เสริมคาง pantip มีกี่แบบ ข้อดี ข้อเสียในการทำ มีอะไรบ้าง

การเสริมคางสามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของคางเล็ก คางใหญ่ไม่ได้สัดส่วน หรือเพื่อปรับคางให้กลับมาสวยงามได้รูปทรง โดยส่วนมากคนเอเชียมักจะมีลักษณะคางที่สั้นจนผิดรูป การเสริมคาง pantip ถือเป็นตัวช่วยเพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดูดี มีสง่า และก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องทำการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด

ใครควรศัลยกรรมเสริมคาง

  • ผู้ที่มีอาการสบฟันผิดปกติ คางยื่นออกมาข้างหน้า
  • ผู้ที่มีคางเล็กมากเกินไป คางหดสั้นเข้าไปด้านใน
  • ผู้ที่มีโครงหน้าไม่ได้รูป กรามและคางไม่สมส่วน
  • ผู้ที่มีใบหน้าสั้น สัดส่วนคางไม่เข้ารูปกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่น ๆ

เสริมคาง มีกี่แบบ

ปัจจุบันนี้การเสริมคางจะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • การฉีด

การฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน วิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี  ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ  ปี

  • การผ่าตัดศัลยกรรม

เป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ที่ได้ผลลัพธ์ที่ถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้ โดยที่แพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

  • การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน)

จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

  • ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย

วิธีนี้นิยมในแพทย์และทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

  • การเสริมคางแผลนอก
  • เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกขั้นตอนการเสริมคาง โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของเคส
  • ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ

แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว

ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ

ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก

ในกรณีที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

แพทย์จะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้

เสริมคาง pantip ที่ไหนดี

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านควรงดกลุ่มยาที่จะมีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน และอาหารเสริมจำพวกวิตามินอี น้ำมันปลา โสม
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้แผลหายช้า และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • หากท่านมีโรคประจำตัวท่านต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ รวมทั้งประวัติการแพ้ยารับประทาน ยาชา หรือยาสลบ
  • ไม่ต้องอดอาหาร เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องดมยาสลบ แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป ป้องกันอาการแน่นอึดอัดท้องระหว่างการผ่าตัด
  • แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากให้พร้อมก่อนการผ่าตัด

บทความแนะนำ Gynecomastia คือ จาก Rattinan.com

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง
  • ในช่วง 3 วันหลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวม
  • ในช่วงวันที่ 4 – 6 หลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบร้อนเพื่อลดอาการบวมช้ำบริเวณรอบ ๆ คาง
  • นอนศีรษะสูง และห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะเนื่องจากอาจไปกดทับบริเวณคางที่ยังอักเสบอยู่
  • ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ให้รับประทานอาหารอ่อน ๆ ประเภทข้าวต้ม หรือโจ๊ก และหากดื่มน้ำแนะนำให้ใช้หลอดดูด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเล ของหมักของดอง อาหารรสจัด และอาหารที่เคี้ยวยากในช่วง 1 เดือนแรก
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบอย่างเคร่งครัด

บทสรุป

เสริมคาง pantip การเสริมคางเป็นการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวย ได้รูป V Shape เพื่อเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับตัวเอง ดังนั้นก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมท่านควรจะศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและเพื่อความปลอดภัยในการเข้ารับบริการ

ซิลิโคน เสริมคาง เกรดไหน ได้มาตรฐาน

ปัจจุบันนี้การเสริมคางกำลังได้รับความนิยม เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นสาว หรือหนุ่มต่างก็อยากมีใบหน้าที่ดูเรียวยาว ดูเด็กลง เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับใบหน้า การเสริมคางจะช่วยให้โครงหน้าเปลี่ยนไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางถอย เป็นต้น และการเสริมคางมักจะใช้ซิลิโคน เสริมคาง ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของซิลิโคนกัน

ซิลิโคนที่ใช้มีกี่ประเภท เกรดไหนบ้าง

  • ซิลิโคนคาง ขายาว

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

โดยที่ซิลิโคนขายาวจะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง  ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อคไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อคกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียง

  • ข้อดี

ไม่เป็นก้อน ไม่ย้อย รอยต่อน้อย

เนื่องจากขาของซิลิโคน ออกแบบมาเพื่อรับกับทุกโครงหน้า ช่วยเก็บแก้ม ทำให้หลังเสริม ซิลิโคนขายาวจะเนียนไปกับผิว ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยทำให้กรอบหน้าชัดขึ้นอีกด้วย

ล็อคฐานกระดูก ไม่เบี้ยวเอียง

หลังผ่าตัดเสร็จ แพทย์จะทำการเย็บล็อคซิลิโคนตรงเนื้อเยื่อหุ้มกระดูก แล้วเย็บปิดแผลด้านนอกอีกครั้ง เพื่อป้องกันซิลิโคนเบี้ยวเอียง

เหลาปรับตามรูปหน้า เข้าได้กับทุกคน

แพทย์ออกแบบทรงและปรับเหลาซิลิโคน ให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้เป็นหลัก โดยประเมินจากโครงหน้า เนื้อส่วนคางที่ยืดหยุ่น เลือกทรงให้เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์หลังทำออกมาสวย และเข้ากับหน้าคนไข้มากที่สุด

  • ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น

  • ข้อดี

เหมาะสำหรับคนที่มีคางอยู่แล้ว ใบหน้าเล็ก ๆ เน้นเสริมเติมปลายคางเพื่อให้ยาวขึ้น

  • ข้อเสีย

มีขนาดเล็กที่เหมาะกับปลายคาง ทำให้อนาคต คางสามารถผิดรูปได้ อาจจะทำให้คางเป็นก้อน ติ่งเล็ก ๆ

ไม่เหมาะกับคนที่มีแก้ม กรามเยอะ โครงหน้าใหญ่

มีความนิ่ม ยืดหยุ่นเกินไป เสริมนานไปอาจจะทำให้รูปทรงคลาดเคลื่อน

ซิลิโคน เสริมคาง เลือกแบบไหนดี

บทความแนะนำ เติมไขมันที่หน้า จากเว็บไซต์ Rattinan.com

เกรดของซิลิโคน

  • ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูป

เนื้อซิลิโคนจะมีความนิ่มน้อย แข็งอยู่ทรง เนื้อซิลิโคนเป็นรูปร่างสำเร็จ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว

  • ซิลิโคนคางอเมริกามีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ช่วยให้กรอบหน้าชัด V Shape มากขึ้น นิยมใช้มากที่สุดเพราะมีค่าความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูง มีความปลอดภัยมากในระยะยาว
  • ซิลิโคนคางเกาหลีมีความนิ่มมากกว่า ทำให้เมื่อเสริมเข้าไปคางจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีส่วนช่วยให้คางดูงอนมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนเกรดอื่น

วิธีการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคางอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านต้องงดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุงทุกชนิด ยาแอสไพริน วิตามินซี ใบแป๊ะก้วย น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพิมโรส เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย ผ่าตัดยากและบวมนาน
  • หากแพ้ยาใด ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
  • ผู้จะเข้ารับการผ่าตัดเสริมคางจะต้องไม่มีไข้ หรือมีการติดเชื้ออักเสบทางผิวหนัง
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดท่านจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบว่าเคยทำการผ่าตัดหรือฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อนหรือไม่
  • หากผู้เข้ารับบริการมีโรคอื่นหรือมียา อาหารเสริม ยาบำรุงใด ๆ ที่ได้รับอยู่ประจำรวมถึงประวัติการแพ้ยา ต้องแจ้งให้แพทย์
  • ก่อนผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการควรทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • วันผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการไม่ควรนำของมีค่าติดตัวเข้าห้องผ่าตัด
  • วันผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรจะสวมเสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด
การดูแลหลังการเสริมคาง
  • ประคบเย็น หลังผ่าตัดใน 72 ชั่วโมงแรก หรือสามวันแรก ตลอดทั้งวันห้ามเว้นช่วงเวลาโดยเด็ดขาด โดยให้ประคบเย็นอย่างเบามือ ไม่กดหรือวางทับไปบนตำแหน่งที่มีซิลิโคนอยู่
  • การล้างแผล หากแผลอยู่ใต้คาง ก็ให้ใช้น้ำเกลือเช็ดล้างบาดแผลอย่างนุ่มนวล จนสะอาด ไม่มีคราบเลือด จากนั้นจึงใช้เบตาดีนทาบริเวณบาดแผล
  • หากแผลผ่าตัดอยู่ในช่องปาก ก็ควรบ้วนปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่คุณหมอได้จัดเตรียมให้
  • งดอาหารรสจัด อาหารสุกๆดิบๆ ของหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดเชื้อ
  • รับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งให้ครบ

บทสรุป

ใบหน้าของคุณเหมาะกับการเสริมคางแบบไหนและใช้ซิลิโคนเสริมคางแบบใด ท่านควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะตัดสินใจเสริมคางจึงจะดีที่สุด เพราะบางรายอาจไม่ต้องผ่าตัดเสริมคาง แต่จะมีวิธีอื่นที่เหมาะมากกว่าหรือในบางรายอาจต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมด้วย

ประสบการณ์เสริมคาง ก่อนทำและหลังทำ ที่คุณต้องรู้

การเสริมคาง เป็นการปรับรูปหน้าให้เข้ารูปเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้ที่เข้ารับบริการ แต่ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยอาจศึกษาจากผู้เคยผ่านประสบการณ์เสริมคาง ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด

การเสริมคางมีกี่รูปแบบ

ปัจจุบันนี้การเสริมคางตามคลินิกหรือโรงพยาบาลทั่วไป จะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

  • วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สาร Filler วิธีนี้จะถาวร เนื่องจากไขมันและ Filler จะค่อย ๆ สลายไปภายใน 3 – 5 ปี
  • วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน โดยจะเป็นการผ่าตัดเล็ก และการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
  • การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก บริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง โดยมีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ

หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย วิธีนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร

  • การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก
    การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

เป็นการลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น การเสริมคางแบบแผลนอกปากจะมีข้อดี คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน ซึ่งการเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง

ประสบการณ์เสริมคาง ทำที่ไหนดี

การเสริมคางเหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคางเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวเป็นใบหน้ารูปไข่ และผู้ที่มีใบหน้ากลม หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่ได้สัดส่วน มีโครงหน้าส่วนบน เช่นหน้าผากหรือโหนกแก้มยื่นออกมา ซึ่งการเสริมคางจะทำให้รูปหน้ามีมิติมากยิ่งขึ้น

ก่อนทำการเสริมคาง ท่านควรรู้อะไร

  • เลือกคลินิกเสริมคางไหนดี

ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเสริมคาง ท่านควรจะเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำอยู่ ซึ่งควรเลือกไว้สัก 2 – 3 ที่ แล้วเข้าไปขอคำแนะนำ ปรึกษาพร้อมกับดูผลงานของแพทย์ประกอบการตัดสินใจ

  • อายุที่สามารถเสริมคางได้

ช่วงอายุที่เหมาะกับการเสริมคาง คืออายุ 18 ปีขึ้นไป เพราะช่วงวัยนี้ถือเป็นวัยที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

  • เลือกเสริมคางให้พอดีกับหน้า

การเสริมคางที่ใหญ่เกินไปหรือมีขนาดที่ไม่เหมาะกับใบหน้าจะส่งผลกระทบต่อผิวหนังและกระดูกคางในอนาคตได้ ซึ่งการเสริมคางที่ให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ ท่านจะต้องทำให้เหมาะกับขนาดของใบหน้า

  • วัสดุที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง

วัสดุที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบซิลิโคนแท่ง และแบบฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง  วิธีการเสริมด้วยซิลิโคนแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากด้านในช่องปากและการศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก ส่วนวิธีฉีด เป็นการนำสาร Filler ที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าที่คาง แต่ปัจจุบันนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์มากกว่า

  • การเตรียมความพร้อมก่อนเสริมคาง

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง 2 สัปดาห์ให้ท่านหยุดยาประเภทสเตียรอยด์ และอาหารเสริม เช่น วิตามิน น้ำมันตับปลา และท่านจะต้องแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  • แผลผ่าตัดนานเท่าไหร่ถึงจะหาย

หลังจากผ่าตัดแผลจะมีอาการบวมอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ และจะเริ่มเข้าที่และหายเป็นปกติประมาณ 1 – 2 เดือน

  • การดูแลตัวเองหลังการเสริมคาง
  • หลังจากผ่าตัดมาตอนแรกแผลอาจบวมได้ ก็ให้ท่านทำการประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน เวลานอนก็ให้นอนหงายและหนุนหมอนสูงๆ รวมถึงงดรับประทานอาหารรสจัด อาหารแสลง หลังจากทานอาหารเสร็จก็ให้บ้วนปากทุกครั้งทุกครั้ง เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ที่สำคัญต้องทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ก็จะทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ทำใจรับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น

ผู้เข้ารับการเสริมคางบางเคสอาจเกิดการผิดพลาดขึ้นได้ หรือมีผลข้างเคียง ก็ควรจะทำความเข้าใจและยอมรับผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นอาการอักเสบจากแผลผ่าตัดหรือติดเชื้อ ควรจะรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

บทสรุป

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการผ่าตัดเสริมคางท่านควรที่จะต้องศึกษาหารีวิวจากผู้มีประสบการณ์เสริมคาง มาก่อน ทั้งนี้เพื่อลดความกังวลและเพื่อความปลอดภัย ซึ่งท่านสามารถหาดูได้จากเพจของสถาบันเสริมความงามที่จะทำออกมาให้ท่านได้อ่าน เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่เคยเข้าใช้บริการ

เสริมคางเบี้ยว มีวิธีการแก้ไขอย่างไรบ้าง

สาว ๆ ที่ตัดสินใจเสริมคาง ย่อมต้องการผลลัพธ์ที่ดีอย่างมากที่สุด เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงตามความต้องการมากที่สุด หากสาว ๆ เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้น เช่น เสริมคางเบี้ยว ย่อมต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเสริมคางของคุณมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว เกิดจากอะไร

การเสริมคางด้วยซิลิโคนแล้วมีปัญหาคางยื่นหรือเบี้ยวเอียงผิดรูป อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากขั้นตอนการผ่าตัดโดยแพทย์และจากตัวคนไข้เอง ซึ่งสาเหตุที่เราพบบ่อย ๆ ได้แก่

  1. แพทย์เหลาซิลิโคนที่ใช้เสริมคางไม่เท่ากัน ทำให้เมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้วคางดูเบี้ยวเอียง
  2. แพทย์ผ่าตัดเลาะช่องว่างเหนือกระดูกคางเดิมไม่เท่ากันหรือไม่พอดี ทำให้จัดวางซิลิโคนได้ไม่ตรงตำแหน่ง จนคางดูยื่นหรือเบี้ยวผิดสัดส่วน
  3. คนไข้ดูแลตัวเองหลังเสริมคางไม่ดี จนทำให้คางอักเสบติดเชื้อ
  4. คางถูกกระแทกอย่างแรง หรือคนไข้ชอบนั่งเท้าคาง ทำให้ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมได้
  5. คนไข้เคยฉีดคางด้วยฟิลเลอร์คุณภาพต่ำ หรือฟิลเลอร์ปลอม หากฟิลเลอร์สลายตัวได้ไม่หมดก็จะทำให้คางบิดเบี้ยวผิดรูปได้

เมื่อเสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว จะแก้ไขได้อย่างไร

หากข้องใจว่าคางของเราที่เสริมมานั้นเบี้ยวเอียงหรือเปล่า ให้รอดูหลังศัลยกรรมประมาณ 1 – 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่แผลผ่าตัดยุบและหายดีแล้ว จึงจะเห็นได้ชัดเจนว่าคางมีปัญหายื่น เบี้ยว จริงหรือไม่ และถ้ารูปทรงคางที่ได้มาไม่สวย ไม่ปัง จนบั่นทอนความมั่นใจ ก็สามารถกลับไปหาคุณหมอที่คลินิกเพื่อแก้ไขใหม่ได้ ในการแก้ไข คุณหมอจะผ่าตัดเพื่อเลื่อนตำแหน่งซิลิโคนที่เบี้ยวเอียงให้เข้าที่ หรือเอาซิลิโคนของเดิมออก แล้วใส่อันใหม่ที่พอดีกว่าเข้าไป โดยขั้นตอนการผ่าตัดแก้คาง รวมถึงการเตรียมตัวก่อนผ่า ก็เหมือนกับการเสริมคางครั้งแรกทุกอย่าง ซึ่งจะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง และคุณหมอจะนัดมาตัดไหมในอีก 5 – 7 วันหลังจากวันผ่าตัด โดยในระหว่างพักฟื้นคนไข้ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการศัลยกรรม รวมถึงระมัดระวังไม่ให้ใบหน้าถูกกระทบกระเทือนจนคางเบี้ยว แล้วต้องกลับมาแก้ซ้ำอีกรอบด้วย

เสริมคางเบี้ยว ต้องแก้ไขยังไง

ทำอย่างไรไม่ให้เสริมคางแล้วเบี้ยว เอียง

  1. ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางต้องเหลาให้เท่ากัน และมีขนาดพอดีกับรูปคางของคนไข้ ในปัจจุบันหลายคลินิกจึงเลือกใช้ซิลิโคนแบบสำเร็จรูปที่เราสามารถเลือกขนาดและรูปทรงที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องเอามาเหลาเองก่อนเสริม ซึ่งช่วยลดปัญหาคางเบี้ยวเอียงไปได้มากทีเดียว
  2. ในการผ่าตัดแพทย์อาจใช้เทคนิค Fix ซิลิโคน เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมหลังเสริมเข้าไปแล้ว โดยแพทย์อาจใช้วิธีเย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือยึดซิลิโคนด้วยสกรูไทเทเนียม ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดแต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ ด้วย
  3. หลังการผ่าตัด คนไข้ควรดูแลแผลให้ดีเพื่อไม่ให้คางอักเสบติดเชื้อ อีกทั้งต้องระวังไม่ให้คางถูกกระแทก และหลีกเลี่ยงการนั่งเท้าคาง เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเลื่อน
  4. ไม่ควรฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ปลอมหรือสารเหลวที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะมีโอกาสที่จะทำให้คางเบี้ยวผิดรูป แถมยังอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ด้วย

มีผลข้างเคียง อันตรายหรือไม่

การเลือกสถานที่ คลินิกเสริมคาง เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ไม่ใช่เสริมคางที่ไหนก็ได้ ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี รวมถึงคุณหมอ ที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน  เครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย ผ่านการฆ่าเชื้อทุกกระบวนการ จึงหมดกังวลเรื่องผลข้างเคียง และอันตรายไปได้เลย

เสริมคางเจ็บไหม

การเสริมคาง เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก ที่ทำการผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชา ดังนั้น ความรู้สึกเจ็บ จะมีแค่ตอนฉีดยาชาเท่านั้น หลังยาชาออกฤทธิ์ ระหว่างที่ผ่าตัด จนเสร็จ คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ แต่หลังยาชาหมดฤทธิ์ อาจจะมีอาการตึง หรือรู้เจ็บบ้างเล็กน้อย ซึ่งสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ รวมถึงมีการประคบเย็น เพื่อลดปวดและลดบวม หลังผ่าตัดเสร็จ สามารถเดินทางกลับบ้านพักฟื้นได้ โดยไม่ต้องพักฟื้นที่คลินิก

มีแผลเป็นหรือไม่

แผลเป็นขึ้นกับบุคคล บางรายอาจจะมีสภาพผิวที่ส่งผลต่อการเกิดแผลคีรอยด์ได้ง่าย ๆ แต่น้อยมาก ๆ ที่จะเกิดแผลเป็น เพราะขนาดของแผลมีขนาดเล็กมาก ๆ รอยแผลจะค่อย ๆ จากไป ประมาณ 1-3 เดือน กรณีคนที่เป็นแผลเป็นง่าย การดูแลหลังทำ เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ต้องหมั่นทายา ทารอยอย่างสม่ำเสมอทุกเช้า – เย็น

เสริมคางแบบไหนดี มีกี่แบบ แผลในหรือแผลนอกดีกว่ากัน

เสริมคางได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน มีคลินิกเปิดให้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อสามารถรองรับผู้ที่ต้องการแก้ไขใบหน้าให้สวยงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลายคนกำลังลังเลและยังไม่ได้ตัดสินใจว่าเสริมคางแบบไหนดี ดังนั้นก่อนการตัดสินใจเสริมคาง ต้องได้รับคำแนะนำหรือปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์และความเหมาะสมมากที่สุด

เสริมคางมีกี่แบบ

ในปัจจุบันการทำศัลยกรรมคางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีอยู่ด้วยกัด 2 แบบ คือ วิธีการฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สารฟิลเลอร์ และวิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน เป็นการผ่าตัดเล็กโดยใช้ซิลิโคนที่นิยมทางการแพทย์ แบบเดียวกันกับซิลิโคนที่ใช้เสริมจมูก มาเหลาปรับทรงตามความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้น จะแบ่งเป็น 2 แบบดังนี้

  1. การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมคางจากภายนอกช่องปาก โดยเปิดแผลบริเวณใต้คางยาวประมาณ 2 ซม. โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และมีวางตำแหน่งซิลิโคนได้อย่างแม่นยำ รวมไปถึงสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ เพื่อลดโอกาสคางเบี้ยวหรือเอียงได้ ถือเป็นการเสริมคางที่สามารถดูแลได้ง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางภายนอกนั้น จะมีรอยแผลเป็นซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือน กว่ารอยแผลเป็นจะหาย ควรทายาลดรอยแผลเป็นเพื่อช่วยให้แผลได้เร็วยิ่งขึ้น

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • คุณหมอจะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  1. การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

เป็นการเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง มีความยาวประมาณ 2 ซม. จากนั้นศัลยแพทย์จะทำการผ่าแยกเยื่อหุ้มขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ และปิดเย็บแผลด้วยไหมละลาย เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย แต่ต้องดูแลหลังการผ่าตัดมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร และระมัดระวังไม่ให้ได้รับการกระแทก เพราะซิลิโคนอาจเคลื่อนผิดตำแหน่งได้

เสริมคางแบบไหนดี ทำแล้วสวย

ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

  • ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย
  • นิยมในแพทย์-ทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมคาง

แน่นอนว่าก่อนเข้ารับการทำคางจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเมื่อตัดสินใจได้ ว่าจะเลือกทำคางที่ไหนดี สิ่งที่ต้องเตรียมตัว คือ

  1. แนะนำว่าควรแจ้งข้อมูลทางด้านสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง มีประวัติแพ้ยาหรือไม่
  2. งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  3. งด ยาตระกูล แอสไพริน วิตามิน อาหารเสริม เช่นน้ำมันตับปลา ก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  4. เตรียมรูปทรงคาง ตัวอย่างที่อยากได้ มาปรึกษาคุณหมอก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อประเมินรูปทรง
  5. ควรทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัด เช่น ล้างหน้า แปรงฟัน และบ้วนปากให้เรียบร้อย
  6. ทานอาหารให้พออิ่มก่อนเข้าห้องผ่าตัด ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร
  7. ไม่ควรเสริมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรสวมเสื้อผ้าที่เป็นกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด

การปฏิบัติตัวหลังการเสริมคาง

หลังจากผ่าตัดทำคางแน่นอนว่าจะมีเรื่องอาการบวม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะ อาการบวมช้ำน้อยมาก ๆ การดูแลหลังทำ สามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้

  1. 1-3 วันแรก หลังจากการผ่าตัดเสริมคาง สามารถประคบเย็น เพื่อลดอาการบวมช้ำ แล้ววันที่ 4 เปลี่ยนมา ประคบอุ่น
  2. นอนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง เพราะอาจจะทำให้เสียรูปทรงได้
  3. งดอาหารแสลง อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ บุหรี่ เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ 1 เดือน
  4. งดออกกำลังกาย อย่างน้อย 1 เดือน
  5. รับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งให้ครบ
  6. หากรู้สึกปวดมากกว่าปกติ หรือมีข้อสงสัยต่าง ๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้หรือจัดการปัญหาด้วยตนเอง ควรไปปรึกษาแพทย์ทันที

เสริมคางมีกี่ทรง หรือมีกี่แบบ ทำแบบไหนดีที่สุด

สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมคางนั้น ก่อนการรักษาควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้คุณหมอได้พิจารณาก่อนการผ่าตัด ซึ่งคุณหมอต้องดูจากปัจจัยหลาย ๆ ส่วนของโครงหน้าเป็นหลัก มีมากมายหลายทรงให้ได้เลือกเสริมคางมีกี่ทรง ทั้งทรงวีมน ทรงวี ทรงมน เพื่อให้เหมาะสมหรือให้เข้ากับใบหน้าของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

เสริมคาง มีกี่แบบ

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการเสริมคางมีกี่วิธี กี่แบบ ทุกวันนี้การวิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  1. การฉีด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งวิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2-3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  1. การผ่าตัดศัลยกรรม

ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ได้ผลถาวร เสริมคางมีกี่ทรง ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่คุณหมอสามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

แนะนำการ เสริมคางมีกี่ทรง

  • การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางคุณหมอจะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของแต่ละเคส

  • การเสริมคางแผลใน

วิธีการเป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ซิลิโคนที่ใช้มีกี่ประเภท

การเสริมคางด้วยซิลิโคนถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและปลอดภัยมากที่สุด เพราะซิลิโคนที่คลินิกส่วนใหญ่เลือกใช้ เป็นซิลิโคนที่ใช้ในการแพทย์ ปลอดภัย ได้มาตรฐานโดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น ใบหน้าดูยาวขึ้น จึงควรใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนิ่ม ปานกลาง

  1. ซิลิโคนขายาว

จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง  ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อคไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อคกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียง ซิลิโคนขายาว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

เสริมคางมีกี่ทรง ไปดูกันเลย

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกันอย่างไร

ซิลิโคนขาสั้น และ ซิลิโคนขายาว แตกต่างกัน เรื่องรูปทรง ขาสั้น ก็จะเป็นก้อนโค้ง มีขนาดเล็ก เหมาะกับคนที่ใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีคางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วอยากเติมปลายให้คางดูยาวขึ้น ส่วน ซิลิโคนทรงขายาวนั้น ก็จะเป็นรูปโค้ง ๆ มีขายาว แน่นอนว่า คนที่มีปัญหาคาง แล้วอยากมีคางสวย สามารถทำได้ เหมาะกับทุกคน ซิลิโคนขายาว มีหลายขนาด Size S,M,L ขึ้นอยู่กับคุณหมอประเมินให้  ขาของซิลิโคนจะช่วยเก็บกรอบหน้า รับกับแก้ม ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

คำแนะนำสำหรับการเสริมคาง ทรงไหนดี

3 สิ่งหลัก องค์ประกอบหน้า ที่มีผลต่อการเลือกทรงคาง จะเด่นหรือจะดับ ได้แก่ จมูก โหนกแก้ม และมุมกราม

  1. เดิมจมูกสั้นแหงน โหนกแก้มสูง คางทรงมน จะช่วยให้รูปหน้าดูซอฟลงหวาน ๆ ปลายคางเฉียงออก 45 องศารับกับองศาจมูกและโหนกแก้ม
  2. กรามเหลี่ยมเป็นข้อจำกัดทำให้การเสริมคางให้เนียนทำได้ยาก การปรับรูปหน้าเช่นฉีดโบทอกซ์ลดขนาดกราม จะยิ่งทำให้เสริมคางได้องศาที่สวยขึ้นค่ะ
  3. จมูกยาวหยดน้ำ กรามไม่ค่อยมี เหมาะกับคางทรงปลายวี จะส่งเสริมรูปหน้าดูเฉี่ยวคมมากขึ้น

เสริมคาง ซิลิโคน สามารถทำได้กี่แบบ วิธีไหนดีที่สุด

สาว  ๆ  หนุ่ม  ๆ  ที่มีปัญหาใบหน้ากลม คางสั้น คางเล็กจนดูไม่ออกจึงทำให้หนุ่ม  ๆ  สาว  ๆ  หันมาเสริมคางกันมากขึ้น เพราะการเสริมคางสามารถทำให้หน้าเรียว เล็กลงได้และในปัจจุบันมีวิธีการเสริมคางที่หลากหลายที่คุณสามารถเลือกทำได้ และวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเสริมคาง ซิลิโคนว่ามีแบบไหนบ้าง เพื่อเป็นตัวช่วยให้สาว  ๆ หนุ่ม  ๆ  ได้ตัดสินใจเลือกเสริมคางได้ง่ายขึ้น

การเสริมคางด้วยซิลิโคนสามารถทำได้ 2 แบบดังนี้

1.การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก

การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 ซม. โดยหมอสามารถปรับรูปคางได้หลายองศา แล้วก็สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมทั้งยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ ลดโอกาสสำหรับการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น ซึ่งจุดเด่นของการเสริมคางแบบแผลนอกปาก คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน แต่การเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งจำต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง แต่ถ้าหากทายาลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยก็สามารถที่จะช่วยให้รอยแผลหายเร็วขึ้นค่ะ

2.การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

การศัลยกรรมวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีเสริมคางแบบแผลในปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร รวมถึงควรระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่งได้ค่ะ

เสริมคาง ซิลิโคน ชนิดไหนดี

ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมคางมีกี่แบบ

ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางมีอยู่ 2 ประเภทดังนี้

1.ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะกับคนที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และมีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีเป็นทุนเดิม แล้วก็ต้องการปรับรูปทรงบนบริเวณใบหน้าให้สมบูรณ์มากเพิ่มขึ้น บริเวณใบหน้าดูยาวขึ้น จำเป็นต้องใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนุ่ม ปานกลาง

2.ซิลิโคนขายาว

จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อกไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อกกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียงซิลิโคนขายาว เหมาะกับคนที่มีปัญหาคางตัด คางยุบ คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงจะต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนเพิ่มมากขึ้น

ขั้นตอนการเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • ฉีดยาชา แล้วเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากด้านล่าง
  • หลังจากนั้นก็แยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบด้านล่าง แล้ววางแท่งซิลิโคน เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ
  • เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง

การดูแลหลัง เสริมคาง ด้วยซิลิโคน

  • ในช่วง 1-2 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางเป็นประจำ
  • ดูแลแผลในปาก และก็งดรับประทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • กินน้ำโดยใช้หลอด ควรจะเลี่ยงการกินน้ำหรือรับประทานอาหารที่ร้อนมากหรือเย็นมาก
  • บ้วนปากเป็นประจำด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำเกลือหรือน้ำที่สะอาด
  • อย่าใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และก็ระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนกินผัก ผลไม้ควรจะล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อดิบ ๆ สุก ๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ แล้วก็เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 3 อาทิตย์
  • 1 อาทิตย์หลังผ่าตัดหมอจะนัดมาตรวจอาการ และก็ตรวจซ้ำหลังจากนั้นอีก 1 เดือน
  • ในช่วง 3-4 อาทิตย์แรก ควรจะหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณคาง
  • หลังการดูแลรักษาประมาณ 1-2 เดือน อาการบวมจะยุบลง และก็ได้รูปทรงของคางใหม่ โดยแท่งซิลิโคนจะเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกและไม่ขยับเขยื้อน นอกจากจะโดนชนอย่างแรง

อาหารที่ควรทานหลังเสริมคางด้วยซิลิโคน

การรับประทานอาหารหลังการทำศัลยกรรมเสริมคางแนะนำให้เน้นอาหารอ่อน ไม่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมากรสอ่อน งดเผ็ดหรือเค็ม ช่วง 1 เดือนแรกหลังการผ่าตัด งดอาหารเป็นพิษเช่นอาหารทะเล ของดิบ ๆ สุก ๆ ที่เสี่ยงให้แผลบวมยาวนานกว่าปกติ

การเสริมคาง ซิลิโคนเป็นการศัลยกรรมที่ไม่ทำให้เจ็บตัวมากไม่ต้องพักฟื้นทำเสร็จสามารถทำกิจกรรมภายในบ้านแบบเบา  ๆ  ได้แต่อย่าโดนกระแทรกแรง  ๆ  ที่คางเท่านั้นหลังจากนั้นอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับค่ะ

เสริมคางแล้วเป็นแม่มด สวยหรือไม่ มีวิธีการแก้ไขยังไง

มีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่า เสริมคางแล้วเป็นแม่มด หรือไม่ การเสริมคางก็อยู่ที่เราว่าเราต้องการรูปคางแบบไหน บางคนอาจต้องการแค่ให้หน้ามีสัดส่วน บางคนต้องการให้หน้าดูเรียวขึ้น และบางคนก็ต้องการให้หน้ายาวขึ้น และการศัลยกรรมผ่าตัดคางหมดจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าใครควรผ่าตัดแบบไหนรับรองได้ว่าหน้าคุณจะไม่เหมือนแม่มดอย่างแน่นอน

การเสริมคางมีกี่วิธี มีกี่ทรง

การเสริมคางในปัจจุบันสามารถทำได้ 2 วิธีคือ การเสริมคางโดยการผ่าตัด และการเสริมคางโดยไม่ผ่าตัดแต่วันนี้เราจะมาพูดถึงการเสริมคางแบบผ่าตัดกันก่อน เพราะการผ่าตัดเสริมคางเป็นการผ่าตัดที่อยู่ได้ถาวรและมีคนให้ความสนใจกันมาก

การเสริมคางแบบผ่าตัดมีด้วยกัน 2 แบบคือ

1.เสริมคางด้วย ซิลิโคน

หากเป็นการเสริมคาง แบบหลบซ่อนแผลจะทำการผ่าจากข้างในช่องปาก (intraoral incision) ซึ่งปัจจุบันคนนิยมเสริมคางวิธีการแบบนี้กันมาก สำหรับการผ่าจากภายนอกบริเวณใต้คาง (submental incision) มักจะเกิดรอยแผลเป็นบริเวณใต้คาง ทำให้เสริมคางแล้วไม่สวยงามสักเท่าไหร่ ศัลยแพทย์ส่วนมากแนะนำให้เสริมคางด้วยการผ่าจากข้างในช่องปาก เพราะว่าผู้คนรอบข้างจะได้ไม่สังเกตเห็นรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดเสริมคางได้

2.เสริมคางด้วยการผ่าตัดเลื่อนคาง ( Sliding Genioplasty ) หรือ การเลื่อนกระดูกขากรรไกร

การผ่าตัดเลื่อนคาง ( Sliding Genioplasty ) นอกจากจะทำให้มีคางสวยแล้ว ผลพลอยได้อีกอย่างคือ การช่วยรักษาการนอนกรน เพราะกระดูกขากรรไกรมีส่วนเชื่อมโยงกับช่องลมระบบทางเดินหายใจ เมื่อทำการเลื่อนออกก็เหมือนการเปิดช่องลมทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น แต่ว่าการเสริมคางด้วยแนวทางนี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากเหมือนเป็นการผ่าตัดขากรรไกรด้านล่าง แล้วก็จำเป็นต้องผ่าตัดโดยหมอชำนาญเฉพาะทางเท่านั้น

บทความแนะนำ ลดไขมันหน้าท้อง By Rattinan.com

เสริมคางแล้วเป็นแม่มด แก้ไขยังไง

คำถามที่คนเสริมคางอยากรู้เมื่อเสริมคางมาแล้ว

เสริมคางแล้ว นั่งเท้าคางได้หรือไม่ ?

การนั่งเท้าคางอาจส่งผลให้ซิลิโคนเคลื่อนได้ เพราะถ้าอย่างนั้นอย่าเสี่ยงกันเลยดีกว่านะคะ เพราะว่าการทำคางเจ็บเอาเรื่อง แถมดูแลแผลลำบากเนื่องจากว่าเป็นแผลที่อยู่ในช่องปาก (ในกรณีที่ผ่าตัดภายใน) ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องเจ็บเหมือนเป็นร้อนในแผลใหญ่ ๆ แน่นอน อาจไม่มีใครต้องการเจ็บตัวสองรอบแน่นอน

เสริมคางแล้วเป็นแม่มด จริงหรือไม่ ?

แน่นอนว่ารูปหน้าของเราจะดูเรียวยาวขึ้น เนื่องจากการเสริมคางทำให้บริเวณใบหน้าเกิดมิติใหม่ และรูปทรงใหม่ แต่จำต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าบริเวณใบหน้าที่ดูยาววีนั้น อาจจะส่งผลให้สัดส่วนบริเวณใบหน้าของเราดูผิดเพี้ยน แล้วก็รำคาญตาได้ ปกติแล้วธรรมชาติมักสร้างรูปร่างที่สวยงามมาให้แล้ว สิ่งที่แพทย์ศัลฯทำได้ ก็แค่ทำให้ทุกอย่างดู Perfect ขึ้นเพียงแค่นั้น ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนสิ่งที่แม่ให้มาได้ทั้งหมดนะคะ เพราะว่าถ้าเช่นนั้นแนะนำให้ปรึกษาหมอให้ดีก่อน และเชื่อฟังคำแนะนำของหมอจะดีที่สุดค่ะ

เสริมคางมาแล้ว ควรจะดูแลแผลเช่นไร ? (แปรงฟันได้ไหม ?)

แปรงฟันได้ค่ะ และทุกอย่างนั้นดูแลเหมือนกันการทำศัลยกรรมปาก คือเลือกยาสีฟันสูตรอ่อนโยน หรือยาสีฟันเด็ก แต่ควรจะบ้วนปากเบา ๆ ด้วยน้ำเกลือล้างแผล เพื่อล้างแผลในปาก หลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากจะดีมากกว่า เนื่องจากว่าน้ำบ้วนปากบางทีอาจกัดแผลและทำให้แผลหายช้ากว่าเดิมได้

ฟิลเลอร์ หรือซิลิโคนดีกว่ากัน ?

เป็นปัญหาโลกแตกพอ ๆ กับ ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันเลยทีเดียว เอาเป็นว่าขอตอบแบบนี้ดีกว่า ว่าทั้งฟิลเลอร์และก็ซิลิโคน นั้นเหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาไม่เหมือนกัน หากแค่ต้องการเพิ่มเติมอีกส่วนที่ดูขาดหายให้เพิ่มเต็ม โดยไม่ต้องการให้ดูต่างจากเดิมมาก ขอแนะนำเป็นฟิลเลอร์ค่ะ นั้นแปลว่าเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการการฉีดในจำนวนที่มาก เพราะว่าฟิลเลอร์นั้นเป็นของเหลวซึ่งสามารถไหล หรือเคลื่อนที่ได้ตามแรงโน้มถ่วง มีความเสี่ยงต่อการเบี้ยวหรือผิดรูปผิดร่างได้มากกว่า แถมแก้ไขได้อยากกว่าการเสริมด้วยซิลิโคนด้วย เพราะว่ามันเป็นของเหลวนั่นแหละค่ะ

รวมทั้งถ้าเกิดคุณเป็นผู้ที่มีปัญหากับสัดส่วนของบริเวณใบหน้า รวมทั้งต้องการการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่านั้น การเสริมซซิลิโคนที่ผ่านการเหลาตกแต่งรูปร่างนั้นน่าจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่บอกไปแล้วนั้นหละค่ะ เพราะมันแก้ไขง่ายกว่าถ้าหากเกิดปัญหา (ก็แค่ผ่าเอาออกเพียงแค่นั้น) ดีกว่าเสี่ยงจากการที่ฟิลเลอร์ไหลไปอยู่ในจุดที่ไม่ต้องการ แบบนั้นแก้กันยาวกว่านะคะ

หายข้องใจหรือยังค่ะกับคำถามที่ว่า เสริมคางแล้วเป็นแม่มด การเสริมคางเป็นการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้ได้รูปทรงที่คุณต้องการและไม่สามารถทำให้หน้าของคุณเป็นแม่มดได้ คนที่มีใบหน้าเหมือนแม่มดคงจะเป็นคนที่ทำเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจ ทำบ่อยเข้าหน้าก็เลยยาวเหมือนแม่มด และไม่สามารถที่จะแก้คืนได้นั่นเอง

เสริมคางแล้วไม่สวย ไปแก้ที่ไหนดี ได้มาตรฐาน ปลอดภัย

การเสริมคางเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมทั้งหญิงและชาย เพราะการเสริมคางสามารถทำให้คนหน้ากลมกลายเป็นคนหน้าเรียวได้ และการศัลยกรรมเสริมคางมีหลากหลายรูปแบบทั้งการเสริมคางโดยซิลิโคน และเสริมคางโดยใช้กระดูกตัวเอง แต่หากเราเสริมคางแล้วไม่สวยอย่างที่เราต้องการเราจะมีวิธีแก้อย่างไร เป็นคำถามที่สาว  ๆ  ถามมามากมาย และวันนี้เราจะพาคุณไปดูเกี่ยวกับปัญหาที่เสริมคางแล้วออกมาผิดรูปว่าหมอจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรให้ดีขึ้นพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ

เสริมคางยื่นและเบี้ยวควรทำอย่างไร

การเสริมคาง เป็นทางลัดที่ช่วยสำหรับในการเปลี่ยนหนุ่มสาวคางเล็ก คางสั้น หน้ากลม ให้มีบริเวณใบหน้าเรียวงามได้สัดส่วนอย่างถาวร ซึ่งแนวทางการเสริมคางที่นิยมกันมากที่สุด ก็คือการผ่าตัดเสริมซิลิโคนเข้าไปเพื่อให้ปลายคางยาวขึ้นรับกับรูปหน้า แต่ว่าหนุ่มสาวหลายคนก็อาจเผชิญกับปัญหาที่ว่า เสริมคางไปแล้วคางกลับดูยื่น ดูเบี้ยว หรือดูแปลก ๆ ไม่สวยเป๊ะเป็นธรรมชาติ ซึ่งยิ่งทำให้เราเสียความเชื่อมั่นมากยิ่งกว่าเดิมซะอีก มาดูกันว่าปัญหาเสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว เกิดจากอะไร แล้วเราจะปรับแต่งได้หรือไม่

การเสริมคางยื่นและเบี้ยวเกิดจากอะไร

การเสริมคางยื่นและเบี้ยวเกิดจาก 2 ปัจจัยดังนี้

  1. ปัจจัยทางแพทย์

มีเหตุมาจากหมอผู้ที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรมคางให้เรา ผ่าตัดเลาะช่องว่างที่จะนำใส่ซิลิโคนไม่เท่ากัน เมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้วจึงเกิดความไม่พอดี และนำไปสู่อาการคางเบี้ยวเอียงนั่นเอง ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุที่มีสาเหตุมาจากหมอคือ เหลาซิลิโคนที่จะใช้สำหรับการเสริมคางไม่เท่ากัน เมื่อใส่เข้าไปที่คางของเรา ก็เลยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการเบี้ยวเอียง

ซึ่งหลายคลินิกจึงเลือกใช้ซิลิโคนเสริมคางแบบสำเร็จรูป ที่มีการทำเป็นทรงมาให้แล้ว แล้วก็มีให้เลือกหลายทรง หลายขนาด เพื่อนำมาประยุกต์ให้กับรูปหน้าคนไข้มากขึ้น แถมยังช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเหลาซิลิโคนไม่เท่ากันอีกด้วย

  1. ปัจจัยจากคนไข้

อีกหนึ่งสาเหตุที่เรียกได้ว่าเดากันได้ไม่ยากเลยนั่นก็คือ เหตุจากคนไข้ ที่เกิดจากการดูแลตนเองหลังทำศัลยกรรมคางไม่เหมาะสม ดังเช่น เอามือเท้าคาง , โดนกระแทกแรง ๆ หรือไม่ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำหลังศัลยกรรมของหมอ เนื่องจาก หากทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด โอกาสเกิดคางเบี้ยวจะมีน้อยมาก ๆ เพราะวิธีการดูแลของหมอนั่นดีที่สุด

เสริมคางแล้วไม่สวย ต้องแก้ไขยังไง

เมื่อเสริมคางมาแล้วไม่สวยมีวิธีแก้อย่างไร

หากข้องใจว่าคางของเราที่เสริมมานั้นเบี้ยวเอียงหรือไม่ ให้รอดูหลังศัลยกรรมประมาณ 1 – 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่แผลผ่าตัดยุบและก็หายดีแล้ว จึงจะเห็นได้ชัดเจนว่าคางมีปัญหายื่น เบี้ยว จริงหรือไม่ และถ้าเกิดรูปทรงคางที่ได้มาไม่สวย ไม่ปัง จนบั่นทอนความมั่นใจ ก็สามารถกลับไปพบแพทย์ที่คลินิกเพื่อปรับปรุงแก้ไขใหม่ได้ สำหรับการแก้ไข แพทย์จะผ่าตัดเพื่อเลื่อนตำแหน่งซิลิโคนที่เบี้ยวเอียงให้เข้าที่เข้าทาง หรือเอาซิลิโคนของเดิมออก แล้วใส่อันใหม่ที่พอดีกว่าเข้าไป โดยวิธีการผ่าตัดแก้คาง รวมถึงการเตรียมการก่อนผ่าตัด ก็เหมือนกับการเสริมคางครั้งแรกทุกอย่าง ซึ่งจะใช้เวลาผ่าตัดราว 1 – 2 ชั่วโมง และแพทย์จะนัดมาตัดไหมในอีก 5 – 7 วันหลังจากวันผ่าตัด โดยในระหว่างพักฟื้นคนไข้ก็ต้องดูแลตนเองให้ดีตามคำแนะนำของหมอ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการศัลยกรรม รวมถึงระมัดระวังไม่ให้บริเวณใบหน้าถูกกระทบกระเทือนจนคางเบี้ยว แล้วจะต้องกลับมาแก้ซ้ำอีกรอบด้วย

ทำอย่างไรไม่ให้เสริมคางเบี้ยว

  • ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางต้องเหลาให้เท่ากัน และก็มีขนาดพอดีกับรูปคางของคนไข้ ในปัจจุบันหลายคลินิกจึงเลือกใช้ซิลิโคนแบบสำเร็จรูปที่เราสามารถเลือกขนาดและทรงที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องเอามาเหลาเองก่อนเสริม ซึ่งช่วยลดปัญหาคางเบี้ยวเอียงไปได้มากทีเดียว
  • สำหรับในการผ่าตัดหมออาจใช้เทคนิค Fix ซิลิโคน เพื่อเป็นการป้องกันและยังเป็นการไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมหลังเสริมเข้าไปแล้ว โดยหมออาจใช้วิธีเย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือยึดซิลิโคนด้วยสกรูไทเทเนียม ซึ่งเป็นวิธีที่เยี่ยมที่สุดแต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ ด้วย
  • หลังการผ่าตัด คนไข้ควรจะดูแลแผลให้ดีเพื่อไม่ให้คางอักเสบติดเชื้อ อีกทั้งต้องระมัดระวังไม่ให้คางถูกกระแทก และเลี่ยงการนั่งเท้าคาง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเลื่อน
  • ไม่ควรฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ปลอมหรือสารเหลวที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะว่ามีโอกาสที่จะทำให้คางเบี้ยวผิดรูป แถมยังอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ด้วย

หากคุณคิดจะเสริมคางคุณต้องศึกษาข้อมูลของแพทย์ และข้อมูลของคลินิกว่าได้มาตรฐานมากน้อยเพียงไหน มีเครื่องมือที่ทันสมัยหรือเปล่า หมอเป็นหมอเฉพาะทางหรือไม่ หากเราไม่หาข้อมูลให้ชัดเจนเสริมคางแล้วไม่สวยจะโทษใครไม่ได้นะ เพราะตัวเองไม่เลือกให้ดีเอง

รีวิว เสริมคาง pantip กระทู้ยอดฮิต ของคนที่ชอบทำศัลยกรรม

เสริมคาง เป็นศัลยกรรมอันดับต้น  ๆ  ที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ เพราะการเสริมคางสามารถปรับรูปหน้าให้กับสาว  ๆ  ได้เป็นอย่างดี และการเสริมคางไม่ใช่ทำได้แค่ผู้หญิง ผู้ชายก็ทำได้ หากผู้ชายมีใบหน้าที่กลมไม่เป็นสัดส่วนก็สามารถเสริมคางให้ดูดีได้ และในปัจจุบันมีคลินิกศัลยกรรมเปิดให้บริการเสริมคางมากมาย ละยังมีรีวิว เสริมคาง pantip ให้คนไข้ที่ต้องการเสริมคางได้ดูเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกเสริมคางกับคลินิกนั้น  ๆ

การเสริมคางมีกี่ประเภท

การเสริมคางมีอยู่ 2 ประเภทดังนี้

1.การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วย ซิลิโคนจะมีการเปิดแผลทางด้านในช่องปากและก็ภายนอกบริเวณใต้คาง แต่ว่าผลลัพธ์ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทั้งภายในหรือภายนอกก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ไม่ถาวรสมบูรณ์ ในอนาคตคนไข้อาจเกิดปัญหาของเนื้อเยื่อภายใน หรือปัญหาซิลิโคนห้อยทำให้คางเบี้ยว หรือเนื้อคางดูกว้างหนา

2.การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง

การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเองการเลื่อนตัดกระดูกคาง เป็นการตัดกระดูกคางแล้วเลื่อนกระดูกให้ขยับมาชิดกัน ทำให้ช่วงคางเรียว ลดความกว้างของคาง และสามารถขจัดปัญหาคางถอยเกินไป หรือคางยื่นเกินไปให้อยู่ในระดับที่พอดีได้ เป็นการตัดที่หลีกเลี่ยงเส้นประสาทบริเวณคาง และก็ตัดเป็นรูปตัว T W ตามความเหมาะสมของเคสนั้น ๆ

ทั้งสองวิธีนี้คุณหมดจะเป็นคนตัดสินใจให้ว่าคนไข้จะต้องเสริมคางแบบไหน และการเสริมคางจะต้องเสริมกับหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ไม่ใช่ว่าไม่ใช่ศัลยแพทย์ทุกคนจะทำได้ ต้องผ่านการศึกษาต่อด้าน Maxillofacial ซึ่งมีน้อยมากในไทย ในแต่ละปีจึงมีคนไข้ชาวไทยไม่น้อยเลยต้องบินไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี

รีวิว เสริมคาง pantip กระทู้เด็ด

เสริมคางเหมาะกับใคร

การเสริมคางนั้น เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและก็ผู้ชาย คนไข้ที่มีปัญหาบริเวณใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการขจัดปัญหาคาง ให้มีความสวยงามขึ้น ผู้ที่มีบริเวณใบหน้ากลมต้องการปรับรูปหน้าให้ยาวมากขึ้น การเสริมคางจะช่วยทำให้ปรับบริเวณใบหน้าแลดูมีมิติมากยิ่งขึ้น และก็เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้วีเชฟ นอกจากนั้นเสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป อาจจะส่งผลให้บริเวณใบหน้าดูหวาน ซึ่งแตกต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้บริเวณใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุนเป็นที่ต้องตาของผู้พบเห็น

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมคาง

  • งดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุงทุกประเภท ยาแอสไพริน (วิตามินซี ใบแป๊ะก้วย น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพิมโรส อย่างน้อย 1-2อาทิตย์ วิตามินอีและก็น้ำมันอื่น ๆ อย่างน้อย 3 เดือน) เพราะว่าจะทำให้เลือดไหลง่าย ผ่าตัดยากและบวมนาน
  • ถ้าแพ้ยาใด ตั้งครรภ์ หรือให้นมลูก ให้รีบแจ้งหมอในทันที
  • ผู้ป่วยจำเป็นต้องไม่มีไข้ ไม่สบาย หรือมีการติดเชื้ออักเสบทางผิวหนัง
  • ถ้าเกิดผู้ป่วยมีโรคอื่นหรือมียา อาหารเสริม ยาบำรุงใด ๆ ที่ได้รับอยู่ประจำรวมถึงประวัติการแพ้ยา จะต้องแจ้งให้หมอทราบก่อนทุกครั้ง
  • ถ้าหากคนไข้เคยทำการผ่าตัด หรือ ฉีดสารใด ๆ เข้าร่างกายมาก่อนจะต้องแจ้งให้หมอทราบก่อนทำการผ่าตัด
  • ก่อนผ่าตัด ผู้ป่วยควรจะทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะผ่าตัด (ล้างหน้า/บ้วนปาก)
  • วันผ่าตัด ผู้ป่วยไม่ควรนำของมีค่าติดตัวเข้าห้องผ่าตัด
  • วันผ่าตัด คนไข้ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า ควรจะใส่เสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้าเพื่อความสะดวกต่อการสวมใส่หลังผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้องผ่าตัด

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

  • ควรจะหมั่นประคบเย็น โดยการทาบเบา ๆ บริเวณคาง เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นอีก 3 วัน ซึ่งจุดที่จะต้องประคบมีทั้งหมด 4 จุดดังต่อไปนี้
  • บริเวณข้างคางทั้งด้านซ้ายแล้วก็ขวา
  • บริเวณด้านบนคาง ใต้ริมฝีปากล่าง
  • บริเวณใต้คาง
  • ควรจะนอนโดยใช้หมอนรองคอช่วย และงดการนอนตะแคง 1 เดือน
  • งดการเท้าคางหรือให้คางได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของซิลิโคน
  • ควรจะทำความสะอาดแผลเพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ โดยใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดล้างแผลให้สะอาดอยู่ตลอด ส่วนการผ่าตัดเสริมคางแผลในให้งดแปรงฟัน 1-2 อาทิตย์หลังทำ และทำความสะอาดด้วยน้ำยาบ้วนปากแทน
  • งดทานอาหารหมักดอง อาหารที่ร้อนจัด เย็นจัด และอาหารรสเผ็ด
  • งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ 1 เดือน
  • กินยาตามคำแนะนำของหมอ เช่น ยาลดบวม ยาแก้ปวด
  • การเสริมคางแผลนอกจะมีกำหนดตัดไหมอยู่ที่ 14 วัน ส่วนการเสริมคางแผลในหมอจะใช้ไหมละลาย โดยไหมจะละลายไปเองในช่วง 2-4 อาทิตย์หลังผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมคางสามารถทำได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายหากมีปัญหาเกี่ยวกับคาวสามารถผ่าตัดได้หมดแต่จะผ่าตัดด้วยวิธีไหนนั้นคุณหมอจะเป็นคนวินิจฉัยเองว่าควรผ่าตัดด้วยวิธีไหน และการผ่าตัดคุณควรเลือกหมอผ่าตัดเฉพาะทาง และเลือกคลิกที่ได้มาตรฐานหากยังเลือกคลินิกไม่ได้ลองเลือกดูรีวิว เสริมคาง pantip ดู เพราะในปัจจุบันมีการรีวิวเสริมคางของแต่ละคลินิกให้ดูมากมายเพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกคลินิกเสริมคางให้คุณได้ง่ายขึ้นค่ะ