เสริมคาง เข้าที่กี่เดือน แล้วสามารถทำได้กี่แบบ

คางเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ หากท่านที่มีรูปหน้ากลม รูปหน้าเหลี่ยม แล้วต้องการที่จะมีรูปหน้าที่มีมิติมากขึ้น ให้รูปหน้าเป็นรูป v shape จึงต้องใช้การทำศัลยกรรมเสริมคางเข้ามาช่วยเติมเต็มเพื่อให้ใบหน้าดูเรียวยาวและคางยื่นออกมาด้านหน้าเล็กน้อยให้รับกับใบหน้า แล้วเสริมคาง เข้าที่กี่เดือน คงเป็นคำถามที่สาว ๆ อยากจะรู้ใช่หรือไม่

การเสริมคางก็เพื่อทำให้หน้าดูยาวขึ้น เรียวขึ้น การเสริมคางถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้า V Shape หรือทำให้คางที่ยื่นหรือยาวเกินไปลดลงได้ ซึ่งก่อนที่คุณจะเข้ารับบริการคุณจะต้องเข้าไปขอรับคำปรึกษากับศัลยแพทย์ก่อนว่า คุณมีความผิดปกติส่วนไหน ซึ่งความผิดปกติที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีดังนี้

  • กระดูกกรามและส่วนอื่นมีความผิดปกติด้วยหรือไม่เช่น ขนาดของกระดูกกรามด้านหลังมีการยื่นหรือยาวผิดปกติหรือไม่ บางครั้งมีปัญหาเรื่องกรามเอียงเกิดขึ้น ก็ควรทำการรักษาก่อนการเสริมคาง มิฉะนั้นอาจจะทำให้กรามเอียงเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้
  • ความเล็ก-ใหญ่ของคางในการเสริมคางนั้นก็ข้อจำกัดเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจะเสริมคางขนาดเท่าใดก็ได้ การเสริมคางขนาดใหญ่เกินไปอาจจะมีปัญหาต่อผิวหนังและกระดูกคางได้ในระยะยาว อีกทั้งผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอาจจะมากขึ้นได้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าการเสริมคางหรือตัดเลื่อนกระดูกคางจะเป็นวิธีการผ่าตัดที่เหมาะกับคุณมากกว่า
  • การสบฟันมีความสำคัญมาก ดังนั้นการรักษาโดยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเลื่อนกรามจึงอาจจะเป็นการรักษาที่ถูกต้องมากกว่าการเสริมคางแค่อย่างเดียว

เสริมคาง เข้าที่กี่เดือน ถึงจะหายขาด

เสริมคาง มีกี่แบบ

วิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลักๆ คือ

  • การฉีด

ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วย Filler และไขมัน วิธีนี้จะไม่อยู่ถาวร ทั้งไขมันและFillerสามารถสลายไปเองในช่วง 2 – 3 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หรือในบางรายอาจจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี

  • การผ่าตัด

การผ่าตัดสามารถเสริมคางได้ด้วยซิลิโคน ซึ่งได้ผลถาวร ซิลิโคนสามารถจัดรูปทรงได้โดยที่แพทย์สามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเสริมคางแผลนอก การเสริมคางแผลใน

  • การเสริมคางแผลนอก

เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางจากด้านนอก โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่
1 – 1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที

  • การเสริมคางแผลใน

เป็นการผ่าตัดเสริมคางแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ประเภทของซิลิโคนที่ใช้เสริมคาง

  • ซิลิโคนขาสั้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเน้นเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวขึ้น และต้องการปรับสัดส่วนบนใบหน้าให้สมบูรณ์มากขึ้น ใบหน้าดูยาวขึ้น จึงควรใช้ซิลิโคนที่มีลักษณะนิ่ม ปานกลาง

  • ซิลิโคนขายาว

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมาก ๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง

การเสริมคางสามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการแก้ไขปัญหาคาง ให้สวยขึ้น คนที่มีใบหน้ากลมอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น

การเสริมคางเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ V Shape ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น การเสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำรูปคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน

บทสรุป

เสริมคาง เข้าที่กี่เดือนการเสริมคางหากเป็นการฉีด Filler เป็นการรักษาที่ไม่ต้องพักฟื้น หลังฉีดจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที ผู้เข้ารับบริการสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และคางจะค่อย ๆ เข้าที่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในเวลาประมาณ
2 – 3 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับบริการท่านควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

เสริมคางบวมมาก อันตรายหรือไม่ รักษายังไงดี

การศัลยกรรมเสริมคางควรรู้อะไรบ้าง

การเสริมคางคือทางออกของผู้ที่มีใบหน้าไม่สมส่วน เช่น มีรูปหน้าสั้น ใบหน้าเหลี่ยม ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ก่อนที่จะตัดสินใจทำศัลยกรรมเสริมคางนั้นท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดว่ามีอะไรบ้าง และมีความเสี่ยงในการที่เมื่อเราเสริมคางบวมมากเกิดขึ้นได้ไหม

ความเสี่ยงในการทำศัลยกรรมเสริมคาง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งการเสริมคางมักจะเกิดอาการชาที่ริมฝีปาก เป็นผลที่มาจากด้านในริมฝีปากล่างมีแผลผ่าตัด ซึ่งอาการชาจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปในที่สุด และอาจจะมีอาการที่เกิดจากการเสริมคางปวดบวมมากเกิดขึ้นได้รอบ ๆ คาง บางรายอาจเกิดอาการชาถาวรซึ่งเกิดความผิดพลาดของแพทย์ที่ให้การรักษา

หลังจากการผ่าตัดท่านต้องระมัดระวังไม่ให้แผลกระทบกระเทือนแรง ๆ เพราะหากมีการกระทบกระเทือนอาจทำให้ซิลิโคนที่เสริมเข้าไปนั้นเคลื่อนจากตำแหน่งที่ทำการผ่าตัดหรืออาจเกิดแผลอักเสบทำให้เกิดอาการบวมมาก ทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายอีกด้วย

ใบหน้าของคนเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือส่วนบนหมายถึงส่วนหน้าผาก ส่วนกลางจึงจะมองตั้งแต่หน้าผากลงมาไปจนถึงจมูกและส่วนล่างคือตั้งแต่จมูกลงไปจนถึงปลายทางสำหรับผู้ที่มีรูปหน้าสัดส่วนทั้ง 3 เข้ากันก็จะทำให้ใบหน้าออกมาดูสวยงาม ส่วนใครที่มีรูปหน้าไม่สมส่วนคงต้องมองหาวิธีที่จะปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนนั่นคือวิธีการเสริมคาง

แล้วใครบ้างที่ควรเสริมคางหรือใครบ้างที่เหมาะที่จะทำศัลยกรรมเสริมคาง การเสริมคางจะเหมาะกับคนที่มีโครงสร้างของฟันกรามและฟันที่มีความแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและต้องเป็นคนที่มีสุขภาพดี เพราะหลังจากทำการเสริมคางจะมีอาการอักเสบและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

เสริมคางบวมมาก ต้องแก้ไขยังไง

ปกติแล้วการเสริมคางจะมี 2 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบการเสริมคาง

  • การเสริมคางโดยไม่ได้ใช้การผ่าตัด (Non-Surgical)
    ทำได้โดยการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปที่บริเวณคาง โดยใช้สารเติมเต็มประเภทฟิลเลอร์ (Filler) ซึ่งจะทำให้คางดูเรียวและยาวขึ้นได้ เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดและไม่อยากพักฟื้น เห็นผลทันที เป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัย
  • การเสริมคางโดยการผ่าตัด
  • การเสริมโดยการใส่ซิลิโคน
    การผ่าตัดเสริมคางแบบนี้เป็นที่นิยมเพราะทำได้ง่าย มี 2 เทคนิค คือกรีดแผลนอกช่องปาก โดยจะเป็นการกรีดตรงใต้คาง 5 – 2 ซม. ไม่บวมนานและไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่จะมีข้อเสียคือในบางคนที่เป็นแผลเป็นง่ายหรือที่เรียกว่าคีลอยด์อาจมีแผลเป็นนูน ๆ ตรงใต้คาง

อีกเทคนิคหนึ่งคือการกรีดแผลในช่องปาก จะไม่มีแผลด้านนอกเลย โดยแพทย์จะกรีดแผลบริเวณเหงือก บวมนานและต้องดูแลแผลในช่องปากมากเป็นพิเศษ อาจจะเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ง่าย

  • ย้ายกระดูกบริเวณคาง
    การเสริมคางวิธีนี้เป็นการย้ายกระดูกของตัวคนไข้เอง เพียงตัดกระดูกบริเวณคางแล้วโยกออกมาให้คางดูยื่นขึ้นหรือได้รูปตามที่ต้องการ เป็นเทคนิคที่ต้องใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูง บวมนาน พักฟื้นนาน

เสริมคางบวมกี่วัน

หลังฉีดฟิลเลอร์คางจะค่อย ๆ หายบวมประมาณ 4 – 5 วัน ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงจากการฉีดได้ เช่น ผื่นหรือจุดแดงบริเวณรอยเข็มซึ่งสามารถหายไปเอง นอกจากนี้อาจมีอาการบวมหลังฉีดเป็นเรื่องปกติ หากมีอาการปวดคนไข้สามารถทานยาแก้ปวดได้ตามอาการ แต่ถ้าหากเสริมคางมาแล้วบวมมากท่านจะต้องรีบเข้าปรึกษาแพทย์ทันที

บทความแนะนำ เนื้อปลิ้นข้างรักแร้ จากเว็บไซต์ Rattinan.com

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเสริมคางมีดังนี้
  • ปากชา เนื่องจากบริเวณคางด้านซ้ายและขวา จะมีเส้นประสาทที่มาเลี้ยงริมฝีปากล่างอยู่ด้วย  ทำให้เรามีความรู้สึกได้  แต่หากใช้แท่งซิลิโคนที่กว้างมากเกินไป  จะต้องเลาะเข้าไปใกล้เส้นประสาททั้งสองข้างที่อยู่ชิดกระดูกกราม ก็อาจจะทำให้เกิดอาการชาที่ปากตามมาได้ โดยมากแล้วจะเกิดขึ้นได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
  • การอักเสบติดเชื้อในระยะแรกที่แผลยังใหม่อยู่อาจจะมีการติดเชื้ออักเสบขึ้นได้ แต่จะไม่ค่อยได้เกิดขึ้นมากนัก เพราะแพทย์จะให้ยาป้องกันการอักเสบ ซึ่งท่านจะต้องดูแลเรื่องแผลเป็นอย่างดีด้วย
  • การเอียงบิดของแท่งคางการศัลยกรรมเสริมคางในตอนแรกคางจะวางตัวอยู่เฉย ๆ โดยไม่มีอะไรไปยึดติด ซึ่งร่างกายจะยึดแท่งคางนี้ด้วยตัวของมันเอง โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ก่อนที่จะติดแน่นหากมีอะไรไปกระทบกระเทือนมันอาจส่งผลให้มีคางเอียงได้เหมือนกัน

บทสรุป

เสริมคางบวมมาก ปกติแล้วอาการบวมมากจากการทำศัลยกรรมเสริมคางมักไม่ค่อยเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดมักจะบวมนิดหน่อยจากแผลผ่าตัดซึ่งจะหายเองได้ภายในเวลา 1 สัปดาห์ หากมีอาการที่บวมมากท่านต้องรีบปรึกษาแพทย์เนื่องจากอาจเกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้ ก่อนที่จะเข้ารับบริการเสริมคางท่านควรศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนเข้ารับบริการ

เสริมคาง ทะลุ ต้องแก้ไขยังไง เลือกโรงพยาบาลหรือคลินิคแบบไหนดี

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรูปหน้ากลมหรือเหลี่ยม สามารถทำให้มีรูปหน้าเรียวคมแบบ v shape ได้ ปัจจุบันนี้ได้มีการทำศัลยกรรมเสริมคางเพื่อให้รูปหน้าดูมีมิติมากขึ้น ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับบริการจะต้องหาข้อมูลเบื้องต้นให้ละเอียด หากท่านไม่ศึกษาให้ละเอียดอาจเกิดปัญหาในการเสริมคาง ทะลุ ขึ้นได้

ควรเสริมคางเมื่อไหร่ดี

ควรทำเมื่อมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาอายุที่เหมาะสม เนื่องจากร่างกายมีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

วิธีเลือกคลินิกและโรงพยาบาลเพื่อศัลยกรรม

ควรเลือกสถานบริการที่เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้มาตรฐานรับรองจากแพทยสภา มีใบรับรองจากกระทรวงสาธารณะสุข ต้องมีศัลยแพทย์ที่ได้รับการอบรมเป็นอย่างดี มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ สามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้นในการทำศัลยกรรมนั้น ๆ

ทำไมต้องเลือกขนาดของคางให้เหมาะสมกับใบหน้า

เหตุผลคือ ถ้าคุณเสริมคางแล้วมีลักษณะแหลมยาวผิดปกติ ดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติ คุณก็คงรู้สึกไม่ชอบ นั้นคือเหตุผลที่ควรเลือกขนาดให้เหมาะกับใบหน้าเดิม เพื่อความสวยงาม การเสริมคางด้วยขนาดที่ไม่เหมาะสม นอกจากจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ยังส่งผลต่อกระดูกคางและผิวหนังด้วย

การเสริมคางมีความเสี่ยงต่อการทะลุ ซึ่งเกิดจากการที่เลือกซิลิโคนที่มีขนาดไม่พอดีกับโครงหน้า แต่ความเสี่ยงที่คางจะทะลุมีน้อยมาก เนื่องจากว่าเนื้อคางจะมีความหนา ซึ่งถ้าเทียบกับการทำจมูก โอกาสที่จมูกจะทะลุจะมีมากกว่าคาง แต่ท่านก็ควรที่จะทราบอาการเฝ้าระวังความเสี่ยงตรงนี้ไว้ เนื่องจากว่าการที่ซิลิโคนจะทะลุนั้นจะไม่ได้เกิดขึ้นแบบในทันทีทันใด

การที่คางจะทะลุนั้นจะมีอาการเตือนก่อน ซึ่งหากแก้ไขได้ทันเวลาก็จะไม่เกิดอันตรายใด ๆ ทำให้เกิดการผิดรูปและหากไม่รีบมาแก้ไขจนเกิดการทะลุไปแล้ว โอกาสแก้ไขให้กลับสู่สภาพเดิม ๆ ทำได้ยากมาก ๆ

เสริมคาง ทะลุ ต้องรักษา แก้ไขยังไง

อาการที่บ่งบอกว่าคางอาจจะทะลุ
  • ในช่วงเดือนแรกหากซิลิโคนใหญ่เกินไป มักจะมีอาการแดงที่ปลายคางและมักมีอาการปวดร่วมด้วย ซึ่งตรงนี้อาจจะแยกได้ยากสักหน่อย เนื่องจากอาการติดเชื้อก็จะมีอาการปวดเหมือนกัน ดังนั้นควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจจะดีที่สุด

การแก้ไขถ้าเสี่ยงต่อการทะลุภายในเดือนแรก แพทย์จะทำการถอดซิลิโคนพัก เพราะโอกาสเย็บแผลให้ติดแข็งแรง ทำได้ยาก หรือถ้าสามารถถอดซิลิโคนมาลดขนาดและเย็บแผลปิดได้ ก็ไม่ต้องถอดพัก แต่ท่านต้องเฝ้าระวังดูแลแผลเป็นอย่างดีอย่าให้มีแผลแยก

  • อาจมีอาการเสียว หรือรู้สึกตึง ๆ ที่ปลายคาง โดยที่อาการนี้มักจะพบได้ในช่วงหลังผ่าตัดไปแล้ว 1 เดือนขึ้นไป ซึ่งเป็นอาการที่บ่งบอกซิลิโคนใหญ่เกินไป เนื่องจากว่าหากพ้นในช่วง 1 เดือนแรกไปแล้วอาการบวมลดลงมากแล้ว

การแก้ไข แพทย์จะทำการประเมินว่ามีความเสี่ยงมากหรือไม่ที่คางจะทะลุ อาจจะต้องรอดูอาการ 1 – 2 สัปดาห์ แล้วจึงนัดมาแก้ไขลดขนาดซิลิโคน หากมีความเสี่ยงมากอาจจะต้องรีบทำการผ่าตัดลดขนาดซิลิโคนได้เลยทันที

  • หากมีผิวหนังตึงบริเวณคาง ลอกเป็นขุย หรือบางลงเรื่อย ๆ จนเริ่มในเกือบเห็นซิลิโคน อาจเป็นอาการเตือนว่ามีความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะทะลุมากขึ้น ท่านจะต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนเพื่อผ่ตัดลดขนาดซิลิโคน รอช้าไม่ได้เพราะโอกาสซิลิโคนจะทะลุมีมากในไม่ช้า
  • หากเริ่มมองเห็นเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ บริเวณที่เสี่ยงต่อการทะลุ และขนาดของสิวนั้นเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ อาการเช่นนี้มักพบได้กับซิลิโคนที่แหลมมาก ๆหรือมีผิวขรุขระเป็นเหลี่ยม ๆ หรือตึงมาก ๆ ต่อเนื่องจากอาการผิวหนังบางใสจะทะลุ ถ้ามีอาการคล้าย ๆ สิวเช่นนี้ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าเป็นอาการเตือนครั้งสุดท้ายก่อนที่จะทะลุ

แนะนำให้ท่านเข้าพบแพทย์ทันทีเพื่อผ่าตัดแก้ไขโดยด่วน ถ้าโชคดี ก็อาจลดขนาดลงได้ แต่โอกาสที่ต้องถอดซิลิโคนพักมีสูง เพราะ เนื้อเยื่อบางส่วนเหมือนจะทะลุแล้ว โอกาสติดเชื้อก็จะมีมากขึ้นไปด้วย

  • ปกติแล้วแผลจะแข็งแรงเต็มที่ประมาณ 1 เดือน หลังจากการผ่าตัดและจะแข็งแรงมากที่สุดประมาณ 3 เดือน หากพบแผลผ่าตัดแยกซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อย ๆ เกิดจากการที่ตัดไหมเร็วเกินไปแผลยังไม่แข็งแรงหรือใช้ไหมละลายแล้วไหมหลุดก่อนหรือทำแผลรุนแรงเกินไป ดังนั้นท่านควรจะเฝ้าระวังเรื่องแผล และคอยสังเกตว่าไม่มีแผลแยกออกจากกัน หรือมีเห็นซิลิโคน

หากแผลเกิดแยกออกให้ท่านรีบพบแพทย์ทันที ซึ่งถ้าไปพบแพทย์เร็ว อาจเย็บซ่อมแผลได้ แต่ถ้าแผลเริ่มแยกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถเย็บปิดได้ ก็จำเป็นต้องถอดซิลิโคนพักเนื้อให้หายดีก่อน 2 – 3 เดือน

บทสรุป

การผ่าตัดเสริมคางนั้นใคร ๆ ก็อยากมีคางที่สวยงาม ดังนั้นเมื่อทำการผ่าตัดเสร็จแล้วท่านต้องเฝ้าระวังในเรื่องของแผลและซิลิโคนให้ดี หากเกิดอาการที่มีความเสี่ยงต่อการเสริมคางทะลุ ท่านต้องรีบเข้าพบแพทย์โดยเร็วทั้งนี้เพื่อแพทย์จะได้พิจารณาในด้านการรักษา ดังนั้นก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเข้าใช้บริการท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

เสริมคางกินอะไรได้บ้าง อาหารแบบไหน ที่เหมาะสมมากที่สุด

สาวควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนหลังจากเสริมคางกินอะไรได้บ้างเพื่อไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงที่อาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ตรงตามความต้องการได้จึงถือว่าเป็นรายละเอียดที่สามารถปฏิบัติได้อย่างง่ายดายเชื่อว่าสาวต้องให้ความสำคัญในการปฏิบัติตัวอย่างแน่นอนเพื่อให้การเสริมคางของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แนวปฏิบัติตัวหลังเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคาง

  1. หลังเข้ารับการผ่าตัดเสร็จให้เริ่มประคบเย็นทันทีเป็นระยะเวลาประมาณ48ชั่วโมงโดยอาจจะใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดสัก3ผืนไปแช่ช่องแข็งจากนั้นก็ให้นำมาประคบสลับกันอย่างต่อเนื่อง
  2. พยายามหลีกเลี่ยงการกดแรง ตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่
  3. หากพ้นระยะ48ชั่วโมงแล้ว ให้ปล่อยไว้เฉยไม่ควรที่ประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้น
  4. นอกจากนี้แล้วภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากการผ่าตัดให้นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ เพื่อลดอาการบวม เพราะสิ่งที่สำคัญควรรู้เอาไว้ว่าอาการบวม จะมีมากในช่วงของ3-4วันแรกเป็นอาการปกติ
  5. การเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง จะผ่าจากด้านในปากดังนั้นจึงทำให้มีแผลในปาก เพราะฉะนั้นแล้วจึงเป็นเหตุผล ให้ว่าคนที่ทำจะต้องพยายามหลีกเลี่ยง การทานอาหารรสจัดอาหารร้อนของหมักดอง อาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก
  6. ทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำยา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบหรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง
  7. จากนั้นก็ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่าอีก 1 ครั้ง
  8. ภายในช่วง 3-4 วันแรกที่สำคัญห้ามใช้ลิ้นดุนไหม ในปากเล่นเด็ดขาด
  9. ให้ทานยาตามที่แพทย์สั่ง ให้หมดอย่าซื้อยามาทานเพิ่มเองเป็นอันขาดยาที่สามารถได้ คือยาแก้ปวดลดบวมยาฆ่าเชื้อ ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการทานยาแก้อักเสบCloxacillineก็ให้ทำการหยุดยาหรือใช้Amoxicilline500mgทาน1เม็ดหลังอาหาร4เวลา(เช้ากลางวันเย็นก่อนนอน)ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและจะสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ หากมีอาการผิดปกติจากการทานยา และอย่าลืมแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีอาการแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัว
  10. ในวัน4หลังเข้ารับการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออกได้ด้วยการนำน้ำอุ่นมาช่วยในการลูบเบา ๆ ให้พลาสเตอร์ค่อยลอกออก
  11. ที่สำคัญที่สุดและอย่าลืมสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ที่เราเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคางจะให้คำตอบได้ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้ศัลยกรรมมากที่สุดและควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้คางของเราสวยไม่มีปัญหาใด

เสริมคางกินอะไรได้บ้าง ทำให้หายบวม

อาหารแบบไหนจะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังการศัลยกรรม

1.น้ำ

ถึงแม้ว่าน้ำจะไม่จัดเป็นสารอาหารแต่น้ำเป็นองค์ประกอบหลักของร่างกายที่สำคัญน้ำเป็นกลไกสำคัญต่อการสมานแผลเมื่อร่างกายมีความชุ่มชื้นเซลล์ผิวหนังก็จะสามารถเคลื่อนที่จากขอบแผลมาปิดคลุมบาดแผลได้ดีซึ่งถ้าหากร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำก็จะยิ่งทำให้เซลล์ผิวหนังตายและเพิ่มความเจ็บปวดได้ดังนั้นควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8-10แก้วให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นนั่นเอง

2.โปรตีน

หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่ากินเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อนมไข่แล้วจะทำให้แผลหายช้าขอบอกเลยว่าไม่จริง!เพราะสารอาหารประเภทโปรตีนมีประโยชน์ในการสร้างเนื้อเยื่อและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายอีกทั้งยังทำให้เซลล์ประสานตัวเป็นเนื้อเดียวกันช่วยให้ผิวหนังที่สร้างขึ้นใหม่มีความแข็งแรงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลติดเชื้อได้อีกด้วยหลังการผ่าตัดหรือศัลยกรรมร่างกายควรได้รับโปรตีนให้ได้อย่างน้อยหนึ่งเท่าตัวซึ่งเราสามารถเลือกกินโปรตีนจากเนื้อปลาไข่โยเกิร์ตธัญพืชและถั่วต่างได้

3.ธาตุเหล็กและสังกะสี

เพราะเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสมานแผลได้ดีช่วยสังเคราะห์โปรตีนและคอลลาเจนแถมยังช่วยผลิตเซลล์ผิวใหม่และช่วยสมานบาดแผลได้อีกด้วยหากอยากฟื้นตัวได้เร็วขึ้นควรกินธาตุเหล่านี้อย่างน้อยวันละ15มิลลิกรัมซึ่งพบได้ในอาหารจำพวกปลาไข่อาหารทะเลผักใบเขียวและถั่วเหลืองเป็นต้น

4.ไขมันดี

นอกจากจะให้พลังงานสูงแล้วยังช่วยสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานในการสร้างและซ่อมแซมเยื้อหุ้มเซลล์ได้อีกแถมยังมีส่วนช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้นซึ่งไขมันดีนั้นพบได้ในน้ำมันมะกอกน้ำมันรำข้าวน้ำมันถั่วลิสงน้ำมันถั่วเหลืองน้ำมันงาหรืออาหารจำพวกถั่วเปลือกแข็งเช่นอัลมอนด์เม็ดมะม่วงหิมพานต์ถั่วลิสง

5.วิตามินซี

เรียกได้ว่าเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากเลยทีเดียวเพราะนอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแล้วยังเป็นสารที่ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงช่วยเรื่องความแข็งแรงของผนังหลอดเลือดทำให้บาดแผลสมานตัวได้เร็วขึ้นลดอาการบวมช้ำอักเสบโดยเราสามารถกินวิตามินซีได้จากผักผลไม้เช่นส้มฝรั่งมะละกอกีวีบร็อกโคลีซึ่งในการพักฟื้นรักษาตัวนั้นร่างกายควรได้รับวิตามินซีไม่น้อยไปกว่าวันละ100-200มิลลิกรัม

เสริมคางนอนตะแคงได้ไหม หลังจากผ่าตัด ต้องพักฟื้นยังไง

วิธีดูแลตนเองหรือวิธีปฏิบัติตัวหลังจากเสริมคางมานั้นถือว่าต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ผลลัพธ์ในการเสริมคางนั้นประสบผลสำเร็จมากที่สุดหากเกิดปัญหาหลังจากเสริมคางขึ้นอาจทำให้คุณได้รับผลกระทบได้อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการแก้ปัญหาต่าง ๆอีกหากคุณไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ถือว่าเป็นสิ่งที่สาว ๆสามารถปฏิบัติได้เพื่อความสวยที่รอเราอยู่ข้างหน้าเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

เสริมคางนอนตะแคงได้หรือไม่

หลายคนเกิดคำถามหลังการเสริมคางว่าเสริมคางนอนตะแคงได้ไหมซึ่งจริง ๆแล้วท่านอนไม่ได้กำหนดตายตัวแต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและควรระวังคือไม่ควรนอนให้กดทับคางเพราะอาจทำให้เกิดอาการเจ็บมากยิ่งขึ้นไม่ควรนั่งเท้าคางหรือนอนคว่ำหน้าฟิลเลอร์คางเป็นตำแหน่งที่ต้องการให้มีความพุ่งสวยจึงควรหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณดังกล่าวการนอนตะแคงถ้าไม่ได้ไปกดทับในตำแหน่งที่ฉีดก็ไม่เป็นอะไรเมื่อฟิลเลอร์กลมกลืนไปกับเนื้อเยื่อปกติของผิวเรามีความคงตัวมากขึ้นไม่เปลี่ยนรูปไม่เสียทรงก็จะสามารถนั่งนอนได้ทุกท่าได้เลย

วิธีปฏิบัติตัวหลังเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคาง

  1. ให้เริ่มประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดประมาณ48ชั่วโมงโดยสามารถใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาด ๆไปแช่ช่องแข็งจากนั้นนำมาประคบอย่างต่อเนื่องหากครบตามเวลาที่กำหนดให้ปล่องไว้เฉย ๆไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้น
  2. พยายามหลีกเลี่ยงการกดแรง ๆ ตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่ ที่อาจเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นได้
  3. ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากการผ่าตัด ให้นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับเพื่อลดอาการบวม เพราะสิ่งที่สำคัญควรรู้เอาไว้ว่า อาการบวมจะมีมากในช่วงของ 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ
  4. พยายามหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง อาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก
  5. ทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำยา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบ หรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง จากนั้นก็ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่า ๆอีก 1 ครั้ง
  6. ภายในช่วง3-4วันแรกที่สำคัญห้ามใช้ลิ้นดุนไหมในปากเล่นเด็ดขาด
  7. ให้ทานยาตามที่แพทย์สั่งให้หมด อย่าซื้อยามาทานเพิ่มเองเป็นอันขาด ยาที่สามารถได้คือยาแก้ปวด ลดบวม ยาฆ่าเชื้อ ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการทานยาแก้อักเสบ Cloxacilline ก็ให้ทำการหยุดยาหรือใช้ Amoxicilline500mg ทาน1เม็ดหลังอาหาร4เวลา(เช้ากลางวันเย็นก่อนนอน) ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วัน และจะสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติจากการทานยาและอย่าลืมแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีอาการแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัว
  8. ในวัน 4 หลังเข้ารับการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออก ได้ด้วยการนำน้ำอุ่น มาช่วยในการลูบเบา ๆ ให้พลาสเตอร์ค่อย ๆ ลอกออก

อย่าลืมสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ ที่เราเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคางจะให้คำตอบได้ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้ศัลยกรรมมากที่สุด และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้คางของเราสวยไม่มีปัญหาใด ๆ มารบกวน

เสริมคางนอนตะแคงได้ไหม แนะนำคนทำศัลยกรรม

ปัญหาที่พบหลังจากเสริมคาง

สาเหตุเกิดจากศัลยแพทย์ สาเหตุจากศัลยแพทย์ ถ้าหากศัลยแพทย์คลินิกที่เราเลือกยังมีความชำนาญไม่มากพอก็อาจจะผ่าตัดเลาะช่องว่างที่จะใส่ซิลิโคนไม่เท่ากัน พอนำซิลิโคนใส่เข้าไปแล้วเกิดความไม่พอดี นำไปสู่อาการคางเบี้ยวคางเอียง ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุที่มีปัจจัยมาจากศัลยแพทย์คือ เหลาซิลิโคนไม่เท่ากัน เมื่อใส่เข้าไปที่คางของเราแล้วย่อมทำให้มีโอกาสที่เกิดการเบี้ยวเอียงนั่นเอง ทางที่ดีควรเลือกคลินิกที่เลือกใช้ซิลิโคนเสริมคางแบบสำเร็จรูป ที่มีการเหลาให้เป็นรูปทรงที่ได้รูปมาให้แล้ว และมีให้เลือกหลายทรง หลายขนาด เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้แต่ละคนได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ก็จะช่วยลดปัญหาการเหลาซิลิโคนไม่เท่ากันได้

สาเหตุจากตัวคนที่เสริมคาง อีกสาเหตุที่อาจส่งผลให้คางเบี้ยวผิดรูปได้ก็คือ เคยฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานและยังสลายตัวไม่หมด รวมถึงเกิดจากการดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมเสริมคางไม่ดีพอหรือไม่เหมาะสม เช่น เอามือเท้าคางบ่อย ๆ คางถูกกระแทกอย่างแรง หรือไม่ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำหลังศัลยกรรมของแพทย์ก็อาจทำให้คางเกิดอาการติดเชื้อได้

เสริมคางห้ามกินอะไรบ้าง วิธีดูแลตัวเอง หลังศัลยกรรม

เชื่อว่าทุกคนก่อนจะทำศัลยกรรมไม่ว่าจะเป็น เสริมคาง เสริมจมูก ฉีดโบท็อกซ์ ร้อยไหม ทำเมโสแฟต ทุกคงจะศึกษามาแล้วว่า ก่อนทำควรปฏิบัติตัว เตรียมตัวอย่างไร และหลังทำควรดูแลตัวเองอย่างไร เรียกได้ว่า หลังการผ่าตัดทำศัลยกรรมนั้น อาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ที่ควรห้ามหลังการผ่าตัด เพราะมีอาหารบางประเภท ที่ทานแล้วสามารถส่งผลทำให้ มีอาการบวมช้ำ หรือเกิดอาการแพ้ หรือกินข้าวไปแล้วไปทำลายสารที่เราฉีดเข้าไป เรียกว่าการกินอาหารแสลง ดังนั้นช่วงระยะเวลาในการพักฟื้นหลังการผ่าตัดนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหาร เหล่านี้ไปก่อน เพราะจะทำให้การทำศัลยกรรมแล้วไม่ได้ผล อาหารที่ศัลยกรรมเสริมคางห้ามกินอะไรบ้าง

ส้มตำ

ส้มตำ เป็นอาหารประเภทที่หาทานง่าย อร่อยถูกปาก ไม่ว่าจะเป็นตำปูปลาร้า ตำไทย ตำลาว ล้วนแล้วแคลอรีต่ำมาก ๆ อีกด้วย แต่ช่วงระยะเวลาพักฟื้นหลังการผ่าตัด ควรเงินไปก่อนสัก 1 เดือน ถือได้ว่าเป็นอาหารแสลงก็ว่าได้ ทานแล้วอาจทำให้บวมได้ และคันที่แผลเพราะใส่ทั้งปลาร้า ปูดองปูเค็ม

อาหารทะเล

อาทิ กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก ช่วงนี้ก็หลีกเลี่ยงไปก่อนได้เลย เนื่องจากหลังทำศัลยกรรมทำดั้งหรือเสริมคางไปแล้ว หลายคนแอบไปทานอาหารประเภทนี้ ทำให้เกิดอาการบวม หรือแพ้ได้ ฉะนั้น หลีกเลี่ยงไปก่อนจะดีที่สุด หายเมื่อไหร่ ค่อยรับประทาน

ของหมักดอง

ของหมักดองไม่ว่าจะเป็นผลไม้ดองต่าง ๆ  กะปิ น้ำปลา หลีกเลี่ยงไปได้เลย เพราะเป็นของหมักของดอง อาจทำให้แผลบวมอักเสบได้

เหล้า บุหรี่  แอลกอฮอล์

ช่วงนี้ต้องงดไปก่อน เพราะเครื่องดื่มประเภทนี้ ทำให้มึนเมา และขาดสติ อาจจะส่งผลต่อการกระทบกระเทือนหลังการผ่าตัด เนื่องจากกว่าการทำศัลยกรรมจะเข้าที่ต้องใช้เวลาเป็นเดือนกันเลยทีเดียว

อาหารดิบ หรือ สุก ๆ ดิบ ๆ

อาหารประเภทนี้ต้องหลีกเลี่ยงไปก่อนจนกว่าแผลจะหายดี เพราะหากรับประทานเข้าไปอาจจะทำให้แผลเกิดการอักเสบและทำให้แผลหายช้าได้นั่นเอง ช่วงนี้ก็ทานแต่อาหารสุกไปก่อน

อาหารรสจัด

ใครที่ชอบกินอาหารรสจัด ๆ คงต้องงดไปก่อนในช่วงนี้ และรอให้แผลหายดีก่อน เพราะการกินอาหารรสจัดที่มีความเผ็ดร้อน เช่น ส้มตำ ต้มแซ่บ หรือ ต้มยำ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองแผลอักเสบได้

เสริมคางห้ามกินอะไรบ้าง เช่น ส้มตำ

นอกจากอาหารการกินแล้ว ยังมีวิธีดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดทำศัลยกรรมมาฝากอีกด้วยค่ะ

  • หลังเข้ารับการผ่าตัดเสร็จ ให้เริ่มประคบเย็นทันที เป็นระยะเวลา ประมาณ 48 ชั่วโมง โดยอาจจะใช้ผ้าขนหนูที่เปียก หมาด ๆ สัก 3 ผืนไปแช่ช่องแข็ง จากนั้น ก็ให้นำมาประคบสลับกันอย่างต่อเนื่อง พยายามหลีกเลี่ยง การกดแรง ๆ ตรงจุด ที่มีซิลิโคนอยู่ หากพ้น ระยะ 48 ชั่วโมง แล้ว ให้ปล่อยไว้เฉย ๆ ไม่ควรที่ประคบร้อนหรือเย็น นอกจากนี้ แล้ว ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากการผ่าตัด ให้นอนยกหัวสูงหรือ นั่งหลับเพื่อลด อาการ บวม เพราะ สิ่งที่สำคัญ ควรรู้เอาไว้ว่า อาการบวม จะมีมาก ในช่วง ของ 3-4 วันแรก เป็นอาการปกติ
  • การเข้ารับการผ่าตัดเสริมคางหากใครที่ทำด้วยวิธีทำจากด้านใน จะมีแผลในปาก เพราะฉะนั้น จึงเป็นเหตุผล คนที่ทำจะต้อง พยายามหลีก เลี่ยง การทานอาหารรสจัดอาหารร้อน ของหมักดองอาหา ที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก
  • ทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำยา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบหรือ น้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง แล้วบ้วนน้ำเกลือ เปล่าๆ อีก 1 ครั้ง
  • ให้ทานยาตามที่แพทย์สั่งให้หมด อย่าซื้อยามาทานเพิ่มเองเป็นอันขาด ยาที่สามารถกินได้คือยาแก้ปวดลดบวมยาฆ่าเชื้อในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการทานยาแก้อักเสบ ก็ให้ทำการหยุดยาหรือใช้ Amoxicilline500mg ทาน1เม็ดหลังอาหาร 4 เวลาทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วัน
  • ในวัน 4 หลังเข้ารับการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออกได้ ด้วยการนำน้ำอุ่นมาช่วยในการลูบเบา ๆ ให้พลาสเตอร์ค่อย ๆ ลอกออก
  • ที่สำคัญที่สุดและอย่าลืมสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ ที่เราเข้ารับการทำศัลยกรรมเสริมคาง ให้คำตอบได้ถูกต้องและเหมาะสมกับ ผู้ศัลยกรรมมากที่สุด และ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ของแพทย์ อย่างเคร่งครัด เพื่อใป้องกันอาการแทรกซ้อน

อ่านต่อที่ Rattinan.com

เสริมคางกี่วันหายบวม หลังผ่าตัดศัลยกรรม บทความนี้มีคำตอบ

การเสริมคาง หรือการทำคาง เป็นการทำศัลยกรรมอย่างหนึ่ง ด้วยวิธีผ่าตัดเล็กแล้วเสริมซิลิโคนซึ่งเหลาปรับทรงได้ตามความต้องการ ซิลิโคนที่ใช้นี้จะต้องได้มาตรฐานทางการแพทย์ ทำด้วยผู้เชี่ยวชาญ จึงจะมีความปลอดภัย หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรมย่อมเกิดอาการบวมช้ำบริเวณที่ผ่าตัดเป็นเรื่องปกติ ยิ่งอาการบวมช้ำมากกว่าปกติหลายคนคงวิตกกังวลว่า อาการบวมช้ำนี้เกิดจากคุณหมอมือหนักเกินไปหรือเปล่า รวมถึงคุณหมอไม่เก่ง ซึ่งจริงๆแล้วอาการบวมช้ำหลังเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นหลังผ่าตัดกันทุกคน อาการบวมช้ำที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการที่เนื้อเยื่อเราได้รับการบาดเจ็บชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายของแต่ละคนจะมีอาการตอบสนองที่แตกต่างกันออกไป นั่นเป็นสาเหตุที่บางคนมีอาการบวมช้ำน้อย ส่วนบางคนมีอาการบวมช้ำมาก

เสริมคางกี่วันหายบวม

หลังจากการเสริมคางจะมีอาการบวมเต็มที่ในช่วง 3-7 วัน และคางเริ่มเข้าที่ในเดือนที่ 3-5 ขึ้นไป บริเวณคางอาจจะยุบช้ากว่าส่วนอื่น ๆ หลังผ่าตัดจะมีอาการบวม จึงควรประคบเย็นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงประมาณ 2 สัปดาห์

เสริมคางกี่วันหายบวม เรามีคำตอบ

ผ่าตัดเสริมคาง ใช้เวลานานเท่าไร

การเสริมคางใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก ทำแล้วกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักพื้น

เสริมคาง เหมาะกับใครบ้าง ?

การเสริมคางนั้นจะเหมาะทั้งผู้หญิงและผู้ชาย  คนไข้ที่มีปัญหาใบหน้าสั้น คางถอย คางตัด คางบุ๋ม ต้องการแก้ไขปัญหาคาง ให้สวยขึ้น คนที่มีใบหน้ากลมอยากปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้น

การเสริมคางผู้หญิงจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้วีเชฟ นอกจากนี้เสริมคางยังเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนการเสริมคางผู้ชายส่วนใหญ่ นิยมทำเสริมคางให้ป้านขึ้น เหลี่ยมขึ้น เพื่อให้ดูแมน ไม่นิยมทำแหลมเกินไป อาจจะทำให้ใบหน้าดูหวาน

การเสริมคางแผลนอก

หลังเสริมควรดูแลอย่างไรเพื่อลดอาการบวม

ประคบเย็น

การประคบเย็นทันทีหลังผ่าตัดเสร็จและประคบต่อเนื่องไป 48 ชั่วโมง โดยใช้เจลแพ็กหรือผ้าขนหนูที่เปียกแช่ช่องแข็ง หรือผ้าห่อน้ำแข็งสลับกันประคบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการประคบเย็นจะช่วยควบคุมการเสียเลือด ลดความเจ็บปวด และการบวมของแผล และความเย็นที่ถูกประคบลงบนผิวจะทำให้แผลมีการหดตัวของหลอดเลือด นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความหนืดของเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวและหยุดไหล ช่วยลดอาการบวมได้อีกด้วย

ประคบอุ่น

หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ให้เปลี่ยนมาประคบอุ่นแทน เพราะความร้อนจากการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวรับการดูดซึมกลับของสารน้ำต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ในเนื้อเยื่อที่บวมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ความร้อนยังช่วยให้ลิ่มเลือดเก่าละลายเร็วขึ้น แถมยังส่งผลให้พังผืดภายในที่แข็งเป็นไตนุ่มตัวเร็วขึ้นด้วย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องระวังไม่ให้ร้อนเกินไปเพราะอาจลวกให้หยุดทันที

ยกหัวให้สูง

ในช่วง 3-5 วันแรก หากทำศัลยกรรมจมูก ควรยกหัวให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อยับยั้งการรั่วไหลของสารน้ำออกจากเส้นเลือดให้เร็วที่สุด ซึ่งจะลดอาการบวมได้ โดยในช่วงการนอนหลับให้นอนหมอนสูงนอนให้หัวอยู่สูงกว่าปกติหรือนอน คล้าย ๆ กับการนั่งหลับ

ไม่กินอาหารแสลง

เรื่องอาหารการกินก็สำคัญ  หลังการศัลยกรรมลองหันมากินอาหารจำพวก ฟักทอง สาหร่าย ใบบัวบก หรือถั่วดำดูสิ เพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทั้งวิตามินเอ ช่วยลดการติดเชื้อหลังผ่าตัด ช่วยขจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ช่วยลดอาการบวม แร่ธาตุ ใยอาหาร และธาตุเหล็ก ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น ลดอาการบวมช้ำ ขจัดสารพิษในร่างกาย และลดการติดเชื้อได้อีกด้วย ส่วนอาหารที่ห้ามกินคือ อาหารพวกของหมักของดอง อาหารเค็ม อาหารทะเล อาหารที่มีรถจัด พวกส้มตำ ต้มแซบ ยำ ควรพวกอาหารอ่อนข้าวต้ม โจ๊ก ก่อนจะดีกว่า

การเสริมคางให้เข้ากับหน้าเป็นอะไรที่ดูดีและดูสมบูรณ์แบบ ใคร ๆ ก็อยากเสริมคางออกมาแล้วสวย ดังนั้นก่อนทำควรให้คุณหมอประเมินพื้นฐานรูปทรงหน้าของเราเป็นหลัก ว่าเหมาะกับซิลิโคนแบบไหน ขาสั้นหรือขายาว  เพราะไม่ว่าคุณจะมีใบหน้าแบบไหน คางบวมหรือคางสั้น ก็สามารถทำได้หมด