เสริมคาง pantip มีกี่แบบ ข้อดี ข้อเสียในการทำ มีอะไรบ้าง

การเสริมคางสามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของคางเล็ก คางใหญ่ไม่ได้สัดส่วน หรือเพื่อปรับคางให้กลับมาสวยงามได้รูปทรง โดยส่วนมากคนเอเชียมักจะมีลักษณะคางที่สั้นจนผิดรูป การเสริมคาง pantip ถือเป็นตัวช่วยเพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดูดี มีสง่า และก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับบริการเสริมคางท่านจะต้องทำการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด

ใครควรศัลยกรรมเสริมคาง

  • ผู้ที่มีอาการสบฟันผิดปกติ คางยื่นออกมาข้างหน้า
  • ผู้ที่มีคางเล็กมากเกินไป คางหดสั้นเข้าไปด้านใน
  • ผู้ที่มีโครงหน้าไม่ได้รูป กรามและคางไม่สมส่วน
  • ผู้ที่มีใบหน้าสั้น สัดส่วนคางไม่เข้ารูปกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่น ๆ

เสริมคาง มีกี่แบบ

ปัจจุบันนี้การเสริมคางจะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • การฉีด

การฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน วิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี  ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ  ปี

  • การผ่าตัดศัลยกรรม

เป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ที่ได้ผลลัพธ์ที่ถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้ โดยที่แพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

  • การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน)

จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

  • ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย

วิธีนี้นิยมในแพทย์และทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

  • การเสริมคางแผลนอก
  • เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกขั้นตอนการเสริมคาง โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของเคส
  • ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ

แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว

ใช้เลเซอร์ร่วมกับการผ่าตัดทุกเคส ช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมช้ำ

ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก

ในกรณีที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

แพทย์จะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้

เสริมคาง pantip ที่ไหนดี

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านควรงดกลุ่มยาที่จะมีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน และอาหารเสริมจำพวกวิตามินอี น้ำมันปลา โสม
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ท่านควรงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้แผลหายช้า และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • หากท่านมีโรคประจำตัวท่านต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ รวมทั้งประวัติการแพ้ยารับประทาน ยาชา หรือยาสลบ
  • ไม่ต้องอดอาหาร เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องดมยาสลบ แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป ป้องกันอาการแน่นอึดอัดท้องระหว่างการผ่าตัด
  • แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากให้พร้อมก่อนการผ่าตัด

บทความแนะนำ Gynecomastia คือ จาก Rattinan.com

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง
  • ในช่วง 3 วันหลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวม
  • ในช่วงวันที่ 4 – 6 หลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบร้อนเพื่อลดอาการบวมช้ำบริเวณรอบ ๆ คาง
  • นอนศีรษะสูง และห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะเนื่องจากอาจไปกดทับบริเวณคางที่ยังอักเสบอยู่
  • ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ให้รับประทานอาหารอ่อน ๆ ประเภทข้าวต้ม หรือโจ๊ก และหากดื่มน้ำแนะนำให้ใช้หลอดดูด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเล ของหมักของดอง อาหารรสจัด และอาหารที่เคี้ยวยากในช่วง 1 เดือนแรก
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบอย่างเคร่งครัด

บทสรุป

เสริมคาง pantip การเสริมคางเป็นการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวย ได้รูป V Shape เพื่อเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับตัวเอง ดังนั้นก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมท่านควรจะศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและเพื่อความปลอดภัยในการเข้ารับบริการ

เสริมคาง เข้าที่กี่เดือน แล้วสามารถทำได้กี่แบบ

คางเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ หากท่านที่มีรูปหน้ากลม รูปหน้าเหลี่ยม แล้วต้องการที่จะมีรูปหน้าที่มีมิติมากขึ้น ให้รูปหน้าเป็นรูป v shape จึงต้องใช้การทำศัลยกรรมเสริมคางเข้ามาช่วยเติมเต็มเพื่อให้ใบหน้าดูเรียวยาวและคางยื่นออกมาด้านหน้าเล็กน้อยให้รับกับใบหน้า แล้วเสริมคาง เข้าที่กี่เดือน คงเป็นคำถามที่สาว ๆ อยากจะรู้ใช่หรือไม่

การเสริมคางก็เพื่อทำให้หน้าดูยาวขึ้น เรียวขึ้น การเสริมคางถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้า V Shape หรือทำให้คางที่ยื่นหรือยาวเกินไปลดลงได้ ซึ่งก่อนที่คุณจะเข้ารับบริการคุณจะต้องเข้าไปขอรับคำปรึกษากับศัลยแพทย์ก่อนว่า คุณมีความผิดปกติส่วนไหน ซึ่งความผิดปกติที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีดังนี้

  • กระดูกกรามและส่วนอื่นมีความผิดปกติด้วยหรือไม่เช่น ขนาดของกระดูกกรามด้านหลังมีการยื่นหรือยาวผิดปกติหรือไม่ บางครั้งมีปัญหาเรื่องกรามเอียงเกิดขึ้น ก็ควรทำการรักษาก่อนการเสริมคาง มิฉะนั้นอาจจะทำให้กรามเอียงเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้
  • ความเล็ก-ใหญ่ของคางในการเสริมคางนั้นก็ข้อจำกัดเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจะเสริมคางขนาดเท่าใดก็ได้ การเสริมคางขนาดใหญ่เกินไปอาจจะมีปัญหาต่อผิวหนังและกระดูกคางได้ในระยะยาว อีกทั้งผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอาจจะมากขึ้นได้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าการเสริมคางหรือตัดเลื่อนกระดูกคางจะเป็นวิธีการผ่าตัดที่เหมาะกับคุณมากกว่า
  • การสบฟันมีความสำคัญมาก ดังนั้นการรักษาโดยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเลื่อนกรามจึงอาจจะเป็นการรักษาที่ถูกต้องมากกว่าการเสริมคางแค่อย่างเดียว

เสริมคาง เข้าที่กี่เดือน ถึงจะหายขาด

เสริมคาง มีกี่แบบ

วิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลักๆ คือ

  • การฉีด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วย Filler และไขมัน วิธีนี้จะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและFillerสามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  • การผ่าตัด

การผ่าตัดสามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ซึ่งได้ผลถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่แพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

  • การเสริมคางแผลนอก

เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่
1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที

  • การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ประเภทของซิลิโคนที่ใช้เสริมคาง

  • ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น ใบหน้าดูยาวขึ้น จึงควรใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนิ่ม ปานกลาง

  • ซิลิโคนขายาว

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคางสามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการแก้ไขปัญหาคาง ให้สวยขึ้น คนที่มีใบหน้ากลมอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น

การเสริมคางเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ V Shape ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น การเสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำรูปคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน

บทสรุป

เสริมคาง เข้าที่กี่เดือนการเสริมคางหากเป็นการฉีด Filler เป็นการรักษาที่ไม่ต้องพักฟื้น หลังฉีดจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที ผู้เข้ารับบริการสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และคางจะค่อย ๆ เข้าที่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในเวลาประมาณ
2 – 3 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับบริการท่านควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

เสริมคางบวมมาก อันตรายหรือไม่ รักษายังไงดี

การศัลยกรรมเสริมคางควรรู้อะไรบ้าง

การเสริมคางคือทางออกของผู้ที่มีใบหน้าไม่สมส่วน เช่น มีรูปหน้าสั้น ใบหน้าเหลี่ยม ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ก่อนที่จะตัดสินใจทำศัลยกรรมเสริมคางนั้นท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดว่ามีอะไรบ้าง และมีความเสี่ยงในการที่เมื่อเราเสริมคางบวมมากเกิดขึ้นได้ไหม

ความเสี่ยงในการทำศัลยกรรมเสริมคาง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งการเสริมคางมักจะเกิดอาการชาที่ริมฝีปาก เป็นผลที่มาจากด้านในริมฝีปากล่างมีแผลผ่าตัด ซึ่งอาการชาจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปในที่สุด และอาจจะมีอาการที่เกิดจากการเสริมคางปวดบวมมากเกิดขึ้นได้รอบ ๆ คาง บางรายอาจเกิดอาการชาถาวรซึ่งเกิดความผิดพลาดของแพทย์ที่ให้การรักษา

หลังจากการผ่าตัดท่านต้องระมัดระวังไม่ให้แผลกระทบกระเทือนแรง ๆ เพราะหากมีการกระทบกระเทือนอาจทำให้ซิลิโคนที่เสริมเข้าไปนั้นเคลื่อนจากตำแหน่งที่ทำการผ่าตัดหรืออาจเกิดแผลอักเสบทำให้เกิดอาการบวมมาก ทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายอีกด้วย

ใบหน้าของคนเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือส่วนบนหมายถึงส่วนหน้าผาก ส่วนกลางจึงจะมองตั้งแต่หน้าผากลงมาไปจนถึงจมูกและส่วนล่างคือตั้งแต่จมูกลงไปจนถึงปลายทางสำหรับผู้ที่มีรูปหน้าสัดส่วนทั้ง 3 เข้ากันก็จะทำให้ใบหน้าออกมาดูสวยงาม ส่วนใครที่มีรูปหน้าไม่สมส่วนคงต้องมองหาวิธีที่จะปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนนั่นคือวิธีการเสริมคาง

แล้วใครบ้างที่ควรเสริมคางหรือใครบ้างที่เหมาะที่จะทำศัลยกรรมเสริมคาง การเสริมคางจะเหมาะกับคนที่มีโครงสร้างของฟันกรามและฟันที่มีความแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและต้องเป็นคนที่มีสุขภาพดี เพราะหลังจากทำการเสริมคางจะมีอาการอักเสบและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

เสริมคางบวมมาก ต้องแก้ไขยังไง

ปกติแล้วการเสริมคางจะมี 2 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบการเสริมคาง

  • การเสริมคางโดยไม่ได้ใช้การผ่าตัด (Non-Surgical)
    ทำได้โดยการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปที่บริเวณคาง โดยใช้สารเติมเต็มประเภทฟิลเลอร์ (Filler) ซึ่งจะทำให้คางดูเรียวและยาวขึ้นได้ เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดและไม่อยากพักฟื้น เห็นผลทันที เป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัย
  • การเสริมคางโดยการผ่าตัด
  • การเสริมโดยการใส่ซิลิโคน
    การผ่าตัดเสริมคางแบบนี้เป็นที่นิยมเพราะทำได้ง่าย มี 2 เทคนิค คือกรีดแผลนอกช่องปาก โดยจะเป็นการกรีดตรงใต้คาง 5 – 2 ซม. ไม่บวมนานและไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่จะมีข้อเสียคือในบางคนที่เป็นแผลเป็นง่ายหรือที่เรียกว่าคีลอยด์อาจมีแผลเป็นนูน ๆ ตรงใต้คาง

อีกเทคนิคหนึ่งคือการกรีดแผลในช่องปาก จะไม่มีแผลด้านนอกเลย โดยแพทย์จะกรีดแผลบริเวณเหงือก บวมนานและต้องดูแลแผลในช่องปากมากเป็นพิเศษ อาจจะเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ง่าย

  • ย้ายกระดูกบริเวณคาง
    การเสริมคางวิธีนี้เป็นการย้ายกระดูกของตัวคนไข้เอง เพียงตัดกระดูกบริเวณคางแล้วโยกออกมาให้คางดูยื่นขึ้นหรือได้รูปตามที่ต้องการ เป็นเทคนิคที่ต้องใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูง บวมนาน พักฟื้นนาน

เสริมคางบวมกี่วัน

หลังฉีดฟิลเลอร์คางจะค่อย ๆ หายบวมประมาณ 4 – 5 วัน ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงจากการฉีดได้ เช่น ผื่นหรือจุดแดงบริเวณรอยเข็มซึ่งสามารถหายไปเอง นอกจากนี้อาจมีอาการบวมหลังฉีดเป็นเรื่องปกติ หากมีอาการปวดคนไข้สามารถทานยาแก้ปวดได้ตามอาการ แต่ถ้าหากเสริมคางมาแล้วบวมมากท่านจะต้องรีบเข้าปรึกษาแพทย์ทันที

บทความแนะนำ เนื้อปลิ้นข้างรักแร้ จากเว็บไซต์ Rattinan.com

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเสริมคางมีดังนี้
  • ปากชา เนื่องจากบริเวณคางด้านซ้ายและขวา จะมีเส้นประสาทที่มาเลี้ยงริมฝีปากล่างอยู่ด้วย  ทำให้เรามีความรู้สึกได้  แต่หากใช้แท่งซิลิโคนที่กว้างมากเกินไป  จะต้องเลาะเข้าไปใกล้เส้นประสาททั้งสองข้างที่อยู่ชิดกระดูกกราม ก็อาจจะทำให้เกิดอาการชาที่ปากตามมาได้ โดยมากแล้วจะเกิดขึ้นได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
  • การอักเสบติดเชื้อในระยะแรกที่แผลยังใหม่อยู่อาจจะมีการติดเชื้ออักเสบขึ้นได้ แต่จะไม่ค่อยได้เกิดขึ้นมากนัก เพราะแพทย์จะให้ยาป้องกันการอักเสบ ซึ่งท่านจะต้องดูแลเรื่องแผลเป็นอย่างดีด้วย
  • การเอียงบิดของแท่งคางการศัลยกรรมเสริมคางในตอนแรกคางจะวางตัวอยู่เฉย ๆ โดยไม่มีอะไรไปยึดติด ซึ่งร่างกายจะยึดแท่งคางนี้ด้วยตัวของมันเอง โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ก่อนที่จะติดแน่นหากมีอะไรไปกระทบกระเทือนมันอาจส่งผลให้มีคางเอียงได้เหมือนกัน

บทสรุป

เสริมคางบวมมาก ปกติแล้วอาการบวมมากจากการทำศัลยกรรมเสริมคางมักไม่ค่อยเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดมักจะบวมนิดหน่อยจากแผลผ่าตัดซึ่งจะหายเองได้ภายในเวลา 1 สัปดาห์ หากมีอาการที่บวมมากท่านต้องรีบปรึกษาแพทย์เนื่องจากอาจเกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้ ก่อนที่จะเข้ารับบริการเสริมคางท่านควรศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนเข้ารับบริการ

ประสบการณ์เสริมคาง ก่อนทำและหลังทำ ที่คุณต้องรู้

การเสริมคาง เป็นการปรับรูปหน้าให้เข้ารูปเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้ที่เข้ารับบริการ แต่ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการท่านต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยอาจศึกษาจากผู้เคยผ่านประสบการณ์เสริมคาง ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด

การเสริมคางมีกี่รูปแบบ

ปัจจุบันนี้การเสริมคางตามคลินิกหรือโรงพยาบาลทั่วไป จะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

  • วิธีฉีดไขมันที่คาง หรือใช้สาร Filler วิธีนี้จะถาวร เนื่องจากไขมันและ Filler จะค่อย ๆ สลายไปภายใน 3 – 5 ปี
  • วิธีเสริมคางด้วยซิลิโคน โดยจะเป็นการผ่าตัดเล็ก และการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
  • การเสริมคางจากด้านในช่องปาก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในช่องปาก บริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง โดยมีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ

หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย วิธีนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) แต่หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากน้ำลายหรือเศษอาหาร

  • การเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก
    การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอกช่องปาก เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โดยแพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้แม่นยำ ชัดเจน รวมถึงยังสามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้

เป็นการลดโอกาสในการบิดเบี้ยวเอียงได้ดีขึ้น การเสริมคางแบบแผลนอกปากจะมีข้อดี คือ ดูแลค่อนข้างง่าย แผลมีขนาดเล็ก บวมน้อย พักฟื้นไม่นาน ซึ่งการเสริมคางแบบเปิดแผลภายนอก อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-3 เดือนกว่ารอยแผลเป็นจะหายเอง

ประสบการณ์เสริมคาง ทำที่ไหนดี

การเสริมคางเหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคางเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวเป็นใบหน้ารูปไข่ และผู้ที่มีใบหน้ากลม หรือมีสัดส่วนของใบหน้าไม่ได้สัดส่วน มีโครงหน้าส่วนบน เช่นหน้าผากหรือโหนกแก้มยื่นออกมา ซึ่งการเสริมคางจะทำให้รูปหน้ามีมิติมากยิ่งขึ้น

ก่อนทำการเสริมคาง ท่านควรรู้อะไร

  • เลือกคลินิกเสริมคางไหนดี

ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเสริมคาง ท่านควรจะเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำอยู่ ซึ่งควรเลือกไว้สัก 2 – 3 ที่ แล้วเข้าไปขอคำแนะนำ ปรึกษาพร้อมกับดูผลงานของแพทย์ประกอบการตัดสินใจ

  • อายุที่สามารถเสริมคางได้

ช่วงอายุที่เหมาะกับการเสริมคาง คืออายุ 18 ปีขึ้นไป เพราะช่วงวัยนี้ถือเป็นวัยที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

  • เลือกเสริมคางให้พอดีกับหน้า

การเสริมคางที่ใหญ่เกินไปหรือมีขนาดที่ไม่เหมาะกับใบหน้าจะส่งผลกระทบต่อผิวหนังและกระดูกคางในอนาคตได้ ซึ่งการเสริมคางที่ให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ ท่านจะต้องทำให้เหมาะกับขนาดของใบหน้า

  • วัสดุที่ใช้เสริมคางมีอะไรบ้าง

วัสดุที่ใช้เสริมคางมีทั้งแบบซิลิโคนแท่ง และแบบฉีดไขมันหรือสารเสริมคาง  วิธีการเสริมด้วยซิลิโคนแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมจากด้านในช่องปากและการศัลยกรรมจากด้านนอกช่องปาก ส่วนวิธีฉีด เป็นการนำสาร Filler ที่เป็นของเหลวมาฉีดเสริมเข้าที่คาง แต่ปัจจุบันนี้การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์มากกว่า

  • การเตรียมความพร้อมก่อนเสริมคาง

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง 2 สัปดาห์ให้ท่านหยุดยาประเภทสเตียรอยด์ และอาหารเสริม เช่น วิตามิน น้ำมันตับปลา และท่านจะต้องแปรงฟันเพื่อทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  • แผลผ่าตัดนานเท่าไหร่ถึงจะหาย

หลังจากผ่าตัดแผลจะมีอาการบวมอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ และจะเริ่มเข้าที่และหายเป็นปกติประมาณ 1 – 2 เดือน

  • การดูแลตัวเองหลังการเสริมคาง
  • หลังจากผ่าตัดมาตอนแรกแผลอาจบวมได้ ก็ให้ท่านทำการประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ไม่ควรให้คางได้รับการกระทบกระเทือน เวลานอนก็ให้นอนหงายและหนุนหมอนสูงๆ รวมถึงงดรับประทานอาหารรสจัด อาหารแสลง หลังจากทานอาหารเสร็จก็ให้บ้วนปากทุกครั้งทุกครั้ง เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ที่สำคัญต้องทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ก็จะทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ทำใจรับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น

ผู้เข้ารับการเสริมคางบางเคสอาจเกิดการผิดพลาดขึ้นได้ หรือมีผลข้างเคียง ก็ควรจะทำความเข้าใจและยอมรับผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นอาการอักเสบจากแผลผ่าตัดหรือติดเชื้อ ควรจะรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

บทสรุป

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการผ่าตัดเสริมคางท่านควรที่จะต้องศึกษาหารีวิวจากผู้มีประสบการณ์เสริมคาง มาก่อน ทั้งนี้เพื่อลดความกังวลและเพื่อความปลอดภัย ซึ่งท่านสามารถหาดูได้จากเพจของสถาบันเสริมความงามที่จะทำออกมาให้ท่านได้อ่าน เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่เคยเข้าใช้บริการ

เสริมคางอันตรายไหม แบบไหนที่ควรทำ ทรงไหนเหมาะกับคุณ

สาว ๆ ที่มีรูปหน้ากลม รูปหน้าเหลี่ยม ต่างก็อยากที่จะมีใบหน้าที่เรียวยาว เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับตนเอง จึงต้องมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรูปหน้าที่เรียวยาว ด้วยการเสริมคางที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งการเสริมคางนั้นสามารถปรับโครงหน้าให้เปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีความกังวลว่าหากเสริมคางอันตรายไหม ซึ่งก่อนเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด

ใครควรเสริมคาง

การเสริมคางนั้นสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม การเสริมคางสามารถเข้าแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ การเสริมคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ v shape นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

โดยที่หากผู้ชายต้องการที่จะเสริมคางนั้นส่วนใหญ่แล้วนิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน ซึ่งต่างจากการเสริมคางผู้หญิงที่นิยมทำให้ใบหน้าดูเรียว ยาวขึ้น หน้าดูหวานละมุน

ทรงคางที่นิยมทำ มีแบบไหนบ้าง

คางทรงปลาย v shape คางทรงนี้จะช่วยยืดกรอบหน้าให้ดูสมส่วน เพิ่มความยาวของใบหน้าให้ดูเล็กเรียว ทำให้ใบหน้าดูมีสไตล์เปรี้ยว เฉี่ยว มั่นใจในตัวเอง เหมาะกับคนที่กรามไม่ชัด และมีใบหน้าเล็ก

คางทรงวีมน  เหมาะกับผู้หญิง คนที่มีแก้ม หรือโหนกแก้ม เพราะทรงนี้จะช่วยให้ปลายคางเฉียงลงมา 45 องศา ไม่แหลมมากจนเกินไป ช่วยให้หน้าหวาน ดูละมุนยิ่งขึ้น ลดความแข็งของใบหน้าลง

ก่อนที่ท่านจะเข้ารับบริการเสริมคาง ท่านควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนว่าโครงหน้าของคุณเหมาะกับทรงคางแบบไหน เหมาะกับซิลิโคนแบบใด และเกรดใด ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจที่จะเสริมคาง

เกรดของซิลิโคนคาง มีทั้งหมด 3 เกรด ดังนี้

  • ซิลิโคนคางเกาหลี ซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มมากกว่า เมื่อเสริมเข้าไปคางจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีส่วนช่วยให้คางดูงอนมาด้านหน้ามากกว่าซิลิโคนเกรดอื่น ในการเลือกใช้ซิลิโคนคางเกาหลีนี้ต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น โครงคางตามธรรมชาติ หรือเนื้อคางที่มีอยู่เดิม
  • ซิลิโคนคางอเมริกาซิลิโคนชนิดนี้มีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ช่วยให้กรอบหน้าชัด V – Shape ยิ่งขึ้น นิยมใช้มากที่สุดเพราะค่า ความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูง มีความปลอดภัยมากกว่าในระยะยาว
  • ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูปเหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว ซึ่งมีข้อจำกัดในการใช้มากกว่า เนื้อซิลิโคนมีความนิ่มน้อย แข็งอยู่ทรง เนื้อซิลิโคนเป็นรูปร่าง สำเร็จ เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมคางให้ดูเรียวยาว มีข้อจำกัดในการใช้มากกว่าซิลิโคน

เสริมคางอันตรายไหม สิ่งที่คุณต้องรู้

เสริมคางมีกี่แบบ

เสริมคางมี 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • การฉีด

การฉีดคางนั้นจะฉีดด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งเมื่อฉีดเสร็จแล้วจะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและฟิลเลอร์สามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี  แล้วแต่บุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  • การผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน ให้ผลลัพธ์ที่ถาวร สามารถจัดรูปทรงได้ โดยแพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการ และความเหมาะสมซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

การเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง ประมาณ 1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของบุคคล

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่ายและแม่นยำ
  • แผลมีขนาดเล็กการดูแลจึงง่ายต่อการรักษาและแผลหายเร็ว
  • เคสที่เนื้อคางห้อยย้อย สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้
  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จากเศษอาหารและน้ำลายในช่องปาก
  • แพทย์จะเย็บล็อคซิลิโคน ป้องกันการเบี้ยวเอียงได้
  • ถ้าต้องขูดฟิลเลอร์ ควรใช้เทคนิคแก้คางแผลนอก ขูดสารเหลวได้เกลี้ยงกว่า

การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หรือแล้วแต่ขนาดของซิลิโคน จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

  • เหมาะกับคนที่มีแผลเป็นนูนง่าย ไม่ทำให้เห็นแผลเป็นภายนอกที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด
  • นิยมในแพทย์ – ทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

ข้อควรระวัง ในการเสริมคาง

  • ระมัดระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง
  • การดูแลทำความสะอาดเพื่อลดภาวะติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • ระมัดระวังเรื่องของเศษอาหารตกค้างในช่องปาก

บทสรุป

เสริมคางอันตรายไหม การเสริมคางจะไม่เกิดอันตรายหากท่านเลือกคลินิกเสริมคางที่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดี รวมถึงแพทย์ ที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน  เครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย ผ่านการฆ่าเชื้อทุกกระบวนการ จึงหมดกังวลเรื่องผลข้างเคียง และอันตรายไปได้เลย

เสริมคาง ทะลุ ต้องแก้ไขยังไง เลือกโรงพยาบาลหรือคลินิคแบบไหนดี

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรูปหน้ากลมหรือเหลี่ยม สามารถทำให้มีรูปหน้าเรียวคมแบบ v shape ได้ ปัจจุบันนี้ได้มีการทำศัลยกรรมเสริมคางเพื่อให้รูปหน้าดูมีมิติมากขึ้น ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการจะต้องหาข้อมูลเบื้องต้นให้ละเอียด หากท่านไม่ศึกษาให้ละเอียดอาจเกิดปัญหาในการเสริมคาง ทะลุ ขึ้นได้

ควรเสริมคางเมื่อไหร่ดี

ควรทำเมื่อมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาอายุที่เหมาะสม เนื่องจากร่างกายมีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

วิธีเลือกคลินิกและโรงพยาบาลเพื่อศัลยกรรม

ควรเลือกสถานบริการที่เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้มาตรฐานรับรองจากแพทยสภา มีใบรับรองจากกระทรวงสาธารณะสุข ต้องมีศัลยแพทย์ที่ได้รับการอบรมเป็นอย่างดี มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ สามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้นในการทำศัลยกรรมนั้น ๆ

ทำไมต้องเลือกขนาดของคางให้เหมาะสมกับใบหน้า

เหตุผลคือ ถ้าคุณเสริมคางแล้วมีลักษณะแหลมยาวผิดปกติ ดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติ คุณก็คงรู้สึกไม่ชอบ นั้นคือเหตุผลที่ควรเลือกขนาดให้เหมาะกับใบหน้าเดิม เพื่อความสวยงาม การเสริมคางด้วยขนาดที่ไม่เหมาะสม นอกจากจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ยังส่งผลต่อกระดูกคางและผิวหนังด้วย

การเสริมคางมีความเสี่ยงต่อการทะลุ ซึ่งเกิดจากการที่เลือกซิลิโคนที่มีขนาดไม่พอดีกับโครงหน้า แต่ความเสี่ยงที่คางจะทะลุมีน้อยมาก เนื่องจากว่าเนื้อคางจะมีความหนา ซึ่งถ้าเทียบกับการทำจมูก โอกาสที่จมูกจะทะลุจะมีมากกว่าคาง แต่ท่านก็ควรที่จะทราบอาการเฝ้าระวังความเสี่ยงตรงนี้ไว้ เนื่องจากว่าการที่ซิลิโคนจะทะลุนั้นจะไม่ได้เกิดขึ้นแบบในทันทีทันใด

การที่คางจะทะลุนั้นจะมีอาการเตือนก่อน ซึ่งหากแก้ไขได้ทันเวลาก็จะไม่เกิดอันตรายใด ๆ ทำให้เกิดการผิดรูปและหากไม่รีบมาแก้ไขจนเกิดการทะลุไปแล้ว โอกาสแก้ไขให้กลับสู่สภาพเดิม ๆ ทำได้ยากมาก ๆ

เสริมคาง ทะลุ ต้องรักษา แก้ไขยังไง

อาการที่บ่งบอกว่าคางอาจจะทะลุ
  • ในช่วงเดือนแรกหากซิลิโคนใหญ่เกินไป มักจะมีอาการแดงที่ปลายคางและมักมีอาการปวดร่วมด้วย ซึ่งตรงนี้อาจจะแยกได้ยากสักหน่อย เนื่องจากอาการติดเชื้อก็จะมีอาการปวดเหมือนกัน ดังนั้นควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจจะดีที่สุด

การแก้ไขถ้าเสี่ยงต่อการทะลุภายในเดือนแรก แพทย์จะทำการถอดซิลิโคนพัก เพราะโอกาสเย็บแผลให้ติดแข็งแรง ทำได้ยาก หรือถ้าสามารถถอดซิลิโคนมาลดขนาดและเย็บแผลปิดได้ ก็ไม่ต้องถอดพัก แต่ท่านต้องเฝ้าระวังดูแลแผลเป็นอย่างดีอย่าให้มีแผลแยก

  • อาจมีอาการเสียว หรือรู้สึกตึง ๆ ที่ปลายคาง โดยที่อาการนี้มักจะพบได้ในช่วงหลังผ่าตัดไปแล้ว 1 เดือนขึ้นไป ซึ่งเป็นอาการที่บ่งบอกซิลิโคนใหญ่เกินไป เนื่องจากว่าหากพ้นในช่วง 1 เดือนแรกไปแล้วอาการบวมลดลงมากแล้ว

การแก้ไข แพทย์จะทำการประเมินว่ามีความเสี่ยงมากหรือไม่ที่คางจะทะลุ อาจจะต้องรอดูอาการ 1 – 2 สัปดาห์ แล้วจึงนัดมาแก้ไขลดขนาดซิลิโคน หากมีความเสี่ยงมากอาจจะต้องรีบทำการผ่าตัดลดขนาดซิลิโคนได้เลยทันที

  • หากมีผิวหนังตึงบริเวณคาง ลอกเป็นขุย หรือบางลงเรื่อย ๆ จนเริ่มในเกือบเห็นซิลิโคน อาจเป็นอาการเตือนว่ามีความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะทะลุมากขึ้น ท่านจะต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนเพื่อผ่ตัดลดขนาดซิลิโคน รอช้าไม่ได้เพราะโอกาสซิลิโคนจะทะลุมีมากในไม่ช้า
  • หากเริ่มมองเห็นเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ บริเวณที่เสี่ยงต่อการทะลุ และขนาดของสิวนั้นเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ อาการเช่นนี้มักพบได้กับซิลิโคนที่แหลมมาก ๆหรือมีผิวขรุขระเป็นเหลี่ยม ๆ หรือตึงมาก ๆ ต่อเนื่องจากอาการผิวหนังบางใสจะทะลุ ถ้ามีอาการคล้าย ๆ สิวเช่นนี้ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าเป็นอาการเตือนครั้งสุดท้ายก่อนที่จะทะลุ

แนะนำให้ท่านเข้าพบแพทย์ทันทีเพื่อผ่าตัดแก้ไขโดยด่วน ถ้าโชคดี ก็อาจลดขนาดลงได้ แต่โอกาสที่ต้องถอดซิลิโคนพักมีสูง เพราะ เนื้อเยื่อบางส่วนเหมือนจะทะลุแล้ว โอกาสติดเชื้อก็จะมีมากขึ้นไปด้วย

  • ปกติแล้วแผลจะแข็งแรงเต็มที่ประมาณ 1 เดือน หลังจากการผ่าตัดและจะแข็งแรงมากที่สุดประมาณ 3 เดือน หากพบแผลผ่าตัดแยกซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อย ๆ เกิดจากการที่ตัดไหมเร็วเกินไปแผลยังไม่แข็งแรงหรือใช้ไหมละลายแล้วไหมหลุดก่อนหรือทำแผลรุนแรงเกินไป ดังนั้นท่านควรจะเฝ้าระวังเรื่องแผล และคอยสังเกตว่าไม่มีแผลแยกออกจากกัน หรือมีเห็นซิลิโคน

หากแผลเกิดแยกออกให้ท่านรีบพบแพทย์ทันที ซึ่งถ้าไปพบแพทย์เร็ว อาจเย็บซ่อมแผลได้ แต่ถ้าแผลเริ่มแยกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถเย็บปิดได้ ก็จำเป็นต้องถอดซิลิโคนพักเนื้อให้หายดีก่อน 2 – 3 เดือน

บทสรุป

การผ่าตัดเสริมคางนั้นใคร ๆ ก็อยากมีคางที่สวยงาม ดังนั้นเมื่อทำการผ่าตัดเสร็จแล้วท่านต้องเฝ้าระวังในเรื่องของแผลและซิลิโคนให้ดี หากเกิดอาการที่มีความเสี่ยงต่อการเสริมคางทะลุ ท่านต้องรีบเข้าพบแพทย์โดยเร็วทั้งนี้เพื่อแพทย์จะได้พิจารณาในด้านการรักษา ดังนั้นก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเข้าใช้บริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

เสริมคางเบี้ยว มีวิธีการแก้ไขอย่างไรบ้าง

สาว ๆ ที่ตัดสินใจเสริมคาง ย่อมต้องการผลลัพธ์ที่ดีอย่างมากที่สุด เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงตามความต้องการมากที่สุด หากสาว ๆ เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้น เช่น เสริมคางเบี้ยว ย่อมต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเสริมคางของคุณมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว เกิดจากอะไร

การเสริมคางด้วยซิลิโคนแล้วมีปัญหาคางยื่นหรือเบี้ยวเอียงผิดรูป อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากขั้นตอนการผ่าตัดโดยแพทย์และจากตัวคนไข้เอง ซึ่งสาเหตุที่เราพบบ่อย ๆ ได้แก่

  1. แพทย์เหลาซิลิโคนที่ใช้เสริมคางไม่เท่ากัน ทำให้เมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้วคางดูเบี้ยวเอียง
  2. แพทย์ผ่าตัดเลาะช่องว่างเหนือกระดูกคางเดิมไม่เท่ากันหรือไม่พอดี ทำให้จัดวางซิลิโคนได้ไม่ตรงตำแหน่ง จนคางดูยื่นหรือเบี้ยวผิดสัดส่วน
  3. คนไข้ดูแลตัวเองหลังเสริมคางไม่ดี จนทำให้คางอักเสบติดเชื้อ
  4. คางถูกกระแทกอย่างแรง หรือคนไข้ชอบนั่งเท้าคาง ทำให้ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมได้
  5. คนไข้เคยฉีดคางด้วยฟิลเลอร์คุณภาพต่ำ หรือฟิลเลอร์ปลอม หากฟิลเลอร์สลายตัวได้ไม่หมดก็จะทำให้คางบิดเบี้ยวผิดรูปได้

เมื่อเสริมคางแล้วยื่น เบี้ยว จะแก้ไขได้อย่างไร

หากข้องใจว่าคางของเราที่เสริมมานั้นเบี้ยวเอียงหรือเปล่า ให้รอดูหลังศัลยกรรมประมาณ 1 – 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่แผลผ่าตัดยุบและหายดีแล้ว จึงจะเห็นได้ชัดเจนว่าคางมีปัญหายื่น เบี้ยว จริงหรือไม่ และถ้ารูปทรงคางที่ได้มาไม่สวย ไม่ปัง จนบั่นทอนความมั่นใจ ก็สามารถกลับไปหาคุณหมอที่คลินิกเพื่อแก้ไขใหม่ได้ ในการแก้ไข คุณหมอจะผ่าตัดเพื่อเลื่อนตำแหน่งซิลิโคนที่เบี้ยวเอียงให้เข้าที่ หรือเอาซิลิโคนของเดิมออก แล้วใส่อันใหม่ที่พอดีกว่าเข้าไป โดยขั้นตอนการผ่าตัดแก้คาง รวมถึงการเตรียมตัวก่อนผ่า ก็เหมือนกับการเสริมคางครั้งแรกทุกอย่าง ซึ่งจะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง และคุณหมอจะนัดมาตัดไหมในอีก 5 – 7 วันหลังจากวันผ่าตัด โดยในระหว่างพักฟื้นคนไข้ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการศัลยกรรม รวมถึงระมัดระวังไม่ให้ใบหน้าถูกกระทบกระเทือนจนคางเบี้ยว แล้วต้องกลับมาแก้ซ้ำอีกรอบด้วย

เสริมคางเบี้ยว ต้องแก้ไขยังไง

ทำอย่างไรไม่ให้เสริมคางแล้วเบี้ยว เอียง

  1. ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางต้องเหลาให้เท่ากัน และมีขนาดพอดีกับรูปคางของคนไข้ ในปัจจุบันหลายคลินิกจึงเลือกใช้ซิลิโคนแบบสำเร็จรูปที่เราสามารถเลือกขนาดและรูปทรงที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องเอามาเหลาเองก่อนเสริม ซึ่งช่วยลดปัญหาคางเบี้ยวเอียงไปได้มากทีเดียว
  2. ในการผ่าตัดแพทย์อาจใช้เทคนิค Fix ซิลิโคน เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมหลังเสริมเข้าไปแล้ว โดยแพทย์อาจใช้วิธีเย็บซิลิโคนให้ติดกับเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือยึดซิลิโคนด้วยสกรูไทเทเนียม ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดแต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ ด้วย
  3. หลังการผ่าตัด คนไข้ควรดูแลแผลให้ดีเพื่อไม่ให้คางอักเสบติดเชื้อ อีกทั้งต้องระวังไม่ให้คางถูกกระแทก และหลีกเลี่ยงการนั่งเท้าคาง เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเลื่อน
  4. ไม่ควรฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ปลอมหรือสารเหลวที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะมีโอกาสที่จะทำให้คางเบี้ยวผิดรูป แถมยังอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ด้วย

มีผลข้างเคียง อันตรายหรือไม่

การเลือกสถานที่ คลินิกเสริมคาง เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ไม่ใช่เสริมคางที่ไหนก็ได้ ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี รวมถึงคุณหมอ ที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน  เครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย ผ่านการฆ่าเชื้อทุกกระบวนการ จึงหมดกังวลเรื่องผลข้างเคียง และอันตรายไปได้เลย

เสริมคางเจ็บไหม

การเสริมคาง เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก ที่ทำการผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชา ดังนั้น ความรู้สึกเจ็บ จะมีแค่ตอนฉีดยาชาเท่านั้น หลังยาชาออกฤทธิ์ ระหว่างที่ผ่าตัด จนเสร็จ คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ แต่หลังยาชาหมดฤทธิ์ อาจจะมีอาการตึง หรือรู้เจ็บบ้างเล็กน้อย ซึ่งสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ รวมถึงมีการประคบเย็น เพื่อลดปวดและลดบวม หลังผ่าตัดเสร็จ สามารถเดินทางกลับบ้านพักฟื้นได้ โดยไม่ต้องพักฟื้นที่คลินิก

มีแผลเป็นหรือไม่

แผลเป็นขึ้นกับบุคคล บางรายอาจจะมีสภาพผิวที่ส่งผลต่อการเกิดแผลคีรอยด์ได้ง่าย ๆ แต่น้อยมาก ๆ ที่จะเกิดแผลเป็น เพราะขนาดของแผลมีขนาดเล็กมาก ๆ รอยแผลจะค่อย ๆ จากไป ประมาณ 1-3 เดือน กรณีคนที่เป็นแผลเป็นง่าย การดูแลหลังทำ เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ต้องหมั่นทายา ทารอยอย่างสม่ำเสมอทุกเช้า – เย็น

เสริมคางกินอะไรได้บ้าง อาหารแบบไหน ที่เหมาะสมมากที่สุด

สาวควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนหลังจากเสริมคางกินอะไรได้บ้างเพื่อไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงที่อาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ตรงตามความต้องการได้จึงถือว่าเป็นรายละเอียดที่สามารถปฏิบัติได้อย่างง่ายดายเชื่อว่าสาวต้องให้ความสำคัญในการปฏิบัติตัวอย่างแน่นอนเพื่อให้การเสริมคางของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แนวปฏิบัติตัวหลังเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคาง

  1. หลังเข้ารับการผ่าตัดเสร็จให้เริ่มประคบเย็นทันทีเป็นระยะเวลาประมาณ48ชั่วโมงโดยอาจจะใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดสัก3ผืนไปแช่ช่องแข็งจากนั้นก็ให้นำมาประคบสลับกันอย่างต่อเนื่อง
  2. พยายามหลีกเลี่ยงการกดแรง ตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่
  3. หากพ้นระยะ48ชั่วโมงแล้ว ให้ปล่อยไว้เฉยไม่ควรที่ประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้น
  4. นอกจากนี้แล้วภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากการผ่าตัดให้นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ เพื่อลดอาการบวม เพราะสิ่งที่สำคัญควรรู้เอาไว้ว่าอาการบวม จะมีมากในช่วงของ3-4วันแรกเป็นอาการปกติ
  5. การเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง จะผ่าจากด้านในปากดังนั้นจึงทำให้มีแผลในปาก เพราะฉะนั้นแล้วจึงเป็นเหตุผล ให้ว่าคนที่ทำจะต้องพยายามหลีกเลี่ยง การทานอาหารรสจัดอาหารร้อนของหมักดอง อาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก
  6. ทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำยา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบหรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง
  7. จากนั้นก็ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่าอีก 1 ครั้ง
  8. ภายในช่วง 3-4 วันแรกที่สำคัญห้ามใช้ลิ้นดุนไหม ในปากเล่นเด็ดขาด
  9. ให้ทานยาตามที่แพทย์สั่ง ให้หมดอย่าซื้อยามาทานเพิ่มเองเป็นอันขาดยาที่สามารถได้ คือยาแก้ปวดลดบวมยาฆ่าเชื้อ ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการทานยาแก้อักเสบCloxacillineก็ให้ทำการหยุดยาหรือใช้Amoxicilline500mgทาน1เม็ดหลังอาหาร4เวลา(เช้ากลางวันเย็นก่อนนอน)ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและจะสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ หากมีอาการผิดปกติจากการทานยา และอย่าลืมแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีอาการแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัว
  10. ในวัน4หลังเข้ารับการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออกได้ด้วยการนำน้ำอุ่นมาช่วยในการลูบเบา ๆ ให้พลาสเตอร์ค่อยลอกออก
  11. ที่สำคัญที่สุดและอย่าลืมสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ที่เราเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคางจะให้คำตอบได้ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้ศัลยกรรมมากที่สุดและควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้คางของเราสวยไม่มีปัญหาใด

เสริมคางกินอะไรได้บ้าง ทำให้หายบวม

อาหารแบบไหนจะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังการศัลยกรรม

1.น้ำ

ถึงแม้ว่าน้ำจะไม่จัดเป็นสารอาหารแต่น้ำเป็นองค์ประกอบหลักของร่างกายที่สำคัญน้ำเป็นกลไกสำคัญต่อการสมานแผลเมื่อร่างกายมีความชุ่มชื้นเซลล์ผิวหนังก็จะสามารถเคลื่อนที่จากขอบแผลมาปิดคลุมบาดแผลได้ดีซึ่งถ้าหากร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำก็จะยิ่งทำให้เซลล์ผิวหนังตายและเพิ่มความเจ็บปวดได้ดังนั้นควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8-10แก้วให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นนั่นเอง

2.โปรตีน

หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่ากินเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อนมไข่แล้วจะทำให้แผลหายช้าขอบอกเลยว่าไม่จริง!เพราะสารอาหารประเภทโปรตีนมีประโยชน์ในการสร้างเนื้อเยื่อและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายอีกทั้งยังทำให้เซลล์ประสานตัวเป็นเนื้อเดียวกันช่วยให้ผิวหนังที่สร้างขึ้นใหม่มีความแข็งแรงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลติดเชื้อได้อีกด้วยหลังการผ่าตัดหรือศัลยกรรมร่างกายควรได้รับโปรตีนให้ได้อย่างน้อยหนึ่งเท่าตัวซึ่งเราสามารถเลือกกินโปรตีนจากเนื้อปลาไข่โยเกิร์ตธัญพืชและถั่วต่างได้

3.ธาตุเหล็กและสังกะสี

เพราะเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสมานแผลได้ดีช่วยสังเคราะห์โปรตีนและคอลลาเจนแถมยังช่วยผลิตเซลล์ผิวใหม่และช่วยสมานบาดแผลได้อีกด้วยหากอยากฟื้นตัวได้เร็วขึ้นควรกินธาตุเหล่านี้อย่างน้อยวันละ15มิลลิกรัมซึ่งพบได้ในอาหารจำพวกปลาไข่อาหารทะเลผักใบเขียวและถั่วเหลืองเป็นต้น

4.ไขมันดี

นอกจากจะให้พลังงานสูงแล้วยังช่วยสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานในการสร้างและซ่อมแซมเยื้อหุ้มเซลล์ได้อีกแถมยังมีส่วนช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้นซึ่งไขมันดีนั้นพบได้ในน้ำมันมะกอกน้ำมันรำข้าวน้ำมันถั่วลิสงน้ำมันถั่วเหลืองน้ำมันงาหรืออาหารจำพวกถั่วเปลือกแข็งเช่นอัลมอนด์เม็ดมะม่วงหิมพานต์ถั่วลิสง

5.วิตามินซี

เรียกได้ว่าเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากเลยทีเดียวเพราะนอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแล้วยังเป็นสารที่ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงช่วยเรื่องความแข็งแรงของผนังหลอดเลือดทำให้บาดแผลสมานตัวได้เร็วขึ้นลดอาการบวมช้ำอักเสบโดยเราสามารถกินวิตามินซีได้จากผักผลไม้เช่นส้มฝรั่งมะละกอกีวีบร็อกโคลีซึ่งในการพักฟื้นรักษาตัวนั้นร่างกายควรได้รับวิตามินซีไม่น้อยไปกว่าวันละ100-200มิลลิกรัม

เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้ มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ที่ควรรู้

การดูแลตนเองหลังเข้ารับการเสริมคางนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นตรงตามความต้องการมากที่สุด ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจากวิธีปฏิบัติตัวของเรานั่นเอง จึงต้องศึกษาหาข้อมูลเพื่อใช้ในการดูแลตนเองเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด หลายคนเกิดคำถามว่า เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้ เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเพื่อประโยชน์กับตัวเราและผลลัพธ์ที่ออกมา พึงพอใจมากที่สุด

การเสริมคาง เป็นวิธีที่ช่วยปรับปรุงและแก้ไขรูปหน้า เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม ตามต้องการ นิยมทำในผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางเบี้ยว คางเหลี่ยม ปัจจุบันการเสริมการมีวิธีการหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล และการเสริมคาง ก็มิใช่จะทำที่ไหน หรือแพทย์ท่านใดก็ได้ การเสริมคางจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์สูง รวมถึงทำโรงพยาบาลหรือสถาบันศัลยกรรมที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

ข้อปฏิบัติหลังจากทำศัลยกรรมปรับรูปหน้า

การศัลยกรรมปรับรูปหน้ามีหลายประเภท มีทั้งศัลยกรรมขนาดเล็กและขนาดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่แล้วการศัลยกรรมปรับรูปหน้า นั้นมักจะเป็นการเปิดแผลภายในปากเพื่อจุดประสงค์ของการซ่อนบาดแผล แล้วเสริมด้วยซิลิโคน หรือบางกรณีก็กรอเอาเนื้อกระดูกออก แต่ไม่ว่าจะเซาะร่องปากขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ย่อมกระทบกับช่องปากโดยรวมอยู่ดี จึงมักจะต้องดูแลภายในปากเป็นพิเศษ

  1. หลังผ่าตัด ศัลยกรรมปรับรูปหน้าต้องงดรับประทานอาหารในช่วง 3-4 วันหลังจากศัลยกรรม โดยในช่วงเวลาดังกล่าวให้ดื่มแต่เครื่องดื่มที่ไม่มีกากใยเท่านั้น เพื่อไม่ให้เศษอาหารติดภายในปากซึ่งยากต่อการทำความสะอาดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  2. หมั่นบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าทุกชั่วโมง และบ้วนด้วยน้ำยาที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ทุก 2 ชั่วโมง ระวังเรื่องการกลั้วน้ำยา ควรอมไว้อย่างน้อย 1 นาทีเพื่อให้ฆ่าเชื้อได้อย่างหมดจด
  3. ผู้ที่การศัลยกรรมปรับรูปหน้าต้องเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันขนาดเล็ก เพราะในช่วงแรกเราจะอ้าปากไม่สะดวก อีกทั้งเพื่อไม่ให้กระทบกับบาดแผลภายในปากมากนัก
  4. เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้ ควรงดเว้นการแต่งหน้าล้างหน้า รวมถึงสระผมด้วยให้ทำความสะอาดด้วยการเช็ดหน้าเบา เพื่อไม่ให้แผลโดนน้ำ หลังจากเอาเทปออกและเห็นว่าแผลสมานกันดีแล้วจึงจะเริ่มล้างหน้าได้ตามปกติ
  5. ถ้าการศัลยกรรมปรับรูปหน้าแบบใดที่ต้องใช้ผ้ารัดหน้าเพื่อประคองรูปหน้าให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยใช้ผ้ารัดหน้าให้คงที่ วันละ 4-6 ชั่วโมง เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง
  6. 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดปรับรูปหน้า ไม่นอนคว่ำควรนอนให้หน้าสูงกว่าหัวใจหรือนอนในท่านั่ง (นั่งหลับ)จะช่วยลดบวมได้เร็วขึ้น
  7. งดเว้นการแช่น้ำหรืออบซาวน่าอย่างเด็ดขาด
  8. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัดศัลยกรรมปรับรูปหน้า

แนะนำ เสริมคางกี่วันล้างหน้าได้

ข้อควรระวังหลังศัลยกรรมปรับรูปหน้าในช่วง 1 เดือน

  1. ไม่อ้าปากกว้าง ๆ เป็นระยะเวลา 1 เดือน เพื่อรอให้การปรับรูปหน้าเข้าที่อย่างสมบูรณ์
  2. ต้องมีการควบคุมเรื่องการรับประทานอาหารเลี่ยงการทานอาหารแข็ง ๆ ที่ต้องมีการบดเคี้ยว ควรทานแต่อาหารอ่อน ๆ ประเภทโจ๊ก หรือ โยเกิร์ต
  3. 1-3 วันแรกของการศัลยกรรมปรับรูปหน้า ให้ประคบเย็นเพื่อลดการกระจายตัวของเลือดที่เสีย แต่หลังจากนั้นต้องมีการประคบอุ่นบริเวณใบหน้าอย่างต่อเนื่อง 1 เดือน และควรมีการเช็คเรื่องอุณหภูมิด้วย เพราะประสาทสัมผัสบนใบหน้ายังตอบรับเรื่องอุณหภูมิได้ไม่สมบูรณ์ดี
  4. หลังศัลยกรรมปรับรูปหน้าให้งดเว้นการออกกำลังกาย 1 เดือนเป็นต้นไป หรือให้การออกกำลังกายเบา ๆเช่น การเดินบริหาร

การศัลยกรรมปรับรูปหน้าสามารถให้ผลตามต้องการได้ หากรู้จักดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม ต้องปฏิบัติตตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเท่านั้น แต่สำหรับใครที่กลัวการศัลยกรรมและกังวลกับการดูแลหลังผ่าตัด เพราะกลัวว่าจะพลาดไปจนทำให้เกิดแผลติดเชื้อซึ่งอันตรายมาก คุณสามารถขอคำปรึกษาจากคลินิกได้ เพราะเรายังมีหลายโปรแกรมที่ช่วยปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมปรับรูปหน้า ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ได้ก็ดีเทียบเท่ากัน ทำให้การดูแลตัวเองง่ายกว่า อีกทั้งราคาถูกกว่าด้วย

เสริมคางนอนตะแคงได้ไหม หลังจากผ่าตัด ต้องพักฟื้นยังไง

วิธีดูแลตนเองหรือวิธีปฏิบัติตัวหลังจากเสริมคางมานั้นถือว่าต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ผลลัพธ์ในการเสริมคางนั้นประสบผลสำเร็จมากที่สุดหากเกิดปัญหาหลังจากเสริมคางขึ้นอาจทำให้คุณได้รับผลกระทบได้อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการแก้ปัญหาต่าง ๆอีกหากคุณไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ถือว่าเป็นสิ่งที่สาว ๆสามารถปฏิบัติได้เพื่อความสวยที่รอเราอยู่ข้างหน้าเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

เสริมคางนอนตะแคงได้หรือไม่

หลายคนเกิดคำถามหลังการเสริมคางว่าเสริมคางนอนตะแคงได้ไหมซึ่งจริง ๆแล้วท่านอนไม่ได้กำหนดตายตัวแต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและควรระวังคือไม่ควรนอนให้กดทับคางเพราะอาจทำให้เกิดอาการเจ็บมากยิ่งขึ้นไม่ควรนั่งเท้าคางหรือนอนคว่ำหน้าฟิลเลอร์คางเป็นตำแหน่งที่ต้องการให้มีความพุ่งสวยจึงควรหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณดังกล่าวการนอนตะแคงถ้าไม่ได้ไปกดทับในตำแหน่งที่ฉีดก็ไม่เป็นอะไรเมื่อฟิลเลอร์กลมกลืนไปกับเนื้อเยื่อปกติของผิวเรามีความคงตัวมากขึ้นไม่เปลี่ยนรูปไม่เสียทรงก็จะสามารถนั่งนอนได้ทุกท่าได้เลย

วิธีปฏิบัติตัวหลังเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคาง

  1. ให้เริ่มประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดประมาณ48ชั่วโมงโดยสามารถใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาด ๆไปแช่ช่องแข็งจากนั้นนำมาประคบอย่างต่อเนื่องหากครบตามเวลาที่กำหนดให้ปล่องไว้เฉย ๆไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้น
  2. พยายามหลีกเลี่ยงการกดแรง ๆ ตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่ ที่อาจเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นได้
  3. ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากการผ่าตัด ให้นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับเพื่อลดอาการบวม เพราะสิ่งที่สำคัญควรรู้เอาไว้ว่า อาการบวมจะมีมากในช่วงของ 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ
  4. พยายามหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง อาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก
  5. ทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำยา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบ หรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง จากนั้นก็ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่า ๆอีก 1 ครั้ง
  6. ภายในช่วง3-4วันแรกที่สำคัญห้ามใช้ลิ้นดุนไหมในปากเล่นเด็ดขาด
  7. ให้ทานยาตามที่แพทย์สั่งให้หมด อย่าซื้อยามาทานเพิ่มเองเป็นอันขาด ยาที่สามารถได้คือยาแก้ปวด ลดบวม ยาฆ่าเชื้อ ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการทานยาแก้อักเสบ Cloxacilline ก็ให้ทำการหยุดยาหรือใช้ Amoxicilline500mg ทาน1เม็ดหลังอาหาร4เวลา(เช้ากลางวันเย็นก่อนนอน) ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วัน และจะสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติจากการทานยาและอย่าลืมแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีอาการแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัว
  8. ในวัน 4 หลังเข้ารับการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออก ได้ด้วยการนำน้ำอุ่น มาช่วยในการลูบเบา ๆ ให้พลาสเตอร์ค่อย ๆ ลอกออก

อย่าลืมสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ ที่เราเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคางจะให้คำตอบได้ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้ศัลยกรรมมากที่สุด และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้คางของเราสวยไม่มีปัญหาใด ๆ มารบกวน

เสริมคางนอนตะแคงได้ไหม แนะนำคนทำศัลยกรรม

ปัญหาที่พบหลังจากเสริมคาง

สาเหตุเกิดจากศัลยแพทย์ สาเหตุจากศัลยแพทย์ ถ้าหากศัลยแพทย์คลินิกที่เราเลือกยังมีความชำนาญไม่มากพอก็อาจจะผ่าตัดเลาะช่องว่างที่จะใส่ซิลิโคนไม่เท่ากัน พอนำซิลิโคนใส่เข้าไปแล้วเกิดความไม่พอดี นำไปสู่อาการคางเบี้ยวคางเอียง ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุที่มีปัจจัยมาจากศัลยแพทย์คือ เหลาซิลิโคนไม่เท่ากัน เมื่อใส่เข้าไปที่คางของเราแล้วย่อมทำให้มีโอกาสที่เกิดการเบี้ยวเอียงนั่นเอง ทางที่ดีควรเลือกคลินิกที่เลือกใช้ซิลิโคนเสริมคางแบบสำเร็จรูป ที่มีการเหลาให้เป็นรูปทรงที่ได้รูปมาให้แล้ว และมีให้เลือกหลายทรง หลายขนาด เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้แต่ละคนได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ก็จะช่วยลดปัญหาการเหลาซิลิโคนไม่เท่ากันได้

สาเหตุจากตัวคนที่เสริมคาง อีกสาเหตุที่อาจส่งผลให้คางเบี้ยวผิดรูปได้ก็คือ เคยฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานและยังสลายตัวไม่หมด รวมถึงเกิดจากการดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมเสริมคางไม่ดีพอหรือไม่เหมาะสม เช่น เอามือเท้าคางบ่อย ๆ คางถูกกระแทกอย่างแรง หรือไม่ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำหลังศัลยกรรมของแพทย์ก็อาจทำให้คางเกิดอาการติดเชื้อได้