาณ 5-7 มม.
  3. เลาะเนื้อเยื่อ และเยื่อหุ้มกระดูกเพื่อวางซิลิโคน
  4. ใส่ซิลิโคนและเย็บล็อก
  5. เย็บปิดแผล
  6. ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีค่ะ

การพักฟื้นและดูแลตัวเองหลังทำที่บ้าน

  1. หลังผ่าตัด 3 วัน แนะนำให้ประคบเย็น เพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวม โดยวางเจลรอบคาง
  2. หากมีเลือดออกซึมจากแผลออกมาที่พลาสเตอร์ให้แกะพลาสเตอร์ตามข้อถัดไปและทำแผลได้เลย
  3. ครบ 3 วันสามารถแกะพลาสเตอร์ได้ หากพลาสเตอร์เหนียวใช้น้ำเกลือทาบนพลาสเตอร์เพื่อให้ลอกได้ง่ายขึ้น
  4. วันที่ 4 เป็นต้นไป แนะนำให้ประคบอุ่น
  5. หลังแกะพลาสเตอร์ให้ทำแผลด้วยเบตาดีน เช้า -เย็น ทุกวัน จนไหมหลุดหมด
  6. นอนศีรษะสูง ใช้หมอนล็อกคอ ห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ
  7. รับประทานยาตามที่แพทย์ให้อย่างเคร่งครัด
  8. งดล้างหน้า 7 วันหลังผ่าตัด ทำความสะอาดใบหน้าด้วยผ้าเปียกหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนการล้างหน้า
  9. อาการบวม เขียวช้ำ เกิดได้ปกติหลังการผ่าตัด โดยเฉพาะใน 1-2 สัปดาห์แรก และจะค่อย ๆดีขึ้น
  10. หากครบ 3 สัปดาห์ไหมไม่หลุด ให้เข้ามาตัดไหม
  11. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ 2-3 เดือน
  12. งดออกกำลังกายหนัก 1 เดือน
  13. หากมีอาการอื่น หรือมีข้อสงสัยสามารถสอบถามปรึกษาเบื้องต้นได้ทางไลน์ หรือโทรศัพท์ได้

เสริมคางกี่เดือนเข้าที่ มีวิธีการทำกี่แบบ อยากรู้มาดูเลย

คนที่มีปัญหาหน้ากลม หน้าไม่เข้ารูป หน้าไม่เรียวปัญหาเหล่านี้ทำให้สาว ๆ ตัดสินใจเสริมคางกันมากขึ้น เพราะการเสริมคางสามารถปรับใบหน้าของสาว ๆ ให้เรียวเล็กลงได้สัดส่วนมากขึ้น ก่อนการทำก็จะถามเข้ามาว่า เสริมคางกี่เดือนถึงจะเข้าที่ การเสริมคางนั้นถ้าจะให้เข้าที่และดูเป็นธรรมชาติจะต้องใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือนและจะต้องขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละคนด้วย หากเราดูแลดีอาจจะไม่ถึง 3 เดือนหน้าของเราอาจจะเป็นธรรมชาติมากขึ้น หรือถ้าเราไม่ดูแลตัวเองไม่ทำตามคำแนะนำของหมดอาจจะใช้เวลานานถึงจะเข้าที่ ทางที่ดีควรทำตามคำแนะนำของหมอแล้วคุณจะมีหน้าที่สวยดั่งที่ใจคุณต้องการค่ะ

การเสริมคางมีอยู่ 2 แบบดังนี้

1. การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางแบบซิลิโคนสามารถทำได้ 2 วิธีดังนี้

  • การเปิดแผลด้านนอก แต่ความนิยมจะน้อยกว่าเนื่องจากมักจะหลงเหลือแผลเป็นเอาไว้ หลังจากที่แผลหายสนิทแล้วโดยหมอจะเปิดแผลที่บริเวณใต้คาง
  • การเปิดแผลในปาก โดยเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากด้านล่าง ความยาวของแผลก็จะประมาณ 2 -3 เซนติเมตร ตรงบริเวณของเหงือก กับริมฝีปากด้านล่างซึ่งนับได้ว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากจะทำให้ไม่เห็นแผลเป็นที่เกิดจากการผ่าตัด เพราะว่าแผลอยู่ในช่องปากนั่นเอง

ข้อดีของการเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • ระยะการผ่าตัดสั้น ใช้เวลาสำหรับการผ่าตัดเพียงแค่สี่สิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมงเพียงเท่านั้น
  • การพักฟื้นสั้น เพราะว่าเป็นการผ่าตัดที่ใช้ยาชาสำหรับการผ่าตัด คนไข้จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดโดยใช้ยาสลบ
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับในการผ่าตัดหลักหมื่น ราคาเริ่มต้น 15,000 -30,000 บาทเพียงเท่านั้น
  • ได้ผลลัพธ์ทันทีหลังการผ่าตัด
  • อาการบวมช้ำหลังผ่าตัดน้อยกว่าการผ่าตัดโดยการเลื่อนกระดูกคาง

ข้อเสียของการเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • เนื่องจากเป็นการวางตำแหน่งซิลิโคนทับกระดูกคางเดิม ดังนั้น ถ้าคนไข้มีลักษณะกระดูกคางที่กว้าง ซิลิโคนที่ติดทับลงไปหรือเสริม จะทำให้คางของคนไข้ดูกว้างกว่าเดิม
  • เกิดปัญหาคางห้อยจากซิลิโคน หลังเวลาผ่านไปหลายปี ทำให้คนไข้จะต้องถอดคางออก เพราะว่าคางดูเป็นก้อนชัดเจน และก็ดูไม่ธรรมชาติเอาซะเลย
  • วัสดุซิลิโคนแม้ว่าจะถูกใช้ในวงการศัลยกรรมพลาสติกมานานหลายสิบปี แต่ในวงการแพทย์ไม่มีการการันตีว่าวัสดุสังเคราะห์จะปลอดภัยถาวรและก็ยั่งยืนตลอดกาล อนาคตอาจมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบในร่างกายได้

2. การเสริมคางด้วยกระดูกของตัวเอง

เป็นการตัดกระดูกในร่างกาย เช่น กระดูกซี่โครง นำมาเหลาให้ได้รูปตามที่ต้องการ และเข้ากับรูปหน้า จากนั้นก็ทำการผ่าตัดเสริมเข้าไป

แนะนำวิธี เสริมคางกี่เดือนเข้าที่

ข้อดีของการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

  • รูปทรงคางจะดูธรรมชาติรับกับส่วนกราม สามารถลดความกว้างของคางได้และเหลาให้คางเรียวลงได้
  • แก้ปัญหาคางหุบ คางถอย คางยื่นได้ด้วยการเลื่อนกระดูกคาง ขณะที่การเสริมคางซิลิโคน เป็นการวางซิลิโคนตามแนวรูปกระดูกคางเดิมเท่านั้น
  • ผลลัพธ์ถาวรเพราะเป็นกระดูกตัวเอง
  • การผ่าตัดเกิดขึ้นในปากทั้งหมด คนไข้ไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจเรื่องแผลเป็นภายนอกเลย

ข้อเสียของการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

  • เป็นการผ่าตัดโดยวางยาสลบภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ คนไข้จะฟื้นตัวได้ช้ากว่าการผ่าตัดโดยใช้ยาชา
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าตัดหลักแสน อยู่ที่ประมาณ 210,000 บาท
  • ต้องมีระยะเวลาพักฟื้นอย่างน้อยเจ็ดวัน จนกว่าจะตัดไหม หลังผ่าตัดคนไข้จะมีอาการบวมมาก จะต้องมีเวลาอย่างน้อยที่สุดสามวันสำหรับการพักฟื้น และจะมีปัญหาในการอ้าปากในช่วงแรกเพราะว่าเป็นการผ่าตัดกระดูกในช่องปาก

ความแตกต่างระหว่างการเสริมคางด้วยซิลิโคนและการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

ความแตกต่างของการเสริมคางทั้ง 2 แบบมีดังนี้

  1. การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วยซิลิโคน เป็นวิธีการที่ไม่ได้ใช้เวลาสำหรับการผ่าตัดนาน ไม่ต้องมีการพักฟื้นแต่ว่าจำเป็นต้องดูแลตนเองหลังการทำพยายามให้มีการกระทบกระเทือนกับคางมากที่สุดซึ่งการเสริมซิลิโคนมีอยู่ร่วมกัน 2 แบบเป็น เสริมด้วยซิลิโคนสำเร็จที่มาจากโรงงานและอีกรูปแบบคือการเหลาซิลิโคนของหมอ เพื่อปรับให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้ให้เหมาะสมที่สุด

  1. การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

กระดูกที่ใช้เพื่อการเสริมคางเป็นกระดูกที่ได้ทำการเหลามาจากขั้นตอนการเหลากราม วิธีนี้จะค่อนข้างมีค่าใช้จ่ายสำหรับในการผ่าตัดสูงเพราะว่าต้องใช้เวลาสำหรับในการทำนานกว่าการเสริมซิลิโคนและจะต้องให้หมอที่ชำนาญเฉพาะทางและมีประสบการณ์เพียงแค่นั้นถ้าหากไม่ต้องการที่จะเหลากรามก็สามารถนำกระดูกส่วนอื่นมาได้อาทิเช่น กระดูกเชิงกรานหรือกระดูกซี่โครงเพื่อจัดการเสริมได้ วิธีการนี้มีลักษณะเด่นก็คือร่างกายจะไม่ปฏิเสธหรือมีผลเสี่ยงต่อการเคลื่อนได้เพราะเป็นกระดูกที่เป็นของร่างกายผลลัพธ์ที่ได้จะมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าการใส่ซิลิโคน

การเสริมคางด้วยการนำกระดูกที่เหลามาเสริมใหม่มีความปลอดภัยสูงและไม่ส่งผลเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดสามารถอยู่ได้นานแต่ในเรื่องของราคาค่อนข้างจะสูงกว่าการเสริมคางด้วยการใส่ซิลิโคนเนื่องจากเมื่อนานไปอาจจะเป็นผลให้ซิลิโคนเคลื่อนที่ได้และก็ดูไม่เป็นธรรมชาติมากนัก

หากคุณต้องการเสริมคางก็สามารถเลือกวิธีการเสริมคางได้เลยค่ะ แต่การเสริมคางที่ดีและเห็นผลถาวรก็คงหนีไม่พ้นการเสริมคางด้วยกระดูกของตัวเองแต่ก็มีราคาที่สูงแต่ผลลัพธ์ที่ได้ถูกใจคุณอย่างแน่นอน

เสริมคางบวมกี่วัน ถึงจะหายเป็นปกติ เข้ารูปดูสวยงาม

คำถามที่เกิดขึ้นบ่อยสำหรับสาว  ๆ  ที่ต้องการเสริมคางมักจะถามว่า เสริมคางบวมกี่วัน การเสริมคางนั้นจะบวมเต็มที่ประมาณ 3-7 วันหลังจากนั้นอาการก็จะดีขึ้นเรื่อย  ๆ  หากสาว  ๆ  กังวลว่าหากทำแล้วหน้าจะบวมนาน เราพูดได้เลยว่าบวมไม่นาน และการเสริมคางจะเห็นผลชัดเจนภายใน 3-5เดือนหลังการผ่าตัดแต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนไข้ด้วยเช่นกัน หากคุณตัดสินใจเสริมคางโดยการผ่าตัดคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

เสริมคางช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ?

  • ช่วยให้หน้าเรียว
  • ช่วยให้รูปหน้ามีมิติเพิ่มมากขึ้น
  • แก้ไขปัญหาคางสั้น
  • จัดการกับปัญหาคางบุ๋ม

การผ่าตัดเสริมคางมีอยู่ 2 วิธีดังนี้

1. เสริมคางแผลใน

เสริมคางแผลใน เป็นการผ่าตัดแบบเปิดแผลในปาก โดยวิธีแบบนี้หมอทำการเปิดแผลข้างในช่องปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากด้านล่าง ความยาวของแผลประมาณ 2 เซนติเมตร ข้อดีของการเปิดแผลในปากคือ ไม่เห็นรอยแผลเป็นภายนอก แต่ก็จะต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดช่องปาก เพื่อไม่ให้มีการอักเสบแล้วก็การติดเชื้อ ในตอนแรกหลังการผ่าตัดจะต้องรับประทานอาหารอ่อน ๆ และก็งดอาหารรสจัด

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคางแผลใน

  • ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก
  • ฉีดยาชาบริเวณที่จะทำการผ่าตัด
  • ผ่าตัดเสริมคางโดยกรีดในช่องปาก
  • วางซิลิโคนซิลิโคนให้แนบติดกระดูกป้องกันการเลื่อนตัวของซิลิโคน เย็บปิดรอยแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  • นั่งประคบน้ำแข็งบริเวณที่ทำการผ่าตัด และดูอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้เลย

ข้อดีของการเสริมคางภายใน

  • ไม่มีแผลเป็นภายนอก

2. เสริมคางแผลนอก

เสริมคางแผลนอก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง โดยจะทำการเปิดแผลขนาดประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร ในการเสริมคางแผลนอก จะเป็นที่นิยมน้อยกว่าการ เสริมคางแผลใน เนื่องจากว่าวิธีนี้เหมาะสำหรับบางคน แต่อาจเกิดแผลนูน หรือ คีย์ลอยด์หลังผ่าตัด แต่การดูแลหลังผ่าตัดจะสะดวกมากกว่าแผลภายใน

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคางแผลนอก

  • แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณคางด้วยเข็มที่เล็กมากร่วมกับมีการป้ายยาชาก่อนผ่าตัดจึงไม่รู้จักสึกเจ็บ จะรู้สึกเพียงแค่ตึง ๆ เท่านั้น
  • เปิดแผลใต้คางประมาณ 5-7 มิลลิเมตร
  • เลาะเนื้อเยื่อ และเยื่อหุ้มกระดูกเพื่อวางซิลิโคน
  • ใส่ซิลิโคนและเย็บล็อก
  • เย็บปิดแผล
  • ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีค่ะ

ข้อดีของการผ่าตัดเสริมคางภายนอก

  • โอกาสติดเชื้อโรคน้อย
  • ดูแลทำความสะอาดแผลง่าย
  • เทคนิคแผลเล็ก แผลหลบซ่อนใต้คาง

เสริมคางบวมกี่วัน ถึงจะหาย

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • เตรียมร่างกายให้แข็งแรง ไม่มีการเจ็บป่วย
  • งดอาหารเสริมหรือยาที่มีคุณสมบัติเรื่องการแข็งตัวของเลือด ทั้งนี้คุณต้องแจ้งรายละเอียดแก่หมอถึงยาและอาหารเสริมรวมถึง สมุนไพรที่คุณกินอยู่
  • ทานอาหารให้พออิ่มก่อนเข้ารับการศัลยกรรม เพราะว่าหลังการศัลยกรรมแล้วมักรับประทานอะไรไม่ได้มาก
  • แปรงฟัน บ้วนปากให้สะอาด ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • ถ้าเกิดมีโรคประจำตัว ควรจะแจ้งให้หมอรู้ก่อนการรับการผ่าตัด

การพักฟื้นและดูแลตัวเองหลังทำที่บ้าน

  • หลังผ่าตัด 3 วัน แนะนำให้ประคบเย็น เพื่อลดความเจ็บและก็ป้องกันการบวม โดยวางเจลรอบคาง
  • ถ้าหากมีเลือดไหลซึมจากแผลออกมาที่พลาสเตอร์ให้แกะพลาสเตอร์ตามข้อถัดไปและก็ทำแผลได้เลย
  • ครบ 3 วันสามารถแกะพลาสเตอร์ได้ หากพลาสเตอรเหนียวใช้น้ำเกลือทาบนพลาสเตอร์เพื่อให้ลอกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
  • วันที่ 4 เป็นต้นไป แนะนำให้ประคบอุ่น
  • หลังแกะพลาสเตอร์ให้ทำแผลด้วยเบตาดีน เช้า -เย็น ทุก ๆ วัน จนกระทั่งไหมหลุดหมด
  • นอนหัวสูง ใช้หมอนล็อกคอ ห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ
  • กินยาตามที่หมอให้อย่างเคร่งครัด
  • งดล้างหน้า 7 วันหลังผ่าตัด ทำความสะอาดบริเวณใบหน้าด้วยผ้าเปียกหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนการล้างหน้า
  • อาการบวม เขียวบอบช้ำ เกิดได้ปกติหลังการผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 1-2 อาทิตย์แรก และจะค่อย ๆ ดียิ่งขึ้น
  • หากครบ 3 อาทิตย์ไหมไม่หลุด ให้เข้ามาตัดไหม
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และก็บุหรี่ 2-3 เดือน
  • งดบริหารร่างกายหนัก 1 เดือน
  • หากมีอาการอื่น หรือมีปัญหาสามารถสอบถามปรึกษาเบื้องต้นกับหมอได้ทันที

การเสริมคางแก้ไขรูปหน้าให้เรียวนั้นสามารถทำได้ แต่ก่อนทำนั้นคุณจำเป็นต้องปรึกษาหมอก่อนว่าบริเวณใบหน้าของคุณเหมาะสมกับการผ่าตัดเสริมคางแบบไหน เพื่อให้บริเวณใบหน้าของคุณออกมาสวยและดูดีที่สุดตามที่คุณต้องการ และการเสริมคางบวมกี่วันนั้นขึ้นอยู่กับร่างกายของคนไข้ด้วยเช่นกัน ถ้าคนไข้มีร่างกายที่สมบูรณ์อาการบวมก็ประมาณ 3-7 วัน หากอาการของคนไข้อยู่ในช่วงที่ไม่ค่อยดี อาจจะทำให้บวมเยอะขึ้นแล้วก็อาจจะบวมหลายวันอยู่ที่ร่างกายของคนไข้เองด้วยค่ะ

เสริมคางกี่วันเข้าที่ หลังการผ่าตัด ภายในและภายนอก

หากคุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับใบหน้า ทั้งหน้ากลม คางสั้น หน้าไม่เรียว หรือมีใบหน้าไม่สมส่วนทำให้ขาดความมั่นใจ และการเสริมคางเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยปรับรูปหน้าของคุณให้เรียว และเล็กลงได้ แต่สำหรับคนที่มีปัญหาเหล่านี้ก็ไม่กล้าทำเพราะกลัวเจ็บ กลัวทำแล้วออกมาไม่ดี และยังมีคำถามจากสาว  ๆ  ที่ต้องการเสริมคางมาว่า เสริมคางกี่วันถึงจะเข้าที่ การเสริมคางจะให้เข้าที่นั่นจะต้องใช้เวลาประมาณ 3-5 เดือนขึ้นไปคางถึงจะเข้าที่เพราะบริเวณคางจะยุบช้ากว่าส่วนอื่น  ๆ

 การเสริมคางมีแบบไหนบ้าง

การเสริมคางมีอยู่ 2 แบบคือ

1. การเสริมคางด้วยการผ่าตัดเปิดแผลจากภายใน

เป็นการผ่าตัดด้านในช่องปาก บริเวณริมฝีปากล่างกับเหงือกด้านใน เพื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปตรงบริเวณกระดูกคาง

ข้อดีการเสริมคางด้วยการผ่าตัดเปิดแผลจากภายใน

  • ไม่มีรอยแผล เพราะว่ามองไม่เห็นแผลจากภายนอก
  • เหมาะสมกับคนที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid) เพราะว่าแผลจะหลบซ่อนอยู่ข้างใน

เสริมคางกี่วันเข้าที่ คลีนิคไหนดี

ข้อเสียการเสริมคางด้วยการผ่าตัดเปิดแผลจากภายใน

  • แม้ไม่เห็นแผลภายนอก แต่แผลในปากที่อยู่ติดกับร่องเหงือกจะไม่ค่อยสวยและเห็นได้ชัด
  • มีโอกาสติดเชื้อสูงจากน้ำลายหรือเศษอาหาร ก็เลยจะต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ
  • การวางซิลิโคนไว้ให้ชิดกับกระดูกกรามล่าง มีโอกาสเคลื่อนที่และไม่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้
  • บางทีอาจเกิดปัญหากับกล้ามเนื้อคางและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ ทำให้มีการหดตัวของกล้ามเนื้อคาง เมื่อดูจากภายนอก ผิวหนังบางทีอาจดูไม่เรียบเนียนได้
  • มีพื้นที่สำหรับการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด จะต้องกรีดเปิดแผลในปากค่อนข้างยาวเพื่อวางซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำและมีเลือดไหลมาก การเย็บปิดแผลก็ค่อนข้างจะยุ่งยาก
  • เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ยาก เพราะว่าแผลเย็บในปากมีมากแล้ว การผ่าตัดซ้ำอีกก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแผลมากขึ้นเรื่อย ๆ

2. การเสริมคางด้วยการผ่าตัดเปิดแผลจากภายนอก

เป็นการผ่าตัดบริเวณใต้คางเพื่อเอาซิลิโคนเข้าไป

ข้อดีการเสริมคางด้วยการผ่าตัดเปิดแผลจากภายนอก

  • มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าการเปิดแผลในช่องปาก
  • กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เนื่องจากหมอสามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกกรามได้โดยตรง
  • เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายกว่า เนื่องจากสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลภายนอกได้เลย
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

ข้อเสียการเสริมคางด้วยการผ่าตัดเปิดแผลจากภายนอก

  • หลังเสริมคางด้วยวิธีนี้จะมีรอยแผลบางส่วนบริเวณใต้คางเหมือนคางแตก ความยาวประมาณ 2-3 ซม.
  • ไม่เหมาะสมกับคนที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคางแผลในปาก

  • ชำระล้างฆ่าเชื้อในช่องปาก
  • ฉีดยาชาบริเวณที่จะทำการผ่าตัด
  • ผ่าตัดเสริมคางโดยกรีดในช่องปาก
  • วางซิลิโคนซิลิโคนให้แนบติดกระดูกป้องกันการเลื่อนตัวของซิลิโคน เย็บปิดรอยแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  • นั่งประคบน้ำแข็งบริเวณที่ทำการผ่าตัด แล้วก็สังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคางแผลนอก

  • แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณคางด้วยเข็มที่เล็กมากร่วมกับมีการป้ายยาชาก่อนผ่าตัดจึงไม่รู้สึกเจ็บ จะรู้สึกเพียงแค่ตึง ๆ เพียงเท่านั้น
  • เปิดแผลใต้คางประมาณ 5-7 มิลลิเมตร
  • เลาะเนื้อเยื่อ และเยื่อหุ้มกระดูกเพื่อวางซิลิโคน
  • ใส่ซิลิโคนและก็เย็บล็อก
  • เย็บปิดแผล
  • ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีค่ะ

เสริมคางกี่วันเข้าที่ มาบอกต่อกัน

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • เตรียมร่างกายให้แข็งแรง ไม่มีการเจ็บป่วย
  • งดอาหารเสริมหรือยาที่จะทำให้เลือดแข็งตัว ทั้งนี้คุณจำเป็นที่จะต้องแจ้งรายละเอียดแก่หมอถึงยาแล้วก็อาหารเสริมรวมถึง สมุนไพรที่คุณกินอยู่
  • ทานอาหารให้พออิ่มก่อนเข้ารับการศัลยกรรม เพราะว่าหลังการศัลยกรรมแล้วมักกินอะไรไม่ได้มาก
  • แปรงฟัน บ้วนปากให้สะอาด ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • ถ้าเกิดมีโรคประจำตัว ควรจะแจ้งให้หมอรู้ก่อนที่จะมีการรับการผ่าตัด

การพักฟื้นหลังการผ่าตัดเสริมคาง

  • ในกรณีที่แผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก หลังการผ่าตัดผู้ป่วยควรจะรับประทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการกระทบกระเทือนของบาดแผล และก็บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำเกลือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดที่ปากแผล หรือมีการติดเชื้ออักเสบในกรณีช่องปากไม่สะอาด
  • อาการปวดบวมที่บริเวณแผลสามารถเกิดขึ้นได้ใน 3-4 วันหลังการผ่าตัด แต่ว่าหากปวดมากผิดปกติควรจะกลับไปพบหมอ ซึ่งหมออาจจ่ายยาแก้ปวดลดอักเสบ รวมถึงจ่ายยาสำหรับใช้ในการฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันอาการติดเชื้อด้วย แต่ว่าหากเกิดความไม่ปกติเกี่ยวกับการผ่าตัด หมออาจพิจารณานำซิลิโคนออกได้
  • นอนในท่ายกหัวสูง ให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ไม่คั่งอยู่ที่รอยแผล
  • งดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมหนักเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนที่ใบหน้า
  • สามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ตามปกติได้ภายใน 5-7 วัน

การเสริมคางเป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวและเล็กลงได้ หากใครมีปัญหาเกี่ยวกับคางสั้น คางเบี้ยวไม่ได้รูปการเสริมคางสามารถทำให้คุณดูแลและสวยได้ค่ะ

เสริมคางกี่วันหายบวม หลังผ่าตัดศัลยกรรม บทความนี้มีคำตอบ

การเสริมคาง หรือการทำคาง เป็นการทำศัลยกรรมอย่างหนึ่ง ด้วยวิธีผ่าตัดเล็กแล้วเสริมซิลิโคนซึ่งเหลาปรับทรงได้ตามความต้องการ ซิลิโคนที่ใช้นี้จะต้องได้มาตรฐานทางการแพทย์ ทำด้วยผู้เชี่ยวชาญ จึงจะมีความปลอดภัย หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรมย่อมเกิดอาการบวมช้ำบริเวณที่ผ่าตัดเป็นเรื่องปกติ ยิ่งอาการบวมช้ำมากกว่าปกติหลายคนคงวิตกกังวลว่า อาการบวมช้ำนี้เกิดจากคุณหมอมือหนักเกินไปหรือเปล่า รวมถึงคุณหมอไม่เก่ง ซึ่งจริงๆแล้วอาการบวมช้ำหลังเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นหลังผ่าตัดกันทุกคน อาการบวมช้ำที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการที่เนื้อเยื่อเราได้รับการบาดเจ็บชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายของแต่ละคนจะมีอาการตอบสนองที่แตกต่างกันออกไป นั่นเป็นสาเหตุที่บางคนมีอาการบวมช้ำน้อย ส่วนบางคนมีอาการบวมช้ำมาก

เสริมคางกี่วันหายบวม

หลังจากการเสริมคางจะมีอาการบวมเต็มที่ในช่วง 3-7 วัน และคางเริ่มเข้าที่ในเดือนที่ 3-5 ขึ้นไป บริเวณคางอาจจะยุบช้ากว่าส่วนอื่น ๆ หลังผ่าตัดจะมีอาการบวม จึงควรประคบเย็นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงประมาณ 2 สัปดาห์

เสริมคางกี่วันหายบวม เรามีคำตอบ

ผ่าตัดเสริมคาง ใช้เวลานานเท่าไร

การเสริมคางใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก ทำแล้วกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักพื้น

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง ?

การเสริมคางนั้นจะเหมาะทั้งผู้หญิงและผู้ชาย  คนไข้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการแก้ไขปัญหาคาง ให้สวยขึ้น คนที่มีใบหน้ากลมอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น

การเสริมคางผู้หญิงจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้วีเชฟ นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนการเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป อาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน

การเสริมคางแผลนอก

หลังเสริมควรดูแลอย่างไรเพื่อลดอาการบวม

ประคบเย็น

การประคบเย็นทันทีหลังผ่าตัดเสร็จและประคบต่อเนื่องไป 48 ชั่วโมง โดยใช้เจลแพ็กหรือผ้าขนหนูที่เปียกแช่ช่องแข็ง หรือผ้าห่อน้ำแข็งสลับกันประคบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการประคบเย็นจะช่วยควบคุมการเสียเลือด ลดความเจ็บปวด และการบวมของแผล และความเย็นที่ถูกประคบลงบนผิวจะทำให้แผลมีการหดตัวของหลอดเลือด นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความหนืดของเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวและหยุดไหล ช่วยลดอาการบวมได้อีกด้วย

ประคบอุ่น

หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ให้เปลี่ยนมาประคบอุ่นแทน เพราะความร้อนจากการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวรับการดูดซึมกลับของสารน้ำต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ในเนื้อเยื่อที่บวมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ความร้อนยังช่วยให้ลิ่มเลือดเก่าละลายเร็วขึ้น แถมยังส่งผลให้พังผืดภายในที่แข็งเป็นไตนุ่มตัวเร็วขึ้นด้วย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องระวังไม่ให้ร้อนเกินไปเพราะอาจลวกให้หยุดทันที

ยกหัวให้สูง

ในช่วง 3-5 วันแรก หากทำศัลยกรรมจมูก ควรยกหัวให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อยับยั้งการรั่วไหลของสารน้ำออกจากเส้นเลือดให้เร็วที่สุด ซึ่งจะลดอาการบวมได้ โดยในช่วงการนอนหลับให้นอนหมอนสูงนอนให้หัวอยู่สูงกว่าปกติหรือนอน คล้าย ๆ กับการนั่งหลับ

ไม่กินอาหารแสลง

เรื่องอาหารการกินก็สำคัญ  หลังการศัลยกรรมลองหันมากินอาหารจำพวก ฟักทอง สาหร่าย ใบบัวบก หรือถั่วดำดูสิ เพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทั้งวิตามินเอ ช่วยลดการติดเชื้อหลังผ่าตัด ช่วยขจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ช่วยลดอาการบวม แร่ธาตุ ใยอาหาร และธาตุเหล็ก ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น ลดอาการบวมช้ำ ขจัดสารพิษในร่างกาย และลดการติดเชื้อได้อีกด้วย ส่วนอาหารที่ห้ามกินคือ อาหารพวกของหมักของดอง อาหารเค็ม อาหารทะเล อาหารที่มีรถจัด พวกส้มตำ ต้มแซบ ยำ ควรพวกอาหารอ่อนข้าวต้ม โจ๊ก ก่อนจะดีกว่า

การเสริมคางให้เข้ากับหน้าเป็นอะไรที่ดูดีและดูสมบูรณ์แบบ ใคร ๆ ก็อยากเสริมคางออกมาแล้วสวย ดังนั้นก่อนทำควรให้คุณหมอประเมินพื้นฐานรูปทรงหน้าของเราเป็นหลัก ว่าเหมาะกับซิลิโคนแบบไหน ขาสั้นหรือขายาว  เพราะไม่ว่าคุณจะมีใบหน้าแบบไหน คางบวมหรือคางสั้น ก็สามารถทำได้หมด