หน้ากลมเสริมคาง จะเข้ากันไหม หรือทำแบบไหนดี

เสริมคางเหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้ากลม หน้ากลมเสริมคาง หรือผู้ที่มีสัดส่วนของใบหน้าไม่สมดุล โดยมีโครงหน้าส่วนบน หน้าผาก หรือโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แต่กลับมาคางที่สั้น ดังนั้นการศัลยกรรมเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความรี ดูเป็นรูปไข่

การเสริมคางปัจจุบันสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การเสริมคางแบบไม่ผ่าตัด  และ การเสริมคางแบบผ่าตัด

การเสริมคางแบบผ่าตัด  ปัจจุบันที่ทำกันมีอยู่ 2 แบบ คือ

เสริมคางด้วย ซิลิโคน

หากเป็นการเสริมคาง แบบซ่อนแผลจะทำการผ่าจากด้านในช่องปาก (intraoral incision) ซึ่งปัจจุบันคนนิยมเสริมคางวิธีนี้กันมาก เนื่องจากจะไม่เห็นรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดเสริมคางได้

และการผ่าจากด้านนอกบริเวณใต้คาง (submental incision) มักจะเกิดรอยแผลเป็นบริเวณใต้คาง ทำให้เสริมคางแล้วไม่สวยงามเท่าที่ควร

หน้ากลมเสริมคาง สวยไหม

เสริมคางด้วยการผ่าตัดเลื่อนคาง  ( Sliding Genioplasty ) หรือ การเลื่อนกระดูกขากรรไกร

การผ่าตัดเลื่อนคาง ( Sliding Genioplasty ) เป็นวิธีการขยับเลื่อนตำแหน่งของคางไปด้านหน้า ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีคางยื่นและโครงหน้าไม่สมส่วนกัน การศัลยกรรมเลื่อนคางจะปรับเปลี่ยนใบหน้าให้มีความสอดคล้องกลมกลืนกัน อีกทั้งยังแก้ไขความไม่สมมาตรกันของใบหน้าโดยรวม ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของผู้ทำศัลยกรรมไปได้อย่างสิ้นเชิงวิธีนี้จะเหมาะกับ ผู้ที่มีคางยื่นและฟันไม่เสมอกัน ผู้ที่มีคางบอบบางและปากยื่น ผู้ที่มีความผิดปกติของคางเข้าขั้นร้ายแรง

ข้อแนะนำการทำศัลยกรรมเลื่อนคาง

  • การผ่ากรีดสำหรับการทำศัลยกรรมเลื่อนข้างจะทำด้านในปากจึงไม่ทำให้เห็นรอยแผลเป็น
  • ศัลยกรรมชนิดนี้ควรถูกทำโดยศัลยแพทย์ที่ได้รับการรับรอง (board certified) และศัลยแพทย์ด้านใบหน้าและขากรรไกรเท่านั้น
  • แพทย์แนะนำการทำศัลยกรรมชนิดนี้กับผู้ที่มีปัญหาในการใช้วัสดุเทียมเสริมคางหรือการฉีดฟิลเลอร์ที่คาง

การดูแลหลังการทำศัลยกรรมเลื่อนคาง

  • ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ยาที่ได้รับประกอบไปด้วยยาปฏิชีวนะ ยาแก้อักเสบ และยาแก้ปวด
  • ในช่วง 2-3 วันแรก คนไข้ควรทานอาหารอ่อนนุ่มหรือของเหลวเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมากหรือการออกกำลังกายเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสจุดที่ทำการผ่ากรีด
  • ล้างปากด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาบ้วนปากทุกครั้งหลังทานอาหาร

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำศัลยกรรมเลื่อนคาง

  • รูปหน้าแบบวีไลน์และคางที่สวยงามเป็นสัดส่วน
  • หมดปัญหาปากยื่น

การเสริมคางแบบไม่ต้องผ่าตัด

การฉีดฟิลเลอร์คาง

เป็นการปรับรูปหน้าด้วยการฉีด ฟิลเลอร์คาง เพื่อแก้ปัญหาหน้ากลม คางสั้น หน้าเหลี่ยม คางเบี้ยว คางย้อย คางไม่เท่ากัน และสามารถฉีด ฟิลเลอร์คาง เพื่อปรับรูปหน้า เติมส่วนที่ขาดหายให้ใบหน้าดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น การฉีด ฟิลเลอร์คาง ให้หน้าดูยาวเรียวขึ้น นอกจากได้คางที่เรียวใบหน้าได้รูปแล้ว ยังช่วยลดเลือนร่องลึกบนใบหน้า แก้ปัญหาร่องลึกบริเวณมุมปาก และปัญหาร่องน้ำหมากได้ด้วย

การฉีด ฟิลเลอร์คาง โดยส่วนมาก ฟิลเลอร์คาง จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 1 CC. แต่บางคนไม่ได้ฉีดเพื่อแค่เติมคางให้ยาวขึ้นเท่านั้น แต่ต้องการปรับรูปคางให้สองข้างเท่ากัน ลดร่องน้ำหมาก เพื่อให้คางนั้นได้รูปทรงที่สวย ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น ก็จะต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ในการรักษาเพิ่มขึ้น

หน้ากลมเสริมคาง จะเป็นยังไง

ฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาของการฉีด ฟิลเลอร์คาง จะมีอายุอยู่ใต้ชั้นผิว ตามชนิดของรุ่นตัวยาที่ฉีดไป ซึ่งแตกต่างกันที่เทคโนโลยีการผลิตฟิลเลอร์ที่แต่ละบริษัทยาคิดค้นและเลือกใช้ ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 6-24 เดือน นอกจากรุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้รักษานี้แล้ว ความเข้มข้นของตัวไฮยาลูรอนิก ฟิลเลอร์ ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการสลาย หรือคงอยู่ของยาใต้ชั้นผิวเช่นกัน นอกจากนี้การดูแลและการปฏิบัติตัว หลังการฉีดฟิลเลอร์ ก็มีผลกับอายุของฟิลเลอร์ เช่นกัน เพื่อไม่ให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดนั้นสลายเร็วไปก่อนเวลา จึงควรดูแลตัวเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ที่ทำการรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน

ถ้าหาก ฟิลเลอร์คาง ที่เคยฉีดรักษามานั้น มีอายุอยู่ยาวนานเกินกว่า 2-3 ปี หรือ มีการเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งของฟิลเลอร์ ให้สงสัยว่าฟิลเลอร์ที่เคยได้รับการรักษามานั้นไม่ใช่ ฟิลเลอร์แท้ หรือ สารไฮยารูลอนิกแอซิด และควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้ถูกต้อง การฉีดฟิลเลอร์คาง ไม่ต้องเสียเวลานอนพักฟื้น หลังฉีดฟิลเลอร์คางเสร็จก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที การฉีดฟิลเลอร์ เมื่อหมดอายุก็จะสลายไปเองตามธรรมชาติ จึงปลอดภัยไม่ต้องกลัวสารตกค้าง ที่จะหลงเหลืออยู่ภายในร่างกาย และไม่ต้องผ่าตัดเพื่อนำออกเมื่อไม่ต้องการ

ฟิลเลอร์คาง บวมกี่วัน

หลังจากฉีด ฟิลเลอร์คาง เสร็จผู้เข้ารับการรักษาก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ จะไม่ปวดบวมที่คาง หรือมีแผล รอยที่คางอาจจะมีเพียงรอยเข็มขนาดเล็กที่ฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเท่านั้น ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 วัน รอยเข็มเล็ก นี้จะมองไม่เห็น ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของการฉีด ฟิลเลอร์คาง เลยก็ว่าได้ อันตรายจากการฉีด ฟิลเลอร์คาง เกิดขึ้นได้น้อยมาก จะเกิดได้จากการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานเท่านั้น หากว่าฟิลเลอร์ที่ใช้ได้รับการรับรองจาก อย. และรับบริการจากสถานบริการที่มีคุณภาพการฉีด ฟิลเลอร์คาง จะไม่มีอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น

เสริมคางด้วยซิลิโคน ปรับเปลี่ยนรูปหน้า หน้าดูเรียว ปลอดภัย 100%

การเสริมคางเป็นการผ่าตัดเสริมคาง โดยการใช้ซิลิโคน เพื่อปรับเปลี่ยนรูปหน้า ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้ากลม คางสั้น เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อความมั่นใจ บุคลิกภาพของหลาย ๆ ท่าน ปัจจุบันการเสริมคางที่ได้รับความนิยมมีทั้งการผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนและการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) ด้วยเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัยทำให้การผ่าตัดเสริมคางในปัจจุบันนั้นแผลเล็ก หายเร็ว ไม่ได้อักเสบหรือช้ำอย่างที่หลาย ๆ ท่านกังวล

เสริมคาง มีกี่แบบ

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการเสริมคางมีกี่วิธี กี่แบบ ทุกวันนี้การวิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  • การฉีด
  • การผ่าตัด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งวิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2-3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี ส่วนอีกวิธีคือการผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางด้วยซิลิโคน ได้ผลถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่คุณหมอสามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางคุณหมอจะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของเคส

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • คุณหมอจะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

เสริมคางแบบเปิดแผลด้านใน

การเสริมคางแบบเปิดแผลด้านใน ทำโดยการเปิดแผลด้านในช่องปากยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน บริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง จากนั้นก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา และวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้ตรงบริเวณตำแหน่งที่ต้องการ และเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ข้อดีเสริมคางแผลภายใน

การเสริมคางแผลในคือไม่มีแผลเป็นภายนอก ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีแผลเป็นชนิดนูนง่าย หรือผู้ที่ไม่สามารถมีแผลภายนอกได้ เช่น แอร์โฮสเตจ เป็นต้น แต่ทั้งนี้การผ่าตัดจะทำในปากซึ่งเราต้องรับประทานอาหารตลอดเวลาจึงทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย และการดูและหลังผ่าตัดจะค่อนข้างยุ่งยากกว่า

การดูแลตัวเองหลังเสริมคางแผลใน

  • ในช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณคางบ่อย ๆ
  • วันที่ 4 หลังการผ่าตัดสามารถเริ่มประคบอุ่นได้
  • ไหมที่เย็บเป็นไหมละลาย ซึ่งจะเริ่มละลายช่วง 5-10 วัน หากละลายเร็วกว่ากำหนด ควรเข้ามาตรวจแผล
  • ดูแลแผลในปาก และงดทานอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว
  • ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการเสริมคางแผลใน
  • บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำยาบ้วนปากชนิดอ่อน น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด ไม่ควรใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บ และระวังอย่างยิ้มกว้างมาก
  • ก่อนรับประทานผัก ผลไม้ควรล้างให้สะอาด ไม่ควรทานปลาดิบหรือเนื้อสุกๆ ดิบๆ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค
  • งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์
  • ในช่วง 3-4 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงนอนตะแคง
  • ไม่ท้าวคางหรือกดสิวบริเวณคางตลอด
  • รูปทรงของคางจะเข้าที่ช่วง 3-6 เดือนโดยช่วงแรกอาจยังบวมเล็กน้อย

เสริมคาง แล้วเป็นก้อน

เสริมคางแบบเปิดแผลด้านนอก

การเสริมคางแบบเปิดแผลด้านนอก ทำโดยการเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร จากนั้นใส่ซิลิโคนในตำแหน่งที่ต้องการ และเย็บปิดแผล

ข้อดีเสริมคางแบบเปิดแผลด้านนอก

  • แพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ
  • แพทย์สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  • สามารถปรับแก้ได้ง่าย เมื่อมีปัญหาในการทำ เช่น ซิลิโคนเบี้ยว เอียง
  • ไม่ค่อยมีอาการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทมากนัก
  • มีโอกาสติดเชื้อน้อย ดูแลง่าย เนื่องจากแผลมีขนาดเล็กและไม่ได้สัมผัสน้ำลายโดยตรง
  • ควรหมั่นประคบเย็น โดยการทาบเบา ๆ บริเวณคาง เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นอีก 3 วัน ซึ่งจุดที่ต้องประคบมีทั้งหมด 4 จุดดังนี้ บริเวณข้างคางทั้งด้านซ้ายและขวา บริเวณด้านบนคาง ใต้ริมฝีปากล่าง บริเวณใต้คาง
  • ควรนอนโดยใช้หมอนรองคอช่วย และงดการนอนตะแคง 1 เดือน
  • งดการเท้าคางหรือให้คางได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของซิลิโคน
  • ควรทำความสะอาดแผลเพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ โดยใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดล้างแผลให้สะอาดอยู่เสมอ ส่วนการผ่าตัดเสริมคางแผลในให้งดแปรงฟัน 1-2 สัปดาห์หลังทำ และทำความสะอาดด้วยน้ำยาบ้วนปากแทน
  • งดรับประทานอาหารหมักดอง อาหารที่ร้อนจัด เย็นจัด และอาหารรสเผ็ด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 1 เดือน
  • รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ยาลดบวม ยาแก้ปวด
  • การเสริมคางแผลนอกจะมีกำหนดตัดไหมอยู่ที่ 14 วัน ส่วนการเสริมคางแผลในแพทย์จะใช้ไหมละลาย โดยไหมจะละลายไปเองในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด